บทที่39 เควสต่อเนื่อง
“สวัสดีค่ะคุณป้า”มีนหันไปกล่าวทักทาย เมื่อรับรู้ได้ว่าเจ้าของเสียงที่ดังขึ้น คือผู้ใด?
“กลับมาเร็วเหมือนกันนี่แล้วเจ้าจ๋อพวกนั้น มันซุกซนเหมือนที่ป้าว่าไหมล่ะจ๊ะ?” หญิงสูงวัยถามหญิงสาวหลังจากนั่งลงที่ด้านตรงข้ามเรียบร้อยแล้ว
“ซนค่ะเล่นเอาหนูแทบแย่เลยค่ะ” มีนตอบ พร้อมยื่นปิ่นปักผม ซึ่งเป็นไอเทมเควสให้แก่อีกฝ่ายเพื่อเป็นการส่งภารกิจฯ “นี่ค่ะ คุณป้า ปิ่นปักผมที่หายไป ใช่อันนี้ไหมคะ?”
“จ้ะอันนี้แหละ ดีนะที่มันไม่พังไปเสียก่อน ถ้ามันพังไป...ป้าคงเสียดายแย่เลย”
“ป้าขอบใจแม่หนูมากนะแม่หนูนี่...เป็นคนดีจริง ๆ มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนชราอย่างป้าป้าขอให้หนูมีร่างกายที่แข็งแรง และขอให้โตวันโตคืนนะจ๊ะ”
ติ้ง!!
“ผู้เล่นมนตราสำเร็จภารกิจ [ตามหาปิ่นปักผมที่หายไป] ได้รับรางวัล 100,000 เหรียญทอง ได้รับคะแนนนักล่า 100,000 แต้ม ได้รับการเพิ่มค่าสถานะเพิ่มขึ้น3 เท่า เป็นเวลา 7 วัน และได้รับการคูณค่าประสบการณ์ 3 เท่า เป็นเวลา 7 วัน กรุณาตรวจสอบรายละเอียดด้วยค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราสูญเสียเงิน 90,000 เหรียญทอง ให้แก่อเล็กซ์ตามเงื่อนไขของสัญญาซื้อขายฯ ค่ะ”
“หนูๆ”หญิงสูงวัยส่งเสียงเรียก ในขณะที่มีนกำลังไล่ดูรายละเอียดของรางวัลที่ตนได้รับ
“ขะ...คะขอบคุณมากค่ะคุณป้า” มีนตอบคำอย่างตะกุกตะกัก เมื่อถูกอีกฝ่ายเรียกเช่นนั้น
“ป้าขอถามอะไรหน่อยได้ไหมจ๊ะ?”ป้าฯ ก็เอ่ยขึ้นมา
“ค่ะคุณป้า...”
“ตอนที่หนูเข้าไปในถ้ำแห่งนั้นหนูเห็นอะไรบ้างไหม? อย่างเช่น...พวกสมบัติฯ หรือประตูมิติ อะไรพวกนี้น่ะจ้ะ”ป้าถามออกมาด้วยรอยยิ้ม
“เอ่อ...หนูก็ไม่ทันได้สังเกตค่ะพอดีว่าหลังจากหนูสังหารเจ้าราชาลิงหิมะได้แล้ว หนูก็รีบออกมาเลยค่ะอีกอย่างถ้ำหิมะพังเละเทะขนาดนั้น หนูก็เลยยังไม่ได้สำรวจอะไรเลยค่ะ” มีนตอบอีกฝ่ายด้วยท่าทีที่ใสซื่อ
“หลังจากหนูสังหารเจ้าหัวหน้าลิงจ๋อ...มันดรอปอะไรออกมาให้ไหม?”ผู้อาวุโสถามขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากได้รับคำตอบจากอีกฝ่าย
“ก็พวกไอเทมทั่วไปล่ะค่ะแล้วก็มี {ดวงใจราชาลิงหิมะ} ค่ะ” มีนตอบตามความจริง
“อ้อ!! อย่างนั้นเองเหรอ เจ้าดวงใจที่ว่านั่น ป้าคิดว่า มันน่าจะเป็นกุญแจเข้าสู่ห้องลับที่อยู่ด้านในเพราะเท่าที่ป้ารู้มา เจ้าจ๋อพวกนี้ดูเหมือนว่า พวกมันจะเฝ้าอะไรบางอย่างอยู่นะแต่ป้าก็ไม่รู้ว่า สิ่งที่มันเฝ้าอยู่คือสิ่งใด?” หญิงสูงวัยกล่าวออกมาลอย ๆคล้ายกำลังบอกใบ้อะไรบางอย่างแก่หญิงสาวก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นจ้องตาอีกฝ่ายพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ในเมื่อเจ้าเป็นคนเจอถ้ำหิมะเจ้าก็ลองเข้าไปดูหน่อยสิว่า...ข้างในมีอะไร? เพราะป้าเองก็อยากรู้เหมือนกัน...”
“ผู้เล่นมนตราได้รับภารกิจต่อเนื่อง[ตามหาปิ่นปักผมที่หายไป 2] ท่านต้องการรับหรือไม่?”
ภารกิจ: [ตามหาปิ่นปักผมที่หายไป2] ภารกิจลับต่อเนื่อง: ระดับ A
เจ้าคงอยากรู้ใช่ไหม?ว่ามีสิ่งใดอยู่ในนั้น
และของที่ว่านั่น... มันสำคัญกับเจ้าจริง ๆ
เงื่อนไข
-เข้าไปใน
- เอามันออกมา
- รอดชีวิตมาหาข้า
- ข้าจะให้รางวัล
รางวัลภารกิจ
-100,000 เหรียญทอง
- 100,000 คะแนนนักล่า
- ???????????
บทลงโทษ
-ป้าโกรธ
- ถ้ำหิมะจะหายไปจากแผนที่ดินแดนมนุษย์ตลอดกาล
หลังจากที่มีนได้อ่านรายละเอียดของเควสเสร็จก็ทราบได้ในทันทีว่า มันเป็นเควสต่อเนื่องจากเควสก่อนหน้า แถมเนื้อหาในเควสยังบอกว่ามี “บางสิ่ง” ที่เกี่ยวข้องและมีความสำคัญกับตนอีกต่างหาก
ถึงแม้มีนจะไม่รู้ว่าข้างในนั้นมีสิ่งใดซ่อนอยู่? แต่ตนก็อยากจะลองไปสำรวจที่นั่นดูสักครั้งเพราะถึงอย่างไร ตัวเองก็มีบัญชีแค้นกับเจ้าลิงจ๋อยักษ์ตัวนั้นอยู่แล้ว
“แต่ตอนนี้หนูไม่มี{ดวงใจราชาลิงหิมะ} แล้วนะคะ เพราะหนูมอบมันให้แก่ผู้อื่นไปแล้วเจ้าค่ะ”มีนตอบตามความจริงด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ
“ไม่เป็นไรหรอกเจ้าลิงจ๋อตัวนี้ ตราบใดที่มันยังมี...อุ๊ปส์!” ในขณะที่หญิงสูงวัยกำลังจะบอกถึงสาเหตุที่ราชาลิงหิมะตัวนี้สามารถเกิดใหม่ได้เรื่อยๆ เพราะมันยังมีภารกิจสำคัญบางอย่างอยู่ แต่ผู้สูงวัยกลับนึกได้เสียก่อนว่า ยังไม่ควรพูดอะไรมากไปกว่านี้จึงเปลี่ยนเป็นกล่าวกับหญิงสาวตรงหน้าว่า “ตราบใดที่...ยังมีถ้ำหิมะอยู่ เดี๋ยวมันก็เกิดมาอีกครั้งแหละจ้ะ”
“ตกลงค่ะ”มีนตอบอีกฝ่ายอย่างโล่งอก เพราะตัวมีนเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า สิ่งที่เจ้าลิงหิมะเฝ้าอยู่มันคืออะไรกันแน่…
“ผู้เล่นมนตราได้รับภารกิจต่อเนื่อง [ตามหาปิ่นปักผมที่หายไป 2] ค่ะ”
“เอาเป็นว่า ถ้าหนูทำภารกิจนี้เสร็จแล้วหนูก็มารอป้าที่นี่เหมือนเดิมนะ” หญิงสูงวัยกล่าวอย่างเอ็นดู ก่อนจะตัดบทลุกขึ้น และจากไปอย่างเร่งรีบ“ป้าไปก่อนล่ะ”
“ค่ะคุณป้า...”
หลังจากที่หญิงสูงวัยออกจากสมาคมนักล่าไปแล้วมีนก็ไปจัดการเรื่องราวที่เกี่ยวกับเควสของสมาคมนักล่าอันเดิมที่ตัวเองทำสำเร็จไปแล้วพร้อมกับรับภารกิจของสมาคมอันใหม่มาในเวลาเดียวกัน ‘หุหุไม่รวยตอนนี้ แล้วจะรวยตอนไหน? เจ้าลิงจ๋อ เจ้าแต้มนักล่าจ๋า...รอแม่ก่อนนะ อิอิ’
จากนั้นมีนก็เข้าไปดูสินค้าในตลาดช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อหาดูเกี่ยวกับอาหารและขนมหวานต่าง ๆ ที่เตรียมซื้อมาไถ่โทษฯ จากเหตุการณ์ที่ตัวเองทำให้เจ้าปลาตีนน้อยทั้งแปดต้องตายไป...อย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่
มีนนั่งเล่นฆ่าเวลาอยู่ที่สมาคมนักล่าอีกพักใหญ่เมื่อได้เวลาเกิดใหม่ของเจ้าปลาตีนน้อยทั้ง 8 มีนจึงเดินไปยังอาคารของระบบฯเพื่อใช้บริการห้องรับรองลูกค้าฯ
“เอรีส ทอรัส เจมีสแคนเซอร์ ลีโอ เวอร์โก้ ไลบร้า สกอล์ ซาจิส แคปปี้ อควา ปีเชส ออกมา...”มีนเรียกปลาตีนน้อยทั้งหมดออกมาจากคลังสมบัติเคลื่อนที่
“ท่านแม่ ๆ ๆ ๆๆ” เด็ก ๆ ส่งเสียงเจื้อยแจ้วเรียกหญิงสาว
“ขอโทษนะจ๊ะเด็กๆ ที่ทำให้ต้องมาตายแบบนี้...” มีนหันไปกล่าวกับเจ้าปลาตีนน้อยทั้ง 8 ซึ่งได้ตายไปในการต่อสู้กับเจ้าราชาลิงหิมะ
“หนูกลัวอ่ะ”เอรีสกล่าวขึ้น พร้อมกับเข้ามาคลอเคลียหญิงสาวด้วยท่าทางออดอ้อน
“ช่าย ๆ ๆ ๆหนูก็กลัว” หลายเสียงตอบรับ พร้อมกับเข้ามาซุกไซร้หญิงสาวกันใหญ่
“มันเป็นที่มืดๆ ไม่มีแสงอะไรเลย ทั้งหนาวแล้วก็เหงาด้วยนะท่านแม่...” เอรีสพยายามอธิบายถ่ายทอดความรู้สึกที่มันได้สัมผัสมา
“จ้ะ ๆ แม่ขอโทษนะทุกคนเป็นเพราะแม่อ่อนแอเอง แม่ถึงปกป้องพวกเธอไม่ได้” มีนกล่าวขอโทษขอโพยต่อปลาตีนน้อยทั้งหลาย
“ที่จริง...ถ้าพวกเราได้รวมร่างกันอีกสักรอบก็น่าจะไม่ตายแล้วล่ะมั้งนะ...” เอรีสกล่าวขึ้นมาลอย ๆ คล้ายกับกำลังบอกอะไรต่อหญิงสาวอยู่
“รวมร่างกันอีกรอบ!!หมายความว่าไงเหรอ?” มีนถามด้วยความสับสน
“ก็...พวกหนูยังสามารถผสานร่างกันได้อีกคนละรอบหลังจากได้ผสานร่างกันไปแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ นี่...ท่านแม่ไม่รู้หรือเจ้าคะ?” เอรีสกล่าวพร้อมกับมองหญิงสาวด้วยตาใสแป๋ว
“เอ๋?” มีนทั้งมึนงงทั้งสับสน ก่อนจะกล่าวกับพี่ใหญ่ของเหล่าปลาตีนน้อยอีกครั้ง “ไหน ๆ หนูลองทำให้แม่ดูหน่อยสิ...”
ได้ยินผู้เป็นแม่เอ่ยออกมาเช่นนั้นเอรีสจึงกวักมือเรียกเพื่อน ๆ เข้ามาหาตัวเองตามคำสั่งของมีนในทันที “เจมีส ทอรัสแคนเซอร์ มา ๆ ทำให้ท่านแม่ดูหน่อย...”
“งื่อ”เจมีสที่นอนกลิ้งไปมาอยู่ ก็รีบเด้งตัวขึ้นพร้อมกับรับคำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินแกว่งหางดุ๊กดิ๊กเข้าหาอีกฝ่าย
เมื่อได้ระยะเอรีสจึงเรียกใช้งานทักษะ[ผสานร่าง] พร้อม ๆ กับที่ทอรัสเรียกใช้ทักษะฯ กับแคนเซอร์
หลังจากที่ปลาตีนสองคู่สี่ตัวผสานร่างกันแล้วมีนจึงเรียกดูสถานะของพวกมันและก็พบว่า เจ้าทักษะ[ผสานร่าง] ของ “เอรีส-เจมีส” และ “ทอรัส-แคนเซอร์” มันยังคงอยู่จริง ๆ โดยตัวทักษะฯ ไม่ได้กลายเป็นสีเทา ซึ่งเป็นลักษณะของทักษะที่กำลังใช้งานอยู่หรือเป็นทักษะที่อยู่ในระยะคูลดาวน์ไม่
จากนั้นมีนจึงลองให้เอรีส-เจมีส เรียกใช้ทักษะผสานร่างกับ ทอรัส-แคนเซอร์อีกครั้งและผลปรากฏว่า มันสามารถผสานร่างได้อีกครั้งจริง ๆ ตามที่เอรีสบอกไว้
แต่เมื่อมีนลองเปิดดูค่าสถานะของพวกมันอีกครั้งก็พบว่าทักษะผสานร่างของ “เอรีส-เจมีส-ทอรัส-แคนเซอร์” ในเวลานี้ ได้กลายเป็นสีเทาไปเรียบร้อยแล้วซึ่งมีนไม่เคยรู้มาก่อนว่า หลังจากที่พวกมันจับคู่ผสานร่างไปรอบหนึ่งแล้ว พวกมันจะสามารถเรียกใช้งานทักษะได้อีกครั้งซึ่งมันขัดแย้งกับข้อจำกัดของทักษะ [ผสานร่าง] ขั้นต้น ตามที่ตนเคยอ่านมา (เอ๊ะ...หรือว่า? ตนจะเข้าใจผิดไปเอง)
จากนั้นหญิงสาวจึงได้รับการไขข้อสงสัยจากร่างผสานของ“เอรีส-เจมีส-ทอรัส-แคนเซอร์”อีกครั้ง “พวกหนูก็เพิ่งรู้มาไม่นานนี้แหละคร่า ตอนที่ท่านแม่ทำงานศิลปะอยู่ พวกเราก็เล่นๆ กันอยู่...แต่จู่ ๆ ก็รวมร่างกันได้เฉยเลย”
“แต่ว่า...มันสามารถผสานร่างได้อีกเพียงครั้งเดียวหลังจากที่พวกเราผสานร่างรอบแรกไปแล้ว และการผสานร่างแบบนี้ มันจะผสานร่างได้เฉพาะกับพวกที่ผ่านการผสานร่างมารอบหนึ่งมาแล้วแต่ข้อเสียของมันก็คือ จะทำให้ทักษะผสานร่างของพวกเราทั้งหมดถูกเปลี่ยนสถานะไปเป็น“รอฟื้นฟู (คูลดาวน์)” แถมมันยังไม่เพิ่มเวลาให้อีกด้วยนะเจ้าคะ...” เอรีส-เจมีส-ทอรัส-แคนเซอร์อธิบายเพิ่มเติม
มีนก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ ด้วยความอึ้งในข้อมูลที่ได้รับมาใหม่นี้ แม้จะคิดว่า ตัวเองรอบคอบและได้อ่านรายละเอียดการใช้งานของทักษะอย่างถี่ถ้วนดีแล้วแต่มันก็ยังมีบางจุดที่ยังคงขาดตกบกพร่องอยู่...
สุดท้ายมีนก็ได้แต่ยกความผิดทั้งหมดไปที่ตัวเกมอยู่ดีเพราะคิดว่า ถึงอย่างไร นี่...มันก็เป็นเกมออนไลน์เสมือนจริงที่ไม่สามารถอธิบายด้วยตรรกะแบบ“1+1=2” ได้หรอก…
ด้วยเหตุนี้ ทางเดียวที่มีนจะลดข้อผิดพลาดต่างๆ ลงได้ นั่นก็คือ “พยายามตีความ” เพื่อหาความหมายของสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวให้ทะลุปรุโปร่งรวมทั้งทำการทดสอบทดลองเกี่ยวกับรูปแบบวิธีการใช้งานทักษะต่าง ๆ ให้มากที่สุด ว่าสิ่งใด?ทำได้หรือไม่ได้ เพราะเงื่อนไขฯ ต่าง ๆ ในโลกใบนี้ ล้วนแต่ละเอียดอ่อนมีความซับซ้อน และสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้มากกว่าหนึ่งวิธีเสมอ และสุดท้ายคือ“การไม่ยึดติด” กับรูปแบบหรือกรอบความคิดเดิม ๆ รวมไปถึงการก้าวข้าม “สำนึกพื้นฐาน”ที่คอยฉุดรั้งความคิดและจินตนาการจากสิ่งที่มีอยู่ในโลกแห่งความจริงทั้งหมด เพราะถึงอย่างไรหญิงสาวก็คิดว่าโลกใบนี้ คือ “โลกแห่งแฟนตาซี” อันไร้ขอบเขต...
และจากเหตุการณ์ในวันนี้...ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หญิงสาวเข้าสู่เส้นทางของ“จอมอาคมในตำนาน” ผู้แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ฯ จนสามารถสร้างความตื่นตะลึงให้ทุกผู้คนในโลกใบนี้ได้...ในอนาคตอันใกล้
ไม่เว้นแม้กระทั่ง...ผู้ที่ให้กำเนิดโลกเสมือนจริงใบนี้
หลังจากที่ปลาตีนน้อยทั้งสี่ยกเลิกทักษะ[ผสานร่าง] หญิงสาวก็นำขนมหวานหลากสีหลายรสชาติที่ตนเลือกสรรมาจากตลาดออนไลน์ให้เด็กๆ ทั้งหลายได้ลองลิ้มชิมรส ซึ่งผลก็ปรากฏว่า เจ้าปลาตีนน้อยทั้งหมดต่างรู้สึกติดอกติดใจในรสชาติของมันจนลืมความขื่นขมจากความตายอันขมขื่นไปเสียสิ้น
ในขณะที่ปลาตีนน้อยกำลังสนุกสนานเพลิดเพลินอยู่กับ“ขนมไถ่โทษ” ตัวมีนเองก็นั่งเปิดทักษะฯ แต่ละชนิดที่ตนมีอยู่ออกมาอ่านอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนจะมีรอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก...ในเวลาต่อมา
เมื่อเวลาได้ผ่านไปพักใหญ่ มีนจึงตัดสินใจออกเดินทางไปยังถ้ำหิมะอีกครั้ง และในครั้งนี้มีนเดินทางไปยังเป้าหมายพร้อมกับสังหารสัตว์อสูรที่อยู่ในบัญชีภารกิจของสมาคมนักล่าไปด้วยเพื่อเพิ่มระดับให้ตัวเองและพวกอีกสักเล็กน้อย ก่อนจะถึงเวลาล้างแค้น...
และเมื่อหญิงสาวเดินทางมาถึงถ้ำหิมะอีกครั้งก็พบว่าโถงถ้ำที่เคยถูกทำลายเสียจนเละเทะในครั้งนั้น ได้ฟื้นคืนสภาพกลับมาจนแทบจะสมบูรณ์แล้วเพียงแต่...ในส่วนของเจ้าราชาลิงหิมะคู่ปรับเก่า ซึ่งเคยอยู่ตรงบัลลังก์สีทองตรงหน้านั้นยังไม่ได้ฟื้นตื่นขึ้นมาจากความตาย ซึ่งมีนคิดว่า เจ้าราชาลิงหิมะตัวนี้ คงจะมีระยะเวลาคืนชีพที่มากกว่า24ชั่วโมงอย่างแน่นอน...แต่จะเป็นระยะเวลาเท่าไหร่? ตนก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก
แต่เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้วเพราะตนจะได้มีเวลาในการสำรวจพื้นที่รอบ ๆ ถ้ำหิมะแห่งนี้...จนทุกซอกทุกมุม
สุดท้ายหญิงสาวและพวกกลับไม่พบสิ่งใดนอกจากความว่างเปล่าไม่ว่าจะเป็นลูกสมุนลิงหิมะสักตัวก็ไม่โผล่หน้ามาให้เห็น ส่วนกลไกเวทที่จะนำไปสู่ห้องลับตามที่ป้าได้บอกไว้ก็ไม่พบเบาะแสหรือร่องรอยอันใดที่ผิดสังเกตแม้แต่ทักษะ [ค้นหา] ขั้นสูงของตนก็ยังไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ เกิดขึ้น ซึ่งมีนคิดว่า อาจจะเป็นเพราะเงื่อนไขฯ บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับบอสเจ้าของสถานที่โดยตรงก็เป็นได้ดังนั้นมีนจึงได้แต่พักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน...
แต่การพักที่ว่าก็หาใช่การปล่อยเวลาให้ล่วงผ่านอย่างไร้ประโยชน์ไม่ เพื่อความไม่ประมาทจอมอาคมสาวจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้บ้าง
มีนทำการสลักวงเวททั้งรูปแบบโจมตีและวงเวทสำหรับใช้ผนึกการเคลื่อนไหวของเป้าหมายจำนวนหลายสิบวงเอาไว้จนทั่วทั้งโถงถ้ำฯ
เนื่องจากตัวเองมีเวลาดำเนินการมากพอดังนั้นวงเวทที่เตรียมพร้อมเอาไว้รอต้อนรับเจ้าบอสตัวนี้ จึงแทบจะเรียกได้ว่า “พร้อม”อย่างที่ไม่เคยพร้อมเช่นนี้มาก่อนเลยทีเดียว
และครั้งนี้ จอมอาคมสาวก็ได้มุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทางของ“เทพทรู” อีกครั้ง เวลานี้หญิงสาวกระหน่ำช้อปปิ้งอย่างบ้าคลั่ง เพื่อทำให้ตัวเองมั่นใจว่าจะไม่เกิดข้อผิดพลาดอย่างที่แล้วมาอีก แต่กระนั้นหากเทียบกับเงินจำนวนเกือบ ๆ 2ล้านเหรียญทองในบัญชีของตน การกว้านซื้ออัญมณีธาตุจากตลาดในครั้งนี้ถือว่าเป็นตัวเลขที่ดู “จิ๊บ ๆ” ไม่ทำให้ขนหน้าแข้งของตน ต้องหลุดร่วงออกไปแม้แต่เส้นเดียว...
การลงทุนในรอบก่อนหน้าฯหากไม่นับความสูญเสียจากเหตุการณ์ที่พวกเด็ก ๆ ต้องตายอย่างโง่ ๆ จนระดับลดหายไปถึง5ระดับนั้น มันก็พอถือได้ว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเป็นอย่างมากแล้วนับเพราะแค่มูลค่ารางวัลที่ได้รับมาจากภารกิจฯ ก็เพียงพอที่จะทำให้หญิงสาวผู้นี้เหลือ“กำไร” จำนวนมากพอแล้ว ไหนจะได้ของแถม ซึ่งเป็นคะแนนนักล่าที่เพิ่มขึ้นมาเป็นพิเศษจำนวนมากโขนั่นอีกต่างหากด้วยเหตุนี้ จึงทำให้หญิงสาวคิดว่า การล่าราชาลิงหิมะและลูกสมุนฯ เป็นเสมือนขุมทองขุมใหญ่เลยทีเดียว
เพียงแต่...ภารกิจเหล่านี้กลับเป็น “ภารกิจลับ” ที่สามารถรับได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น หาไม่แล้ว...มีนคงจะปักหลักอยู่ที่นี่และใช้สถานที่แห่งนี้ขุดทองสร้างรายได้ให้ตัวเองต่อไปอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกไม่ค่อยพอใจมากนักกับแดนหิมะแห่งนี้นอกจากสภาพอากาศอันเลวร้ายแล้วก็คือ เจ้าพวกลิงจ๋อพวกนี้ แม้จะให้ค่าประสบการณ์ที่สูงกว่าสัตว์อสูรระดับเดียวกันแต่พวกมันกลับไม่ดรอปเงิน หรือไอเทมระดับสูงใด ๆ ออกมาแม้แต่ชิ้นเดียวมีเพียงแค่น้ำยาฟื้นพลังฯ และอัญมณีธาตุน้ำระดับกลางเพียงไม่กี่ก้อน ซึ่งนาน ๆจะดรอปออกมาให้ทีหนึ่งเท่านั้น อีกทั้งตัวของราชาลิงหิมะเอง ก็ไม่มีสมบัติอะไรให้ปล้นชิงมาเป็นของตัวเองเลยด้วยเหตุนี้...จึงทำให้หญิงสาวผู้แสวงหาความมั่งคั่ง ดูจะหงุดหงิดและไม่สบอารมณ์อยู่บ้างกับถ้ำหิมะแห่งนี้
หลังจากที่เตรียมการทุกอย่างแล้วเสร็จฯที่เหลือ...มีนก็แค่รอเวลาให้ราชาลิงหิมะเกิดเท่านั้น
ทว่าเวลาก็ล่วงผ่านไปแล้วกว่า 48 ชั่วโมง ภายในโถงถ้ำหิมะก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อเป็นเช่นนี้มีนจึงได้แต่รอให้พวกมันเกิดอย่างใจเย็น ด้วยการปรับแต่งเสริมประสิทธิภาพให้แก่วงเวทฯ พร้อมทั้งสลักวงเวทเพิ่มเติมจนเกือบทั่วทั้งบริเวณของโถงถ้ำหิมะแห่งนี้...เอาเป็นว่าในรอบนี้ มีนยอมลงทุนไม่อั้น เพื่อให้ได้ชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะนี่...ถือเป็นการแก้แค้นเจ้าลิงยักษ์ไปในตัว
ในการนี้ มีนถือคติว่า“เสียเงินไม่ว่า...แต่เสียหน้าไม่ได้”
และแล้ว...เวลาก็ผ่านไปจนครบ60 ชั่วโมง หลังจากเจ้าราชาลิงหิมะถูกสังหาร
พื้นที่ด้านหน้าของบัลลังก์สีทองก็ได้ปรากฏวงเวทขนาดสองเมตรที่ส่องแสงสว่างเรืองรอง พร้อมกับหมุนวนเบา ๆเพื่อเป็นสัญญาณเตือนการจุติของบอสเจ้าของสถานที่
“ได้เวลาแล้วสินะ...”มีนพูดกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะส่งสัญญาณแก่ปลาตีนน้อยทั้งหลาย “เด็ก ๆ เตรียมพร้อมเอาไว้นะ”
“รับซาบ...”เสียงขานรับดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
จากนั้นไม่นานเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นให้ทุกคนในถ้ำแห่งนี้ได้ยิน
“ผู้เล่นมตราพบสัตว์อสูรชั้นราชาระดับ 250 ‘ราชาลิงหิมะ’ หากผู้เล่นเสียชีวิต ระดับจะลดลง 5 ระดับค่ะ”
“เจี๊ยก!!” ราชาลิงหิมะแหกปากตะโกนทักทายผู้บุกรุกเป็นภาษาลิง
ไม่นานหลังจากที่ราชาลิงหิมะปรากฏตัว ก็มีวงเวทสีทองเกิดขึ้นมาด้านข้างของบัลลังก์ฯรายล้อมร่างของราชาลิงเอาไว้จำนวน 10 วง ก่อนจะปรากฏเป็นร่างของลิงหิมะชั้นองครักษ์ซึ่งมีชื่อบนหัวเป็นสีฟ้า
“เรียกออกมาให้หมดเลยสิจะได้จัดการทีเดียวให้มันจบ ๆ” มีนเหยียดยิ้มอย่างท้าทาย ก่อนจะกล่าวกับราชาลิงหิมะด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น
เหมือนกับว่าราชาลิงหิมะจะเข้าใจในสิ่งที่หญิงสาวสื่อออกมา มันหงายมือขึ้นพร้อมกับกางแขนทั้งสองออกไปยังด้านข้างของลำตัวจากนั้นไม่นานทั่วทั้งโถงถ้ำก็เกิดวงเวทฯ ซึ่งส่องแสงสว่างไสวจำนวนนับร้อยวงกระจายอยู่โดยรอบก่อนจะมีร่างของลิงหิมะน้อยใหญ่ทยอยกันออกมาจากวงเวทเหล่านั้น
เมื่อกะคร่าว ๆด้วยสายตาแล้ว จำนวนของพวกมันคงไม่ต่ำกว่า 2 พันตัวอีกทั้งแต่ละตัว ต่างก็มีระดับไม่น้อยกว่า 230 กันทั้งนั้น “โอ้โห...คราวนี้เรียกมาเยอะกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเลยนะ”
“แกคงจะกลัวฉันล่ะสิท่า...”มีนกล่าวทีเล่นทีจริง เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ความรู้สึกอันตึงเครียดที่มาจาก“ลิงหมู่” เหล่านี้
หลังจากลิงหิมะน้อยใหญ่ทั้งหมดออกมาจากวงเวทแล้วพวกมันต่างก็มุ่งหน้าเข้าหาศัตรูผู้บุกรุกด้วยท่าทีอันดุร้ายอย่างรวดเร็ว
ด้วยรูปร่างลักษณะรวมทั้งอาวุธในมือของพวกมันทำให้หญิงสาวอดสงสัยไม่ได้ว่า ในเมื่อพวกมันส่วนใหญ่ต่างสวมเกราะถืออาวุธหลากหลายชนิดหลายรูปแบบเช่นนี้แล้วเหตุไฉน? เมื่อพวกมันตายลง จึงไม่ยอมดรอปมาให้ตัวเองเลยสักชิ้น ‘พวกแกจะงกเกินไปหน่อยแล้วล่ะมั้ง...’
มีนยืนอยู่ตรงใจกลางของโถงถ้ำฯซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบัลลังก์สีทองของราชาลิงหิมะ โดยพื้นที่รอบกายของตนได้รายล้อมไปด้วยวงเวทฯซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 2 เมตรซ้อนกันอยู่ถึง 2 ชั้น นับรวมได้จำนวน 15 วง ซึ่งดูคล้ายกับกลุ่มของลูกสนุ๊กเกอร์ 15 แดง โดยมีตัวเองยืนอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของกลุ่มฯ
เจ้าปลาตีนน้อยทั้ง12เองก็เช่นกัน พวกมันยืนเป็นวงกลมล้อมรอบตัวเจ้านายของมัน โดยหันหลังให้แก่หญิงสาว
มีนรอเวลาให้เจ้าลิงหิมะทั้งหลายเคลื่อนที่เข้ามาหาพวกตนอย่างใจเย็น
เมื่อลิงหิมะชุดแรกเข้ามาใกล้หญิงสาวจึงปลดปล่อย [ม่านสายฟ้า] ซึ่งเป็นม่านบาเรียรูปครึ่งวงกลมขนาด 2 เมตรที่หน่วงเอาไว้...คลุมครอบร่างของตนและพวกในทันที
สมุนลิงหิมะที่กรูกันเข้ามาต่างพยายามทุบทำลายม่านบาเรียอย่างเต็มกำลัง แม้ร่างของพวกมันจะถูกพลังจากม่านสายฟ้าเล่นงานจนทำให้พลังชีวิตลดลงอย่างรวดเร็วก็ตาม แต่จำนวนของลิงหิมะที่รายล้อมรอบ ๆ โดมสายฟ้ากลับมิได้ลดลงมีแต่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จาก 10 เป็น 100และทยอยเพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่อง...
นั่นก็เพราะ เป้าหมายของพวกมันทั้งหมดอยู่รวมตัวกันเป็นกระจุก...เพียงจุดเดียว
จากพื้นที่โล่งๆ บัดนี้ เริ่มแออัดยัดเยียดไปด้วยลิงหิมะน้อยใหญ่ที่พยายามเข้ามาทุบทำลายบาเรียสายฟ้าเพื่อหวังจะปลิดชีพกลุ่มของผู้บุกรุกให้จงได้
เสียงโห่ร้องเสียงอาวุธกระทบกันดังกึกก้องไปทั่วทั้งโถงถ้ำ
มีนค่อยๆ เสริมพลังให้แก่ม่านสายฟ้าทีละนิดอย่างต่อเนื่อง
ไม่นาน เจ้าลิงหิมะที่อยู่ด้านหน้าสุดก็เริ่มทนไม่ไหวและกลายเป็นแสงสีเทาหายไป...
“ท่านแม่เอารึยังเจ้าคะ?” เอรีสถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความตื่นเต้น มันปรารถนาที่จะแก้แค้นเจ้าลิงหิมะพวกนี้ใจจะขาดเพียงแต่...ติดที่หญิงสาวสั่งห้ามเอาไว้ เพื่อรอเวลาที่เหมาะสม
“ตกลง เอาเลยจ้ะ”มีนตอบด้วยน้ำเสียงอันนุ่มนวล
“อ๊ากกกกกก” เอรีสและพวกส่งเสียงร้องตะโกนปลุกพลังด้วยความยินดี ก่อนที่พวกมันจะเริ่มปลดปล่อยพลังโจมตีอันดุดันและทรงพลังเข้าโจมตีศัตรูโดยรอบ“[ลำแสงแอกโซโลตล์]” x 12
เส้นแสงสีดำแดงจำนวน12เส้น พวยพุ่งออกจากปากของเจ้าปลาตีนน้อยทั้งหมดอย่างพร้อมเพรียงโดยมีเป้าหมายเป็นลูกสมุนของลิงหิมะ ซึ่งอยู่ด้านนอกของบาเรียสายฟ้าอันนี้
ด้วยความรุนแรง 24เท่าของพลังโจมตีพื้นฐาน แม้พวกมันจะยังไม่ได้เรียกใช้งานทักษะผสานร่างแต่พลังทำลายจากทักษะกลับทำให้เจ้าลิงหิมะน้อยใหญ่ด้านนอกม่านสายฟ้า บาดเจ็บล้มตายลงไปเป็นจำนวนมาก
ตัวที่ตายก็ตายลงไปตัวใหม่ก็ทยอยกันเข้ามาเสริม...
สมุนลิงทั้งหมดได้รับคำสั่งเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ“สังหาร” ผู้บุกรุกทั้งหมด
และการที่ผู้บุกรุกทั้งหมดกระจุกตัวอยู่เพียงจุดเดียวนั้นก็ทำให้พวกมันไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะกรูกันเข้ามารุมสับสังหารศัตรูที่อยู่ด้านหลังของม่านสายฟ้าอันรุนแรงนี้...
แม้ลำแสงฯของเจ้าปลาตีนน้อยทั้ง 12 จะรุนแรง จนสามารถสังหารลิงหิมะให้ตายลงไปได้เป็นจำนวนกว่าร้อยตัวแต่ด้วยจำนวนของอีกฝ่าย ซึ่งมากกว่าสองพันตัว จึงทำให้ดูเหมือนว่า ความหนาแน่นของลิงหิมะฝูงนี้ยังไม่พร่องลงไปมากนัก
“ท่านแม่ ๆ จะเอายังไงต่อดีเจ้าคะ?”อควาส่งเสียงถาม หลังจากการทำงานของลำแสงฯ สิ้นสุดลง
“รอแปบนึงนะจ๊ะเตรียมตัวให้พร้อมไว้ก่อน อีกเดี๋ยวพวกหนูจะได้แก้แค้นอย่างสมใจแน่นอนจ้ะ” มีนกล่าวกับเด็กๆ ซึ่งเวลานี้ พวกมันแต่ละตัวแสดงอาการกระเหี้ยนกระหือรือ อยากเข่นฆ่าศัตรูจนออกนอกหน้า...ช่างผิดวิสัยของสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์ปลาตีนเสียเหลือเกิน
จากนั้นเมื่อมีนเห็นว่าได้เวลาแล้ว จึงทำการปลดปล่อยวงเวททั้ง 15 วง ที่รายล้อมอยู่รอบกายในทันที“ปลดปล่อย!! [แดนอัสนีสังหารเทพ]”
วงเวทสีทองแต่ละวงซึ่งมีอักขระจำนวน 20 จุด ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับแสงสว่างเรืองรองพวกมันค่อย ๆ หมุนวนอย่างช้า ๆ พร้อมกับที่ด้านบนเหนือวงเวทขึ้นไปในระยะ 5 เมตร ก็ปรากฏวงเวทแบบเดียวกันขึ้นมาอีกวงหนึ่งก่อนที่วงเวททั้งสองจะหมุนวนสอดรับซึ่งกัน และปลดปล่อยพลังทำลายออกมาในที่สุด
เปรี้ยง!! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
เส้นอัสนีนับพันนับหมื่นเส้นฯวิ่งตามแนวสลับไปมาระหว่างด้านบนและล่างของวงเวททั้ง 15วง
จากเสียงโห่ร้องและเสียงทุบทำลายม่านสายฟ้าของสมุนลิงหิมะกลับกลายเป็นเสียงกรีดร้องอันโหยหวนดังระงมอยู่ท่ามกลางแสงสว่างสีทองจากประกายสายฟ้าที่แปลบปลาบจนแสบตากลิ่นไหม้ของขนและผิวหนังสมุนลิงหิมะกลุ่มนี้ ได้ส่งกลิ่นฉุนตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณจนหญิงสาวแทบต้องกลั้นหายใจเอาไว้ พร้อมกับบ่นออกมาในใจถึงความสมจริงของเกม ‘ฉิบ!! จะสมจริงเกินไปไหนเนี่ย เหม็นจะตายชัก...’
เสียงรายงานค่าประสบการณ์และไอเทมที่ได้รับดังขึ้นอย่างต่อเนื่องยิ่งได้รับ “บัพ” เพิ่มค่าประสบการณ์คูณ 3 จากเควสก่อนหน้าด้วยแล้วยิ่งทำให้ระดับของมีนและพวกเพิ่มขึ้นเร็วเป็นพิเศษ...
ลิงหิมะตัวที่อยู่ด้านในทยอยตายลงอย่างรวดเร็วราวกับใบไม้ร่วงส่วนพวกที่อยู่วงนอกก็ยังคงพยายามเบียดเสียดร่างเข้ามาใกล้กับม่านสายฟ้าอย่างไม่หวั่นเกรงต่อความตาย
ด้วยค่าสถานะที่เพิ่มขึ้น3เท่าของตนในเวลานี้ มันก็ทำให้หญิงสาวหมดปัญหาในด้านการจ่ายพลังเวทให้แก่วงเวทม่านสายฟ้าและวงเวททั้ง15 วงไปโดยปริยายฯ ยิ่งเวลาผ่านไป...ลูกสมุนลิงหิมะก็ยิ่งถูกสังหารจนล้มตายมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่กระนั้นมีนก็ไม่คิดจะปล่อยให้เวลาสูญเปล่าไปมากกว่านี้เพราะตนไม่แน่ใจว่า เจ้าราชาลิงหิมะจะทนดูอยู่เฉย ๆ อย่างใจเย็นได้อีกนานมากน้อยเท่าไหร่ดังนั้นสิ่งที่มีนควรจะทำในเวลานี้ก็คือ “การเร่งเผด็จศึก”
“เด็กๆ ลุย!!”
และแล้วช่วงเวลาที่ฝูงปลาตีนน้อยรอคอยก็มาถึงแล้วเมื่อคำสั่งออกจากปากหญิงสาวผู้เป็นแม่ พวกมันทั้งหมดต่างตะโกนรับคำด้วยเสียงอันดังกันอย่างพร้อมเพรียง“รับซาบ!!”
............