“ฉินเฉาวันนี้นายอยู่เวรกลางคืน! ทุกคนกลับบ้านได้!”
เป็นเรื่องแน่นอนเมื่อกระบองไฟฟ้าหวังกลับมา ทันใดนั้นมันก็เริ่มจัดการฉินเฉาทันที
“โทษที เมื่อวานฉันอยู่เวรไปแล้ว วันนี้ไม่ใช่เวรฉัน” ฉินเฉานั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้ ไม่สนใจคำสั่งของกระบองไฟฟ้าหวัง
“นี่เป็นคำสั่ง!”
“โทษที นายเป็นแค่หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย ไม่ใช่หัวหน้ากองตำรวจแล้วฉันก็ไม่ใช่ตำรวจ” ฉินเฉาทำสัญญาณมือเหมือนอันธพาล “วันนี้ฉันจะไม่อยู่เวรกลางคืน แล้วนายจะทำไม?”
“บังอาจ! บังอาจเกินไปแล้ว!” กระบองไฟฟ้าหวังโมโห กระบองไฟฟ้าในมือส่งเสียง ‘แกร็ก ๆ ’ ออกมา “ฉินเฉา ฉันจะบอกอะไรให้ หวังเหวินคุนเป็นหัวหน้าของที่นี่!”
“หัวหน้า?” ฉินเฉาขมวดคิ้ว เชิดคางขึ้นมองกระบองไฟฟ้าหวัง “นายคิดว่านายเป็นหัวหน้าแก๊งหรือไง?” หลังจากนั้นเขาชี้นิ้วไปที่กระบองไฟฟ้าหวัง แล้วก็ชี้ไปที่สำนักงานรักษาความปลอดภัย “ทำไมพวกเราไม่เข้าไปคุยกันข้างในล่ะ ไปยืนยันกันว่าใครกันแน่ที่เป็นหัวหน้า?”
“นะ...นาย..” สีหน้าของกระบองไฟฟ้าหวังเปลี่ยนเป็นขาวซีด จากมันก็นึกขึ้นมาได้ถึงตำแหน่งของตัวเอง ความยโสโอหังก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง มันพูดกับฉินเฉาอย่างดุร้ายว่า “ฉินเฉา นายคิดว่าฉันจะกลัวนายหรือไง! ฉันมีผู้อำนวยการเป็นแบ็ค ฉันไม่กลัวอะไรทั้งนั้น! อย่าคิดว่าไม่มีใครรู้ว่านายกำลังล่อลวงอาจารย์ซูจี บางทีที่อวี๋เชี่ยนตายก็เป็นเพราะนาย บางทีเด็กในท้องของเธออาจเป็นลูกนายก็ได้ใครจะรู้!”
“บัดซบชาติชั่วเอ๊ย!” เมื่อได้ยินคำพูดนี้สติสัมปชัญญะของฉินเฉาก็ขาดทุนทันที เขากระโดดขึ้นไปบนโซฟาราวกับพายุ รีบพุ่งเข้าไปตรงหน้าหวังเหวินคุน มันตกใจสุดขีดฟาดกระบองออกไปอย่างไม่ตั้งใจ
ฉินเฉาแค่สะบัดมือ ทันใดนั้นกระบองไฟฟ้าก็ปลิวละลิ่วไปไกล กระบองไฟฟ้าปลิวไปเหมือนกับดาวตก พร้อมกับเสียงดัง ‘ปัง’ มันฟาดเข้ากับกำแพงถัดจากพวกเขา เศษกำแพงหลุดร่วงลงพื้นทำให้เหล่ายามที่อยู่ใกล้กลัวจนแทบอึราด
ตอนนี้ฉินเฉาอยู่ในขั้นวิญญาณปีศาจ แม้ว่าเขาจะไม่เปลี่ยนร่างเป็นปีศาจ เขายังคงสามารถใช้พลังของปีศาจได้เต็มที่ ถ้านับตาม 9 ขั้นของสวรรค์ในคำสอนของพระพุทธศาสนาแล้ว ตอนนี้ฉินเฉาอยู่ในขั้นหลอมลมปราณ (ขั้นที่ 2)
หลังจากปัดกระบองไฟฟ้าปลิวไป ฉินเฉาจับคอกระบองไฟฟ้าหวังยกขึ้นด้วยมือเดียว ยกเนื้อ 200 จิน ขึ้นกลางอากาศมองมันอย่างเย็นชา
“กระบองไฟฟ้าหวัง อย่าคิดว่ากลายเป็นหัวหน้าแล้วจะยิ่งใหญ่! จะบอกให้ฉันคนนี้สามารถฆ่าแกเป็น 100 ครั้งด้วยวิธีที่ต่างกัน!”
จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงดัง ‘ปัง’ ฉินเฉาทุ่มกระบองไฟฟ้าหวังลงพื้น กระบองไฟฟ้าหวังนอนกุมท้องอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด มันเป็นคนขี้เกียจตั้งแต่ยังเด็ก ไม่เคยออกกำลังกาย ที่ได้เป็นหัวหน้าก็เพราะความสัมพันธ์ฉันญาติถึงทำให้มันมีตำแหน่งนี้ เมื่อถูกฉินเฉาจับฟาดลงกับพื้นครั้งนี้ มันก็รู้สึกเหมือนกับก้นจะแตกเป็นแปดเสี่ยง ๆ
“ฉะ ฉินเฉา ฉันไม่คิดเลยว่าแกจะกล้าลงมือกับฉัน! ฉะ ฉันจะไปรายงานเรื่องนี้ให้ผู้อำนวยการซูรู้ ฉันจะทำให้แกถูกไล่ออก จากนั้นแกจะถูกตำรวจจับ!”
“ฉันลงมือกับนาย?” ฉินเฉายิ้มแล้วผายมือออก จากนั้นเขากุมไหล่กระบองไฟฟ้าหวังแน่นด้วยมือเดียว แล้วอีกมือตบหน้าอ้วน ๆ มันรู้สึกว่ามือของฉินเฉาเหมือนกับกระแสไฟฟ้า เขาสั่นถึงกับสะท้านกับแรงตบนี้
“ใครหน้าไหนเห็นว่าฉันลงมือกับนาย? นี่เพื่อน มีใครเห็นฉันลงมือกับหัวหน้าหวังที่เคารพรักบ้างมั้ย?”
เหล่ายามรอบ ๆ ต่างพากันปกปิดความไม่พอใจต่อกระบองไฟฟ้าหวังมาเป็นเวลานาน แล้วตอนนี้ในที่สุดก็มีคนสามารถชำระแค้นให้พวกเขา เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะมีความสุขที่จะทำตามคำขอ
ดังนั้นเมื่อฉินเฉาถามคำถาม พวกเขาก็ส่ายหัวพวกเขา หนึ่งในยามที่อายุน้อยที่สุดชื่อจางลี่พูดอย่างเย็นชาว่า “อ้าว เมื่อกี้ผมเห็นคุณหวังหกล้มเองชัด ๆ หัวหน้าหวัง คุณไม่เป็นไรนะ? ให้พวกเราพาคุณไปโรงพยาบาลมั้ย?”
“พวกแก...พวกแก” ภายใต้สถานการณ์ที่กดดันจากทุกคนนี้ หวังเหวินคุนรู้แล้วว่าตอนนี้มันกำลังถูกต่อต้าน ดูเหมือนว่าฉินเฉาจะเป็นศัตรูที่แท้จริง
“พวกนายรอก่อนเถอะ!” เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้ หวังเหวินคุนทำได้แค่เพียงช่วยเหลือตนเอง แล้วหนีไปอย่างเงียบ ๆ
เหล่ายามหัวเราะ หลังจากถูกกระบองไฟฟ้าหวังกดขี่มานาน ในที่สุดวันนี้พวกเขาก็ได้ปลดปล่อยความไม่พอใจของพวกเขาแล้ว
“ขอบคุณ พี่น้อง” ฉินเฉารู้สึกยินดีที่เหล่าเพื่อนร่วมงานอยู่ข้างเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มน้อยที่ชื่อจางลี่ จางลี่มีอายุแค่ 18 ปี
เป็นอายุที่เต็มไปด้วยความชอบธรรม
ฉินเฉากุมมือ “หลังจากเลิกงาน ฉันอยากจะเชิญทุกคนไปดื่มกัน โปรดรับคำเชิญนี้ แล้วอย่าลืมมากันด้วยล่ะ!”
“ดี ดี!” จางลี่รีบพูด “พี่ฉินเชิญพวกเราไปดื่มทั้งที แล้วพวกเราจะปฏิเสธได้อย่างไง ในตอนนั้น พี่ฉินคงไม่กลัวนะ ถ้าพวกเราจะเติมกระเพาะของพวกเราให้เต็มน่ะ”
“ใช่แล้ว! ใช่แล้ว!” เหล่ายามต่างส่งเสียงเห็นด้วย แม้ว่าฉินเฉาเพิ่งจะทำงานมาไม่กี่วัน เขาก็ทำให้ผู้คนเหล่านี้นับถือเขาได้แล้ว แม้ว่าท่าทางจะดูออกไปทางห่าม ๆ แต่พวกเขายังคงเห็นร่องรอยของความเป็นฮีโร่ที่เขาซ่อนเอาไว้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกเขาได้ยินข่าวลือ เรื่องอาจารย์ซูจีมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับฉินเฉา ทุกคนในโรงเรียนรู้ว่าซูจีเป็นน้องสาวของซูเฟย แล้วโรงเรียนนี้ก็เป็นของพวกเขา บางทีวันหนึ่งฉินเฉาอาจกลายเป็นลูกเขยตระกูลซู ด้วยแบ็คที่ดี ๆ แบบนั้น พวกเขาไม่ปฏิเสธที่จะสร้างความสัมพันธ์กับเขาตอนนี้
“โชคไม่ดีที่เดี้ยนบาดเจ็บ เลยดื่มด้วยไม่ได้” เฉินหยิงหยางที่นั่งอยู่ที่นี่พูดด้วยความไม่พอใจ
“ดีแล้วที่คุณดื่มไม่ได้ ถ้าคุณดื่มมากไป พวกเราจะไม่ปลอดภัย!” ทันใดนั้นจางลี่ก็ปล่อยมุกออกมา
“ไปตายซะ! เด็กอย่างนายจะไปรู้อะไร!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า จางลี่ระวังเถอะ ถ้าหัวหน้าเฉินดื่ม เดี้ยนจะเข้าไปหานายเป็นคนแรก”
“อ๊า! ผมจะดื่มให้ตายไปเลย!”
“ไอ้พวกคนบ้า! เอาเดี้ยนมาล้อเล่น พวกนายทั้งหมดต้องช่วยฉันดื่มให้ได้!”
เหล่ายามต่างพากันหัวเราะ ฉินเฉาก็หัวเราะกับพวกเขาไปด้วย แต่ไม่มีใครสังเกตรอยยิ้มในดวงตาของฉินเฉาที่ซ่อนความต้องการฆ่าไว้ภายใน
‘แม้ว่าฉันไม่มีความสามารถช่วยคน แต่ก็มีความสามารถพอจะฆ่าคน!’ นี่เป็นคำที่ฉินเฉาเคยพูดกับโรซี่
หลังจากที่ก้าวเข้าสู่ขั้นหลอมลมปราณ ความสามารถในการดื่มเพิ่มขึ้น ถ้าให้พูดก็คงประมาณว่า 1000 แก้วไม่เมา หลังจากที่ไปดื่มกับเหล่ายามที่ร้านเหล้า ในที่สุดเขาก็ปั่นจักรยานกลับบ้าน
เมื่อกลับมาถึงอพาร์ทเม้นท์ ฉินเฉาเอากล่องพลาสติกออกมาจากใต้เตียง มันมีเสื้อหนังสีดำอยู่ข้างใน เสื้อหนังสีดำตัวนี้อยู่กับเขามาตั้งแต่เรียนจบ เมื่อเขาจะไปสัมภาษณ์งานครั้งแรก แฟนเอาเงินเก็บของพวกเขามาซื้อให้เป็นของขวัญ
โชคไม่ดี แม้ว่าเขาจะเป็นคนแรกที่เข้าสัมภาษณ์ แต่ท้ายที่สุดงานก็ตกเป็นของคนอื่น
เสื้อตัวนี้เขาได้ใช้แค่ครั้งเดียว พร้อมกับการจากไปของแฟนสาว มันก็ถูกเขาเก็บไว้ในกล่องตั้งแต่ตอนนั้น
“ตลอดมา แกติดตามฉันผ่านความยากความลำบากมาด้วยกัน...” ฉินเฉาถือแล้วสูดกลิ่นเสื้อหนังสีดำ พร้อมกับพึมพำ “ตอนนี้ ฉันกำลังจะทำบางสิ่งที่โลกต้องสั่นสะเทือน แกเป็นสิ่งเดียวที่เธอทิ้งไว้ให้ฉัน ฉันอยากให้แกเป็นพยานในสิ่งที่ฉันจะทำ...”
ฉินเฉาสวมเสื้อหนังสีดำ ออกจากบ้าน แล้วไม่นานก็หายไปกับความมืด
....................
มันก็ผ่านครึ่งเดือนแล้ว ตั้งแต่อวี๋เชี่ยนตาย ครึ่งเดือนมานี้ ภายในครอบครัวของอวี๋เชี่ยน ทุกคนตกอยู่ในความสงบที่แปลกประหลาด
ฉินเฉาไปทำงานตามปกติพูดคุยหัวเราะกับเพื่อนร่วมงาน บางครั้งก็จะแซว ๆ แหย่ ๆ หูหลี่ลี่แล้วฟางเหวิน 2 สาวสวยเป็นครั้งคราว แต่ซูจีตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาพบกัน เธอก็หายไปอย่างปริศนา ไม่มีใครรู้ว่าเธอไปไหน ไม่ทิ้งไว้แม้แต่รอยเท้า
ฟางหัวกับหลิวชวนก็ไม่มาโรงเรียนหลายวันแล้ว ฟังจากข่าวลือที่นักศึกษาพูดกัน ฟางหัวถูกครอบครัวย้ายโรงเรียน เขาเตรียมตัวไปเรียนต่อต่างประเทศ
“อยากจะหนีงั้นเหรอ?” ทุกครั้งที่เขาได้ยินข่าวลือนี้เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้
“เหมือนเขาจะเป็นแค่ลมร้อนหอบหนึ่ง” หลังจากสังเกตฉินเฉามาหลายวัน ซูเฟยที่กำลังนั่งอยู่ในออฟฟิศของเธอ กำลังจิบกาแฟไอแลนด์จากแก้วอย่างระวัง “ฉันคงระแวงมากไป ถึงยังไงเขาก็เป็นแค่ยามธรรมดา ผู้ชายคนเดียวจะมาแหกกฎสวรรค์ได้ยังไง?”
ซูเฟยไม่รู้ว่า ฉินเฉากำลังหย่อนเบ็ดอย่างช้า ๆ เขาเหมือนกับนักตกปลาที่อดทนรอคอยให้ปลามากินเหยื่ออย่างใจเย็น
แม้ว่าเขาจะรอได้ แต่คนอื่นกลับรอไม่ได้
..................
ในตอนนี้ ในไนต์คลับที่มีชื่อเสียง เมืองเจียงซูใต้
“นายน้อยฟาง พวกเราตามหามาร่วมเดือนแล้ว แต่ยังคงหาหัวเทียนไม่พบ”
ผู้จัดการในชุดสูทสีดำยืนอยู่ในห้องคาราโอเกะ พูดกับฟางหัวที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาขณะที่เพลิดเพลินกับบริการของสาวสวย
“เลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ!” ฟางหัวที่กำลังเพลิดเพลินกับร่างกายท่อนล่าง คิ้วขมวดแน่น “เจียงซูใต้นี่ใหญ่มากนักหรือไง แม้กระทั่งคน ๆ เดียวพวกแกก็หาไม่เจอ? แล้วฉันจะเก็บพวกแกไว้ทำไม เทียบไม่ได้กับการเก็บสาวสวยไว้สองคน อย่างน้อยพวกเขาก็ทำให้นายน้อยคนนี้พอใจได้”
“นายน้อยฟางอย่าเพิ่งโมโห” ผู้จัดการพูดอย่างเร่งรีบว่า “พวกเราไปหาหัวเทียนที่บ้านมาหลายครั้งแล้ว หัวเทียนคนนี้เป็นลูกกตัญญู แม่แก่ ๆ ยังอยู่ที่บ้าน ถ้ามันมีชีวิตเป็นไปไม่ได้ที่มันจะไม่กลับมาดูแลแม่”
“โธ่โว้ย! พวกนักเลงโสโครกมันจะเป็นลูกกตัญญูได้ยังไง?” ฟางหัวยิ้มที่มุมปาก “ฉันคิดว่ามันกลัวฉันตามไปจัดการมันมากกว่า ตอนนี้มันคงหนีไปแล้ว”
“เป็นไปไม่ได้ ผมเข้าใจหัวเทียนคนนี้ดี แม้ว่าบุคลิกจะดูไม่ดี แต่มันเป็นลูกกตัญญูมาก”
“ไอ้เวร แกจะเข้าใจอะไร! แกเข้าใจมัน แต่หามันไม่เจอ!” ฟางหัวฟิวส์ขาด เขาหยิบแก้วไวน์แล้วขว้างไปที่หน้าของผู้จัดการ
“นายน้อยฟาง อย่าเพิ่งโกรธ เค้ากลัว!” สาวน่ารักถอนปากของเธอจากฟางหัวพูดขึ้น
“กลัว? ดีแล้วที่เธอกลัว!” ฟางหัวหัวเราะ กดหัวของเธอแล้วพูดว่า “เธอคิดว่าฟางหัวคนนี้เป็นใคร เป็นนายน้อยของบริษัทฟาง! ลูกบุญธรรมของเฉินสี ฉันบอกให้มันตาย มันก็ต้องตาย”
“ใช่ ใช่แล้ว นายน้อยฟางสุดยอด! เค้าเคารพคุณจริง ๆ!”
“ถ้าเธอเคารพฉันจริง ๆ ให้ฉัน ‘กิน’ ของหวานของเธอ ถ้าเธอทำให้นายน้อยฟางมีความสุข ฉันจะซื้อของที่เธอต้องการให้!”
“ได้ ได้ค่ะ นายน้อยฟางดูฉันนะ...” หลังจากพูดเสร็จ สาวสวยก็ขึ้นคร่อมท่อนล่างของฟางหัวแล้วเริ่มงานของเธออย่างคล่องแคล่ว
“ฟู่วววว...ยัยร่านนี่เด็ดจริง ๆ พับผ่าสิ” ฟางหัวเพลิดเพลินกับบริการนี้ “ปากเล็ก ๆ ของอวี๋เชี่ยนนั่นดีจริง ๆ โชคไม่ดี ที่นังนั่นไม่ค่อยฉลาดเอาซะเลย คิดว่าขึ้นเตียงกับฉันแค่ไม่กี่ครั้ง ก็คิดว่าจะได้แต่งงานเข้าตระกูลฟางของฉันแล้วเหรอ ช่างน่าหัวเราะจริง ๆ ฉันได้ยินว่าเธอกระโดดลงมาจากดาดฟ้า น่าสงสารเสียจริง นายน้อยคนนี้อุตส่าห์ชอบเสียงร้องของเธอ ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“นายน้อยฟาง เค้าก็ร้องดีเหมือนกัน...” ทันใดนั้นสาวสวยก็บิดก้นของเธอ
“ใช่ ๆ สาวน้อยไม่เลวทีเดียว!” ฟางหัวยิ้มกว้าง ทันใดนั้นเขาก็หันหน้าไปที่ผู้จัดการแล้วพูดว่า “รีบไปหาหัวเทียน นายน้อยคนนี้จะบินไปอเมริกาสุดสัปดาห์นี้ ถ้าแกหาหัวเทียนไม่เจอก่อนวันนั้น ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก! เตรียมตัวหายไปพร้อมกับหัวเทียนได้เลย!”
“ได้ ได้ครับ นายน้อยฟาง ผมจะรีบทำตามเดี๋ยวนี้ครับ!”
จบตอน#