บทที่ 1 เปิดใช้งานภารกิจเลื่อนระดับจำกัดเวลา
ยามนี้ตรงกับเดือนสาม
ณ สวนหลังเรือนจวนจี้กั๋วกง มวลบุปผานานาพันธุ์กำลังเบ่งบานอวดโฉมประชันขันแข่ง
ดรุณีน้อยวัยแรกแย้มผู้มีรูปโฉมงดงามสะคราญตา นางนั่งสงบนิ่งอยู่ภายในศาลา มือข้างหนึ่งยกขึ้นเท้าคาง ดวงตาคู่สวยจับจ้อง ในมือประคองหนังสือเล่มหนึ่งด้วยท่วงท่าเรียบง่าย…
ช่างดูผ่อนคลายและอิสระเสรียิ่งนัก
[แจ้งเตือนจากระบบถ่ายทอดสดจักรวาล: เนื่องจากสตรีมเมอร์ ‘บุตรีสายรองหานลั่ว’ ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ จึงขอเปิดใช้งานภารกิจเลื่อนระดับจำกัดเวลา]
[หากภารกิจเลื่อนระดับจำกัดเวลาล้มเหลว: ระบบจะทำการลบบัญชีสตรีมเมอร์ ‘บุตรีสายรองหานลั่ว’ ทิ้งโดยถาวร ค่าพลังชีวิตจะถูกตัดทอนจำนวนหนึ่ง และต้องเผชิญกับคราวเคราะห์ร้ายตลอดหนึ่งเดือน]
[หากภารกิจเลื่อนระดับจำกัดเวลาสำเร็จ: รับของรางวัลเป็ถุงสมบัติลึกลับหนึ่งชุด]
“......”
จี้หานลั่วถึงกับชะงักงัน
ระบบถ่ายทอดสดจักรวาลนี้ผูกติดกับนางมาั้แ่นางกลับมาเกิดใหม่ในครรภ์มารดา และเริ่มมีสติสัมปชัญญะ
นางเคยทดลองไลฟ์สดอยู่หลายครั้ง
ทว่าทุกครั้งจำนวนผู้เข้าชมในห้องถ่ายทอดสดกลับไม่เคยเกินสองหลัก
นานวันเข้า นางจึงเริ่มปลงตก
หลายปีมานี้ นางลืมเลือนระบบถ่ายทอดสดจักรวาลไปจนสิ้นแล้ว
ผู้ใดจะคาดคิด ว่าระบบจะบีบคั้นนางด้วยลูกเล่นพิสดารเช่นนี้?
“น้องเก้า อีกแล้วหรือที่เ้าเอาแต่อ่านหนังสือประโลมโลกพวกนี้?”
นางเงยหน้าขึ้นมอง ผู้ที่เอ่ยปากทักคือ จี้หานเวย คุณหนูแปดสายรองแห่งจวนจี้กั๋วกง
มารดาผู้ให้กำเนิดนางคืออนุสี่ที่ได้รับความโปรดปรานมากที่สุดในจวน
จี้หานเวยเกิดในเดือนสาม อายุมากกว่านางเพียงห้าเดือน
นางโปรดปรานสีแดงชาด เครื่องประดับตกแต่งบนกายล้วนประณีตงดงามกว่าจี้หานลั่วอยู่หลายส่วน
ในยามปกติ พี่สาวผู้นี้ชื่นชอบการโอ้อวดต่อหน้านางเป็ที่สุด
หากเป็เมื่อกาลก่อน
นางคงหมุนตัวเดินหนีไปทันที
ทว่าพอหวนนึกถึงภารกิจเลื่อนระดับจำกัดเวลานั่น
ดวงตาของนางพลันเป็ประกาย จ้องมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มละมุน “พี่แปด วันนี้ท่านดูงดงามขึ้นมาก มีเื่มงคลอันใดหรือเ้าคะ?”
“เมื่อวาน ฮูหยินเหลียงกั๋วกงคัดเลือกอนุภรรยาให้ซื่อจื่อ ท่านแม่พาข้ากับพี่เจ็ดไปด้วย”
จี้หานเวยเชิดปลายคางขึ้น กรีดกรายนิ้วมือ ใบหน้าไม่อาจปกปิดความลำพองใจและความขัดเขินเอาไว้ได้ “ระหว่างงาน ฮูหยินเหลียงกั๋วกงส่งยิ้มให้ข้าถึงสามครา”
[ลมพัดตึง: เฮ้ย สตรีมเมอร์เปลี่ยนแนวแล้วเหรอ? ในที่สุดก็เลิกให้ข้าดูดอกไม้ใบหญ้า เปลี่ยนมาเป็ศึกชิงดีชิงเด่นของสาวงามในเรือนหลังเสียที? แบบนี้สิแจ๋ว มอบรางวัล 9 เหรียญดวงดาว]
จี้หานลั่วแบ่งสมาธิชำเลืองมองผู้ชมเพียงหนึ่งเดียวในห้องถ่ายทอดสด มุมปากยกยิ้มบางเบา “ยินดีด้วยเ้าค่ะพี่แปด! ขอแสดงความยินดีด้วย!”
จี้หานเวยมองนางด้วยท่าทีสูงส่ง “น้องเก้า เกิดมาหน้าตาดีมิสู้แต่งงานดี ชาตินี้เ้าคงไม่มีวาสนาเทียบเคียงข้าได้แล้วกระมัง”
มุมปากของจี้หานลั่วกระตุกวูบ
สายตาของจี้หานเวยจับจ้องมาที่ใบหน้าของนาง “น้องเก้า เ้าเกิดมาสะสวยแล้วอย่างไรเล่า? มารดาแท้ ๆ ก็ด่วนจากไป ตัวเ้าเองก็ไม่เอาถ่าน การแต่งงานที่ดีอย่างตำแหน่งอนุของซื่อจื่อในจวนเหลียงกั๋วกง เ้ากลับไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะเข้าคัดเลือก...นี่กระมังที่ผู้คนมักกล่าวว่า สาวงามมักอาภัพ?”
[ฤดูร้อนไม่หนาว: อุ๊ย พี่สาวคนสวยขนาดนี้ ทำไมในห้องไลฟ์มีคนดูแค่สองคนเอง? ในที่สุดข้าก็ได้เป็พี่ใหญ่สายเปย์กับเขาบ้าง มอบรางวัล 18 เหรียญดวงดาว]
“...”
ไปเป็อนุภรรยาให้ซื่อจื่อเนี่ยนะ นับเป็การแต่งงานที่ดีตรงไหนกัน?
นางกำลังจะขยับตัวจากไป
ทว่านางกลับถูก จี้หานอี ที่เดินปรี่เข้ามาขวางทางเอาไว้เสียก่อน “น้องเก้า เ้าก็เพราะมีนิสัยดีงามเช่นนี้ ถึงได้ปล่อยให้คนบางคนมาหาเื่สร้างความเหนือกว่าถึงที่ได้ทุกวี่ทุกวัน”
จี้หานอีคือคุณหนูเจ็ดสายรองแห่งจวนจี้กั๋วกง มารดาผู้ให้กำเนิดคืออนุหนึ่ง พี่สาวร่วมอุทรคือจี้หานเวย คุณหนูรองที่แต่งออกไปเป็อนุภรรยาของซื่อจื่อจวนเว่ยกั๋วกง และให้กำเนิดบุตรสาวแล้วหนึ่งคน
ในยามปกติ จี้หานอีเหม็นขี้หน้าจี้หานเวยเป็ที่สุด
แต่วันนี้ที่นางออกหน้าพูดจาเข้าข้างจี้หานลั่ว แท้จริงแล้วก็เพียง้ายืมมือนางเอกเพื่อกดข่มจี้หานเวยก็เท่านั้น
ละครฉากนี้ นับวันยิ่งแสดงกันดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ ใน่ไม่กี่ปีมานี้
เมื่อจี้หานอีปรากฏตัวในเฟรม จำนวนผู้เข้าชมในห้องถ่ายทอดสดก็พุ่งทะยานขึ้น เพียงชั่วพริบตาก็ทะลุหลักร้อย
ั์ตาของนางฉายแววขบขันขึ้นมาวูบหนึ่ง “พี่เจ็ดเ้าคะ!”
จี้หานอีคล้องแขนนาง แล้วดึงนางเข้าไปร่วมวงวิวาทอย่างไม่เต็มใจ “น้องเก้า ในบรรดาพี่น้องเรา เ้าคือผู้ที่งดงามที่สุด เ้าต้องขยันไปคารวะท่านแม่ให้บ่อยขึ้นนะ”
“ท่านแม่จะได้ไม่ตาฝาด แยกแยะไม่ออกว่าใครสวยใครขี้ริ้ว จนเผลอยกการแต่งงานที่ดีอย่างจวนเหลียงกั๋วกง ให้กับคนที่เทียบเ้าไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ”
จี้หานลั่วหลุบตาลงต่ำอย่างเงียบเชียบ
บิดาของนาง จี้ป๋อหรู ไม่เก่งเื่การเข้าสังคม เป็เพียงบัณฑิตหัวโบราณที่คร่ำเคร่ง ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมบุคลากรมาสิบปี ทว่ากลับใช้ชีวิตดั่งเดินบนแผ่นน้ำแข็งบางเฉียบ ระมัดระวังตัวแจ...ไร้ซึ่งผลงานโดดเด่นใด ๆ
บรรดาศักดิ์จวนจี้กั๋วกงสืบทอดมาสามรุ่น มาถึงรุ่นของจี้ป๋อหรู ก็นับเป็รุ่นสุดท้ายแล้ว
ฮูหยินเอก ซูเถียนหลิน เป็บุตรีสายตรงลำดับที่สองของจวนซูกั๋วกง มีบุตรชายสองคนและบุตรสาวสองคน นางเป็คนหยิ่งทะนงถือตัว เพื่อรักษาเกียรติยศของจวนจี้กั๋วกงให้คงอยู่ต่อไป
นางจึงเห็นเหล่าบุตรีสายรองในจวน เป็เพียงเบี้ยในกระดานการเมือง…
ั้แ่เล็กจนโต พวกนางถูกปลูกฝังว่าเกียรติยศของตระกูลสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ชักนำให้พวกนางไขว่คว้าอำนาจ เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงให้แก่สกุลจี้
ด้วยเหตุนี้เอง
จี้หานลั่วจึงได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี กินอิ่มนอนอุ่น ไม่เคยถูกโขกสับรังแก
นางใช้ชีวิตเป็คนว่างงานที่ร่ำรวยมาตลอดสิบห้าปี
ทว่าหลายปีมานี้ ซูเถียนหลินทยอยส่งบุตรสาวสี่คนออกเรือนไป แต่ไม่มีผู้ใดได้ตำแหน่งฮูหยินเอกเลยสักคนเดียว
นางไม่อยากฝังชีวิตทั้งชีวิตไว้ในเรือนหลัง
ต้องคอยออดอ้อนแสร้งทำตัวน่ารัก เอาอกเอาใจบุรุษเพียงคนเดียว ทั้งยังต้องชิงดีชิงเด่นกับฝูงสตรีหลังบ้านเพื่อแย่งชิงความโปรดปราน...แม้แต่จะกินสิ่งใด ก็ยังต้องดูสีหน้าว่าตนเองได้รับความโปรดปรานมากน้อยเพียงใด
“พี่เจ็ด ข้าไม่อยากเป็อนุเ้าค่ะ”
จี้หานอีทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “เ้าเลอะเลือนไปแล้วหรือ? ลูกอนุในตระกูลขุนนางใหญ่อย่างพวกเรา หากคิดจะเป็ฮูหยินเอก ก็มีแต่ต้องแต่งกับลูกอนุด้วยกัน หรือไม่ก็ตระกูลที่ตกอับเท่านั้น”
จี้หานเวย ได้ทีจึงซ้ำเติมอย่างสะใจ “น้องเก้า รูปโฉมอย่างเ้า หากส่งไปอยู่บ้านคนตกยาก มีแต่จะนำภัยมาสู่สามี ถึงเวลานั้นคงได้สมพรปากคำว่า ‘นางงามล่มเมือง’ เป็แน่แท้”
[หลงรักใบหน้าของเ้า: ...เพิ่งเข้ามาดู ก็โดนสไตล์นางเอกลูกพลับนิ่ม ของสตรีมเมอร์ทำเอาโมโหจนน้ำหนักขึ้นมาห้าจินแล้ว ลุกขึ้นสู้หน่อยสิเฮ้ย! ตบปากพวกนางเลย มอบรางวัล 77 เหรียญดวงดาว]
แววตาของนางขรึมลง ยังไม่ทันจะได้ตอบโต้
ก็เห็น ชุนฉิน สาวใช้คนสนิทของฮูหยินเอกเดินจ้ำอ้าวตรงเข้ามาหาพวกนางด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“คุณหนูเจ็ด คุณหนูแปด คุณหนูเก้า ตระกูลเซี่ยง มาสู่ขอเ้าค่ะ ฮูหยินสั่งให้คุณหนูที่รอออกเรือนทุกคนไปรวมตัวกันที่โถงหน้าเ้าค่ะ”
…
“ท่านจี้กั๋วกง ผู้น้อยตระหนักดีว่าตระกูลเซี่ยงตกต่ำลงมาก มิอาจคู่ควรกับดรุณีแห่งจวนจี้กั๋วกง”
ดวงตาคมกริบลึกล้ำดุจห้วงรัตติกาลของ เซี่ยงเฉิงหลี หม่นแสงลงเล็กน้อย
เขาประคอง ของหมั้นแทนใจ ระหว่างสองตระกูลเมื่อครั้งอดีตส่งคืนให้อีกฝ่ายด้วยกิริยานอบน้อม “หากท่านจี้กั๋วกงเห็นชอบ มิสู้ให้ผู้น้อยเป็ฝ่ายขอถอนหมั้น เพื่อมิให้จวนกั๋วกงต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ท่านเห็นควรเป็ประการใดขอรับ?”
[รักเงินแล้วก็รักสวย: ว้าว ๆ ๆ ฉากถอนหมั้นยุคโบราณชุดใหญ่ไฟกะพริบ! มอบรางวัล 88 เหรียญดวงดาว]
ภายในใจของจี้ป๋อหรูปรากฏความยินดีขึ้นวูบหนึ่ง
ทว่าเมื่อไตร่ตรองดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
เขาขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยขึ้นว่า “หลานชาย เมื่อยี่สิบปีก่อน เป็ผู้เฒ่าเซี่ยงกั๋วกงที่ช่วยชีวิตบิดาของข้าเอาไว้ อีกทั้งยังเล็งเห็นว่าบุตรสาวสกุลจี้มีพื้นฐานการอบรมสั่งสอนที่ดี จึงได้เจาะจงหมั้นหมายการแต่งงานนี้ไว้”
“เื่ถอนหมั้น...เกรงว่าจะไม่เหมาะสมกระมัง?”
หากมีข่าวลือแพร่งพรายออกไปว่า แม้แต่ตระกูลเซี่ยงที่ตกยาก บุตรสาวของจี้กั๋วกงก็ยังรังเกียจที่จะแต่งด้วย...เช่นนั้นมิใช่ว่าจะยิ่งทำให้ชื่อเสียงของสกุลจี้ต้องมัวหมองหรอกหรือ
จี้ป๋อหรูใช้ดวงตาสีนิลที่ผ่านการร่ำเรียนตำรามาอย่างโชกโชน จ้องพินิจดูเซี่ยงเฉิงหลี
เห็นเพียงอีกฝ่ายมีผิวสีทองแดง วงหน้าคมคายกร้าวแกร่ง คิ้วกระบี่ั์ตาดั่งดารา สันจมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากหนาบางได้รูป รอยยิ้มที่ปรากฏเพียงจาง ๆ นั้น ประหนึ่งกระบี่คมกริบที่เพิ่งชักออกจากฝัก แผ่กลิ่นอายองอาจะเืเลื่อนลั่น ราวกับจะกลืนกินปฐีได้ทั้งใบ
จี้ป๋อหรูอดชื่นชมในใจมิได้
ช่างเป็ชายหนุ่มที่สง่างาม ร่างกายกำยำสูงใหญ่ และดูห้าวหาญยิ่งนัก
แม้จะสวมใส่เพียง ชุดผ้ากระสอบสีดำ เนื้อหยาบที่แม้แต่บ่าวไพร่ในจวนยังเมินหน้าหนี ก็ยังไม่อาจปิดบังความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญและรังสีของยอดฝีมือที่แผ่ออกมาจากทั่วสรรพางค์กายได้
ทว่า...ตระกูลเซี่ยงตกอับกลายเป็เพียงชาวป่าชาวเขาไปแล้วมิใช่หรือ?
บุตรสาวที่เขาเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงม หากต้องแต่งเข้าบ้านตระกูลเซี่ยง จะทนลำบากได้สักกี่น้ำ?
“หลานชาย ด้วยสภาพการณ์ของตระกูลเซี่ยงในยามนี้...ข้าเกรงว่าบุตรสาวที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม หากก้าวเท้าเข้าประตูบ้านตระกูลเซี่ยงไปแล้ว ไม่เพียงจะช่วยแบ่งเบาภาระอันใดไม่ได้ รังแต่จะไปสร้างความวุ่นวายให้ตระกูลเซี่ยงเสียเปล่า ๆ จากที่จะมาเกี่ยวดองเป็ญาติ จะกลายเป็สร้างศัตรูกันเสียมากกว่า”
[ดำไม่ก็แดง: ...สรุปจะถอนหรือไม่ถอน? พูดมาให้ชัด ๆ ทีเถอะ คนโบราณนี่พูดจาเยิ่นเย้อชะมัด]