เทพสงครามมังกรเทวะ

    ยังไม่ทันเริ่มก็เกิดเรื่อง

    หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็วในวันนี้เป็นวันเดินทางไปเข้าร่วมแข่งขันของเหล่าบรรดารุ่นเยาว์ระดับจักรพรรดิของสี่สำนักใหญ่ และเป็นวันเดียวกับที่เฟยหรงลืมตาขึ้นมาจากการปรับพลังให้มีความเสถียรด้วย

     

    เนื่องจากหลังจากกลับมาจากภารกิจชายหนุ่มก็ได้เข้าปรับฐานพลังในทันที แม้จะไม่ได้เลือนระดับกายเทพมังกรอมตะจากกายมังกรเงินเป็นกายมังกรทองก็ตามแต่ด้วยพลังในตอนนี้ของเขา หากพลังของมือกระบี่เฟยหรงสามารถกำราบเหล่านักบุญขั้นที่สามได้อย่างแน่นอน

     

    "สามีถึงเวลาเดินทางแล้ว"ฮั่วหลิงหลิงเดินเข้ามาพร้อมกล่าวเตือน เฟยหรงยืนขึ้นพร้อมกับสวมอาภรณ์สีขาวสัญลักษณ์หยินหยางเช่นเดิมด้านหลังสพายกระบี่วารีสวรรค์ไว้พร้อมกับเดินออกไปในทันที ด้านหลังของเขาแน่นอนคือฮั่วหลิงหลิงและหมิงเย่ที่เดิมตามมา

     

    เมื่อเฟยหรงเดินทางมาถึงลานศิษย์สายในเวลานี้เหล่ารุ่นเยาว์ระดับจักรพรรดิต่างพากันทำความเคารพเขาด้วยความจริงใจ หากถามว่าทำไมมือกระบี่ที่หยิ่งในศักดิ์ศรีถึงยอมรับง่ายขนาดนี้ นั่นก็เพราะความสามารถด้านกระบี่ของชายหนุ่มเบื้องหน้าพวกเขานั้นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาพวกเขาแล้วนั่นเอง

     

    "ข้าจะไปรอดูการแข่งขันกับคนของตระกูลหมิง"หมิงเย่กล่าวขึ้น เฟยหรงก็พยักหน้ารับในทันที นั่นทำให้หญิงสาวทะยานฟ้าจากไปอย่างรวดเร็ว

     

    "เอาละ ในเมื่อมากันครบแล้วก็ไปกันได้แล้ว"ผู้อาวุโสกล่าวขึ้นในทันที เรือเหาะขนาดใหญ่ที่ระดับธงรูปกระบี่เคียงคู่ดวงดาวปรากฏขึ้นมาเหนือหัวของพวกเขาทุกคน ศิษย์ทั้งหลายเมื่อเห็นก็พากันตื่นเต้นก่อนจะกระโดดขึ้นไปยังเรือเหาะลำนั้น เหล่าผู้อาวุโสเองก็เช่นกันพวกเขาต่างพากันขึ้นไปพร้อมกับส่งพลังปราณขับเคลื่อนเรือเหาะในทันที เพียงชั่วพริบตาเรือลำนั้นก็กลายเป็นเส้นแสงให้หายไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว หากนำความเร็วไปเปรียบเทียบกับจักรพรรดิมังทองละก็แน่นอนว่าด้อยกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง

     

    "นี่คือ นาวาบรรพกาลสินะ ไม่คิดว่าหอกระบี่ดาวตกจะมีมัน"เฟยหรงกล่าวอย่างตื่นเต้น

     

    "นาวาบรรพกาล มันคืออะไร!!"ฮั่วหลิงหลิงกล่าวถาม

     

    "นาวาบรรพกาล เป็นพาหนะที่ถูกระดับราชันเทวะขึ้นไปสร้างขึ้นเหมาะสำหรับบรรจุคนมากๆและด้วยความเร็วของมันดอยกว่าระดับจักรพรรดิเทวะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงเหมาะสำหรับเดินทางไปยังที่ไกลๆด้วยความเร็วสูงอย่างไรละ การที่สำนักมีมันแสดงว่าหอกระบี่ดาวตกแห่งนี้คงจะเป็นขุมกำลังที่เก่าแก่มากเป็นแน่แท้"เฟยหรงไขความกระจ่าง ฮั่วหลิงหลิงที่ได้ยินก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

     

    ผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วยามนาวาบรรพกาลของหอกระบี่ดาวตกก็ได้มาถึงสถานที่นัดหมายเป็นที่เรียบร้อย ในเวลานี้เหล่าสามสำนักอื่นๆพากันมาถึงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนิกายหิมะสวรรค์ สำนักสวรรค์คลั่ง และหุบเขาเทพสุริยันที่เป็นเจ้าภาพเองก็ด้วย ทันทีที่เห็นนาวาบรรพกาลนั้นเหล่าคนทั้งสามสำนักก็ลุกขึ้นพร้อมกับแล้วมองด้วยความตกตะลึงในใจ พวกเขาไม่คิดว่าในปีนี้หอกระบี่ดาวตกจะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้

     

    "พี่สาวท่านว่าเขาจะมาด้วยหรือเปล่า??"

     

    "แน่นอน หากเขาไม่มาข้าจะหาสามีใหม่!!"

     

    "ท่านพูดก็พูดไป ท่านกล้ามีสามีใหม่หรือ ข้ากล้าเดิมพันเลยว่าไม่"

     

    ในระหว่างที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับนาวาบรรพกาลเหล่านั้นทางด้านนิกายหิมะสวรรค์ ด้านหลังเจ้านิกายปิงเหยานั้นมีหญิงสาวสามคนสวมผ้าปิดหน้ากำลังนั่งอยู่บนหัวของอสรพิษตัวสีขาวขนาดใหญ่ได้กล่าวสนทนากันไปมาสายตาที่งดงามจ้องมองไปที่นาวาบรรพกาลอย่างไม่วางตาด้วยความดคาดหวัง

     

    ต่อมาไม่นานเหล่ารุ่นเยาว์รวมถึงผู้อาวุโสของหอกระบี่ดาวตกก็กระโดดลงมาจากนาวาบรรพกาลกันเป็นสายน้ำลงมายืนที่ข้างๆขุมกำลังของสำนักหิมะสวรรค์ในทันทีทันใด

     

    "หอกระบี่ดาวตกช่างเปิดตัวได้ยิ่งใหญ่จริงๆตาเฒ่าเย่เฉิน เหตุใดจึงยังไม่ออกมาอีก!!"เสียงของประมุขหงแห่งหุบเขาเทพสุริยันดังขึ้นชายหนุ่มสองคนก้าวออกมาอยู่เหนือนภากาศในทันทีทันใด ใช่!นั่นคือประมุขหอกระบี่ดาวตกเย่เฉินและผู้นำของขุมกำลังหอกระบี่ดาวตกในตอนนี้เฟยหรงนั่นเอง

     

    "เหตุใดต้องรีบร้อนกัน นี่ยังไม่ถึงเวลาประลองด้วยซ้ำ"เย่เฉินกล่าวด้วยเสียงเรียบ แต่กลับแผ่ออร่าที่แหลมคมออกมาประดุจกระบี่จ่ออยู่ที่คออย่างไรอย่างนั้น

     

    ทางด้านนิกายหิมะสวรรค์หญิงสาวทั้งสามบนหลังอสรพิษสีขาวยกยิ้มเมื่อเห็นคนที่อยู่ด้านหลังของประมุขหอกระบี่แน่นอนพวกนางจำเขาได้อย่างชัดเจนว่านั่นคือสามีของพวกนางอย่างแน่นอน

     

    "เป็นเขา!!เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่!!"ในเวลานี้ผู้นำนิกายหิมะสวรรค์ปิงเหยา มองร่างชายหนุ่มด้วยจิตใจสั่นสะท้านและดวงตาที่สั่นเคลือราวกับไม่เคยเป็นมาก่อน ในความทรงจำของนางชายคนนี้ยังคงตราตรึงอยู่ในนั้นมาจวบจนถึงวันนี้ ก่อนที่นางจะหันไปหาลูกศิษย์อย่างปิงซินที่กำลังอุ้มเด็กหญิงอายุสามขวบพร้อมกับกำหมัดแน่น

     

    ทางด้านเฟยหรงเมื่อมาถึงที่นี่แน่นอนว่าสิ่งแรกที่เขาทำคือการมองไปที่นิกายหิมะสวรรค์เช่นเดียวกัน สายตาของเขาประสบเข้ากับหญิงสาวผู้เป็นภรรยาทั้งสามและที่จะพยักหน้าให้ ก่อนที่จะมองไปที่เจ้านิกายปิงเหยาด้วยแววตาที่หลากหลายเกินพรรณนา แน่นอนว่าเขาก็จำนางได้เช่นกัน

     

    'เซียนเซียนกับหลานเอ๋อตบะจักรพรรดิขั้นเก้า ส่วนปิงเอ๋ออยู่นักบุญขั้นห้า ตลอดห้าปีที่ผ่านมาดูเหมือนพวกนางจะพยายามมากเลยสินะ'เฟยหรงคิดในใจ ดูจากท่าทีแล้วคนที่มีความพยายามมากกว่าใครคงหนีไม่พ้นจ้าวหลานเพราะนางไม่ได้มีกายศักดิ์สิทธิ์เหมือนกับพี่หญิงทั้งสองของนางมีเพียงพรสวรรค์ในด้านกระบี่เท่านั้น ดั้งนั้นการที่จะมีระดับเทียบเท่ากับเสี่ยวเซียนได้นางคงจะต้องพยายามมากกว่าหลายสิบเท่าเลยทีเดียว

     

    'เวลานี้ยังไม่ใช่เวลาจะเข้าไปทักทายพวกนาง เอาไว้เข้าสู่การแข่งขันเมื่อใดค่อยไปหาพวกนางแล้วกัน'เฟยหรงทยานลงบริเวณตำแหน่งผู้นำของรุ่นเยาว์ของหอกระดาวตกในทันที ในช่วงเวลานี้ทั้งจ้าวหลานและเสี่ยวเซียนเองก็ย่างกรายลงมาจากด้านหลังเจ้านิกายของพวกนางเช่นกัน ทำให้ร่างที่งดงามประดุจนางเซียนได้เปิดเผยต่อหน้าบรรดาศิษย์ของสำนักใหญ่ทั้งสี่เป็นครั้งแรกพร้อมกับแผ่ความเย็นที่หนาวไปถึงขั่วกระดูก

     

    "หืม!! ความรู้สึกเช่นนี้!! เส้นลมปราณหยกจันทรา!!"บริเวณด้านของหุบเขาเทพสุริยัน เหยาหมิงผู้เป็นแขกรับเชิญจากนิกายเปลวเพลิงสวรรค์ไม่สิ้นสุดกล่าวขึ้นพร้อมกับมองไปที่เสี่ยวเซียนอย่างหลงไหล

     

    "นายน้อยจะเอายังไงดีขอรับ ให้พวกข้าลงมือชิงตัวนางเลยหรือไม่"เสียงที่ทรงพลังดังเข้ามาในหูของเหยาหมิงในทันทีเมื่อเห็นว่านายน้อยของพวกมันดูเหมือนจะต้องการหญิงสาวคนดังกล่าว แน่นอนเสียงนั้นคือเสียงของผู้อาวุโสระดับราชันเทวะที่คอยคุ้มกันเหยาหมิงนั่นเอง

     

    "รอก่อน! พวกเจ้าไม่ควรบุ่มบาม จริงอยู่ที่สำนักพวกนี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราแต่ก็ประมาทไม่ได้ ทั้งข้ายังพบของหายากอีกอย่างแล้วด้วยสิ"กล่าวจบสายตาของเหยาหมิงก็จับจ้องไปที่เซียนปิงเอ๋อและเด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของปิงซินด้วยความลึกล้ำอย่างถึงที่สุด

     

    "หืม พวกนั้นมันพวกที่สู้กับอสรพิษเขี้ยวมรกตนี่ ดูเหมือนมันจะสนใจในตัวของภรรยาของข้าสินะ เหอะๆ"เฟยหรงที่สังเกตุเห็นอดที่จะกล่าวออกมาอย่างสมเพชเวทนาไม่ได้ แน่นอนแม้ไม่มีใครสังเกตุเห็นที่เฟยหรงสัมผัสได้อย่างชัดเจนและไม่มีทางที่เขาจะยอมให้สายตาที่สกปรกของมันมองดูภรรยาของเขาอย่างแน่นอน

     

    'ลองเจ้ามองดูต่อสิ ข้าจะทำให้ตาของมืดมิดไปตลอดกาล'เฟยหรงเปิดเผยจิตสังหารพร้อมกับส่งข้อความนี้ไปที่เหยาหมิงในทันทีเวลานี้เหยาหมิงผู้เป็นถึงนายน้อยแห่งนิกายเพลิงไร้สิ้นสุดแทบหายใจไม่ออกประดุจมีคมกระบี่นับไม่ถ้วนจ่อคออยู่ จิตสังหารคราวนี้ของเฟยหรงมันมากยิ่งกว่าออร่าที่เย่เฉินปล่อยออกมาเป็นสิบเท่าเลยทีเดียว

     

    "นั่นใคร!!!"เหยาหมิงลุกขึ้นพร้อมตะโกนก้อง สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่มันอย่างประหลาดใจ เหล่าผุ้อาวุโสในเงามืดของมันปรากฏตัวขึ้นมาในทันทีทันใดพร้อมระดับพลังระดับราชันเทวะออกมา แต่กลับไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครที่ลงมือกับผู้เป็นนายของมัน

     

    "ใครที่บังอาจปล่อยจิตสังหารใส่นายน้อยของข้าออกมาเดี๋ยวนี้"เหล่าผู้อาวุโสกล่าวออกมาด้วยความเดือดดาล ช่วงเวลาเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนล้วนแต่หวาดสะพรึงกันไปตามๆกันระดับพลังปราณที่ผู้อาวุโสเหล่านั้นหนาแน่นจนทำให้ทุกคนทั่วทั้งบริเวณต้องหวาดสะพรึ่งแม้แต่เฟยหรงเองก้ไม่ใช่ข้อยกเว้น

     

    เนื่องจากพลังที่แตกต่างเกินไปทำให้ทำให้ร่างกายของชายหนุ่มสั่นเล็กน้อยในขระที่รุ่นเยาว์คนอื่นพากันคุกเข่ากันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     

    "เป็นข้าเอง แล้วพวกเจ้าจะทำไม ใครใช้ให้นายน้อยสวะของพวกเจ้ามองภรรยาของข้าด้วแววตาสกปรกกัน!!"เฟยหรงกล่าวอย่างเรียบเฉยไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัว จนทำให้ทุกสายตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่ม

     

    "บังอาจ!! เช่นนั้นก็ตายไปซะ"ผุ้อาวุโสคนหนึ่งหายวับไปหยุดตรงหน้าของเฟยหรงฝ่ามือของมันตรงเข้าไปที่ศรีษะของชายหนุ่มพร้อมจะบัดขยี้แต่ทันใดนั้นเสียงจากผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งก็ดังขึ้น

     

    "หยุดมือ!!!"

     

    ฝ่ามือของมันหยุดลงต่อหน้าของเฟยหรงเพียงไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือเท่านั้นก่อนจะหันกลับไปกล่าวถามว่า 'ทำไม' แต่ทันทีที่หันไปสิ่งที่เห็นคือปราณกระบี่เล่มหนึ่งที่ตอนนี้กำลังจ่อคอนายน้อยของมันอยู่ นั่นจึงทำให้มันรุ้เหตุผลในทันทีว่าทำไมถึงต้องหยุดมือ

     

    "ลองแลกกันดูไหมละ ชีวิตนายน้อยของพวกเจ้ากับชีวิตของข้าอะไรมันจะสำคัญกว่ากัน"เฟยหรงกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่แสดงถึงความเย้ยหยันแน่นอนฝ่ามือเมื่อครู่หากเขาต้องการที่จะป้องกันเขาเพียงแค่ปลดผนึกบัลลังก์ราชันเท่านั้นเขาก็สามารถป้องกันอย่างง่ายดาย แม้จะบาดเจ็บสาหัสแต่เขาก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องตายอย่างแน่นอน ไม่ใช่เพราะเขาแต่เป็นอำนาจแห่งบัลลังก์ราชันนั่นเอง

     

    "ปะ ปล่อยมันไป!!"เหยาหมิงตัวสั่นเทิ้ม ในใจเต็มไปด้วยความอัปยศตัวมันเป็นถึงเทวะขั้นต้นแต่กลับไม่สามารถมองเห็นปราณกระบี่ของอีกฝ่ายที่อยู่เพียงจักรพรรดิขั้นห้าได้นี่มันคือสิ่งที่น่าอับอายอย่างแท้จริง

     

    "หึ!! เจ้าหนูเจ้าได้ยั่วยุสิ่งที่ไม่ควรยั่วยุไปซะแล้ว หลังจบจากการประลองนี้หอกระบี่ดาวตกของเจ้าจะต้องลุกเป็นไฟอย่างแน่นอน"ผู้อาวุโสคนนั้นกล่าวทิ้งท้ายอย่างอาฆาต แต่เมื่อชำเลืองมองไปที่ชายหนุ่มกลับยังคงมีแต่รอยยิ้มปรากฏอยู่เบื้องหน้า พอหันไปหาประมุขหอกระบี่ดาวตกอย่างเย่เฉินสีหน้าของเขาก็ยิ้มแย้มไม่ต่างจากชายหนุ่มเท่าไรนัก

     

    "นั่นมันเป็นพวกเจ้าต่างหากที่ยั่วยุข้า สายตาสกปรกของนายน้อยของเจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าต้องการอะไร รักษาตัวเองให้ดีไว้เถอะหากเจ้ายังกล้าลงมือเกรงว่าแม้แต่หัวของเจ้ายังไม่มีปัญญาจะรักษาไว้ได้"เฟยหรงกล่าวจบเขาก็หัวตัวกลับไปอยู่ที่เดิมในทันทีก่อนจะมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่เมฆอย่างเจ้าเล่ห์

     

    "เจ้าเด็กนั่นดูเหมือนจะเห็นพวกเรานะ สมกับเป็นลูกชายของเจ้าจริงๆ"ทางด้านบนท้องฟ้าเหนือหมู่เมฆในเวลานี้ จักรพรรดิมังกรทองกล่าวขึ้นมา เฟยเทียนที่นั่งอยู่ด้านหลังมองไปยังชายหนุ่มด้วยสายตาที่ลึกล้ำและหลากลาย ทั้งโหยหา ทั้งห่วงใย และคิดถึง

     

    "ไม่คิดเลยว่าหรงหรงตัวน้อยของข้าจะเติบโตถึงเพียงนี้แล้ว หรือข้ายึดติดกับการช่วยอิงเอ่อมากเกินไปกันนะ"เฟยเทียนกล่าว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดต่อลูกชายคนนี้เป็นอย่างมาก

     

    "น้องชายเฟยเทียน ข้าไม่แย้งเด็กคนนั้นกับเจ้าก็ได้แต่หญิงสาวคนนั้น ๆ แล้วก็คนนั้นข้าต้องการให้ไปอยู่ในพระราชวังเยือกแข็งของข้า ห้ามเจ้าแย่งเข้าใจหรือไม่"เสวียเหม่ยชี้มืออันเรียวงามไปที่เสี่ยวเซียน เซียนปิงเอ๋อ และปิงเหยา ในใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจเพราะนั่นคือเส้นลมปราณศักดิ์สิทธิ์สายน้ำแข็งที่ทรงพลังและเหมาะกับพระราชวังเยือกแข็งของนางยิ่งนัก

     

    "เรื่องนั้นข้าเห็นด้วยกับท่านแต่ในทางที่ดีท่านควรให้พระราชวังเยือกแข็งของท่านหนุนหลังนิกายของพวกนางเอาไว้ด้วย เพราะเกรงว่าหากการแข่งขันจบลงนิกายเพลิงสวรรค์ไม่สิ้นสุดจะลงมืออย่างแน่นอน"

     

    "แน่นอนพี่สาวคนนี้จะทำตามที่เจ้าบอก"นางกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มขณะที่นั่งอยู่บนพยัคฆ์ขาวสามเนตรอย่างสบายใจ

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508