นักเขียนนิยายนามว่าคุกกี้คามุอิต้องตื่นลืมตาตื่นมาพบกับวันใหม่ที่เข้ามาเปลี่ยนอะไรต่างไปจากเมื่อวาน เหมือนฟ้าจะจงใจกลั่นแกล้งชายหนุ่มคนนี้ที่เขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรกับโลกภายนอกที่กำลังหมุนเวียนดำเนินไปเรื่อยๆ โลกมันหมุนใช้เวลา 24 ชั่วโมง แต่ความเปลี่ยนแปลงของโลกในตอนนี้มันเร็วกว่านั้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยให้เป่า แหม้ ! มาใช้สำนวนเป่าปี่เป่าขลุ่ย
ที่ห้องนอนของนักเขียนหนุ่มคนนี้มันคือห้องของเขาที่ดูเหมือนปกติ ทุกอย่างเหมือนเดิม เขาลืมตาได้แล้วสักพัก ก่อนจะขยับเขยื้อนหลังที่ราบกับเตียงนอนให้ลุกขึ้นเป็ตั้งตรงเก้าสิบองศา หลังขนานกับกำแพง คุกกี้เอามือซ้ายเกาหลังที่มีเสื้อนอน เกาตรงจุดที่คัน แล้วจากนั้นก็เป็อันยกแขนทั้งสองข้างขึ้นร้องหาวบิดี้เี แต่รู้หรือไม่ ความรู้สมัยใหม่จะบอกผู้คนว่าคนที่ตื่นนอนใหม่ๆต้องไม่ทำอะไแบบนี้ร อย่างทำแบบคุกกี้ การบิดี้เีหลังตื่นนอนมันไม่ดีจริง คุกกี้จงปรับตัวเสียใหม่นะ
คุกกี้ทำภารกิจตอนเช้าเรียบร้อย งานอดิเรกของเขาคืองานเขียนที่ไม่มีค่า ไม่ดัง ไม่ได้เื่ ไม่รู้เื่ ไม่เห็นมันจะมีอะไรดีสักอย่าง(นี่ก็ว่ามันเกินไปแล้วนะเฮ่เฮ่) ที่บนหัวเตียง ต้นกระบองเพชรต้นหนึ่งเป็ต้นกลมๆตัวขนาดเล็กเท่าฝ่ามือที่ตั้งอยู่ในกระถางอิฐสีส้มยังยืนต้นเด่นสง่า มันไม่้าน้ำบ่อยๆเพราะเป็พืชที่เก็บสะสมน้ำไว้ในตัวได้ เ้าคุกกี้มองมันอย่างยิ้ม เมื่อสมองตอนนี้กำลังคิดจะทำอะไรในเช้าวันใหม่ ออ ้ารับน้ำดื่ม มันทำให้เขาตื่นตัว เขาจึงเดินไปยังตู้เย็น เปิดเอาขวดน้ำเปล่า ยกขึ้นและดื่ม คงจะหมดขวดนะนั่น ที่เหลือเป็ขวดเปล่าเขาก็ไม่ได้เอาไปทิ้งเนื่องจากในบ้านมีเครื่องกรองน้ำประปาให้ใช้อุปโภค สมองตอนนี้นึกอะไรออกแล้ว เขาต้องไปตรวจสอบงานเขียนที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยทำงาน งานถูกเก็บไว้ในที่เก็บข้อมูลขนาดเล็ก มันไม่ได้หายไป
จะว่าไปแฟลสไดรฟ์สมัยนี้บางอันเป็แผ่นราบเรียบแต่สามารถเก็บข้อมูลได้ถึงแปดกิ๊กกะไบท์เท่าอันที่มีรูปร่างปกติ ไอ้ความจุที่ได้ขนาดนั้นจึงบรรจุไฟล์เอกสารได้ขนาดเก็บการพิพม์นิยายได้
เสียงกริ่งโทรศัพท์ที่โต๊ะดัง เขาถือและกดรับ
ปลายทางนั้นส่งเสียงทักมาแบบเสียงแสดงตลก"ฮัลโหลว ! คุกกี้ใช่ม้าย ?"
คุกกี้ตอบกลับไปว่าใช่ และคุกกี้สงสัยว่าทำไมต้องมีการส่งเสียงตลกแปลกๆ
"ออเหรอ เผอิญฉานนึกว่าม่ายช่ายคุกกี้ อ๊ะ ล้อเล่นๆ "เสียงปลายทางนั้นกลับมาราบเรียบปกติ "วันนี้น่ะ เธอจะส่งไฟล์งานให้สำนักของพวกเรา งานล่าสุดน่าจะเขียนหรือพิมพ์เสร็จแล้วสินะ " ทางนั้นหยุดเว้นระยะไว้ห้าวินาที สูดหายใจเข้าเหมือนจะเต็มปอด " หมอดูทักว่าคุกกี้มีเคราะห์"
"หืม? ผมทำไมนะ มีเคราะห์?"นักเขียนหนุ่มอิสระสลับมือถือมาที่หูอีกข้าง อยากถามผู้ที่เป็หนึ่งในกองบรรณาธิการนั้นออกไป
"เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก เอาเป็ว่าวันนี้นำงานมาส่งให้ทางเราตรวจเช็ค ดีไม่ดีทางเราจะเห็นว่าโหลยโท่ยและผลักผลงานคืนให้เธอก็ได้จริงมะ" หนึ่งในบรรณาธิการทั้งขอทั้งให้ความคิดเห็นไว้ล่วงหน้า จนคนทางนี้แทบจะไม่อยากพูดคุยต่อ
"ครับๆ อะผมจะเตรียมตัว ขอบคุณที่โทรตามนะครับ" คุกกี้กดวางสาย เขาเตรียมข้าวของในห้องของเขาใหเรียบร้อยแล้ว
.....ณ ที่สำนักพิมพ์.....
คุกกี้นั่งอยู่ในห้องหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็ห้องของผู้ช่วยบรรณาธิการ ขณะที่ข้อมูลของผลงานถูกส่งต่อไปเรื่อยๆ ผู้ช่วยท่านนี้อยากคุยขึ้นมา "คุกกี้ พวกเรารู้จักคุณดี ในฐานะนักเขียนกระจอกงอกง่อยคนหนึ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็จุดเด่นและจุดที่นำขาย โพรเจคท์ชิ้นนี้ ร.เรือ ทางเรายอมรับว่าบางครั้งไอเดียมันจะออกมาให้พวกเราสนใจงานของเธอนะ "
คุกกี้ที่นั่งหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้ราคาปานกลางส่งสีหน้ายิ้มน้อยๆที่มุมริมฝีปาก "ก็ ผมมักจะทำงานออกมาให้แตกต่างไปจากผู้อื่น โดยจริงๆตัวผมเป็คนสติสมาธิไม่มีมาก ทำงานด้านนี้มีผิดมีลบแก้ เหมาะกับการทำด้วยคอมพิวเตอร์มากกว่าจะทำการเขียนใส่เอกสารสักแผ่นกระดาษ แต่ยังไงมองโดยรวมผมไม่ใช่คนสื่อสารที่ดี ไม่ได้รับแรงสนับสนุนให้เป็คนเขียนนิยายเลย ผมมักจะทำงานออกมาให้แตกต่างจนเป็จุดหนึ่งที่เขายอมรับในตัวผมและในตัวงานน่ะครับ"
ผู้ช่วยบรรณาธิการที่นั่งมองคุกกี้ รับฟังแล้วรู้สึกว่านักเขียนคนนี้ยังมีอะไรที่เด่นได้มากกว่าการสร้างตัวอักษรในโลกหนังสือ"เธอจะดีใจมั้ย ว่าทางเราจะสร้างงานเธอเป็หนังสือ"
นี่คือความสำเร็จของนักเขียน คุกกี้ที่ยังไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน เขาขยับปากยิ้มกว้างๆ นี่หรือเปล่าที่หมอดูเรียกว่าเคราะห์ แต่มันเป็เคราะห์ดีนั่นเอง "จริงเหรอครับ?"
"อือ เธอได้รับการยอมรับของเราแล้ว"ผู้ช่วยบรรณาธิการยืนยันอีกครั้ง
ได้รับการยืนยันอีกครั้ง คุกกี้ลุกจากที่นั่ง เต้นท่าแท็ปได้โดยที่ไม่เคยทำเป็
ประตูเปิดผาง โดยสาวใหญ่ผู้อำนวยการสำนักพิมพ์มองคุกกี้เต้นแท็ปจนสายตาเหมือนจะเป็คำถามสงสัย"เอ๊ะ อะไรคะเนี่ย" แต่คำถามนั้นเหมือนเป็แค่สายลมที่ไม่มีใครเห็นได้ คุกกี้มันยังเต้นแท็ปส่งเสียงดีใจไปมาอยู่
..........
.......
เมื่อเวลาเย็น ในห้องนอนของนักเขียน
คุกกี้ที่เล่นโทรศัพท์มือถือบนเตียง ท่องเว็บในมือถือไปพลางๆ มีสัญญาณเตือนเื่การแชตโปรแกรมไลน์
"เฮ้ย นี่มันไลน์มาจากใครวะเนี่ย"ดูท่าทางคุกกี้ไม่รู้จักคนนี้เหมือนมีคนได้ไลน์เขาไปด้วยการทราบเบอร์โทรศัพท์หรือไอดีทางใดสักอย่าง
ทางแชตนั้นทิ้งข้อความไว้ว่า 'สวัสดี ข้าคือพระเ้า อีกสักพักข้าจะใช้วีดีโอคอลไปหา'
พระเ้า? พระเ้ามีอยู่จริงในโลกเหรอ แล้วคนที่บอกว่าเป็พระเ้าเป็คนแบบไหน มาเหนือธรรมชาตินี่คุกกี้คำนึงถึงหมอดูที่บอกว่ามีเคราะห์
คุกกี้ที่คว่ำตัวกับเตียงและเล่นมือถือได้หันขวับไปดูทางด้านหลัง ยังเห็นผนังปูนว่างๆ หันไปที่ม่านเปิด กระจกหน้าต่างมีภาพวิวและท้องฟ้ายามพระอาทิตย์อัสดง
มือถือส่งสัญญาณการติดต่อมาจากบุคคลปริศนา หน้าที่หันไปของคุกกี้กลับมาทางมือถือ เขากดตอบรับ
บุคคลในวีดีโอคอลเป็ชายชราหนวดเคราสีขาว ไว้ผมสีขาวยาวถึงไหล่ กับภาพทิวทัศน์ที่เหมือนไม่เคยพบเคยเห็นในโลกกว้างใบนี้ แกกล่าวอย่างนุ่มลึก "สวัสดี อย่าเพิ่งกดปิด ข้าเป็บุคคลพิเศษที่จะมาเจรจางานของเ้า เ้าเขียนเื่ใหม่ใช่มั้ย"
ทำไมตาแก่ผู้นี้ถึงรู้เื่ของเขา คุกกี้สงสัยยิ่งขึ้นว่าแกจะเป็พระเ้าของจริง คุกกี้พยายามฝืนที่จะอ้าปากพูดคุย"ขะ ครับ ชื่อเื่ ร.เรือ "
"แล้วเื่มันเป็ยังไง"ตาแก่คนนั้นได้ถามอีก สายตาเหมือนจะดุหน่อยๆ ถ้าเกิดว่านี่เป็การจับผิดเื่โกหกจากนักเขียนได้ ก็จะลงโทษใส่ตัวนักเขียนได้เลยสินะ
"อะ อะ คึคึคือ..."
คุกกี้ไม่ทันได้เปล่งวาจาก็โดนตาแก่ที่อ้างว่าเป็เทพเ้าพูดแทรก "เออๆ ไม่ต้องพูดออกมา ข้ารู้ เพราะข้าเป็เทพเ้า เื่งานใหม่เป็เอกลักษณ์ที่เกี่ยวกับอักษรตัวหนึ่งในภาษาของประเทศไทยสินะ แล้วเป็งานที่ท้าทายเ้าให้เ้าคิดและเขียนจนเป็ที่ร่ำลือว่า......ไม่......"ที่ตาแก่คนนี้ทิ้งระยะห่างให้คิด แล้วมันจะออกมายังไง "เ้าคิดว่าไม่ธรรมดามันได้ใจเ้าไปนะ เขาร่ำลือว่า......ไม่ปกติ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เออ ข้าแซวเ้า พระเ้าก็เหงาๆอยากโทรมาหาเ้า เ้าบอกว่าเนื้อหาเื่ร.เรือ อักษรนี้เป็โชค อักษรนี้เข้ามาสู่โลกยุคใหม่ แฟชัน หรือ ความเชื่ออักษร ได้หมดสินะ ถ้างั้นข้าขอถามเ้าหน่อย เ้ามีชื่อจริงว่าอะไร"
"ชื่อผม ระระราเชนครับ "
ขออภัยท่านผู้อ่าน เื่นิยายจะให้นามสมมติที่ใกล้เคียงกับชื่อจริงของคุกกี้ไปแทนนะ
เ้าตาแก่ในวีดีโอคอลคิ้วขมวดเล็กน้อย "อะ นั่นเป็ร.เรือ เป็ไปตามกฏสมัยใหม่ ทำไมเ้ามีชื่อเล่นว่ากี้ เ้าผิดกฏแล้ว ฮ่า ฮ่า"
"เฮ้ย ท่านรู้เื่ผมได้ขนาดนี้ เอ่อ ท่านบอกหวยให้ผมผมจะแบ่งรางวัลให้เลย"
"เื่นั้นข้าไม่เกี่ยวว้อย"ตาแก่สวนกลับมา
อะโด่ อย่างนี้พระเ้าก็ไม่พ้นคนแอบจิตที่จะทำเป็รู้เื่ใครสักคนนี่นา
แต่ตาแก่ก็กระแอมใส่มือ "แฮ่ม ข้าสาบานว่าข้าไม่ใช่คนแอบจิต เ้าน่ะคิดอย่างนั้นมันบาปต่อพระเ้า "ตาแก่ยังสามารถบอกอะไรเหนือธรรมชาติได้อีกแน่ะ "แม่เ้าชื่อจริงเป็ร.เรือ ส่วนพ่อกับพี่ชายเ้าทำผิดกฏ ไม่เข้ากับยุค"
"โอ ท่าน ถ้างั้นราเชนสมัยชื่อบอซซ์ก็ผิดกฏ"คุกกี้กล่าวถึงเื่สมัยเก่าๆ
"ถ้าเ้ามีการบอกในวงเล็บ ราเชน(บอซซ์) ข้าจะเปลี่ยนคำในวงเล็บให้ว่า ราเชน(บ้า)นี่ไง เป็ไงล่ะ"
ดูท่าทางคำว่าบอซซ์ไม่แย่ ก็จะมาให้ใช้คำว่า บ้า มันไม่เป็สิริมงคลต่อชีวิตเลย
เ้าตาแก่ได้ถามขึ้น"เออ ข้าจะให้เ้าคิดชื่อของเ้า ให้เป็ยุคใหม่ๆ ถ้าเ้าเป็ยุค ร.เรือ เ้าบอกข้ามา"
"ทั้งชื่อเล่นและการใช้นามปากกาคุกกี้คามุอิต้องเปลี่ยนเหรอครับ?"
"เ้ามีชื่อกี้ เ้าต้องใช้คุกกี้คามุอิเป็ความเป็บอกตัวบุคคล ไม่ว่าจะในการสมัครสมาชิกของเว็บทั่วไป แต่เวลาเ้าสร้างสรรค์ผลงาน ปากกาของเ้าต้องเป็ชื่อด้วย ร.เรือ"ตาแก่ตอบ "เ้าเข้าใจมั้ย"
คุกกี้คิดว่าสิ่งที่ฟังจากท่านตาแก่ที่อ้างว่าเป็บุคคลพิเศษดังเช่นพระเ้า เป็เื่ที่เข้าใจแล้ว "ผมจะใช้ชื่อ รูน"
"อืม ดีเ้ามีฉายาให้คำว่ารูนเป็ยังไงก็ตามใจเ้า เ้าได้เข้าสู่โลกนี้ โลกร.เรือ โลกแห่งอักษรตัวหนึ่ง แต่เ้ากระดกลิ้นไม่เป็เ้าก็ทำผิดกฏนะเว้ย"
"เอ๊า อะไรกัน ก็ผมไม่เคยกระดกลิ้นเป็หนิ ผมพูด ร.เรือ หรือทางสากลอังกฤษอย่าง R ซึ่งฝรั่งเศสก็เหมือนทำเสียงลำคอถากเสลด ไม่รู้ว่าพวกนั้นมีอะไรในคอเนี่ย"
"เออๆ โอเค ข้าจะไปแล้ว หวังว่าเ้าจะมีความสุขในชีวิตนักเขียนนิยายงี่เง่า อืม ข้าคงไม่มีอะไรทิ้งท้ายไว้ อ่า ราตรีสวัสดิ์" ตาแก่ทิ้งคำสุดท้ายและสิ่งที่ปรากฏว่ามันเหนือธรรมชาติเกินไป คือ การที่ร่างนั้นเลือนหายไป วีดีโอคอลหยุดจบลง
"เอ๊อะ ,,,,,,,,"
เวลาหนึ่งทุ่ม คุกกี้รุดจากเตียงเหมือนมีหน้าที่ที่ใดสักที่ต้องไป เขาไปที่หน้าต่าง เปิดออก มองผ่านไปที่ฟ้ามืดบนนั้น เงาเลือนลางที่เป็ภาพเ้าตาแก่พระเ้าองค์นั้นบนฟ้าสีดำหัวเราะไม่มีเสียง แล้วก็เลือนลางอีกจนหายไป
จะมีใครได้เห็นบ้างนะ
และแล้วคุกกี้ก็ไปที่โต๊ะ เปิดคอมพิวเตอร์ เขาก็กลับเข้าสู่อารมณ์ภาวะระดับปกติเหมือนตัวเขาไม่ได้พบอะไรเหนือธรรมชาติที่ทำให้ร้องะโโวยวายส่งเสียงดัง
เขากำลังเขียนนิยายต่อไป
==================