ชายหนุ่มที่ยืนด้านข้างนายกอง แค่นเสียงออกมาดังก้อง "พวกเจ้าไม่ได้ยินที่นายกองของพวกข้ากล่าวพูดหรืออย่างไร ว่าใครเป็นผู้นำของพวกเจ้า"
ชายหนุ่มขั้นเทพสวรรค์อีกทิศทางหนึ่งขำออกมาในทันที "ฮ่าๆ เกรงว่าพวกมัน คงจะกลัวพวกเราจนฉี่ราดแล้วกระมัง"
ด้านเทพสวรรค์ชรา ผู้ทำหน้าที่คุมกองกำลัง ครั้นได้ยินเขาหน้าบูดบึ้งอยู่ไม่น้อย ก่อนจะหันมาสบตามองอี้เฉินอยู่แวบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่ได้ ท้วงติงสิ่งใดออกมา เขาตะโกนก้อง บอกกล่าวกลุ่มคนต่างดินแดน ออกไปอย่างไม่มีหวาดเกรง "ข้าเองที่เป็นผู้นำ ของกองกำลัง แต่พวกเจ้าอย่าได้คิด ดูถูกพวกเราเชียว"
นายกองขั้นเทพสวรรค์ ครั้นได้ยินเขาหันไปจ้องมอง เทพสวรรค์ชราผู้นำด้วยสายตาคมกล้า "หืม! เจ้าช่างโอหังนัก เป็นแค่เทพสวรรค์ ชั้นปลายแถว ริอ่านมาเป็นผู้นำ ช่างสามหาวนัก ..หรือคนดินแดนเทพ มันจะมีแต่พวกที่ไม่เอาไหนกัน"
สิ้นคำพูดของนายกอง ร่างที่ไหววูบของเขาก็หายวับ ออกไปปานสายฟ้าฟาด พุ่งปราด เข้าไปหาเทพสวรรค์ชราในเสี้ยววินาที พร้อมกับส่งกำปั้นที่อัดแน่นไปด้วยปราณพลังที่มืดทมิฬ เข้าใส่เทพสวรรค์ชราในทันใด
ด้านเทพสวรรค์ชรา เขารับรู้ถึงความตายในเสี้ยววินาที ทว่าด้วยการโจมตีกะทันหัน ทำให้เขาตั้งตัวไม่ทัน ครั้นเห็นหมัดสั่งตาย ลอยมาอยู่เบื้องหน้า จิตวิญญาณภายในร่าง จึงกรีดร้องถึงความตายขึ้นมาอย่างหนัก
"เจ้าจงตายเสีย!"
อี้เฉินที่อยู่ข้างๆ เทพสวรรค์ชรา เขาคลี่ยิ้มออกมากว้างในทันใด เมื่อเห็นศัตรูพุ่งเข้ามา หาความตายเฉกเช่นนี้ ก่อนเขาจะเอื้อมฝ่ามือ หยุดหมัดของนายกองผู้นั้นไว้อย่างฉับพลันในเสี้ยววินาที เสียงปัง!ดังกึกก้องชั้นฟ้าในทันใด
แม้อี้เฉินจะหยุดหมัดนั้นไว้ได้ แต่มันก็ทำให้ฝ่ามือของเขา เกิดความเจ็บปวดรวดร้าวขึ้นมาไม่น้อย ทว่านายกองผู้นั้นเขาก็ยังไม่หยุด พยายามจะดันกำปั้นเข้าโจมตีชายชราให้ได้
"หืม!! เจ้ากล้าหยุดหมัดของข้าไว้ เช่นนั้นหรือ"
ศัตรูต่างดินแดนที่มองชม ต่างก็คลี่ยิ้มกันออกมากว้าง มองว่าอี้เฉินที่สอดมือเข้ามาขวาง รนหาที่ตายเสียมากกว่า "ฮ่าๆ มันตายแน่"
แต่เมื่อนายกองขั้นเทพสวรรค์ เตรียมจะส่งปราณพลัง เข้าไปภายในกำปั้นที่หมุนควง หมายมั่นจะบดขยี้สิ่งที่ขวางหน้าให้แหลกลาญ เขากลับต้องหยุดกะทันหัน เมื่อจิตวิญญาณ ภายในร่างกรีดร้องถึงความอันตราย จากชายหนุ่มผมขาว ก่อนเขาจะรีบถอยออกห่างจากอี้เฉิน ทว่าก็ไม่ทันการเสียแล้ว
อี้เฉินเอ่ยเสียงเรียบออกมาในทันใด "เหมือนว่ามันจะสายเกินไปแล้ว พวกเจ้าไปเอาจอมยุทธ์ มีชื่อมาเพิ่มดีกว่ากระมัง" ฉับพลันฝ่ามืออี้เฉินก็หมุนควงหอก ทิ่มแทงออกไปในทิศทางด้านหน้าอย่างรุนแรง เสียงแหวกอากาศดังออกมาหวีดแหลม ส่งให้หอกเลือดพุ่งตรงดิ่ง เข้าใส่กลางหน้าอก นายกองขั้นเทพสวรรค์ เข้าอย่างจัง
เสียง ฉัวะ!! ดังออกมาหนักแน่น ก่อนร่างนายกองขั้นเทพสวรรค์ จะแตกระเบิดกลายเป็นหมอกเลือด จากไปด้วยความน่าอดสู
รอบด้านต่างก็ตื่นตะลึง จนดวงตาเบิกออกกว้าง กว่าที่เคยเป็น บรรยากาศพลันเงียบงันลงไปในทันใด จากภาพเบื้องหน้าในไม่กี่เสี้ยววินาที ที่พวกเขาเห็น กลุ่มคนต่างดินแดน ต่างก็ไม่คาดคิด นายกองผู้หนึ่งจะตายตกในการโจมตีเดียว เฉกเช่นนี้
ก่อนที่กลุ่มศัตรูจะได้สติกลับมา น้ำเสียงหนึ่งจึงตะโกนออกมาก้องทั่วทุ่งหญ้าสีเลือด "เจ้า! เจ้า! เป็นไปได้อย่างไร หรือว่าเจ้า จะเป็นจอมยุทธ์ผู้สูงส่ง พวกเราถอยเร็วเข้า พวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาในยามนี้"
อี้เฉินแค่นเสียงแข็งกร้าวออกมาในทันที "พวกเจ้าจะไปไหน" ฉับพลันฝีเท้าที่อี้เฉินก้าวเดินออกไป ส่งเสียงปังดังออกมากึกก้อง ทำให้จอมยุทธที่ลอยตัวเหนือท้องฟ้า ร่างถูกกฎเกณฑ์บางอย่างกดทับอย่างรุนแรง ร่วงลงมาคืบคลาน ยังพื้นเบื้องล่างในทันใด จากเสียงฝีเท้าที่อี้เฉินเหยียบย่ำไปบนพื้นพสุธา แฝงไว้ด้วยอักขระของกฎเกณฑ์ฟ้าดินที่แผ่ซ่านออกมาไม่ขาดสาย แปรเปลี่ยนเสียงฝีเท้าเป็นการโจมตีรูปแบบหนึ่งขึ้นมา
"อ๊ากๆ เจ้า! เจ้า! ช่างใจกล้าห่อฟ้านัก ถึงกับให้พวกเรา ลงมาเหยียบย่ำยังพื้นดินเบื้องล่าง เลยเช่นนั้นหรือ"
อย่าว่าแต่พวกศัตรูเลยในยามนี้ แม้แต่พวกเดียวกันเองก็ยังหวาดกลัวในตัวอี้เฉิน มาพร้อมเสียงหมู่ชน กลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ ก่อนกลุ่มคนดินแดนเทพ จะจับศาสตราวุธในมือไว้จนแน่น เมื่อเห็นโอกาส ต่างก็พากันเข่นฆ่าศัตรูออกไปด้านหน้ากันอย่างบ้าคลั่ง
เสียง "ฆ่า!"ถูกคำรามออกมาดังกึกก้อง จนรอบๆ เกิดจลาจลย่อมๆ ส่งแรงกระเพื่อมไหวไปทั่วบริเวณ
เพียงเวลาไม่นาน เนื้อตัวอี้เฉิน กับจอมยุทธ์คนอื่นๆ เริ่มที่จะแต่งแต้มไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน ส่งให้บริเวณแห่งนี้ กลายเป็นลานโลหิตสีแดงชาด สดใหม่อีกครา พร้อมกับสายตาของคนดินแดนเทพ ที่เลื่อมใสในตัวอี้เฉินอยู่ไม่น้อย เมื่อเห็นเขาเข่นฆ่าสังหาร ศัตรูออกไปด้านหน้า อย่างไม่มีหวาดเกรง
ราวกับเห็นอสูรร้ายที่หลุดออกจากกรงขัง เข้าเข่นฆ่าสังหารผู้คน รอบด้านฉีกกระชากสวรรค์ปฐพี จนสั่นไหว ก้าวเดินเข่นฆ่าศัตรูออกไปโดยลำพังอย่างไม่มีหวาดเกรง
จากพลังรบที่มากเกินการคาดเดาของอี้เฉิน ทำให้เหล่าศัตรูล่าถอยอย่างต่อเนื่อง เสียขวัญจนแตกกระเจิง หนีเตลิดไปทิศทางต่างๆ ในทันใด อี้เฉินที่หอบหายใจหนักถี่อยู่ไม่น้อย หยุดการฆ่าสังหาร เช็ดเลือดเปรอะเปื้อนบริเวณใบหน้า ออกในทันใด ก่อนไต่ถามชายชราขั้นเทพสวรรค์ ที่ตามติดตัวเขามาไม่ห่าง พร้อมกับกลุ่มคนที่ประจันหน้า ฆ่าสังหารศัตรูต่างดินแดน
"ท่านจะเอาเช่นไร ไม่ช้าพวกเขาต้องรวมกองกำลังมาต่อสู้กับพวกเรา อีกคราเป็นแน่"
ชายชราขั้นเทพสวรรค์ เขาพยักหน้ารับคำอี้เฉิน จริงอย่างที่อี้เฉินว่า หากพวกเขาไม่รีบทำอะไรสักอย่าง ไม่ช้าจะกลายเป็นพวกเขาที่ถูกปิดล้อมอีกครา จากการอยู่ท่ามกลางฝูงศัตรูนับไม่ถ้วน "เราต้องถอยกลับไปรวมตัว กับกลุ่มคนตระกูล อี้"
"เช่นนั้น พวกเจ้าออกเดินทางกันไปก่อนเลย ข้าจะอยู่ถ่วงเวลาศัตรูให้เอง"
ชายชราขั้นเทพสวรรค์ มีสีหน้าเคร่งเครียด อยู่ไม่น้อย ก่อนไต่ถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง"เจ้าเอาจริงหรือ หนุ่มน้อย"
อี้เฉินพยักหน้าอย่างไม่ลังเล 'หากคนตระกูล อี้ ไม่ได้กำลังสนับสนุน พวกเขาก็จะแย่เช่นกัน คนที่หนีรอดเกรงว่า พวกเขาคงจะไปบอกคนภายในค่ายทหารแล้วในยามนี้ ว่ามีผู้สูงส่งอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ ไม่ช้าบริเวณที่เขาอยู่จะกลายเป็น ฉากการต่อสู้ที่หนักหน่วงของผู้สูงส่ง' "พวกเจ้ารีบไปสมทบคนตระกูล อี้ เถอะ ข้าจะถ่วงเวลาให้พวกเจ้าเอง"
ชายชราคำนับมาให้อี้เฉิน ขอบคุณในความเสียสละของเขา "เช่นนั้นโปรดเจ้า รักษาตัวด้วย"
คนอื่นๆ เองก็กล่าวพูดขึ้นมาเช่นกัน "สหายรักษาตัวด้วย"
"สหายเจ้า รักษาตัวด้วย" ก่อนพวกเขาจะสืบฝีเท้าจากลาจากสถานที่แห่งนี้ไป
อี้เฉินเขาที่เห็นกลุ่มคน สืบฝีเท้าจากลาไปจนลับสายตา เขานั่งลงฟื้นคืนปราณพลังในทันใด ...เพียงเวลาไม่นานเขาก็รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของเทพสวรรค์ สืบฝีเท้าตรงดิ่งมายังสถานที่ ที่เขาอยู่ราว6คน พร้อมกับเสียงฟึบ! ที่ดังออกมาก้องทั่วทุ่งหญ้า ก่อนจะปรากฏ ร่างเทพสวรรค์ทั้ง6ตน ออกมาสู่สายตาอี้เฉิน
พวกเขาเหล่านั้นล้วนไม่ธรรมดา ปลดปล่อยริ้วคลื่นแห่งความน่าคร้ามเกรง ออกมาไม่ขาด แผ่ซ่านออกมาทั่วสารพางค์กาย ให้ความรู้สึกที่วิเศษ ไม่เหมือนจอมยุทธ์ ที่อี้เฉินเคยพบเคยเจอมาก่อนหน้านี้เพียงนิด ราวกับเป็นราชันโบราณ ย่างกายมาเยือนก็มิปาน
ด้วยสายเลือดของพวกเขาที่เดือดพล่าน กดข่ม สรรพชีวิตรอบด้านออกมาไม่ขาด บ่งบอกได้เลยว่าพวกเขาเป็นสายเลือดสัตว์อสูรบรรพกาลสายเลือดแท้จริง
จินเทียนตี้ เลือดภายในกายเขาถูกกระตุ้นขึ้นมาน้อยๆ ในทันใด เหมือนว่าชายหนุ่มผมขาว ที่อยู่เบื้องหน้าจะมีสายเลือดของมังกรแท้จริง ไหลเวียนอยู่ภายในกายเฉกเช่นเดียวกับเขา แต่ไม่เข้มข้นเท่าตัวเขา ก่อนชายหนุ่มจะแค่นเสียงแข็งกร้าวออกมาดังก้อง "เจ้าช่างโอหังนัก อยู่ต่อหน้าพวกเรา เจ้ายังจะกล้าหลับตา ต่อหน้าผู้สูงส่งอย่างพวกเราอีก"
ทว่าหญิงสาว ภายในกลุ่มกับมีสีหน้าตกอกตกใจไม่น้อย เมื่อเห็นใบหน้าของอี้เฉินชัดๆ อีกครา นางจดจำอี้เฉินได้ในทันใด หลินจีนางไม่คิดว่าชายหนุ่มที่ก่อปัญหาในยามนี้ จะกลายเป็น อี้เฉินคนที่นางพบเจอ ภายในเหมืองล้างเมื่อ15ปีก่อนเสียได้ มันช่างเกินคาดของนางจริงๆ