ทุกสายตาที่ตอนแรกกำลังจ้องมองมาทางผมก็เริ่มเบนสายตาไปทางเวโรนิก้ากันหมด ทุกคนตอนนี้ต่างก็แสดงสีหน้าแบบตกใจปนแปลกใจออกมา
" -นั่นมันองค์หญิงไม่ใช่เหรอ ท่านเวโรนิก้า องค์หญิงมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? " " -เป็นแบบที่ได้ยินมาจริงๆ " " -ไม่คิดเลยว่าข่าวที่ได้มาจะเป็นเรื่องจริงแบบนีี้ "
เหล่าขุนนางต่างพากันพูดออกมาเหมือนกับว่าบ้างก็รู้อยู่แล้ว บ้างก็ไม่รู้ แต่ส่วนมากที่พรึมพรัมออกมามันก็รู้กันทั้งนั้น เพียงแต่ยังไม่แน่ใจกันเท่านั้นว่าเธออยู่ที่นี่จริงๆ ด้วยหลายเหตุผลยากจะอธิบาย
" ทุกท่านไม่ต้องตกใจไป วันนี้องค์หญิงจะเข้ารวมงานเลี้ยงกับพวกเราด้วย "
พอผมเริ่มพูดทุกสายตาต่างก็จับจ้องมองมาทางผม แต่หลังพูดจบทุกคนที่กำลังลุมล้อมผมอยู่ก็เดินเข้าไปหาเวโริก้าทันทีด้วยท่าทางเร่งรีบ
เป็นเหยื่อล่อได้ดีกว่าที่คิดอีกแหะ! มีประโยชน์เยอะจริงๆ
จากนั้นผมก็เริ่มกวาดสายตามองหาบารอนไวช์ที่เป็นเป้าหมายอีกครั้ง เพราะตามที่ดูรายชื่อมาหมอนี่ก็เดินทางมาด้วยเหมือนกัน แต่พอกวาดสายตามองพวกขุนนางที่รวมตัวกันอยู่ตรงเวโรนิก้า ก็ยังไม่เห็นมันยืนอยู่เลย แปลก!? ปกติคนแบบมันต้องไปรวมตัวตรงนั้นแล้วไม่ใช่เหรอ หรือว่าตอนนี้มัจะรู้ตัวแล้ว
.............
เจอจนได้!
หลังจากที่ผมเริ่มกวาดสายสักพักผมก็เจอกับมันจนได้ ตอนนี้ไวช์มันกำลังยืนถือแก้วไวน์มองตรงมาทางผมอยู่ แต่เมื่อผมมองกลับมันก็หลบตาทันทีแล้วทำเหมือนว่าหันไปคุยกับขุนนางคนอื่น
แบบนั้นดูยังไงมันก็มีพิรุธชัดๆ
เมื่อเห็นเป้าหมายผมก็เดินตรงเข้าไปหามันทันที โดยระหว่างที่กำลังเดินไปมันก็พยามเดินหนีผมแบบไม่ให้สัังเกตุอยู่ เพราะเดินวนไปวนมา
" ท่านไวช์ข้าอยากคุยกับท่าน!!!! "
ผมจึงเริ่มตะโกนออกไป ก็เล่นสะเดินไปมาจนผมขี้เกียจเดินตามแล้ว ทันทีที่เสียงผมดังออกไปขุนนางส่วนใหญ่ก็มองมาทางผม และไวช์ที่กำลังยืนอยู่ เท่านี้มันก็หนีผมไม่ได้แล้ว หึหึ!
เมื่อเดินอยู่ด้านหน้าของไวช์
" ข้ามีเรื่องที่มันสำคัญมากคุยกับท่าน ช่วยไปคุยกันที่เงียบกว่านี้กันดีกว่า "
ก็เริ่มพูดด้วยสีหน้าปั้นยิ้ม
" อะ... อ่า "
ไวช์พยักหน้าขึ้นลงแบบช้าๆ เมือนกับคนที่หมดทางเลือก แต่มันก็แน่ละ เล่นตะโกนเรียกขนาดนนี้ถ้ายังหนีอีกมันก็คนต้องโดนขุนนางคนอื่นมองไม่ดีแน่ หรือถ้ามันยังหนีอีกผมคงจะไม่คุยกับมันแบบสองคน แต่จะเล่นมันต่อหน้าขุนนางทุกคนในห้องนี้นี่แหละ !
###############
ด้านนอกงาน
ผมพาไวช์เดินออกมาที่ด้านนอกงานที่เป็นหน้าต่างระเบียงที่ยืนออกมาจากคฤหาสน์เล็กน้อย บรยกาศตอนนี้เป็นช่วงเย็นมีแสงอาทิตย์่อ่อนๆ สองกระทบกับพื้นดินสวยงานเป็นแสงสีส้ม จนผมเผลอมองมันจนลืมไวช์ไปแวบว่าไวช์เดินมาด้วย เพราะเมื่อชาติก่อนไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เลยสักครั้ง แค่หาวันหยุดจากการทำงานก็แทบจะไม่มีแล้ว
แต่ก็ช่างเถอะยังไงตอนนี้เราก็ต้องจัดการเรื่องตรงนี้ก่อน เอาไว้มีเวลาค่อยมาผ่อนคลายที่นี่แล้วกัน เจอที่ดีๆแล้วสิ!
" เจ้ารู้ไหมว่าทำไมถึงโดนเรียกมาคุยที่นี่ "
ผมเริ่มพูดโดยขณะที่กำลังหันหลังให้กับไวช์อยู่
" ...มะ ไม่รู้ "
" งั้นก่อนจะเริ่มกันเรามาคุยเรื่องที่มันสนุกๆ กันก่อนดีกว่า "
ผมเริ่มหันกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มแบบมีนัย แล้วก็พูดต่ออีก
" ข้าเคยได้ยินมาว่ามีขุนนางคนนึงที่มีอณาเขตปกครองในตอนเหนือของอณาจักร มีเมีย 3 คน และลูกอีก 5 คน จริงสิ!!! แล้วยังมีลูกนอกสมรสที่หมอนั่นไปมั่วกับพวกคนใช้อีก 2 คน- "
" ท่านต้องกะ- "
" ใจเย็นสิเรื่องมันยังไม่จบเลย บารอนคนนั้นชีวิตก็ดูเหมือนมีความสุขมาก แต่ว่าอยู่มาวันหนึ่งคฤหาสน์ก็โดนบุกปล้น ลูกเมียตายหมดรวมถึงพวกลูกนอกสมรส ตัวของขุนนางคนนั้นเองก็ต้อง ตาบอด แขนขาด ขาขาด แต่ยังไม่ตาย เจ้าเคยได้ยินเรื่องแบบนี้ไหม? "
" ไม่! "
ไวช์ตอบมาด้วยน้ำเสียงอารมณ์เสีย
" ก็ใช่นะสิมันยังไม่เกิดขึ้นเลย แต่ว่ามันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้ใครจะไปรู้ จริงไหม... แต่แล้้วขุนนางคนนั้นดันใช้ชื่อเดียวกับเจ้าด้วยนี่สิ เฮ้อ~... "
" ท่านกำลังขู่ข้าอยู่เหรอ? "
" ขู่? ข้าจะไปทำแบบนั้นทำไม แต่ว่าเรื่องที่ข้าจะคุยต่อไปนี้มันจะเป็นตัวบ่งชี้เองว่าเรื่องที่ข้าพูดไปมันจะเกิดขึ้นกับแกไหมต่างหาก นี่ไม่ใช่การขู่ หรือการต่อรองอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ถ้าแกตอบอะไรที่ไม่ใช่ความจริง ชีวิตของแกก็จะจบสิ้นทันที "
ใบหน้าของไวช์ดูหน้าเสียขึ้นทันทีเมื่อผมพูดจบ แล้วก็เริ่มพูดออกมาว่า " ท่านต้องการรู้เรื่องของวันนั้นใช่ไหม วันที่พ่อกับแม่ของท่านเดินทางไปงานเลี้ยงของข้า "
หึหึ! รู้สึกจะไม่ต้องพูดอะไรอ้อมค้อมแล้วสิ!