เล่มที่ 1 เล่มที่ 42 อร่อยงู
ฟังหานเต้าหยินไม่สนใจหลี่จิ่วเต้าหยินเทศนาจบหรือไม่ รีบยกไม้ยกมือขึ้นโบกไหวๆ "หลวงจีนหัวล้านเจ้าอย่าได้กล่าวเหลวไหลจนเกินเลย รีบหยิบมาให้ข้าชิมสักชิ้น" ฟังหานเต้าหยินพูดขัดเขาขึ้นมาก่อนเขาจะกล่าวเหลวไหลไปมากกว่านี้ เขาถึงนึกว่าเหตุใดเมื่อต้วนหานไต้ซือหายสาปสูญหลวงจีนวัดมหายุทธ์ธรรมะประทีปไม่มาอัญเชิญหลวงจีนหัวล้านนี้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาส เป็นเพราะปากของมันนี้เอง พอหลี่จิ่วไต้ซือเลื่อนจานผัดผักมาไว้ตรงหน้า ตอนแรกก่อนเขาชิมมิยอมเชื่อ คิดว่าหลวงจีนเฒ่าหัวล้านหลี่จิ่วไต้ซือกล่าวเกินเลยทำท่าจุ๊ปากเสียงดังทำหน้าตาเกินจริงแต่เมื่อผัดเห็ดสนชมพูชิ้นนั้นเข้าปาก เคี้ยวหนึบหนับเต็มคำเขาถึงกลับร้องเพ้ยออกมา" เพ้ย! ข้าถึงกับทนบำเพ็ญทุกรกริยามาเกือบแปดเก้าสิบปีจริงๆ " เฒ่าไป๋เซียงที่ยืนด้านข้างเห็นพวกเขาเอร็ดอร่อยกันปานนั้น จึงเอ่ยขึ้นว่า"เป็นฝีมือทำครัวของเด็กผู้ช่วยโรงครัวที่เพิ่งมาอยู่ใหม่ได้หนึ่งเดือนชื่อหยางอี้เหอขอรับนายท่านทั้งสอง " พอทั้งสองเฒ่าฟังจากปากเฒ่าไป๋เซียงกล่าวต่อว่าเป็นฝีมือทำครัวของเด็กผู้ช่วยโรงครัวที่อายุเพียง 10 ปี ตอนแรกยังไม่เชื่อจนเฒ่าไป๋เซียงเล่าต่อไปว่าวันก่อนอาหารที่ทหารของอ๋องเลี่ยนกินแล้วบอกว่าอร่อยนักอร่อยหนาก็ฝีมือเด็กน้อยผู้นี้เป็นคนทำเช่นกัน สองนักพรตหลวงจีนเฒ่าจึงเชื่อและนั่งกินหมดจนเกลี้ยงจาน หลี่จิ่วไต้ซือและฟังหานไต้ซือเพิ่งเดินทางกลับมาถึงมหาอาศรมหยั่งฟ้าได้สองอาทิตย์ พออ๋องเลี่ยนแห่งมณฑลใหญ่ภาคกลางทราบว่าทั้งสองอยู่ที่นี้ ถึงกลับรีบเร่งรุดเดินทางมา แล้วก่อนกลับนอกจากจะลอบถวายสุรากลั่นชั้นดีให้หลี่จิ่วไต้ซือแล้ว ยังถือโอกาสนำเรียนฟังหานเต้าหยินและหานอี้เต้าหยินว่าในงานประลองห้าสุดยอดหนึ่งคุณธรรมที่จะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านี้ ทางวังของเขาขอเข้าร่วมประลองด้วย ซึ่งการประลองสี่สุดยอดหนึ่งคุณธรรมความจริงไม่ได้จำกัดค่ายสำนัก เพียงที่ผ่านมาค่ายสำนักอื่นล้วนสำนึกตนเองไม่อาจเปรียบกับค่ายสำนักต่างๆในสี่สุดยอดหนึ่งคุณธรรมได้ ที่ผ่านมาจึงไม่มีผู้ใดเสนอตัวขึ้นมา เมื่ออ๋องเลี่ยนเสนอมาเช่นนั้นก็เป็นเรื่องปกติที่ไม่มีเหตุผลใดที่หานอี้เต้าหยินจะต้องทัดทาน และนอกจากนี้หวังตุ้ยเต้าหยินที่ปกติเห็นสิ่งใดก็ขัดหูขัดตายังเห็นดีเห็นงามไปด้วย และเขายังกล่าวเสริมว่ามีค่ายสำนักใหม่มาร่วมประลองย่อมเป็นการดีในการแลกเปลี่ยนวิชาเพื่อยกระดับฝีมือ พอฟังหานเต้าหยินและหลี่จิ่วไต้ซือ ทานอาหารเสร็จสิ้น จึงเปิดวงสนทนา “หานอี้ หวังตุ้ยเล่า”ฟังหานเต้าหยินถามเมื่อไม่เห็นหวังตุ้ยเต้าหยินตั้งแต่เช้า หานอี้เต้าหยินตอบว่า “เรียนท่านอาจารย์ ศิษย์พี่กำลังนำลูกศิษย์จัดสถานที่ประลองด้วยตนเอง” “ไฉนเจ้าศิษย์ตาโปนโตมายุ่งเกี่ยวเรื่องงานประลองปานนี้ ปกติเห็นเขาเก็บตัวฝึกปรือวิชาปานกลัวเจ้าติดตามทัน” ฟังหานเต้าหยินสงสัย เพราะเมื่อสิบปีก่อนไม่เห็นหวังตุ้ยเต้าหยินมาใส่ใจเรื่องสถานที่ประลองเช่นนี้ “ศิษย์พี่คงเห็นศิษย์ต้องดูแลพวกท่านและอ๋องเลี่ยนมาเยือน จึงอาสาช่วยในส่วนนี้กระมัง”หานอี้เต้าหยินใคร่ครวญตอบ ฟังหานเต้าหยินฟังแล้วก็ลูบเคราผงกศีรษะ แต่คล้ายเพิ่งนึกถึงอันใดขึ้นมาได้ จึงกล่าวว่า “วัดมหายุทธ์ธรรมะประทีปของเจ้าใช่ส่งผู้ใดมาร่วมประลองในครั้งนี้ ” หลี่จิ่วไต้ซือพอฟัง ทราบเจตนาที่เขาถามเพราะปกติผู้เข้าร่วมประลองจะเป็นเจ้าอาวาสวัดมหายุทธ์ธรรมะประทีป ถึงแม้หยางเจี๋ยไต้ซือจ้าวมหาอารามธรรมยุทธ์ที่รับตำแหน่งเจ้าอาวาสอยู่ขณะนี้ก็เป็นเพียงรักษาการยังมิใช่เจ้าอาวาสวัดมหายุทธ์ธรรมะประทีปอย่างแท้จริง “อาจเป็นฟานจิ้งไต้ซือจ้าวหอเทวะธัมมาจาย์ที่มีฝีมือสูงล้ำกว่าพระทุกรูปในวัดขณะนี้ เนื่องเพราะหยางเจี๋ยไต้ซือจ้าวมหาอารามธรรมยุทธ์ที่เขารักษาการตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอยู่ช่วงนี้ก็เพียงเพราะเขามีอาวุโสสูงที่สุดในวัดตอนนี้เท่านั้น และยังประคำไม้ผุที่เสมือนตราประจำตำแหน่งเจ้าอาวาสนั้นอีก” ฟังหานเต้าหยินพอฟังพูดอย่างแผ่วเบาออกมาว่า“หรือไม่มีทางหาประคำไม้ผุเจอจริงๆ ศิษย์น้องของเจ้าใช่เขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่” ฟังหานไต้หยินเคยรู้จากหลี่จิ่วไต้ซือว่า ประคำไม้ผุที่เป็นสัญลักษณ์ของเจ้าอาวาสวัดมหายุทธ์ธรรมะประทีปสูญหายไปพร้อมกับต้วนหานไต้ซือ ยังไม่อาจติดตามกลับมาได้ ความจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของวัดมหายุทธ์ธรรมะประทีปทำให้บุคคลผู้อื่นไม่ใคร่ทราบว่า ประคำไม้ผุมีความหมายเพียงใด... พอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาบรรยากาศภายในเรือนรับรองของศาลาเรือนสนจึงเปลี่ยนไป หลังพูดคุยกันอีกครู่ใหญ่ฟังหานเต้าหยินจึงชวนหลี่จิ่วไต้ซือไปยังลานที่เตรียมไว้สำหรับประลองสี่สุดยอดหนึ่งคุณธรรม หานอี้เต้าหยินจึงนำทั้งสองไปยังลานประลองที่อยู่ทางทิศใต้ของเทือกเขาบรรพตค้ำฟ้า เมื่อไปถึงพบว่าที่ด้านข้างรอบลานประลองขนาดใหญ่หวังตุ้ยเต้าหยินได้ให้ลูกศิษย์ศาลาตะวันคล้อยและศาลากล่อมตะวันที่นำมาส่วนหนึ่งขยับขยายพื้นที่นั่งชมข้างเวทีออกไปอีกเป็นบริเวณกว้าง โดยอ้างว่าอาจมีผู้เข้าร่วมชมและแข่งขันมากหน้าหลายตายิ่งขึ้นกว่าทุกปี เช่น อ๋องเลี่ยนที่เมื่อพระองค์เดินมาย่อมมีทหารองค์รักษ์และผู้ติดตามมาอีกส่วนหนึ่ง เมื่อแล้วเสร็จทุกอย่างฟังหานเต้าหยิน หานอี้เต้าหยิน จึงชวนกันไปดูและชี้แนะศิษย์ของศาลาต่างๆที่กำลังฝึกวรยุทธ์กัน ส่วนหลี่จิ่วไต้ซือก็ไปบำเพ็ญสุขรกริยาตามเห็นสมควรของเขา ...................... หมอกเมฆตลบอบอวล หน้าผาสูงชันหลายสิบลูกพุ่งขึ้นทะลุกลีบเมฆ ในบรรดาหน้าผาหินที่สูงเสียดเมฆ มวลน้ำตกจากยอดผาหินลูกหนึ่งไหลพุ่งผ่านซอกหินลงสู่เบื้องล่างด้วยระยะทางความสูงลิบลิ่วผ่านละอองเมฆดิ่งลงสู่เบื้องล่างเนิ่นนานกว่ามวลน้ำจะตกกระทบชะง่อนหินเบื้องล่างที่โผล่ออกมาในชั้นแรก ในบรรดาชั้นน้ำตกเจ็ดชั้น เสียงน้ำตกที่แตกกระจายกระซ่านเซ็นไปทั่วบริเวณ ด้วยความสูงที่ตกลงมาทำให้เกิดเสียงดังจนแก้วหูอื้ออึง มีเหล่าผู้คนน่าตาเหี้ยมเกรียมแต่งกายในชุดสีเดียวกันหลายสิบคนซ่อนอยู่ตรงชะง่อนหินในชั้นแรกปานไม่กลัวน้ำตกที่สาดพุ่งลงมากระทบถูกร่างร่วงกระเด็นลงไปด้านล่างที่สูงจนมองเห็นต้นไม้ใหญ่ด้านล่างเป็นจุดเล็กๆ ที่แท้ชะง่อนหินนี้มีถ้ำขนาดใหญ่มหึมาที่ปากถ้ำสูง 30 วา ซ่อนอยู่ด้านหลังที่อาศัยมวลน้ำที่สาดเทลงมาเป็นม่านปราการตามธรรมชาติปิดบังปากถ้ำเอาไว้ อ้ากกกกกกกกกก! เสียงโหยหวนร้องอย่างทรมานของศิษย์นิกายพิษอสูรผู้หนึ่งที่ขาซ้ายถูกกระชากจนหลุดขาดออกจนมิดโคนขา ถูกแรงเหวี่ยงส่งทะลุม่านน้ำตกออกมา ร่างเขาถูกเหวี่ยงหวืดจนตีลังกาลอยขึ้นกลางอากาศเลือดตรงโคนขากระเซ็นฉีดออกมาเป็นน้ำพุน้อยๆสีแดง ส่งเสียงแผดเสียงร้องแข่งกับเสียงน้ำตกที่คะนองตกลงลงมาไม่ขาดสาย เสียงเล็กๆของเขาที่ดังขึ้นเปรียบได้กับเสียงกบร้องกลบเสียงฟ้าถล่ม แต่ร่างของศิษย์นิกายพิษอสูรผู้นี้ก็เหมือนกบขาขาดที่ถูกโยนทะลุผ่านม่านกำแพงน้ำขึ้นไปจริงๆ ขณะร่างเขาหมุนลอยคว้างอยู่กลางเวหา ดวงตาที่ตระหนกของเขายังมองเห็นปากขนาดมหึมาของงูคงคาสวรรค์ที่ยังมีปลายนิ้วเท้าของเขาโผล่ติดที่มุมปากของมัน โผพุ่งออกจากม่านน้ำตกตามติดเขาออกมา ซ๊วบวบบบ! งับเข้าไปทีเดียวครึ่งตัวก่อนงับขย้อนกลืนอีกครั้งจนร่างหายไปกับเสียงร้องสุดท้ายของเขา ขณะที่งูคงคาสวรรค์ตัวนี้เสียหลักจนร่างร่วงลอยกลางอากาศผังผืดยับย่นตลอดทั้งแนวลำตัวทั้งสองข้างก็ถูกดึงยืดกางออกพาร่างของมันทรงตัวร่อนเลื้อยวนอยู่กางเวหาได้อย่างยาวนาน โฮกกกกกก เสียงคำรามปานราชสีห์ของงูคงคาสวรรค์ที่แผดดังสนั่นหวั่นไหวจนแทบกลบเสียงอย่างอื่นไปสิ้น เหล่าศิษย์นิกายพิษอสูรที่ซ่อนตัวอยู่ด้านนอกถ้ำตามแง่หินและสุมทุมพุ่มไม้ข้างๆ ต่างมองเจ้าของเสียงคำรามที่เพิ่งขย้อนกลืนกินเพื่อนของพวกเขาไป ก่อนจะหันมามองหน้ากันเลิกลักต่างลอบสงสัยหากร่างถูกขย้อนกลืนกินเช่นนั้นจะเป็นรสชาติเช่นกัน เมื่องูคงคาสวรรค์ที่พวกเขามาซุ่มรอเกือบชั่วโมงออกจากถ้ำที่ซ่อนตัวอยู่เลื้อยลอยกางพังพืดอยู่กลางเวหาจนปรากฏร่างเห็นชัดตากลับเป็นงูขนาดลำตัวมหึมาเกล็ดเขียวสลับดำเลี่ยมมันท้องมีรยางค์เล็กๆขยับยื่นไปมา ตาสีม่วงขนาดเล็กสี่ดวงเรียงกันทอประกายวิบวับของมันกำลังจับจ้องมาที่พวกเขา ทั้งหมดทั้งมวลหารู้ไม่ว่าตำแหน่งของพวกเขาที่ซ่อนอยู่ทุกคนถูกจดจำไว้ในดวงตาสี่ดวงนี้อย่างแม่นยำ งูคงคาสวรรค์ที่เฉลียวฉลาดแลเจ้าเล่ห์ตัวนี้เริ่มแสดงสันดานตามธรรมชาติอันดุร้ายออกมา หัวสามเหลี่ยมและลำตัวของมันเริ่มส่ายอยู่กลางอากาศไปมาจนชวนขนหัวลุก ในท้องที่มีรยางค์ของมันถึงกลับขับน้ำย่อยเตรียมย่อยคนเหล่านี้ออกมารอเป็นระลอกๆแล้ว แต่สูงขึ้นไปบนอากาศอีกหลายสิบวา เป็นชายสองคนที่กุมบังเหียนอยู่บนหลังของค้างคาวแดงสีเลือดที่ปรากฏเป็นเงาสีแดงขนาดใหญ่ที่ลอยโฉบอยู่ข้างบน เมื่อเห็นงูคงคาสวรรค์ติดกับเหยื่อจนออกจากถ้ำที่สถิตอยู่ ทั้งคนทั้งค้างคาวที่รอท่าอยู่ก็พุ่งวาบลงมาจากอากาศทันที