อาอู่มาถึงสำนักก็เช้าพอดี อาอู่ให้เ้าม้าน้อยกลับเข้าในแผ่นหนังตามเดิม แล้วอาอู่ก็กลับไปที่ห้องอาบน้ำ นั่งสมาธิ ไม่นานร่างกายก็กลับมาสดชื่นเหมือนเดิม
“ อ้าว ไหนบอกว่าไปทำภารกิจ นี่ทำเสร็จแล้วรึ” พี่เดชถาม
“ เสร็จแล้ว ทีแรกนึกว่าต้องใช้เวลานาน” อาอู่ตอบ แล้วเห็นพี่สิงห์เดินมากับองค์ชายสาธิต ใบหน้าเหมือนมีเื่อะไร
“ อาอู่ เ้าไปมีเื่กับสามองค์ชายจากแดนเหนือ ด้วยเื่อันใดกัน” พี่สิงห์คงหมายถึงองค์ห้าแห่งสุโขทัย องค์ชายสิงหล จากสองแควองค์ชายเดโช จากซากังราว ซึ่งองค์ชายทั้งสามเวลานี้มีอิทธิพลในสำนักมากถึงได้มาถึงก็ถามอาอู่ทันที
“ ข้าตีก้นสั่งสอนแทนพ่อของพวกเขาที่ไม่ยอมสั่งสอนลูกให้เป็คนดี เอาแต่รังแกชาวบ้าน” อาอู่ตอบไปตามตรง
“ เ้ากล้าตีก้นองค์ชายเหล่านี้เชียวหรือนี่” พี่สิงห์กับองค์ชายสาธิตใเช่นกัน
“ แล้วที่ทำหน้าตาตื่นมานี่มีอะไรกันหรือเปล่า” พี่เดชถาม
“ วันนี้เราต้องไปเรียนวิชาดาบกัน มันต้องมีการทดสอบกันอยู่แล้วแต่ใครจะท้าใครองค์ชายทั้งสามคนนี่ไปจ้างมือดาบไร้อันดับ มันชื่อ อาคม ให้มาท้าสู้กับเ้า” พี่สิงห์พูดด้วยความเป็ห่วง
“ มันเก่งมากเลยหรือ” พี่เดชถามแทนอาอู่
“ ใช่ มันคล้ายเป็มือดาบรับจ้าง เพราะถ้ามันติดอันดับแล้ว พวกมันไม่สามารถท้าสู้กับศิษย์คนอื่นได้อีก นอกจากศิษย์หลักเท่านั้น” พี่สิงห์อธิบายทำไม่มันไม่ยอมจัดลำดับ
“ ประวัติการต่อสู้มันเป็ยังไง” อาอู่ถามบ้าง
“ มันเคยเอาชนะศิษย์หลัก อันดับ 15 ในดาบเดียว” พี่สิงห์พูดแล้วรู้สึกห่วงอาอู่อย่างมาก เพราะรู้ว่าอาอู่เพิ่งเข้าสำนักเชิงมวยอาจจะเก่ง แต่ว่าวิชาดาบนั้นยังไม่ได้ร่ำเรียนเท่าไร
“ พี่สิงห์อย่าได้กังวล พวกเราไปเรียนกันเถอะ” ทั้งสี่ก็เดินทางไปที่จัดสอนวิชาดาบของสำนักตักศิลา ทันที
วันนี้ในสถานที่สอนวิชาดาบมีผู้คนสนใจเรียนนับร้อยคนมากเป็พิเศษ อาจจะมีข่าวว่า เหล่าองค์ชายทางเหนือ ลงขันกันจ้างนักดาบ ไร้อันดับ นามว่า อาคมเพื่อจะ โค่นศิษย์สายในอันดับ1 ซึ่งก็คืออาอู่นั่นเอง จึงทำให้คนให้ความสนใจ
จึงได้พากันมาเป็จำนวนมาก กลุ่มของอาอู่ได้มาถึงสถานที่สำหรับสอนในวันนี้คนมากันเป็ร้อยคน อาอู่เห็นกลุ่มของ องค์ชายห้าจากสุโขทัย นั้งยิ้มแล้วมองมาที่กลุ่มของอาอู่อย่างเย้ยหยัน และทีนั่งใกล้กันมีองค์ชายอาฑิตย์กับพรรคพวกอีกนับสิบคน และมีคนหน้าขาวนั่งติดกันคนนี้ น่าจะเป็องค์ชายสันติ คู่แค้นขององค์ชายสาธิต เห็นทั้งสองมองตากันเหมือนจะฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง
และถัดไปยังมีองค์ชายสี่จากเมืองสุพรรณภูมิ มองมาที่พี่เดช เหมือนว่าจะฆ่ากันอีกคู่ อาอู่เห็นแล้วส่ายหัว เื่บัลลังก์นี้ ยากที่จะพูดได้จริงๆ
“ สวัสดีนักเรียนทุกคน อาจารย์มีนามว่า ธีระ วันนี้เป็วันที่มีคนสนใจวิชาดาบของสำนักตักศิลาเรามากที่สุด ั้แ่อาจารย์เคยสอนมาเลยนะ ดาบที่ใช้ต่อสู้ มีอยู่หลายแบบ แล้วแต่การใช้งาน เช่น ดาบคู่ นั้นเหมาสำหรับตั้งรับ และ บุกทะลวงให้ศัตรูวุ่นวาย เน้นตัดเส้นเอ็น ลำคอ แต่จะเน้นให้ขี่หลังม้า แล้วถือดาบคู่เข้าไปฟันศัตรู นั้น ยังไม่ถึงศัตรูอาจตกม้าตายซะก่อน ดาบคู่นั้นจะสั้นข้าง ยาวข้าง เพราะเป็ดาบต้าน กับดาบฟัน ส่วนท่ารำพวกเ้าคงได้เรียนรู้จากตำราที่ให้ไปศึกษาแล้ว
ส่วนดาบเดียว นั้นส่วนใหญ่เน้นการต่อสู้บนหลังม้า และการบุกที่มุ่งหวังทำลายล้างในดาบเดียว ผู้ฝึกต้องแข็งแร็งมาก ถ้าในสนามรบต้องถือโล่ห์ จะเป็กองทัพที่ทำลายล้างได้ดีที่สุด ส่วนตัวดาบนั้นมีหลายประเภท เช่น ดาบต่อสู้หลังม้าดาบหนาคมด้านเดียว และดาบขนาดกลางไว้สู้พร้อมโล่ เป็ต้น ส่วนวิธีการใจดาบเหล่านี้ในตำรามีไว้ทั้งหมดด้านข้างของพวกเ้ามีดาบที่บอกไว้ทั้งหมด เ้าไปลองัั แล้วท้าคู่ต่อสู้คนไหนก็ได้ ใครจะคิดจะต่อสู้คนแรก ก้าวขึ้นมา” มีชายหนุ่มวัย 20 ปีถือดาบ2มือเดินก้าวขึ้นมากลางสนามคนแรก
“ แจ้งชื่อเ้ามา และจะท้าสู้กับใคร” อาจารย์ธีระ ตระโกนถาม
“ ข้าชื่อ ทด ท้าสู้กับ คนที่ชื่อเดช “ แล้วใช้ดาบชี้มาที่เดช องค์ชายสี่แห่งสุพรรณภูมิ ยิ้มแบบเยาะเย้ยมาที่เดช
“ เ้าทดมาก็เป็มือดาบรับจ้างเหมือนกัน เ้าเดช เ้าต้องระวังตัวด้วย” พี่สิงห์รีบบอกทันทีอาอู่ตบไหล่พี่เดชเบาๆ แล้วบอกว่า
“ อัดมันให้เละไปเลย”เดชเดินขึ้นไปหยิบดาบคู่เช่นกัน แล้วเดินไปที่กลางสนาม สำหรับคู่แรกนี้ คนรอบสนามก็เริ่มเข้ามานั่งหน้ากันเต็มไปหมด เพราะไม่อยากพลาดคู่สำคัญ
“ เริ่มได้”
เ้าทดก็ควงดาบเป็พายุเข้าใส่เดชทันที ดาบที่ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้เป็ดาบที่ลบคม ดังนั้นก็สามารถบอกว่าปลอดภัยได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าถูกแทงเข้าจุดสำคัญ
ก็อาจถึงตายได้ เดชก็สามารถรับได้ทุกท่าดาบที่ฟันเข้ามา ทั้งคู่ต่อสู้กันจนเกิดประกายไฟ จากดาบกระทบกัน จนกระทั่งทดซึ่งช้ากว่าเดชมากนัก โดนฟันไปที่แขนทั้งสองข้างจนดาบหลุดออกจากมือ แล้วเดชก็ถีบ เข้าใส่ที่หน้าอกของเ้าทดจนกระเด็นไปนั่งจุกลุกไม่ขึ้น อาจารย์รีบเข้ามาดู อาการเ้าทด ไม่เป็อะไรมาก
“ เ้าเดช ชนะ” อาจารย์ธีระประกาศเสียงดัง
“ ใครต่อ”
“ ข้าชื่อ อาคม ท้าสู้อาอู่ ศิษย์สายในอันดับ 1”อาอู่ไปหยิบดาบเดียวมาเล่มหนึ่ง เป็ดาบที่หนาและยาวกว่าดาบทั่วไป เหมาะสำหรับฟาดฟัน ส่วนอีกฝ่ายเตรียมดาบคู่มาเอง แต่อาจารย์ตรวจสอบแล้วว่าปลอดภัย เวลานี้เป็การต่อสู้ระหว่างดาบเดียว กับ ดาบคู่ ทั้งสองก้าวเข้าอยู่กลางเวทีประลอง
“ ข้าไม่เคยมีความแค้นอะไรกับเ้า มีคนจ้างข้ามาให้ตีแขน หรือ ขา ของเ้าให้หักพอเ้าถูกข้าตีแขนหรือขาหักแล้วะโว่ายอมแพ้ ข้าจะหยุดให้ทันที” อาคมกล่าวเหมือนมีน้ำใจมาก
“ ดูเ้าเป็คนดีมีน้ำใจนะ อย่าห่วงเลย ข้าก็เช่นกัน” อาอู่พูดทำให้อาคมสับสนว่าข้าก็เช่นกันหมายความว่าอย่างไร
“ เริ่มได้”
อาคมควงดาบเป็รูปวงกลมเข้าใส่อาอู่ทันที อาอู่จับดาบด้วยสองมือ แล้วชี้ไปที่อาคมที่กำลังควงดาบเข้ามา อาอู่ไม่ขยับรอให้อาคมเข้ามาในระยะดาบก่อน
พออาคมเข้าใกล้ระยะดาบ อาอู่ก็ะโหมุนตัวใส่เกลียวรอบหนึ่งแล้วฟันไปตรงๆ เปรี้ยง ! อาคมทรุดลงไปกองกับพื้น กระดูดที่ไหล่ซ้ายหลุดออก ส่งเสียงร้องดังลั่น นีเทียนลดพลัง โดยใช้แค่ 1ใน10 เท่านั้น แต่อาจเป็เพราะะโแล้วใส่เกลียวเข้าไปทำให้มันรุนแรง ใช้มือเดียวรับดาบจะไปเหลืออะไร ถ้าอาอู่เล็งไปที่หัว เ้าอาคมนี่หัวเบะแน่ ฝูงชนพากันลุกขึ้นยืนอย่างตะลึงที่เห็น ดาบเดียวฟันทีเดียว ยอดฝีมืออย่างอาคมถึงกับทรุดไหล่หลุดเลยทีเดียวอาจารย์ธีระรีบมาดูอาการ แล้วค่อยจับไหล่ที่หลุด ดันกลับเข้าที่ไป
“ อาอู่ชนะ “ อาจารย์ส่งเสียงไป แล้วถามใครเป็รายต่อไปมีคนขึ้นมาท้าสู้แต่ผู้คนเริ่มทยอยกลับไปแล้วหลังชมคู่สำคัญจบ
ฝ่ายองค์ชายจากแดนเหนือ รีบลุกออกไปด้วยความโมโห องค์ชายสี่แห่งสุพรรณภูมิเช่นกัน ตอนนี้เหลือคนไม่กีคนเท่านั้น อาจารย์ดาบ เดินเข้ามาหาอาอู่
“ อาอู่ ฝีมือดาบเดียวของเ้านี่ร้ายกาจ มาก ใครเป็ผู้สอนเ้า” อาจารย์ธีระถาม
“ อาจารย์เมฆาเป็คนสอนขอรับ” อาอู่ตอบแบบนอบน้อม
“ ศิษย์พี่นี่ยอดเยี่ยมตลอด แถมสอนศิษย์ได้อย่างสุดยอดอีกต่างหาก อาอู่อีกไม่กี่วันข้างหน้า ทางสำนักจะมีการคัดนักดาบไปแข่งขันที่เมืองนครศรีธรรมราช อาจารย์อยากให้เ้ากับเพื่อนของเ้าชื่อเดช เข้าไปร่วมงานครั้งนี้ด้วย” อาจารย์ธีระเอ่ยชวน
“ ตกลงขอรับ เราทั้งคู่จะไป” อาอู่กับเดช พยักหน้าพร้อมกัน
“ ดี ดี อีก 7 วันพวกเ้าทั้งคู่มาร่วมคัดตัวที่นี่” อาจารย์ธีระดีใจอย่างยิ่งวันนี้ทั้งสี่คนไปฉลองชัยชนะที่โรงอาหารของสำนัก
“ อาอู่ช่วยสอนข้าใช้ดาบเดียวบ้างได้ไหม” องค์ชายสาธิตอยากเรียน
“ ได้ไม่มี ปัญหา แต่ว่าท่านจะต้องฝึกกำลังแขนให้มากขึ้นเท่านั้น” อาอู่ไม่ขัด
“ ข้าก็อยากเรียนเหมือนกัน เคยใช้ดาบคู่ แล้วสู้ไม่ได้ซักที” พี่สิงห์ก็อยากเรียน
“ ดูเ้าใช้ดาบเดียวฟัน ข้าเองก็คงรับไม่ได้เช่นกัน สงสัยต้องกลับไปฝึกดาบเดียวบ้างแล้ว” พี่เดชก็พูดขึ้น
“ พวกท่านกำลังเข้าใจผิด สาเหตุที่ข้าใช้ดาบเดียวชนะในครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะวิชาดาบเดียวเหนือกว่า แต่ว่า เ้าอาคมมันประมาทข้ามากเกินไป ถ้าเป็พี่เดชเห็นท่าดาบเดียวแล้วจะกล้ารับไหม”
“ ไม่มีทางเด็ดขาด” พี่เดชส่ายหัวทันที
“ ใช่แต่เ้าอาคมดันรับ ลำพังจับดาบสองมือ ก็รับยากแล้ว นี่ใส่เกลียวไปอีกชั้นยังจะกล้ารับอีก ผลก็เลยเป็แบบนี้ แต่ถ้าคนมีชั้นเชิง เขาต้องดูไปก่อน ใช้หลบไม่ปะทะตรง เพราะถ้าดาบเดียวฟันพลาด ก็มีโอกาสโดนสวนกลับได้เช่นกันดังนั้น มันอยู่ที่คน และจังหวะ ไม่ใช่แค่ดาบเดียวจะชนะดาบคู่ตลอดไป” อาอู่อธิบายแต่ละคนก็ผงกหัวรอบบ่ายนี้อาอู่ก็เลยสอนวิชาดาบเดียวให้ทุกคน โดยให้พี่เดชใช้ดาบคู่เป็คนทดสอบก่อนอาอู่ถือดาบสองมือ ชี้ไปที่พี่เดช แล้วให้พี่เดชโจมตี พี่เดชหาจังหวะเข้าโจมตีแต่ว่าไม่ว่าจะไปทางซ้าย หรือ ทางขวา อาอู่ก็ใช้ดาบเดียวชี้มาที่พี่เดชตลอด จนพี่เดชไม่กล้าลงมือกลัว โดนฟันตรง
“ พี่เดชลองลุยเข้ามาก่อนเถอะ จะได้รู้ว่าผลเป็อย่างไร ไม่ต้องกลัวนี่เป็แค่ดาบไม้ไม่ใช่ดาบเหล็ก” อาอู่เรียกพี่เดชให้ลองลุยเข้ามา พี่เดชใช้ความเร็วหลอกจะฟันซ้าย แต่ใช้ดาบต้านปัดดาบเดียวออก แล้วพุ่งเข้าฟันที่หัวอาอู่ทันที อาอู่ตวัดดาบมารับได้ทันทีเช่นกัน แล้วใช้เท้ายันพี่เดชกระเด็นออกไป
“ ไม่เลว พี่เดชโจมตีได้ไม่เลว แต่ว่าช้าไปหน่อย ทุกคนเห็นท่ารับและท่ารุกแล้วใช่ไหม ไม่ได้อยู่ที่ใครมีดาบอะไร แต่อยู่ที่ ใครเร็วกว่า พี่เดชลุกขึ้นมา ข้าจะรุกแล้วนะ เพลงรุกของข้ามีแค่ท่าฟันอย่างเดียว ทุกคนดู “ อาอู่พุ่งเข้าไปฟันพี่เดชทันที ฟันที่หัว พี่เดชะโถอยหลัง แล้วฟันด้านทะแยงซ้าย ขวา พี่เดชะโถอยหลังอย่างเดียว อาอู่ฟันต่อ อีกครั้งเพียง 3 จุดเท่านั้น หัว และไหล่ทั้งสองข้าง แล้วฟันครั้งที่สาม ใส่เกลียวเข้าไป 2 ชั้น พี่เดชถอยไม่ทันแล้วต้องเอาดาบไม้ทั้งสองมาต้านเอาไว้พร้อมกัน เปรี้ยง! ดาบไม้ทั้งสองที่ต้านหักสะบั้น แต่ว่าอาอู่ยั้งดาบไว้ได้ แค่ััหน้าผากพี่เดชเป็รอยแดงนิดหนึ่งเท่านั้น
“นี่คือท่ารุก 3 จุด แล้วใส่หมุนตัวเป็เกลียวไป 2 รอบเท่านั้น พวกท่านฝึกท่ารุกแค่นี้ก็พอ " อาอู่อธิบายอย่างง่ายๆ แต่ทั้งหมดล้วนอ้าปาก ตาค้างไม่คิดว่าดาบเดียวจะมีอานุภาพฟันดาบไม้สองเล่มที่ต้านหักได้ ทั้ง สามคนต่างฝึกซ้อมฟันดาบสามท่า เท่านั้น ฝึกฟันเป็พันครั้ง แล้วฝึกใช้การหมุนเกลียวอีกหลายร้อยรอบ
ตอนนี้ พี่เดชบอกว่าไม่อยากใช้ดาบคู่เสียแล้ว เพราะดาบเดียวถ้าฟันครั้งเดียวโอกาสขาดสองท่อนได้เลยทีเดียวแรงปะทะนั้นรุนแรงกว่ามาก แต่ถ้าดาบคู่นั้นยากที่จะทำแบบนี้ได้
ส่วนพี่สิงห์นั้นชอบดาบเดียวมากไม่ต้องมีหลายท่าให้ปวดหัว ใช้ฟันแค่สามจุดฝึกแค่สามท่าให้ชำนาญ และฝึกใส่เกลียวเข้าไป พี่สิงห์บอกว่า จะไปท้าประลองดาบคู่ที่เคยแพ้มาก่อน
ส่วนองค์ชายสาธิต บอกว่าต่อไปนี้เ้าั์มารังแกเขาอีก เขาจะฟันมันให้ขาดเป็สองท่อนเลย อาอู่ฟังแต่ละคนแล้วก็รู้สึกยินดีที่ฝีมือพวกเขาดีขึ้น เพราะในอนาคตอีกไม่นาน คงต้องเกิดาแน่ ไม่รู้เมื่อไรเท่านั้น
คืนนี้อาอู่ได้รายงานเื่ปีศาจกุมารทองให้ท่านอาจารย์ฟัง แล้วท่านก็บอกมาว่า
“ เ้าทำดีแล้ว เ้าแพรไหม ยึดติดกับความแค้นมานานเหลือเกิน ตอนนี้เ้าทำให้นางสบายใจ แล้วหยุดไม่ให้นางสร้างเวรสร้างกรรม เหมาะสมแล้ว "
“ วันนี้ข้าได้สอน วิชาดาบบางส่วน ของวิชาดาบตัดสายน้ำ โดยไม่ได้บอกท่านอาจารย์ก่อน ศิษย์ต้องขออภัยท่านอาจารย์ด้วยขอรับ” อาอู่รีบบอกไว้ก่อน
“ ไม่ต้องคิดมากจำไว้ วิชาที่ข้าสอนเ้าแล้ว เ้าสามารถถ่ายทอดให้กับใครก็ได้ตามที่เ้าเห็นสมควร เพราะข้ารู้ว่าเ้าดูคนเก่งกว่าข้าเสียอีก” อาจารย์ฤาษีกล่าว
“ อาจารย์ข้ามีอยู่สองเื่ต้องบอกท่านก่อน อีกสองวันข้าจะไปลองเปรียบมวยที่งานเทศกาลเหมันต์ประจำปี และอีกเจ็ดวันข้าจะคัดตัวไปประลองดาบที่นครศรีธรรมราช ถ้าได้ไปอาจไม่ได้มาหาท่านอาจารย์”
“ เ้าไปเถอะ มันเป็ชะตาของเ้า ยังไงเ้าก็ต้องไปที่นั่นอยู่แล้ว” อาจารย์ฤาษีพูดคล้ายกับว่ามีบางคนที่เกี่ยวข้องกับอาอู่อยู่ที่นครศรีธรรมราช