[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก

    74 เมือง Z

    ขาตั้งจักรยานยนต์แตะพื้นจนทรงตัวได้ ชายผู้ที่ขับมันมาเป็นระยะทางไกลจึงลงมาจากรถแล้วมองเข้าไปในเมืองขนาดใหญ่ ไม่นานบนใบหน้าของเขาก็ปรากฎความรู้สึกตกใจ เนื่องจากตัวเมืองใหญ่ที่มีขนาดไม่ต่างจากเมืองของเขาเต็มไปด้วยความสงบเงียบงัน เสียงรถยนต์ที่คาดหวังว่าจะได้ยินกลับเงียบหาย เสียงผู้คนพูดคุยกันภายในเมืองใหญ่สลายหายไป เหลือไว้เพียงแค่ความเงียบงันมีเสียงลมพัดผ่านถนนแต่ละเส้นทางเพียงเท่านั้น


    ตึกสูงใหญ่บางหลังที่เขาหันมองมีรอยแหว่งราวกับถูกบางอย่างตัดผ่าน บ้านเรือนที่อยู่ใกล้ๆมีรอยข่วนจากกรงเล็บที่น่าจะมีความใหญ่กว่า 2 เมตร บนท้องถนนเต็มไปด้วยรถยนต์จอดแน่นขยับเขยื้อนไม่ได้ บางคันพลิกคว่ำ บางคันเหลือเพียงโครงเหล็กหลังจากผ่านการเผาไหม้ จากสภาพเมืองที่มองเห็นโยฮันรู้ได้เลยว่าเชื้อไวรัสไม่ได้ปราณีเมือง Z เช่นเดียวกัน มันได้เข้าถล่มที่นี่ไม่ต่างจากเมือง X ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเชื้อไวรัสเล่นงานที่นี่ก่อนหรือหลังเมือง X เท่านั้น


    หลังจากวางกระเป๋าสะพายลงไปบนพื้นทางด่วนที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างเมืองทั้ง 2 เข้าหากัน โยฮันจึงหยิบสมุดเล็กๆที่เขียนอธิบายการใช้วิทยุสื่อสาร หน้าแรกที่เขาเปิดอ่านเป็นการแนะนำวิธีการใช้งานเบื้องต้น เขาจึงพยายามทำความเข้าใจจนรู้ปุ่มเปิดปิดและรู้จักปุ่มเปลี่ยนช่องสัญญาณเพื่อหาสัญญาณอื่นๆ


    ทันทีที่โยฮันเปิดวิทยุเขาก็เริ่มตรวจจับหาคลื่นภายในเมืองแห่งนี้เผื่อมันจะใช้การได้ เพียงแต่ว่าเขากลับได้ยินเสียงรบกวนไม่ต่างจากตอนที่อยู่เมือง X เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะลองหมุนไปช่องใดล้วนแล้วมีคลื่นแทรกสอดจนไม่ได้ยินเสียงอื่นใด


    “ คงกลับไม่ทันตอนเย็นสินะ ”


    เวลาในการเดินทางใช้ไปทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง 30 นาที หากเดินทางกลับน่าจะใช้เวลาประมาณนี้ รวมแล้วเขาใช้เวลามากกว่าที่วินคำนวณเอาไว้ 1 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามโยฮันคิดว่าตนเองจะต้องอยู่ที่นี่นานกว่านั้นอีก  เนื่องจากว่าก่อนออกจากสถานี ลุงพลได้กระซิบคุยกับเขาเพื่อบอกความลับในช่องทางการติดต่อของหน่วยทรราชที่ลุงทำงาน


    หลังจากที่โยฮันนำอุปกรณ์สื่อสารบางอย่างที่ลุงพลยัดเข้าใส่ถุงกางเกงก่อนจะออกมาโดยไม่ให้วินรู้เรื่อง เขาก็ได้ประกอบมันเข้ากับวิทยุสื่อสารเพื่อให้ตนเองเข้าใช้งานช่องสัญญาณพิเศษเพื่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยของลุง


    “ F-145 หน่วยทรราชรหัส CV ได้ยินแล้วตอบด้วย ”


    โยฮันพูดประโยคเดิมซ้ำๆหวังว่าที่นี่จะสามารถติดต่อหน่วยทรราชได้ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมา 30 นาทีเขากลับยังไม่ได้รับสัญญาณจากใครโยฮันจึงบันทึกเสียงของเขาเข้าไปในวิทยุสื่อสารเพื่อให้ส่งสัญญาณซ้ำๆหวังว่าจะมีใครได้ยินมัน


    หลังจากทำตามที่วินและลุงพลบอกให้ทำทั้งหมดแล้ว โยฮันจึงมองเข้าไปในตัวเมือง ภายในใจของเขาเกิดคำถามหลายอย่าง เขาอยากรู้เกี่ยวกับซอมบี้ภายในเมืองแห่งนี้ แต่การจะหาคำตอบของเรื่องทั้งหมดที่ทำให้เขาตั้งคำถามมีทางเดียวคือการตามหาผู้รอดชีวิตภายในเมือง เมื่อมองไปยังนาฬิกาพบว่าเหลือเวลาอีก 2 ชั่วโมงจะมืดค่ำ โยฮันจึงตัดสินใจจะไม่เดินทางกลับ เนื่องจากเขาอยากพักอยู่ที่นี่สักหนึ่งคืนเพื่อหาคำตอบในหลายๆเรื่อง


    “ F-145 หน่วยทรราชรหัส CV ได้ยินแล้วตอบด้วย ”


    “ มีใครได้ยินไหมตอบด้วย ”


    ช่องวิทยุสลับไปมาระหว่างช่องสัญญาณธรรมดาที่ทุกคนเข้าถึงได้กับช่องของหน่วยทรราช หลังจากบันทึกเสียงให้วิทยุส่งสัญญาณซ้ำออกไปจนกว่าแบตเตอรี่จะหมดลงไปนั้น โยฮันจึงตั้งระบบให้มันจับสัญญาณทุกอย่างที่ตรวจเจอสัญญาณของเขา ซึ่งโยฮันไม่รู้ว่ามันต้องใช้เวลามากน้อยแค่ไหน แต่ที่เขารู้คือตอนนี้จำเป็นต้องเข้าเมืองเพื่อตามหาผู้รอดชีวิต


    หากเขาเดินทางในช่วงกลางคืน โอกาสเจอผู้รอดชีวิตมีสูงมากเพราะจะต้องมีกลุ่มคนที่คอยเปิดไฟให้แสงสว่างอย่างแน่นอน แต่เขาไม่สามารถปล่อยเวลาให้เลยผ่านไปเรื่อยๆโดยไม่ทำอะไรได้จึงคิดจะเดินทางเข้าไปในเมืองก่อนที่ฟ้าจะมืดค่ำ หากเจอมนุษย์เขาอาจจะไม่ต้องหลบอยู่ที่เมืองนี้เป็นเวลา 1 คืน


    สองเท้ากระโจนขึ้นไปยืนบนเสาไฟ ก่อนจะออกแรงกระโจนพาตนเองมุ่งตรงเข้าไปในเมืองแล้วใช้ปีกร่อนให้ตัวเองไปได้ไกลที่สุด วิทยุและจักรยานยนต์เขาจะจอดเอาไว้บนทางด่วนเนื่องจากกลัวว่ามันจะถูกทำลาย บนทางด่วนที่เขาจากมาไม่มีซอมบี้เลยสักตัวมันจึงเป็นสถานที่ปลอดภัยในการจอดรถปล่อยสัญญาณ


    ภายใต้การกระโดดซ้ำๆจนกระทั่งผ่านมา 20 นาที โยฮันก็ได้ยืนอยู่บนดาดฟ้าตึกหลังหนึ่งมีความสูงมากถึง 15 ชั้น จากการกวาดตามองรอบๆทำให้เขารู้สึกมีความหวังที่จะเจอมนุษย์ง่ายขึ้น เนื่องจากว่าซอมบี้ส่วนมากที่เขาเห็นยังเป็นระดับ 1 แม้จะมีระดับ 2 ปรากฎตัวในขอบเขตการรับรู้ของเขา พวกมันกลับมีแค่หลักร้อย สำหรับซอมบี้ระดับ 3 นับว่าหายากมาก ในการเดินทางเขาเจอมันเพียงแค่ 2 ตัวเท่านั้น จนเขาคิดว่าที่นี่อาจจะพึ่งมีเชื้อแพร่กระจาย


    ใบหูทั้งสองเริ่มกางจากการใช้หูช้าง เพียงแต่ประสาทรับเสียงกลับเป็นของเสือและสุนัขเพื่อทำให้เขาได้ยินเสียงที่ไกลมากยิ่งขึ้น ด้วยการหันหน้าไปรอบๆเพื่อใช้หูจับสัญญาณเสียง โยฮันก็ได้ยินเสียงปืนมาจากทางทิศตะวันออก เขาจึงกระโจนออกจากตึกมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งนั้นด้วยความเร็วไว


    ยิ่งกระโจนไล่ตามเสียงเขาก็ได้ยินเสียงปืนชัดมากยิ่งขึ้นและเหมือนจะมีการกราดยิงจากปืนจำนวนมาก ทันใดนั้นเขาก็หยุดอยู่บนดาดฟ้าตึกสูง 10 ชั้นก่อนจะมองจ้องไปยังจุดที่เขามองเห็นสะเก็ดไฟจากกระบอกปืน


    ในตำแหน่งที่กำลังเกิดการยิงปืนมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ จากภาพที่มองดูมีผู้รอดชีวิตกำลังกราดยิงปืนออกมาจากด้านในห้าง รอบด้านมีซอมบี้พยายามปีนป่ายหาทางเข้าไป แต่ถึงอย่างนั้นกลับยังไม่มีมนุษย์คนใดวิ่งออกมาจากห้าง โยฮันจึงรู้ว่าผู้รอดชีวิตคงปิดทางเข้าออกเอาไว้หมดจนซอมบี้เข้าไปไม่ได้


    หลังจากมองจนพอใจ โยฮันจึงกระโจนออกจากยอดตึกมุ่งหน้าไปยังห้างด้วยความไว เขาต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับอีกฝ่าย ทันทีที่มาถึงด้านหน้าห้างที่มีการยิงปืนเกิดขึ้น เขาจึงเปลี่ยนมือให้กลายเป็นกรงเล็บก่อนจะฆ่าซอมบี้จากทางด้านหลังหวังจะให้ผู้คนที่อยู่ภายในห้างมองเห็นเขา


    “ หัวหน้า ดูนั่น มีบางอย่างเกิดขึ้นที่ด้านหลังกลุ่มซอมบี้ ”


    หนึ่งในชายถือปืน AK ชี้มือไปด้านหลังกลุ่มซอมบี้ หลายคนที่กำลังยิงปืนอย่างเมามันพยายามหันมองตาม เมื่อพวกเขามองไปยังตำแหน่งด้านหลังกลุ่มซอมบี้ที่โจมตีเข้ามา สิ่งแรกที่ทุกคนเห็นคือร่างของพวกมันขาดกระจุยกระจายราวกับมีเครื่องปั่นทำงานอยู่ในตำแหน่งนั้น ยิ่งมองพวกเขาก็ยิ่งรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมากเพราะมีใครบางคนกำลังฆ่าซอมบี้ด้วยตัวคนเดียว


    “ หยุดยิงก่อน หยุดยิง! ”


    ปืนที่กำลังกราดยิงค่อยๆเบาเสียงก่อนจะไม่มีใครยิงปืนออกไปอีก ซอมบี้ที่พยายามจะวิ่งเข้ามาในห้างต่างเปลี่ยนทิศ หลังจากที่ปืนหยุดยิงด้านหลังของพวกมันก็เกิดเสียงเล็กแหลมเสียดแทงแก้วหูดึงพวกมันให้วิ่งกลับออกจากหน้าห้าง ท่ามกลางเส้นทางวิ่งของซอมบี้ที่เปลี่ยนไป ทุกคนต่างรู้สึกมีความหวังเมื่อเห็นว่าจุดที่ซอมบี้กำลังกรู่กันไปนั้นมีมนุษย์คนหนึ่งกำลังกวัดแกว่งมือตัดร่างของพวกมันจนขาดกระจุยกระจายราวกับต้นกล้วย


    “ ผู้วิวัฒนาการ เขาเป็นผู้วิวัฒนาการอย่าพึ่งยิง! ”


    หนึ่งในคนที่คอยส่องกล้องร้องตะโกนบอกคนที่อยู่รอบๆให้เปลี่ยนกลไกปืน จากนั้นทุกคนก็มองดูการฆ่าสังหารหมู่ที่ราวกับมีพายุปั่นทำลายฝูงซอมบี้จนพวกมันร่างขาดกระจุยกระจาย ทันใดนั้นซอมบี้ระดับ 3 ที่สร้างความเสียหายให้พวกเขามาหลายครั้งกลับถูกตัดคออย่างง่ายดาย ราวกับว่ามันเป็นตัวเล็กๆเพียงเท่านั้น ทุกคนที่เห็นภาพล้วนแล้วตกใจมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก เมื่อพบว่าซอมบี้ไม่ใช่คู่มือของชายสวมเสื้อขาดวิ่น


    ฮ่า!


    เสียงร้องตะโกนดังก้องออกมาจากลำคอของโยฮัน ทันใดนั้นซอมบี้ที่เหลืออยู่ล้วนวิ่งกระเจิงหนีไป ซอมบี้ระดับ 2 ส่วนใหญ่ถูกเขาสังหารไปหมดแล้ว ระดับ 3 ที่มีอยู่ทั้งหมด 3 ตัวถูกเขาฆ่าตาย โยฮันคิดว่าซอมบี้ตัวอื่นๆเกะกะจึงลองตะโกนด้วยพลังของเสือทำให้ซอมบี้ระดับต่ำกว่าวิ่งหนี ซึ่งเขาตกใจเช่นเดียวกันไม่คิดว่าตนเองจะข่มขู่พวกมันได้ แต่ก่อนอื่นเขาต้องระบุตัวตนกับคนที่กำลังเล็งปืนมายังเขาให้ได้ก่อน


    “ ผมเป็นมนุษย์ อย่าพึ่งยิง ผมเดินทางมาไกลมากๆต้องการข้อมูลหลายอย่าง อย่าพึ่งยิงนะครับ ”


    เกราะบริเวณหน้าเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นคนที่อยู่ภายในห้างกลับยังหวาดกลัว หากซอมบี้สามารถพูดได้มันจะต้องมาในรูปแบบของโยฮันอย่างแน่นอน


    “ โอเค ผมจะไม่ก้าวออกจากจุดนี้ ผมแนะนำตัวก่อน ผมชื่อโยมาจากเมือง X  ”


    ดวงตาของทุกคนหรี่ลงเมื่อรู้ว่าโยฮันเดินทางมาเป็นร้อยกว่ากิโลเมตรเพื่อมาที่นี่


    “ ที่ผมเดินทางมาเมือง Z ก็เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่ต่างจากเมือง X ของเรา ผมขอถามพวกคุณหน่อยได้ไหม ที่นี่มีการแพร่เชื้อของซอมบี้แล้วกี่วัน ”


    หนึ่งในสิ่งที่ทำให้โยฮันเกิดความสงสัยเอ่ยออกมา ชายปิดตาหนึ่งข้างจึงลดปืนลงเพื่อพูดกับเขา แต่สำหรับคนอื่นๆยังคงเล็งปืนมาที่โยฮันเช่นเดิม


    “ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับฉันยิงเลย ”


    ชายปิดตาข้างเดียวเดินออกจากกลุ่มก้าวเท้าผ่านสิ่งกีดขวางซอมบี้ที่สร้างขึ้นก่อนจะมาหยุดยืนอยู่ด้านหน้าโยฮันไปเพียง 10 เมตรเท่านั้น


    “ ฉันชื่อโอ๊ต ยินดีที่ได้รู้จัก หากนายไม่ใช่ซอมบี้เรายินดีต้อนรับนายที่เดินทางมาจากต่างเมือง นายบอกว่านายเดินทางมาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือใช่ไหม ”


    “  ใช่แล้ว ผมพกวิทยุมาด้วยเพื่อขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล เพียงแต่ผมทิ้งมันไว้บนทางด่วนเพราะที่นั่นปลอดภัย ”


    “ ถ้านายอยากจะขอความช่วยเหลือด้วยวิทยุล้มเลิกความตั้งใจไปซะเถอะ ระบบของเมืองนี้ล่มไปเมื่อ 7 วันก่อน อินเทอร์เน็ต คลื่นวิทยุ แม้แต่สัญญาณโทรทัศน์ก็ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ”


    “ 7 วันก่อน หมายความว่าซอมบี้แพร่กระจายที่นี่เมื่อ 7 วันก่อนใช่ไหม ”


    “ เป็นอย่างที่นายเข้าใจ ว่าแต่เมือง X ของนายเป็นยังไงบ้าง ”


    “ พวกเราเผชิญหน้ากับซอมบี้มาแล้ว 11 วัน พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันที่ 12 ผมขอถามอีกเรื่องได้ไหม พวกคุณได้รับการแจ้งเตือนก่อนหรือเปล่าว่าจะมีเชื้อซอมบี้แพร่ระบาด ”


    จากคำตอบของอีกฝ่าย ทำให้โยฮันอยากรู้ว่าเมือง Z ที่ได้รับการแพร่เชื้อซอมบี้หลังจากเมือง X แพร่กระจายไปก่อนได้รับการแจ้งเตือนใดหรือเปล่า สำนักข่าวควรจะรายงานสิ่งผิดปกติของเมือง X เพียงแค่สัญญาณสื่อสารถูกตัดและระบบขนส่งถูกปิดกั้น เพียงเท่านี้มันน่าจะทำให้เมืองข้างเคียงรับรู้ได้จนเกิดเป็นข่าวใหญ่ เพียงแต่ท่าทางของโอ๊ตที่ส่ายหน้าแทนการตอบคำถามสร้างความรู้สึกตกใจให้โยฮันไม่น้อย เรื่องเช่นนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้น


    เจ้าของธุรกิจหลายเครือที่ตั้งบริษัทในเมือง X มีไม่น้อย พวกเขาจะต้องเอะใจถึงปัญหาที่ไม่สามารถติดต่อกับเครือของบริษัทพวกเขาได้ นักข่าวที่พยายามจะหาข่าวจากเรื่องผิดปกติคงไม่ปล่อยเรื่องนี้ไป เพียงแต่เมือง Z กลับไม่ได้รับการแจ้งเตือนใดๆเลย โยฮันจึงคิดว่ามันจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลอย่างแน่นอน คนที่สามารถปิดหูปิดตาได้ นอกจากรัฐบาลแล้วเขามองไม่เห็นกลุ่มอื่น.




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก ที่คุณอ่าน