บทที่ 79 ฝึกฝน
เมื่อทั้งสามเข้ามาในประตูฝึกฝนพลังธาตุด้านในนั้นเป็นห้องโถงกว้าง เบื้องหน้าของพวกเขานั้น ปรากฏกลุ่มคนของสำนักหัตถ์ทองคำและสำนักเสียงสมุทรที่เข้ากันมาก่อนพวกเขาเมื่อครู่กำลังแหงนหน้ามองบางอย่างอยู่ด้านบน
เมื่อมองตามไปได้ปรากฏก้อนแสงหลากสีขึ้นมาห้าก้อนได้แก่ สีดำ สีเหลือง สีเขียว สีขาว สีแดง
เมื่อเห็นสิ่งนี้ทุกคนจึงตระหนักได้ทันทีว่านี่คือตัวแทนของธาตุทั้งห้า สีดำนั้นคือพลังของธาตุน้ำเป็นพลังแห่งความสงบ สีเหลืองนั้นคือพลังของธาตุดินเป็นพลังแห่งความสมดุล
สีเขียวคือธาตุไม้เป็นพลังแห่งการฟื้นฟู สีขาวนั้นคือธาตุโลหะเป็นพลังงานแห่งการร่วงโรย และสุดท้ายคือก้อนแสงสีแดงคือธาตุไฟเป็นพลังแห่งการแผ่ขยาย
นี่คือความรู้จากตำราที่ผู้ฝึกยุทธ์และบัณฑิตทุกคนต้องรู้จัก
เมื่อก้อนแสงทั้งห้าได้ปรากฏสู่สายตาของทุกผู้คน เวลานี้กลุ่มแสงทั้งห้าก็ได้ขยายออกเป็นวงกว้างรายล้อมทุกคนในที่แห่งนี้เอาไว้
ระหว่างที่ทุกคนกำลังเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของก้อนแสงทั้งห้าอยู่นี้เอง ก้อนแสงอีกสองก้อนก็ได้ปรากฏขึ้นอยู่ตรงกลางของกลุ่มก้อนแสงทั้งห้าก่อนหน้า
ก้อนแสงสองก้อนนั้น หนึ่งเป็นก้อนแสงสีเทาและอีกก้อนคือก้อนแสงสีม่วง ไม่มีใครรู้ว่าก้อนแสงสองก้อนนี้คือตัวแทนของธาตุใด
จนกระทั่ง เสียงของสุนัขหน้าบื้อข้างกายหลินตงได้ดังขึ้นและทำให้ผู้คนที่รับฟังส่วนใหญ่ถึงกับตื่นตะลึง
“ฮ่าๆๆ ดูจากสีหน้าของพวกเจ้าคงจะไม่รู้ใช่หรือไม่ว่าก้อนพลังทั้งสองก้อนนั้นคือตัวแทนของพลังใด”
“นายท่านสุนัขผู้นี้จะบอกพวกเจ้าเองโฮ่ง ก้อนพลังสีเทานั่นคือพลังแห่งกาลเวลา และก้อนพลังสีม่วงนั้นคือก้อนพลังแห่งห้วงมิติน่ะโฮ่ง”
“พลังแห่งกาลเวลาและพลังแห่งห้วงมิติงั้นรึ”
“ข้าเคยแต่ได้ยินจากพวกผู้อาวุโสในสำนักตอนสอนพวกข้าใหม่ๆ เท่านั้น นอกจากธาตุทั้งห้านั้นก็ยังมีธาตุพิเศษอื่นๆ อีกด้วย”
“แต่เพราะคนที่มีธาตุพิเศษนั้นหาได้ยากหรือจะบอกว่าหลายร้อยปีมานี้สำนักของพวกข้ายังไม่มีผู้มีธาตุพิเศษปรากฏตัวมาเลยดีล่ะ พวกข้าจึงไม่ได้สนใจที่จะรู้ถึงลักษณะของธาตุอื่นๆ นอกเหนือจากห้าธาตุหลักเลย”
“แต่หากศิษย์พี่ชูเอินอยู่ด้วยเขาก็คงจะต้องรู้อย่างแน่นอน”
ศิษย์ผู้หนึ่งของสำนักหัตถ์ทองคำพึมพำออกมายาวเหยียด
“นั่นสินะหากศิษย์พี่ชิงอี้อยู่ที่นี่เขาก็คงจะรู้เช่นกัน” ศิษย์ผู้หนึ่งของสำนักเสียงสมุทรก็ได้พึมพำออกมาเช่นกัน
แต่ก่อนที่คนทั้งหมดจะได้ทำอันใดต่อ เสียงอันแก่ชราเสียงหนึ่งก็ได้ดังขึ้น ก้องกังวานไปทั่วพื้นที่แห่งนี้
“ก้อนพลังปราณธาตุจะปรากฏก็ต่อเมื่อมีคนที่มีธาตุตรงกับมันเข้ามายังที่แห่งนี้ นั่นก็แปลว่าในหมู่พวกเจ้าต้องมีคนที่มีพลังปราณธาตุพิเศษอยู่อย่างแน่นอน”
“แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะเพราะยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับข้าอยู่แล้ว พวกเจ้ามีเวลาอยู่ในนี้เพียงสิบวันเท่านั้น หากถึงสิบวันแล้วไม่ว่าพวกเจ้าจะทำอันใดอยู่ พวกเจ้าจะถูกส่งตัวกลับออกไปจากที่แห่งนี้ในทันที”
“ต่อจากนี้ แสงจากกลุ่มก้อนพลังธาตุพวกนั้น จะส่งพลังห่อหุ้มตัวพวกเจ้าตามธาตุที่ตรงกันและส่งพวกเจ้าเข้าไปในมิติธาตุของพวกมัน จงอย่าต่อต้านพลังของมันและปล่อยให้มันพาเจ้าไป”
“ด้านในนั้นจะมีรายละเอียดบอกพวกเจ้าอีกที ขอให้พวกเจ้าโชคดี เหล่าจอมยุทธ์ของพิภพบูรพา”
ครึ่งประโยคหลังนั้นเจ้าของเสียงได้เอ่ยกับตัวเองภายในใจ
เพียงไม่นานทุกๆ คนก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยพลังปราณของธาตุต่างๆ แตกต่างกันไป
ในด้านของคงหมิงนั้นตัวมันถูกห่อหุ้มไปด้วยพลังปราณสีม่วงที่เป็นตัวแทนของพลังแห่งห้วงมิติ เหล่าผู้คนของทั้งสองสำนักที่กำลังจะถูกส่งตัวไปมิติของธาตุนั้นๆ ต่างก็จับจ้องมาที่คงหมิงเป็นตาเดียว
“สุนัขกลืนสวรรค์ตัวนั้นมีพลังแห่งห้วงมิติรึ” ผู้มีพลังธาตุพิเศษที่สุดแสนจะหายากแต่บัดนี้ พวกเขาทุกคนกำลังได้เห็นคนผู้นั้นแล้วไม่สิ จะเรียกว่าคนก็ไม่ถูกนัก
ก่อนที่จะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ร่างของทุกผู้คนที่โดนพลังปราณของธาตุต่างๆ ห่อหุ้มไว้ ก็ทยอยถูกส่งตัวเข้าไปในมิติธาตุกันอย่างรวดเร็ว
ในตอนที่ทุกคนกำลังถูกส่งตัวไปอยู่นั้น โดยที่ไม่มีผู้ใดสังเกตนอกจากชายหนุ่ม หลี่เฟยเอง ตอนนี้นางก็ถูกห่อหุ้มด้วยพลังปราณถึงสองธาตุนั่นคือธาตุน้ำและโลหะและเหมือนนางกำลังจะถูกส่งตัวไปแล้ว
“ข้าไปก่อนนะ ดูเหมือนว่าวาสนาของข้าก็คงไม่เลวเลย”
สิ้นเสียงร่างของหญิงสาวก็ถูกส่งตัวไปและหายไปจากที่เดิมอย่างไร้ร่องรอย
“ข้าไปก่อนนะโฮ่ง” ทางด้านคงหมิงเองก็ถูกส่งตัวตามไปติดๆ
เพียงไม่นานที่แห่งนี้ก็เหลือเพียงชายหนุ่มยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพียงผู้เดียว
“อ้าว แล้วข้าล่ะ”
“นี่ท่านผู้อาวุโสขอรับ มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับข้ารึขอรับ”
ชายหนุ่มแหงนหน้าตะโกนถามไปยังความว่างเปล่า เพื่อหวังจะให้เสียงอันแก่ชรานั้นตอบคำถามของตน
และแล้วก็เป็นดังคาด เสียงอันประหลาดใจได้ดังขึ้นไปทั่วที่แห่งนี้
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้”
“เจ้าหนูธาตุของเจ้าคือธาตุอันใด”
เสียงอันแก่ชราเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยความสงสัย
“จะพูดเช่นไรดีล่ะขอรับ พอดีว่าข้าไม่มีธาตุตายตัวน่ะขอรับ”
“แต่ข้าสามารถใช้พลังธาตุพื้นฐานได้ทั้งห้าธาตุนะขอรับ”
ชายหนุ่มตอบออกไปด้วยสีหน้าใสซื่อ
“จะเป็นไปได้เช่นไรกัน ในพิภพนี้จะมีใครสามารถฝึกพลังธาตุได้มากกว่าสามชนิดกัน”
น้ำเสียงอันประหลาดใจถูกส่งออกมา
“เอ๊ะ แต่เดี๋ยวก่อนสิ”
สิ้นเสียงนี้ ชายหนุ่มพลันรู้สึกเหมือนมีพลังงานอะไรบางอย่างกำลังสอดส่องตัวของเขาอย่างละเอียด สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มถึงกับขนลุกชูชัน
“นี่ ผู้อาวุโส ท่านกำลังทำสิ่งใดกัน”
ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเสียงดัง ตัวเขาไม่ชอบความรู้สึกเช่นนี้เลย
ในตอนนี้เอง เสียงอันแก่ชราก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง ร่างกายของเจ้ามันแปลกๆ
แต่ไม่รอให้เสียงอันแก่ชราได้เอ่ยอันใดต่อ ในตอนนี้เอง ก้อนพลังสีขาวดำคล้ายสัญญาลักษณ์หยินหยางได้ปรากฏขึ้น พร้อมกับปล่อยคลื่นพลังปราณสีดำและสีขาวมาห่อหุ้มร่างกายของชายหนุ่ม ตามมาด้วยก้อนพลังปราณสีม่วงและสีเทา
ในตอนนี้เองพลังปราณของธาตุต่างๆ ที่เหลือก็ได้ถาโถมเข้ามายังชายหนุ่ม ไม่ใช่แค่นั้นแม้แต่ก้อนพลังปราณที่ไม่ได้ปรากฏก่อนหน้าเวลานี้ก็ได้ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่ม เหมือนกับฝูงหมาป่าที่เจอเหยื่ออย่างไงอย่างงั้น
เพียงไม่กี่ลมหายใจต่อมาร่างของชายหนุ่มก็ได้ถูกส่งตัวหายไปจากที่แห่งนี้อย่างไร้ร่องรอย
โดยที่เจ้าของเสียงแก่ชราไม่ได้สังเกต ในตอนที่ปราณธาตุต่างๆ ถาโถมเข้าใส่ชายหนุ่ม ได้มีก้อนพลังปราณธาตุสีดำทมิฬที่อัดแน่นไปด้วยพลังแห่งความตาย ได้แอบพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มด้วยเช่นกัน
ในที่แห่งนี้ที่เมื่อครู่ยังมีผู้คนอยู่หลายสิบคน บัดนี้ได้กลายเป็นห้องโถงว่างเปล่าไปเสียแล้ว
ในตอนนี้เอง เสียงอันแก่ชรานั้นก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง
“ฮ่าๆๆ ในที่สุดผู้ถือครองกายเต๋าต้นกำเนิดก็มาจุติแล้ว หนี้แค้นในครั้งนั้นพวกเราใกล้จะได้ล้างแค้นแล้ว”
เสียงอันเปี่ยมสุขของบุคคลนี้ได้ดังก้องไปทั่วห้องโถงก่อนที่อีกหลายลมหายใจ เสียงนั้นถึงได้หายไป
ในประตูฝึกฝนทั้งสองที่เหลือในตอนนี้นั้นทุกๆ คนต่างก็กำลังเข้ารับการฝึกฝนในเวลาไล่เลี่ยกัน
ท่ามกลางดวงดาราอันมากมาย ร่างของเจียงเป่าได้นั่งทำสมาธิและพยายามกำลังทำความเข้าใจอะไรบางอย่าง
“แท้จริงแล้วโชคชะตาคืออะไรกัน” เจียงเป่าพึมพำกับตัวเองภายในใจ
ท่ามกลางสนามรบที่เผ่ามนุษย์กำลังทำสงครามอยู่กับเผ่าพันธุ์ทั้งหลายรวมถึงเผ่ามนุษย์ด้วยกันเอง หม่าฉือผู้ถูกส่งมาเป็นคนแรก บัดนี้เขาได้ตายแล้วกลับมายังสนามรบแห่งนี้ถึงสิบรอบแล้ว
“บัดซบที่นี่มันคืออะไรกัน ข้าเข้ามาได้ไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็ถูกสังหารไปหลายรอบแล้ว ถึงจะไม่ได้ตายจริงๆ แต่ข้าก็ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย”
สิ้นเสียงหม่าฉือก็ได้กระโจนเข้าใส่ ศัตรูตรงหน้าอีกครั้ง
จากผู้เขียน สีตามธาตุต่างๆ กระผม อ้างอิงมาจากลัทธิเต๋านะครับ
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio