เมืองอวิ๋นไห่ยังคงเจริญรุ่งเรืองเช่นในอดีตแต่สำหรับเซียวเฉินแล้วสิ่งเดียวที่มีค่าให้เขาระลึกถึงคือสุสานของท่านแม่เท่านั้น
เื่แรกที่เซียวเฉินทำเมื่อกลับถึงเมืองอวิ๋นไห่คือเซ่นไหว้ท่านแม่
เซียวเฉินมองป้ายเซ่นไหว้ตรงเบื้องหน้า ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มอ่อนโยนที่หาได้ยากกับท่านแม่ของตนเอง เขาละทิ้งความเสแสร้งจอมปลอมทั้งหมด
“ท่านแม่ ข้ารู้มาตลอดว่าท่านกำลังปกป้องข้า ตอนนี้เฉินเอ๋อร์สบายดีท่านแม่วางใจได้” ว่าแล้วเซียวเฉินก็คลี่ยิ้ม“ขอบคุณท่านแม่ที่ทิ้งเคล็ดวิชาไว้ให้ข้า”
เซียวเฉินหยุดอยู่หน้าสุสานของเซียวอวิ๋นหลันเนิ่นนานก่อนที่จะขยับตัวเหยียบย่างเข้าสู่เมืองอวิ๋นไห่แต่พอเข้าเมืองแล้วก็บังเอิญเจอศัตรู
เนี่ยอวิ๋นเฟิง!
หลานชายของผู้าุโใหญ่ตระกูลเนี่ย นับตามลำดับรุ่นยังต้องเรียกตนว่าพี่ชาย
ยามเยาว์วัยยังเคยรวมหัวกับเนี่ยอวิ๋นเหอรังแกตนถึงขั้นยังเคยหยามเกียรติท่านแม่ของตนด้วย
ยิ่งเห็นคนตระกูลเนี่ย เซียวเฉินก็ยิ่งแค้นเข้ากระดูก
ส่วนเนี่ยอวิ๋นเฟิงที่เห็นเซียวเฉินก็ตกตะลึงเช่นกัน ดวงตาทอแววพรั่นพรึงเขารู้ว่าเนี่ยอวิ๋นเหอส่งนักฆ่าไปสังหารเซียวเฉินอย่างต่อเนื่อง อย่างไรเสียเขาก็คิดไม่ถึงว่าเซียวเฉินจะกลับมายืนอยู่เบื้องหน้าของตนโดยไม่บุบสลายเลยสักนิด
เื่นี้น่าใยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น
“เนี่ยเฉิน เศษสวะอย่างเ้ายังกล้ามีชีวิตอยู่อีกหรือ?” เนี่ยอวิ๋นเฟิงมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ เขารู้ว่านักฆ่าที่เนี่ยอวิ๋นเหอส่งไปเป็ผู้เข้มแข็งขั้นแรกกำเนิดเนี่ยเฉินมีความสามารถแค่ขั้นฐานจิตจะหนีรอดจากคมดาบได้อย่างไร
ทว่าความจริงเป็เช่นนี้ ถึงใก็เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้
เห็นเนี่ยอวิ๋นเฟิงใ เซียวเฉินก็หัวร่อหยัน
“ทำไม ทำให้เ้าผิดหวังแล้ว?”
ว่าแล้วก็มองเนี่ยอวิ๋นเฟิงด้วยสายตาเฉยชา ยิ้มแย้มเอ่ยว่า “ถ้าจะโทษ ก็ต้องโทษว่าคนที่ตระกูลเนี่ยของพวกเ้าส่งมาล้วนเป็เศษสวะทั้งสิ้นลอบสังหารข้าไม่สำเร็จ แต่กลับถูกข้าฆ่าแทน”
เมื่อมีคำพูดนี้ออกมา เนี่ยอวิ๋นเฟิงและคนที่อยู่ด้านหลังต่างใสุดขีด
ผู้เข้มแข็งขั้นแรกกำเนิดพวกนั้นถูกเนี่ยเฉินสังหาร?
เป็ไปได้อย่างไร?
ส่วนคนตระกูลเนี่ยที่อยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นเซียวเฉินก็ส่งเสียงบริภาษ“เนี่ยเฉิน ใครให้เ้ากล้ามาเหยียบเมืองอวิ๋นไห่ หรือเ้าไม่รู้ว่าตระกูลเนี่ยออกคำสั่งฆ่าเ้าหรือขอเพียงเ้าเหยียบเมืองอวิ๋นไห่ให้ฆ่าไม่ละเว้น!”
สายตาเซียวเฉินเยียบเย็น
เซียวเฉินยกมือฟาดออกหนึ่งฝ่ามือ ตบคนตระกูลเนี่ยผู้นั้นลอยไปกระอักฟันปนโลหิตสดออกมา คนผู้นั้นมีความสามารถแค่ขั้นสร้างปราณ จะเป็คู่ต่อสู้ของเขาที่อยู่ขั้นแรกกำเนิดได้อย่างไรอีกทั้งฝ่ามือเมื่อครู่เขาก็ไม่ได้ออมมือ คนผู้นั้นจึงร่วงพื้นหมดสติ
“สุนัขของเนี่ยอวิ๋นเฟิงไม่คู่ควรที่จะเสวนากับข้า” น้ำเสียงของเซียวเฉินเ็ายิ่งขึ้นสายตาก็ลึกล้ำราวกับหลุมดำที่สามารถกลืนกินทุกสิ่งได้
“คำสั่งฆ่า? คิดว่าตระกูลเนี่ยเป็เ้านายของเมืองอวิ๋นไห่หรือน่าขำจริงๆ ข้าเซียวเฉินกลับมาแล้วอย่างไร ใครจะฆ่าข้าได้?”เซียวเฉินมองคนตระกูลเนี่ยด้วยสายตาหยิ่งยโสทำให้สายตาของพวกเนี่ยอวิ๋นเฟิงใสุดขีด เกิดความหวาดกลัวจากใจขึ้นเอง
“เนี่ยเฉิน โอหังนัก!”เนี่ยอวิ๋นเฟิงตวาดเสียงเกรี้ยว ตระกูลเนี่ยออกคำสั่งฆ่าเซียวเฉินจริง ทว่าเซียวเฉินเองก็ถึงกับเอ่ยหยามตระกูลเนี่ยยิ่งกว่านั้นยังลงมือทำร้ายลูกน้องจนาเ็ต่อหน้าเขานี่คือตบหน้าเขาเนี่ยอวิ๋นเฟิง
เขาเนี่ยอวิ๋นเฟิงคือใคร หลานชายของผู้าุโใหญ่ตระกูลเนี่ยแห่งเมืองอวิ๋นไห่เป็บุคคลโดดเด่นในรุ่นเยาว์ของเมืองอวิ๋นไห่ ย่อมมีความภาคภูมิของตน ไฉนจะยอมให้เศษสวะอย่างเนี่ยเฉินเหยียบย่ำ!
“โอหังแล้วอย่างไร เ้าจะทำอะไรข้าได้?”เซียวเฉินมองเนี่ยอวิ๋นเฟิงยิ้มๆ แววยิ้มในดวงตายิ่งเข้มข้นราวกับกำลังหัวเราะเยาะเขา เื่นี้ยิ่งทำให้เนี่ยอวิ๋นเฟิงมีโทสะ
“เนี่ยเฉิน เ้าเศษสวะอย่านึกว่ารอดมาได้แล้วจะมีคุณสมบัติมาท้าสู้กับข้านะ เ้ายังไม่คู่ควรถ้าเ้าคุกเข่ายอมรับผิด ข้าจะละเว้นชีวิตเ้าสักครั้งไม่เช่นนั้นต่อให้เป็สายโลหิตของประมุขตระกูลข้าก็จะฆ่าเ้าเสีย!” เนี่ยอวิ๋นเฟิงมองอย่างโกรธเกรี้ยว ดวงตาฉายเจตนาสังหาร ต่อให้คนที่พี่อวิ๋นเหอส่งไปไม่ได้ฆ่าเนี่ยเฉินเช่นนั้นตนจะลงมือกำจัดเ้าตัวปัญหานี้แทนเขาเอง
เศษสวะ...
สองคำนี้อยู่กับเซียวเฉินมาสิบเจ็ดปีแล้วเซียวเฉินมองเนี่ยอวิ๋นเฟิงด้วยสายตาเ็า ดุจมองคนที่กำลังจะตายก็มิปานไม่มีความรู้สึกแม้แต่น้อย
แววตาของเซียวเฉินมีประกายเย็นเยียบวาบขึ้นมา “เนี่ยอวิ๋นเฟิงเ้าเหยียดหยามข้ามาสิบเจ็ดปี วันนี้ข้าจะทวงคืน คุกเข่าขอโทษข้า ไม่เช่นนั้น วันนี้ข้าจะทำให้เ้ากลายเป็ศพถูกหามกลับตระกูลเนี่ย”
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
คำพูดของเซียวเฉินทำให้คนตระกูลเนี่ยอดหัวเราะไม่ได้
พวกเขาต่างเ้ามองข้าข้าดูเ้า นึกว่าตนเองหูฝาดเนี่ยเฉินถึงกับให้เนี่ยอวิ๋นเฟิงคุกเข่าขอโทษ ไม่เช่นนั้นจะฆ่าเขา!
เขาเบื่อชีวิตแล้วหรือไร
นอกเหนือจากเนี่ยอวิ๋นเหอแล้ว เนี่ยอวิ๋นเฟิงเป็คนที่มีพร์แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นเยาว์ของตระกูลเนี่ยมีความสามารถขั้นแรกกำเนิดสามชั้นฟ้าระดับสูงสุดต่อให้เป็เมืองอวิ๋นไห่ก็อยู่ระดับแนวหน้า เนี่ยเฉินถึงกับกล้ายั่วโทสะเขา!
“วันนี้ข้าจะกำจัดสุนัขอย่างเ้าเสีย” ระหว่างเอ่ยวาจา พลังเสวียนบนร่างของเนี่ยอวิ๋นเฟิงก็ปะทุความคิดต่อสู้ตลอดร่างสืบเท้ามาก้าวหนึ่ง ต่อยหมัดออก พลังมหาศาลผสมเคล็ดวิชาเข่นฆ่ามา
“หมัดนิลกาฬ!”
เซียวเฉินมองการโจมตีของเนี่ยอวิ๋นเฟิง เขาอดหัวเราะไม่ได้
จากนั้นต่อยหนึ่งหมัด เขาบรรลุนิรวาณขั้นหนึ่งแล้ว ชำระแก่นล้างไขกระดูกหล่อหลอมร่างกายกายเนื้อของเซียวเฉินในยามนี้เทียบได้กับผู้เข้มแข็งขั้นแรกกำเนิดเจ็ดชั้นฟ้าหมัดนี้อย่าว่าแต่ใช้พลังเสวียนเลย แค่เซียวเฉินใช้ความแข็งแกร่งของกายเนื้อมาต้านทานก็มิใช่ปัญหาอะไร
ตูม!
หมัดของเนี่ยอวิ๋นเฟิงอัดฝ่ามือของเซียวเฉินอย่างหนักหน่วงเคล็ดวิชาของเขาเป็เคล็ดวิชาขั้นนิลระดับต้น มีพลังหนักหน่วงเดิมทีนึกว่าใช้หมัดเดียวทำร้ายเซียวเฉินให้าเ็สาหัสได้ทว่าสิ่งที่ทำให้เนี่ยอวิ๋นเฟิงตกตะลึงคือกำปั้นของเขาดุจต่อยลงบนแผ่นเหล็กเซียวเฉินถึงกับไม่เขยื้อนเลยสักนิด ส่วนเขากลับถูกกระเทือนถอยหลังไปหลายก้าว
“เป็ไปได้อย่างไร?”
คนตระกูลเนี่ยต่างใในความสามารถของเซียวเฉินจนปากอ้าตาค้าง
เนี่ยเฉินมิใช่มีความสามารถขั้นฐานจิตหรือเหตุใดจึงต้านทานหมัดของเนี่ยอวิ๋นเฟิงได้?
เนี่ยอวิ๋นเฟิงมองเซียวเฉินแล้วใไม่เบาเช่นกัน
ที่แท้เข้าสู่ขั้นแรกกำเนิดแล้ว มิน่าเล่าจึงกำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้
คำพูดประโยคเดียวของเนี่ยอวิ๋นเฟิงทำให้คนตระกูลเนี่ยใอีกครั้ง
ขั้นแรกกำเนิดหรือ? คิดไม่ถึงว่าเนี่ยเฉินย่างเข้าสู่ขั้นแรกกำเนิดแล้ว!
นี่เป็ไปได้อย่างไร ต้องรู้ก่อนว่าในรุ่นเยาว์ของตระกูลเนี่ยมีเพียงสามคนเท่านั้นที่ย่างเข้าสู่ขั้นแรกกำเนิดตอนเ้าเศษสวะเนี่ยเฉินถูกขับไล่มีความสามารถแค่ขั้นฐานจิตสามชั้นฟ้าเป็ไปได้อย่างไรว่าในเวลาหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมาก็ย่างเข้าสู่ขั้นแรกกำเนิด!
เช่นนั้น พร์ของเขาไยมิใช่ยังเหนือกว่าเนี่ยอวิ๋นเหอ
คิดมาถึงตรงนี้ ทุกคนก็มองเซียวเฉินด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
เซียวเฉินเอ่ยเสียงเ็า “ไม่รู้จักตาย” ระหว่างที่เอ่ยวาจาเปลวเพลิงในมือก็พวยพุ่ง ไฟร้อนระอุถึงกับกลายเป็กระบี่คมกริบเซียวเฉินฝีเท้ารวดเร็วดั่งเงาพราย ทำให้คนไร้หนทางหลบหลีก
ฟุ่บ!
เซียวเฉินวาดกระบี่เพลิงในมือในแนวขวาง เกิดโลหิตสดเป็สาย
“อ๊า...เนี่ยเฉิน...เ้า...” เนี่ยอวิ๋นเฟิงเบิกตากว้างมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ โลหิตสดๆ บนลำคอฉีดพ่น เขาไม่อยากเชื่อว่าเนี่ยเฉินสามารถฆ่าเขาได้จริงๆ
เซียวเฉินมองเขาแล้วเอ่ย “ฆ่าเ้า กระบวนท่าเดียวก็พอ”
“เนี่ยเฉิน เ้า...”
ร่างของเนี่ยอวิ๋นเฟิงค่อยๆ ล้มลงพื้นและตายตาไม่หลับ
“เนี่ยอวิ๋นเฟิง สิบเจ็ดปีมานี้ พวกเ้าด่าว่าข้าเป็เศษสวะมาตลอดอวดตนว่ามีพร์ ทว่าตอนนี้เป็อย่างไรเล่า เ้ารับไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียวของข้าเ้าไยมิใช่ยิ่งกว่าเศษสวะอีกหรือ? สิ่งที่พวกเ้ากำนัลแก่ข้าข้าจะคืนให้ทีละอย่าง วันนี้เป็เ้า รายต่อไปคือเนี่ยอวิ๋นเหอ!”
เอ่ยจบ เซียวเฉินก็หันกายจากไป
วันนี้ เซียวเฉินก่อเื่สั่นะเืตระกูลเนี่ย
สั่นสะท้านเมืองอวิ๋นไห่ เขาใช้ความสามารถของตนบอกทุกคนในเมืองอวิ๋นไห่ว่าเขา เซียวเฉิน มิใช่เศษสวะ ทว่าเป็ผู้มีพร์!
……
ห้องโถงหน้าของตระกูลเนี่ย ทุกคนเงียบกริบ
ผู้าุโใหญ่เนี่ยหลิงอวิ๋นมองศพเนี่ยอวิ๋นเฟิงด้วยสองตาแดงฉานร่างสั่นสะท้าน คิดไม่ถึงว่าหลานชายของตนเองจะถูกสังหาร ทั้งยังเป็ฝีมือของเ้าเศษสวะที่ถูกไล่ออกจากตระกูลคนนั้นนี่...
“เื่ที่เ้าพูดมาเป็ความจริงหรือ? เนี่ยเฉินฆ่าอวิ๋นเฟิง”สายตาของเนี่ยเทียนไห่มีเพียงอารมณ์ซับซ้อนเผยออกมา ถ้าสามารถฆ่าเนี่ยอวิ๋นเฟิงได้อย่างน้อยต้องมีความสามารถขั้นแรกกำเนิดห้าชั้นฟ้าทว่าตอนเนี่ยเฉินถูกไล่ออกจากตระกูลมีความสามารถแค่ขั้นฐานจิต จะให้เขาเชื่อเื่นี้ได้อย่างไรเวลาสั้นๆ แค่หนึ่งเดือนกว่าบุตรชาย...ของตนเองคนนั้นถึงกับเหยียบย่างเข้าสู่ขั้นแรกกำเนิด
เขาเคยบอกว่าตระกูลเนี่ยไม่เอาเศษสวะไว้บัดนี้ใบหน้าของเขาดุจถูกเนี่ยเฉินตบแรงๆ หนึ่งที เ็ปและแสบร้อน
คิดถึงในอดีต ตนเองยอมให้เนี่ยอวิ๋นเหอรังแกเขา กระทั่งก่อนหน้านี้เนี่ยอวิ๋นเหอส่งนักฆ่าไปสังหารเขา ตนเองก็อนุญาตโดยปริยายอีก... คิดๆ แล้วในใจของเนี่ยเทียนไห่ยิ่งไม่รู้ว่าเป็รสชาติใด
ที่แท้ตนเองทำถูกหรือผิด?
“ขอรับ เ้าเศษสวะเนี่ยเฉินสังหารนายน้อยเนี่ยอวิ๋นเฟิง ฆ่าในกระบี่เดียว”
ได้ยินดังนั้น ทุกคนในตระกูลเนี่ยต่างใสุดขีด
ไยพวกเขาจะไม่รู้ว่าความสามารถและพร์ของเนี่ยอวิ๋นเฟิงเป็เช่นไรบัดนี้ได้ยินว่าเนี่ยเฉินถึงกับฆ่าเนี่ยอวิ๋นเฟิงในกระบี่เดียว เื่นี้ออกจะล้มล้างความรู้ความเข้าใจของพวกเขาอยู่บ้าง
“ประมุขตระกูล ในเมื่อท่านไล่เนี่ยเฉินออกจากตระกูลแล้วเช่นนั้นเขาก็ไม่ใช่คนตระกูลเนี่ยของเราอีก บัดนี้เขาฆ่าเฟิงเอ๋อร์ ตระกูลเนี่ยของเราต้องสังหารเขาเสียไม่เช่นนั้นตระกูลเนี่ยจะยืนหยัดอยู่ในเมืองอวิ๋นไห่ได้อย่างไร?” ผู้าุโใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบห้าวทว่าั์ตาเหยี่ยวมีเงามืดซ่อนเร้นอย่างประหลาด เขาแค้นเนี่ยเฉินเข้ากระดูก
เนี่ยเทียนไห่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ถอนหายใจ
“ทำตามที่ผู้าุโใหญ่กล่าวเถอะ...”