“นี่เรียกว่ายักษ์จริงๆ เหรอครับ? ”
ภานุอดไม่ได้ที่จะกล่าวถามออกมาเมื่อมองไปที่หน้ากากสีขาวรูปร่างหน้าตาเหมือนกับมนุษย์ แต่น่าเกลียดเป็นอย่างมาก หากให้มองในมุมมองคนปกติแล้วหน้ากากใบนี้แม้แต่เด็กที่เห็นยังต้องร้องไห้เพราะความน่ากลัวของมัน แต่ในมุมมองของภานุมันเหมือนหน้าของคนกำลังปลดทุกข์มากกว่า
“ฉันว่ามันเหมือนกับหน้าคนกำลังอึเลย…”
บริกรสาวกล่าวออกมา พร้อมกับหัวเราะเบาๆ ดูเหมือนว่าภานุจะไม่ใช่คนคนเดียวที่คิดว่ามันเหมือนกับใบหน้าของคนกำลังอึ
“เป็นไปได้ไหมครับที่จะเปลี่ยนหน้ากาก? ”
“เป็นไปไม่ได้หรอก หน้ากากนี้หลังจากได้รับการยืนยันตัวตนไปแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนได้”
ภานุรู้สึกสลดเล็กน้อยเมื่อตนเองนั้นไม่สามารถจะกระทำสิ่งใดกับหน้ากากใบนี้ได้ บริกรสาวเห็นสีหน้าที่สลดของภานุก็ได้แต่หุบยิ้มของตนเองอย่างยากลำบาก ก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบหน้ากากสีขาวขึ้นมาและยื่นให้กับภานุ
“ทุกครั้งที่เธอมาที่นี่เธอต้องสวมหน้ากากใบนี้ทุกครั้งเพื่อเข้าสู่ภายในชั้นใต้ดิน ส่วนเสื้อผ้าของเธอมันไม่ควรจะใส่เข้าไปอย่างยิ่ง ดังนั้นเธอควรจะตรงไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อทุกครั้งก่อนจะดีกว่า”
บริกรสาวกล่าวขึ้นอย่างมีเหตุผล เพราะการสวมชุดนักเรียนทหารเข้าไปนั้นมันค่อนข้างจะเด่นเป็นอย่างมาก และค่อนข้างจะเจาะจงจนบางทีคนผู้ไม่หวังดีอาจจะสามารถตามหาตัวจริงของเขาได้หากไม่ระวัง
“สุดท้าย ฉันขอเตือนเธอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม อย่าให้คนในไฟต์คลับรู้ตัวจริงของเธอโดยเด็ดขาด คนที่มายังสถานที่แห่งนี้นอกจากนักสู้ที่แข็งแกร่งแล้วยังมีพวกมีอิทธิพลที่นิสัยเลวๆ อีก เข้าใจใช่ไหม? ”
ภานุพยักหน้าอย่างไวก่อนที่เขาจะสวมหน้ากาก เมื่อเห็นว่าภานุสวมหน้ากากแล้วบริกรสาวก็ได้สัมผัสบริเวณกำแพงอีกครั้งก่อนที่คอมพิวเตอร์และช่องที่วางหน้ากากของเขาเอาไว้ก่อนหน้าจะหายไปภายใต้กำแพง จากนั้นมันก็ได้เลื่อนเปิดอีกครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน ปรากฏเป็นบันไดทางเดินยาวลงไปสู่ชั้นใต้ดินที่มืดมิด มันยากอย่างมากที่ภานุจะมองเห็นสุดขอบของเส้นทางได้เนื่องจากไม่มีแสงสว่างอยู่เลยภายในนั้น แถมบันไดยังเป็นสีดำสนิทอีกด้วย
“มืดจังเลยนะครับ…”
“พรึบ! ”
ภานุยังบ่นไม่ทันไรแสงไฟก็ได้ถูกเปิดขึ้นตามริมทางเดินลงไปข้างล่างแห่งนี้ ช่วยให้เห็นทางได้ง่ายขึ้น แสงสีส้มกระทบเข้ากับกำแพงและบันไดที่มีสีดำทำให้มันดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก มันให้ความรู้สึกไม่ต่างกับการเดินอยู่ภายในปราสาทผีสิง
“ไปกันเถอะ! ”
บริกรสาวหันมาพยักหน้าให้กับชายหนุ่มก่อนที่จะเดินนำไปก่อน ซึ่งชายหนุ่มก็เดินตามไปติดๆ เช่นเดียวกัน มีไม่กี่สิ่งในโลกนี้ที่ภานุกลัวอย่างถึงที่สุด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือผีแม้เขาจะไม่เคยเจอแต่เมื่อบรรยากาศที่น่ากลัวเช่นนี้ก็อดที่จะทำให้เขาเสียวสันหลังไม่ได้ และกังวลว่าทุกก้าวของเขานั้นจะมีผีโผล่มาหรือเปล่า
บริกรสาวเมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของภานุก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ซึ่งชายหนุ่มก็สามารถได้ยินเช่นเดียวกันแต่เขาไม่ได้ว่าอะไรเธอ เพราะเธอในตอนนี้เป็นตัวพึ่งเพียงตัวเดียวของเขาที่จะพาเขาออกจากทางเดินที่น่ากลัวแห่งนี้ หากเธอวิ่งหนีหรือแกล้งภานุเขาอาจจะหัวใจวายได้
โชคดีที่บริกรสาวสวยนั้นไม่ได้เป็นคนขี้เล่นอย่างที่ภานุกังวล เธอพาชายหนุ่มเดินจนมาถึงจุดเกือบจะสุดทางเดิน หลังจากก้าวลงบันไดขั้นสุดท้ายแล้วเบื้องหน้าของชายหนุ่มก็เป็นทางเดินตรงแคบๆ ที่ไม่ไกลเท่าไหร่ ตรงสุดทางเดินนี้นั้นมีประตูเหล็กหนึ่งบานซึ่งดูแข็งแกร่งและหนาแน่นเป็นอย่างมาก มีร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำยืนขนาบอยู่ทั้งด้านซ้ายและขาวบริเวณที่ห่างจากหน้าประตูเพียงเล็กน้อย
ชายฉกรรจ์ทั้งสองต่างสวมหน้ากากสีดำและสีขาว สีดำเป็นหน้าบูดบึ้งเหมือนคนกำลังเศร้าหรือเจ็บปวด ส่วนสีขาวเป็นหน้ายิ้มที่ดูเหมือนคนมีความสุขแต่มันกลับให้ความรู้สึกน่าขนลุกอย่างบอกไม่ถูก การมาถึงของภานุที่ใส่หน้ากากยักษ์สีขาวนั้น ต่างก็ดึงดูดความสนใจของผู้เฝ้าประตูทั้งสอง ไม่ใช่เพราะหน้ากากที่แปลกประหลาดของภานุเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเครื่องแบบนักเรียนทหารที่เขาสวมด้วย
“รินทำไมเธอถึงพานักเรียนทหารมาที่นี่ล่ะ? บอสเคยเตือนแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามคนที่อายุไม่ถึงสิบแปดปีเข้ามาที่นี่”
ชายที่สวมหน้ากากสีดำได้กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มลึกและวางเปล่าถึงกับทำให้ภานุรู้สึกกลัวเกรง เขารับรู้ด้วยสัญชาตญาณทันทีว่าชายทั้งสองคนนี้ต้องไม่มีอะไรธรรมดาแน่ๆ แต่ที่ภานุคิดว่าน่ากลัวกว่าชายผู้สวมหน้ากากสีดำคือชายที่สวมหน้ากากสีขาว ซึ่งตอนนี้กำลังจ้องมองมาที่ภานุเขม็งราวกับจะกลืนกินเข้าทั้งตัว
“ไม่ต้องห่วงแบล็คฉันทำงานที่นี่มานานแน่นอนว่ามันไม่มีอะไรผิดพลาด เด็กคนนี้มาพร้อมกับจดหมายแนะนำของคุณริก”
บริกรสาวมีชื่อว่ารินหลังจากที่เธอกล่าวประโยคแรกจบเธอก็ได้หยิบจดหมายสีขาวที่ไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ กำกับเอาไว้ยื่นให้กับชายหน้ากากดำที่ถูกเรียกว่า “แบล็ค” ซึ่งภานุคิดว่ามันน่าจะเป็นชื่อปลอม เพราะทั้งสองต่างสวมหน้ากากปิดบังตัวตน
“คุณริก!? ”
แบล็คประหลาดใจเล็กน้อยในขณะที่ถือจดหมายนั่นเอาไว้ ก่อนที่จะมองภานุอย่างพิจารณาอีกที จากนั้นก็ยื่นจดหมายฉบับนั้นให้กับชายผู้สวมหน้ากากขาว
“เธอชื่ออะไร? ”
แบล็คหันมามองภานุก่อนที่จะกล่าวถาม
“ผมขื่อ ภา…”
ก่อนที่ภานุจะกล่าวชื่อเขาออกมาเขาก็นึกบางอย่างขึ้นได้ ก่อนที่เขาจะถูกสายตาของบริกรสาวสวยจ้องเขม็งมาราวกับว่าตัวเขาได้ทำบางสิ่งบางอย่างผิดพลาดไป ซึ่งเขาก็ทำผิดไปจริงๆ เพราะในโลกใต้ดินแห่งนี้เขาจำเป็นต้องใช้ชื่อปลอม
“เรียกผมว่า ยักษ์”
“ยักษ์? ”
แม้แต่แบล็คยังต้องประหลาดใจกับชื่อที่ไม่เข้ากับรูปลักษณ์ของหน้ากาก แต่เขาก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา ดูเหมือนเขาจะเป็นประเภทที่ไม่ค่อยชอบพูดมาก
“ตามฉันมาฉันจะนำทางนายเข้าไปข้างในเอง”
แบล็คกล่าวขึ้นก่อนที่จะพยักหน้าให้กับชายสวมหน้ากากสีขาวก่อนที่จะเดินตรงไปที่ประตูเหล็ก และผลักมันเปิดด้วยกำลังที่มหาศาล
“เอี๊ยด! ”
เสียงขูดกันของเหล็กที่บานประตูทำให้ภานุรู้สึกเสียวฟัน เมื่อประตูเปิดออกมันก็ยังคงคล้ายๆ แบบเดิม ข้างในเป็นทางเดินมืดที่มีแสงไฟสลัวๆ พอให้มองเห็นได้
“โชคดีนะ ขอให้เธอรอดกลับมา…”
บริกรสาวสวยกล่าวพร้อมกับโบกมือลาก่อนที่เธอจะเดินกลับขึ้นไปข้างบนโดยไม่สนใจฟังคำกล่าวลาของภานุก่อนเลย ซึ่งภานุก็ได้แต่ส่ายหัว
“ช่างเถอะเดี๋ยวก็ได้เจอกันอีกอยู่ดี”