กำเนิดจอมราชันสะท้านภพ Re

    บทที่ 59 บดขยี้(2)

            สถานการณ์ภายในป่าดาบเงียบสงบอย่างน่าอึดอัดเหมือนกับท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งรอต้อนรับการมาเยือนของพายุฝนการที่ชายหนุ่มทั้งสามคนถูกกำราบอย่างสมบูรณ์โดยเย่ฉีทำให้พวกไท่เหล่ยจำต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ทว่ามันก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาหวาดกลัว ไท่เหล่ยคือหนึ่งในผู้นำทัพรุ่นเยาว์ของยุคนี้เขาคือหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนศักดิ์สิทธิ์เวลานี้!

            สำหรับพวกเขาแล้วต่อให้เย่ฉีจะแข็งแกร่งยังไงก็คงไม่เกินไปกว่าไท่เหล่ยด้วยจำนวนคนที่มากกว่าหากไท่เหล่ยลงมือเต็มกำลังยังจะมีสิ่งใดต้องกลัวอีก? สายตาของไท่เหล่ยเองก็หรี่เล็กลงแสดงออกอย่างจริงจังขึ้นมา

            “มิน่าเล่าเจ้าถึงกล้าอวดดีถึงเพียงนี้!แต่การที่เจ้ามาหาเรื่องสมาพันธ์เจ็ดดารานั้นเจ้าคิดผิดแล้วความสามารถของเจ้ายังไม่เพียงพอที่จะทำเช่นนี้ได้!”

            กลิ่นอายของไท่เหล่ยปะทุออกมาพร้อมกับดวงตาที่แดงก่ำระฆังทองโบราณหนึ่งใบที่มีขนาดใหญ่ลอยเด่นขึ้นมากลายเป็นต้นกำเนิดพลังปราณของเขาและมันสามารถสะกดข่มได้ทุกสิ่งผู้ฝึกตนระดับบรรพบุรุษแต่ละขั้นจะถูกแทนที่การเติมเต็มด้วยระฆังทั้งเก้าใบเมื่อใดที่คนคนนั้นไปถึงจุดสูงสุดจำเป็นต้องกลั่นระฆังทองทั้งเก้าให้รวมเป็นหนึ่งเพื่อเตรียมพร้อมสู่การทลายขอบเขตนั่นก็คือครึ่งก้าวบรรพชน!

            ผู้ฝึกตนหนึ่งคนจะได้รับโอกาสเพียงหนึ่งครั้งในการร้องขอเอาพลังจากกฎโบราณสิ่งนี้คือสิ่งที่ถูกสืบทอดมาและไม่มีวันเปลี่ยนแปลงเมื่อใดก็ตามที่สั่นระฆังทองใบใหญ่นี้ก็หมายถึงการก้าวผ่านไปยังขอบเขตบรรพชนโบราณ!มันง่าย...ง่ายเป็นอย่างมาก!หากสามารถกลั่นระฆังทองใบใหญ่ได้ก็รับประกันได้ทันทีว่าจะก้าวไปสู่บรรพชนโบราณอย่างแน่นอนอย่างไรก็ตาม...มันยังมีเหตุผลอยู่ที่ทำให้คนจำนวนมากต้องเตรียมพร้อมอย่างถึงที่สุดก่อนจะสั่นระฆังใบใหญ่นี้ต่อหน้ากฎโบราณ

            กฎโบราณจะรับรองการสั่นระฆังเพียงครั้งเดียวเท่านั้นหากถูกยอมรับจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตที่แท้จริงและเปิดประตูโบราณบานแรกได้ แต่ถ้าไม่ได้รับการยอมรับจากกฎโบราณประตูบานแรกก็จะไม่ปรากฏขึ้น!คนผู้นั้นจะได้พลังของบรรพชนโบราณแต่จะไม่สามารถเปิดประตูโบราณได้และติดอยู่ในระดับนี้ไปชั่วชีวิตคนเหล่านี้ถูกเรียกว่าบรรพชนไร้ประตู

            นั่นก็คือขอบเขตการฝึกตนของผู้นำทัพในยุคนี้รวมไปถึงไท่เหล่ยด้วยเช่นกันหากสู้กันเป็นตายศัตรูจะไม่สามารถมองพวกเขาเป็นเพียงครึ่งก้าวบรรพชนได้!การต่อสู้กับผู้นำทัพเหล่านี้แม้แต่บรรพชนโบราณหนึ่งหรือสองประตูก็ยังไม่กล้าที่ลองเสี่ยงอย่าลืมว่าหากตกอยู่ในวิกฤติพวกเขายังสามารถผ่าทะลุขอบเขตได้ทุกเมื่อเลวร้ายที่สุดคือบรรพชนไร้ประตูและหากสำเร็จพวกเขาจะแข็งแกร่งอย่างก้าวกระโดดมากขึ้นกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า!

            เมื่อระฆังทองของไท่เหล่ยปรากฏขึ้นกฎโบราณจำนวนมากก็ไหลเวียนออกมาม้วนกวาดไปทั่วทั้งท้องฟ้าเป็นสัญญาณที่บอกว่ามีการปรากฏขึ้นของระฆังใบใหญ่นี่คือสิทธิพิเศษสำหรับครึ่งก้าวบรรพชนพวกเขาสามารถหยิบยืมพลังจากกฎโบราณได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

            โดยมีไท่เหล่ยเป็นผู้นำคนอื่นๆก็เริ่มปะทุกลิ่นอายออกมาเพื่อเตรียมพร้อมในการต่อสู้พวกเขาไม่คิดว่าเย่ฉีจะต่อต้านได้แต่เมื่อผู้นำลงมือพวกเขาจะยังสามารถยืนดูเฉยๆได้อย่างไร?

            “ความโอหังของเจ้าจะต้องหายไปในวันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจในความอวดดีของเจ้า!”

            รู้ว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งไท่เหล่ยก็ไม่ได้ส่งผู้ติดตามออกไปและเลือกที่จะเป็นผู้นำคนอื่นๆเข้าไปจัดการกับเย่ฉีแทนเสียงกรีดร้องจากสายลมดังขึ้นมาอย่างโหยหวนขณะที่ร่างนับสิบพุ่งฝ่าอากาศไปล้อมรอบเย่ฉีเอาไว้และหมัดที่เหมือนดวงดาวของไท่เหล่ยก็พุ่งเข้าหาเย่ฉีอย่างรุนแรง!

            ราวกับกาลเวลาที่ไหลผ่านไปถูกทำให้ช้าลงสายตาของเย่ฉีในตอนนี้สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของพวกไท่เหล่ยเหมือนกับกลีบบุปผาที่ร่วงหล่นลงจากดอกด้วยพลังที่เพิ่มขึ้นทำให้สัมผัสของเขาเฉียบคมขึ้นอีกหลายส่วนหมัดที่ห่อหุ้มด้วยแสงเหมือนดวงดาวของไท่เหล่ยนั้นเต็มไปด้วยพลังที่อัดแน่นอยู่ภายในในความรู้สึกของเย่ฉีหมัดนี้แม้แต่บรรพชนไร้ประตูก็ยังไม่กล้ารับตรงๆ เลยด้วยซ้ำ!

            ทว่า...

            มันไม่ใช่กับเขา!

            ดวงตาของเย่ฉีปรากฏภาพแห่งความทรงจำภาพหนึ่งและเงาในดวงตาของเขาก็คือภาพของหุ่นดินหุ่นดินของอ๋องลำดับที่หกภายใต้นามของจักรพรรดิขุ่ย!ร่างกายของเย่ฉีขยับเคลื่อนไปตามภาพในดวงตาเช่นเดียวกับภาพของหุ่นดินที่ปรากฏขึ้นมันคือหมัดที่เรียบง่าย...แต่แฝงเอาไว้ด้วยความทรงพลัง!หมัดของเย่ฉีพุง่ออกไปปะทะเข้ากับไท่เหล่ยอย่างซึ่งหน้า

            อำนาจจากหมัดทั้งสองต่อต้านกันส่งผลให้เกิดคลื่นกระจายออกไปเป็นวงกว้างผลักดันจนผู้ติดตามของไท่เหล่ยต้องหน้าเปลี่ยนสี!หนึ่งหมัดที่ดูเหมือนดวงดาวล่องลอยเลือนรางอยู่กลางอวกาศกับอีกหนึ่งหมัดที่ดุดันราวกับจะทำลายโลกได้ทั้งใบ!

            อากาศเกิดรอยแตกร้าวก่อนจะปะทุเป็นพลังส่วนเกินผลักดันให้ทั้งสองแยกออกจากกันด้วยแรงระเบิดไท่เหล่ยโคจรพลังภายในร่างเพื่อรักษาสมดุลแต่ก็ยังถอยกลับไปหลายก้าวกว่าจะพยุงตัวได้และในลำคอของเขายังรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือดเมื่อสายตาของเขาจ้องมองไปยังเบื้องหน้าก็ต้องเบิกกว้างขึ้นด้วยความไม่ยินยอม!

            เย่ฉียังยืนอยู่ตรงนั้น!นิ่งตระหง่านดุจขุนเขาไม่มีวันสั่นคลอน!

            “เจ้า...”

            เพียงเอ่ยออกมาได้คำเดียวเท่านั้นร่างกายของเย่ฉีก็หายไปราวกับภูตผีเหลือไว้เพียงเงาเรือนรางสายตาของไท่เหล่ยกรอกไปมาทว่าไม่ทันได้หาอีกฝ่ายเจอก็ได้ยินเสียงร้องระงมของผู้ติดตามเสียก่อน!ความเร็วของเย่ฉีเกือบจะเทียบได้กับบรรพชนโบราณแล้ว มีหรือที่รุ่นเยาว์เหล่านี้จะตามทัน?เพียงพริบตาเดียวร่างคนนับสิบก็ล้มลงระเนระราดร้องโอดครวญอยู่บนพื้น!

            “เจ้าเจ้าทำได้ยังไง...”

            ความเสียใจของเริ่มปรากฏขึ้นเมื่อไท่เหล่ยมองไปยังภาพเบื้องหน้า!ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดไท่จือจึงไม่ต้องการให้เขาเข้ามาในป่าดาบและเหตุใดเจ้าเด็กที่กลัวเขามาตั้งแต่เกิดถึงได้ดื้อรั้นเช่นนั้นทั้งหมดก็เพราะอีกฝ่ายนั้นน่ากลัวเกินไป!

            ยอดยุทธ์นั้นแลกเปลี่ยนเพียงหนึ่งกระบวนท่าก็สามารถรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายแม้ว่าเย่ฉีจะไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมดแต่มันก็ยังเหนือกว่าไท่เหล่ยอยู่หลายส่วนเดิมทีเขาคิดจะใช้จำนวนคนเอาชนะทว่าตอนนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้วแม้ว่าในหมัดแลกเขาจะไม่ได้เอาจริงแต่เขาก็รู้ได้อย่างชัดเจนว่าต่อให้ใช้กำลังทั้งหมดก็ยังไม่อาจเอาชนะอีกฝ่ายได้!

            เย่ฉีไม่ได้สนใจท่าทางของไท่เหล่ยและเดินเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆยังมีสิ่งสำคัญต้องทำดังนั้นเขาไม่ต้องการที่จะเสียเวลากับคนพวกนี้แต่ด้วยนิสัยของเย่ฉีมีหรือจะปล่อยให้คนที่มาหาเรื่องกลับออกไปเฉยๆ ?

            “ข้าแพ้แล้ว...เจ้าเจ้าจะทำอะไร?”

            ทีแรกไท่เหล่ยนั้นยิ้มออกมาอย่างขมขื่นให้กับความพ่ายแพ้และเตรียมที่จะจากไปทว่าเขาคิดง่ายเกินไป!สำหรับคนอื่นอาจจะไว้หน้าสมาพันธ์เจ็ดดาราและจบเรื่องลงด้วยการสั่งสอนเท่านี้ก็เพียงพอแล้วแต่เย่ฉีเป็นใคร? เขาจำเป็นต้องไว้หน้าสมาพันธ์ด้วยหรือ?

            “เจ้าพาคนมาหาเรื่องข้าและคิดจะจากไปเมื่อสู้ไม่ได้?เจ้าไม่คิดง่ายไปหน่อยหรือ? โลกภายนอกไม่ได้สวยหรูดั่งที่ที่เจ้าจากมา...โลกที่แท้จริงนั้นโหดร้ายกว่าที่เจ้าคิดเอาไว้เยอะ!”

            ปัง!ตูม!

            ไม่ทันได้ตอบสนองร่างของไท่เหล่ยก็เหมือนกับถูกค้อนเหล็กฟาดจนกระเด็นไปติดกับต้นดาบก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโตหมัดนี้ของเย่ฉีรุนแรงกกว่าเดิมเล็กน้อยแต่ทางไท่เหล่ยกลับไม่มีโอกาสที่จะต้านรับหลังจากค่อยๆ พยุงตัวขึ้นมาไท่เหล่ยก็จ้องมองไปยังเย่ฉีด้วยสายตาแดงก่ำพยายามระงับโทสะที่ลุกโชนอยู่ในใจตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บไม่น้อยและด้วยรู้ดีว่าไม่สามารถสู้กับอีกฝ่ายได้จึงจำเป็นต้องข่มกลั้นอารมณ์ไว้!

            “เจ้าอย่าได้บีบคั้นผู้อื่นเกินไปนัก!”

            เสียงทุ้มต่ำของไท่เหล่ยเต็มไปด้วยความโกรธแต่ก็ยังพยายามระงับเอาไว้ทว่าคำพูดต่อมาของเย่ฉีก็ทำให้สะติของเขาขาดสะบั้นไปทันที

            “หักขาข้างหนึ่งแล้วไสหัวออกไปซะ”

            ราบเรียบและเฉยเมยเสียงของเย่ฉีไม่เจือบนไปด้วยความโกรธหรือดูถูก...ไม่มีแม้กระทั่งอารมณ์ใดๆเมื่อล่วงเกินเขาก็ต้องได้รับการตอบแทน...มันก็แค่นั้น!แต่การกระทำของเขานี้ในสายตาของไท่เหล่ยกลับเป็นการเหยียบศักดิ์ศรีของเขาจนจมดิน!

            “สารเลว!เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้ากลัวเจ้า? ในเมื่อเจ้าบังคับข้าก็จงรับผลของมันซะ!”

            กฎโบราณปะทุขึ้นอีกครั้งด้วยความโกรธของไท่เหล่ยระฆังทองใบใหญ่ปรากฏขึ้นมาและสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงตามเจตนาของเขา!เสียงคำรามของไท่เหล่ยดังก้องไปทั่วทั้งป่าดาบก่อนจะถูกกลบไปด้วยเสียงระฆังที่สั่นสะเทือนไปทั้งแดนศักดิ์สิทธิ์!นี่ก็คือการร้องขอต่อกฎโบราณ!

            “จงเปิดให้กับข้า!”

            ในเวลาที่เสียงของระฆังดังออกไปนั้นท้องฟ้าก็เริ่มปั่นป่วนก่อนจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของกฎโบราณที่อัดแน่น!บนเมฆครึ้มนั้นราวกับว่ามีดวงตาขนาดยักษ์ที่กำลังจ้องมายังไท่เหล่ยเสียงกรีดร้องของสายลมเหมือนกับภูตผีจากนรกก่อนที่จะหายไปอย่างไร้ร่องรอยในเวลาต่อมาพร้อมกับกลุ่มเมฆ!

            และในเวลานี้...ที่ด้านหลังของไท่เหล่ยก็ปรากฏเป็นบานประตูอันเลือนรางที่ค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ การสั่นระฆังของเขาผ่านการรับรองจากกฎโบราณแล้ว!เมื่อใดก็ตามที่ประตูโบราณปรากฏครบถ้วนสมบูรณ์เมื่อนั้นไท่เหล่ยจะกลายเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตบรรพชนโบราณอย่างแท้จริง

            เสียงหัวเราะของไท่เหล่ยบ้าคลั่งราวกับคนบ้าการเสี่ยงดวงในครั้งนี้สำเร็จผล!เมื่อเขาตัดผ่านขอบเขตแล้วในสายตาของเขาเย่ฉีก็ไม่ต่างอะไรไปจากมดปลวก!อย่างไรก็ตาม...สายตาของเย่ฉีที่จ้องมองมายังเขานั้นก็ยังคงเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆอีกเช่นเคย...เมื่อความแข็งแกร่งไท่เหล่ยเพิ่มขึ้นทำให้เขารู้สึกราวกับภูเขาไฟในร่างกำลังระเบิดออกอาการบาดเจ็บก่อนหน้านี้ได้หายไปทั้งหมดและมันยังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอันมากล้น!

            ทว่าในตอนนั้นเองที่ใบหน้าอันยินดีของเขาต้องชะงักไปเพราะขุมพลังที่อยู่เบื้องหน้ากลับปะทุขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกัน!มองไปที่ร่างของเย่ฉีที่ถูกห้อมล้อมไว้ด้วยแสงทองจางๆพร้อมกับดวงดาวทั้งสี่ที่ลอยเด่นอยู่ด้านหลัง…ลมหายใจของไท่เหล่ยชะงักไปทันทีพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างก่อนจะหลุดพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว

            “ดารา..สะบั้นภพ?ไม่ใช่! มันคือเก้าโลกาสะบั้นภพ!”

            โดยไม่รู้ตัวว่าคำพูดนี้เองที่จะนำพาความโชคร้ายมาสู่เขา...คิ้วของเย่ฉีขมวดเป็นปมขณะจ้องมองไปยังไท่เหล่ยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปความคิดของเย่ฉีหมุนย้อนไปถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในอดีตและผูกโยงเรื่องราวของสมาพันธ์เจ็ดดาราเข้าด้วยกันอย่างช้าๆก่อนที่ภายในดวงตาของเขาจะปรากฏจิตสังหารและพูดออกมากับตัวเองอย่างแผ่วเบา...

    “ต้อง...ฆ่า!”

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดจอมราชันสะท้านภพ Re ที่คุณอ่าน

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196