ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 50 ลืมความแค้นในอดีต

            มิต้องรอให้ซูฉีฉีเอ่ยเสร็จ เหลิ่งเหยียนก็ได้พลิกตัวม่อเวิ่นเฉินไปนอนลงบนเตียงแล้วสีหน้าแต่เดิมที่เรียบนิ่งดุจขอนไม้ ในตอนนี้ก็ดูเย็นชามากยิ่งขึ้น

            มิเอ่ยคำใดออกมาแม้แต่น้อย

            ซูฉีฉีเก็บเอากล่องยาที่ม่อเวิ่นเฉินได้ปาออกไปก่อนที่จะโดนพิษจากนั้นนางก็รีบหาเข็มทองที่อยู่ด้านในนางไม่มีเวลามาคำนึงถึงอะไรมากแล้วจึงรีบทำการถอดเสื้อคลุมตัวยาวของม่อเวิ่นเฉินออก

            จากนั้นนางก็ได้ใช้ความสามารถในการฝังเข็มที่แม่นยำของตนในการฝังลงไปปิดกั้นทางไหลเวียนของโลหิตสู่หัวใจเอาไว้ก่อนเพื่อป้องกันมิให้พิษไหลเข้าไปถึงด้านล่างของหัวใจได้

            เหลิ่งเหยียนยืนนิ่งอยู่ด้านข้างขณะที่สายตาจับจ้องไปทางมือที่กำลังขยับไปมาอย่างลนลานของซูฉีฉี

            นิ้วมือของนางขยับอย่างคล่องแคล่ว เพียงพริบตาเดียวเข็มสิบกว่าเล่มได้ปักลงไปที่จุดบนร่างกายของม่อเวิ่นเฉินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            แสงเทียนขยับไปมาสะท้อนให้เห็นถึงเข็มทองหลายสิบเล่ม

            เพียงไม่กี่วินาทีบนหน้าผากของซูฉีฉีก็มีเหงื่อผุดเต็มไปหมด เม็ดเหยื่อค่อยๆ หยดลงทีละเม็ดๆ

            นางไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตาสักครั้งเดียวพลางจับจ้องไปบนมีดบินที่ปักอยู่เต็มหลังของม่อเวิ่นเฉิน

            นางได้ปิดกั้นการไหลของโลหิตแล้วต่อจากนี้ก็มีเพียงแต่ต้องดึงเอามีดบินอาบพิษพวกนี้ออก

            บนหลังของม่อเวิ่นเฉินนั้นมีมีดบินปักอยู่ถึงยี่สิบกว่าเล่มแม้ว่าจะแทงเข้าผิวเนื้อของเขาไม่ลึกเท่าใดนัก แต่ก็ยังคงเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัว

            ทำให้แขนของซูฉีฉีสั่นระริกอยู่บ้าง

            นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางฝังเข็มให้กับม่อเวิ่นเฉินแต่ว่าครั้งนี้นางกลับรู้สึกหวาดกลัวแล้ว นางกลัวกลัวว่าม่อเวิ่นเฉินจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก

            และเพราะว่าความกังวลใจนี้ทำให้หัวใจของนางยิ่งปั่นป่วนมากขึ้น

            นางยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่อยู่บนหน้าผากของตนซูฉีฉีพยายามบังคับตนเองให้สงบลงพลางหยิบเข็มทองขึ้นมาเล่มหนึ่งแทงเข้าไปที่แขนทั้งสองข้างของตนเพื่อให้ความเจ็บปวดนี้ดึงสติของนางกลับมา

            เหลิ่งเหยียนที่เห็นการกระทำทั้งหมดของซูฉีฉีนั้นยังคงมีสีหน้าเย็นชาเช่นเดิม

            ถ้าหากม่อเวิ่นเฉินมิอาจฟื้นขึ้นมาได้เขาจะต้องสังหารซูฉีฉีลงอย่างแน่นอนจากนั้นก็นำนางไปฝังไว้ด้วยกันกับเจ้านายของเขา

            ในเวลานี้ เหลิ่งเหยียนมีเพียงความคิดเช่นนี้เท่านั้น

            ซูฉีฉีหยิบมีดสั้นขึ้นและนำมันไปเผาบนไฟของเทียนไขมือของนางยังคงสั่นอยู่

            เม็ดเหงื่อของนางก็เริ่มหยดลงอีกครั้ง

            “มีสุราไหม?”

            ซูฉีฉีจับด้ามของมีดสั้นไว้แน่นกำลังเตรียมที่จะกรีดลงไปบนผิวหนังที่ถูกมีดบินปักอยู่ทันใดนั้นนางก็ลุกขึ้นยืนและสูดหายใจเข้าลึกๆ นางกำลังตื่นกลัวเป็นความตื่นกลัวที่ไม่เคยมีมาก่อน

            แค่เพียงเพราะนางเริ่มจะห่วงใยบุรุษตรงหน้าเข้าแล้ว

            เพราะว่าห่วงใยเกินไปจึงกลับกลายเป็นภาระของจิตใจไปแล้ว

            ทันใดนั้นก็มีมือหนึ่งยื่นขวดสุรามาให้กับนาง คนคนนั้นคือเหลิ่งเหยียนที่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังมิได้เอ่ยคำใดๆ ออกมาแม้แต่คำเดียว

            เขาสงบเงียบมาก เงียบเสียจนน่ากลัว

            เหลยอวี๊เฟิงที่อยู่ห้องด้านข้างนั้นได้สลบไปตั้งแต่แรกแล้วยังดีที่เป้าหมายของนักฆ่าในครั้งนี้ไม่ใช่เขามิเช่นนั้นแล้วเกรงว่าสถานการณ์ในตอนนี้ของเขาจะร้ายมากกว่าดี

            ซูฉีฉีรับขวดสุราไปก่อนจะแหงนหน้าขึ้นกระดกดื่มคำโต

            นางกำลังเพิ่มความกล้าให้กับตนเอง

            จากนั้นนางก็สาดสุราลงบนหลังที่เต็มไปด้วยมีดบินอาบพิษบนหลังของม่อเวิ่นเฉินด้วยมือที่กำลังสั่นผิวของเขานั้นเดิมเป็นสีทองแดง แต่ตอนนี้กลับค่อยๆ เป็นสีเขียวจางๆ แล้ว

            คิดไม่ถึงว่าพิษของมีดบินจะร้ายแรงถึงเพียงนี้

            ยังโชคดีที่ซูฉีฉีนั้นรู้วิชาแพทย์ ถ้าหากต้องรอเชิญหมอมาถึงนั้นเกรงว่าจะสิ้นชีพลงเสียก่อนแล้ว

            ซูฉีฉีกัดฟันแน่นก่อนจะแข็งใจตนเองมือที่จับมีดของนางนั้นไม่ได้สั่นอีกต่อไป นางกรีดดาบลงไปด้วยความรวดเร็วเมื่อยกมีดขึ้นนั้นมีดบินที่ติดผิวเนื้อนั้นก็ได้ร่วงหล่นลงในถาดน้ำด้านข้างเสียแล้ว

            ในขณะที่กรีดดาบลงไปนั้นม่อเวิ่นเฉินที่กำลังสลบไม่ได้สติอยู่นั้นก็ส่งเสียงออกมาเบาๆแต่ว่าเขาก็ยังคงไม่ได้สติ

            และซูฉีฉีที่ได้กรีดดาบลงไปด้วยความเร็วสูงนั้นก็มีเม็ดเหงื่อหยดลงออกมาจากหน้าผากจำนวนมากเสมือนเม็ดฝนที่กำลังตกกระหน่ำก็มิปาน

            เหลิ่งเหยียนก็กำลังมองซูฉีฉีดึงเอามีดบินอาบพิษออกจากตัวของม่อเวิ่นเฉินล้างพิษ และก็พันแผลจนเรียบร้อย ในใจของเขาก็ยังไม่อาจสงบลงได้ทว่านอกจากความตื่นกลัวในตอนแรกแล้วนั้นก็ไร้ซึ่งความกังวลใจอีกต่อไป

            เสมือนว่าเขาเชื่อ ขอเพียงมีซูฉีฉีอยู่ต่อให้บาดแผลจะสาหัสแค่ไหนก็สามารถรักษาได้

            อีกทั้งซูฉีฉีในตอนนี้ยังเป็นห่วงเป็นใยท่านอ๋องของเขานางจะต้องพยายามอย่างสุดความสามารถแน่นอน

            ผ่านไปสิบห้านาทีแล้วแผลบริเวณหน้าอกของซูฉีฉีนั้นยังคงมีเลือดไหลซึมออกมาหน้าผากของนางยังคงมีเม็ดเหงื่อไหลอยู่ แม้ว่าตอนนี้จะเข้าฤดูหนาวแล้วเสื้อผ้าของนางยังคงเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

            นางได้พยายามบังคับให้ตัวเองสงบลงแล้วและพยายามมองคนที่นอนอยู่บนเตียงนั้นเป็นเพียงคนแปลกหน้าเท่านั้น

            ขอแค่รักษาเขาจนหายดีได้ก็พอ

            นางยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อบนใบหน้าของตนจากนั้นก็ผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ ในที่สุดก็ได้ดึงเอามีดบินอาบพิษยี่สิบกว่าเล่มบนหลังของม่อเวิ่นเฉินออกมาจนหมดแล้วอีกทั้งยังมิได้ทิ้งหัวของมีดบินไว้ในผิวเนื้อของเขาอีกด้วย

            ต่อไปก็ถึงคราวที่ต้องถอนพิษแล้ว

            พิษที่ธรรมดาทั่วไปเช่นนี้สำหรับซูฉีฉีแล้วการผสมยาถอนพิษนั้นไม่ใช่เรื่องยากอันใด

            เพราะฉะนั้นหลังจากนี้นางก็มิจำเป็นต้องรู้สึกตื่นกลัวเช่นนั้นอีกนางมองไปที่ม่อเวิ่นเฉินที่กำลังนอนคว่ำอยู่ตรงนั้นและเผยเพียงใบหน้าด้านข้างออกมาในใจของนางก็รู้สึกอบอุ่นขึ้น ครั้งนี้นางหวั่นไหวแล้วจริงๆ

            เพราะว่าบุรุษผู้นี้ได้ใช้ชีวิตของตนมาช่วยเหลือนาง

            อีกทั้งคนผู้นี้ยังปากแข็งอีกด้วยความจริงแล้วเขาเป็นห่วงนางมาก แต่กลับคอยพูดจาด้วยน้ำเสียงนิ่งเย็นซ้ำยังชอบใช้อารมณ์อีกด้วย

            มุมปากของนางปรากฎรอยยิ้มออกมาจางๆซูฉีฉีมีสีหน้าพึงพอใจขณะกำลังเปิดกล่องยาเพื่อเริ่มผสมยาถอนพิษ

            เหลิ่งเหยียนที่เห็นทุกอย่างในสายตานั้นก็อยากจะยิ้มออกมาเช่นกันดูเหมือนว่าการมาเมืองหลวงครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องขอเพียงท่านอ๋องและพระชายามีใจไปในทางเดียวกันเมืองอ้าวจะต้องแข็งแกร่งอย่างแน่นอน

            แม้ว่าจะไม่ต้องการชิงราชบัลลังก์ แต่ว่าหากมีพละกำลังคุ้มครองจากเมืองอ้าวม่อเวิ่นเสวียนก็จะไม่กล้าลงมือทำอะไรอีก

            ได้รับบทเรียนครั้งนี้คิดว่าในเวลาอันสั้นนี้เขาคงจะไม่กล้าลงมือทำอะไรมากนัก

            ความจริงแล้วเขาก็นับถือซูฉีฉีสตรีผู้ที่บอบบางอ่อนแอคนหนึ่ง มักจะคอยทำให้สถานการณ์ของสนามรบพลิกผันปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ นี่ไม่ใช่อะไรที่ใครก็ตามคิดจะทำก็ทำได้

            เพราะนี่เป็นสิ่งที่ต้องใช้ความกล้าหาญและสติปัญญาอย่างมหาศาล

            เห็นได้ชัดว่าพระชายาของติ้งเป่ยโหวผู้นี้นั้นมีปัญญาที่เฉียบแหลมยิ่ง

            จนกระทั่งซูฉีฉีได้ให้ม่อเวิ่นเฉินกินยาถอนพิษแล้วนางถึงได้เอ่ยไล่เหลิ่งเหยียนออกไป นางจัดการบาดแผลตัวเองอย่างลวกๆความจริงแล้วเมื่อครู่ที่นางเหงื่อออกมาไม่หยุดนั้นหนึ่งเป็นเพราะว่าความตื่นตระหนกสองเป็นเพราะว่าทุกการขยับของร่างกายล้วนแต่จะทำให้แผลบริเวณหน้าอกของนางต้องฉีกตัวทำให้นางเจ็บจนปวดทรมานยิ่งนัก แต่นางก็ทำเพียงได้แค่อดทนเอาไว้

            นางมิได้เป่าเทียนไขให้ดับภายใต้แสงเทียนนั้นนางก็จ้องมองไปที่ใบหน้าของม่อเวิ่นเฉิน นี่ก็ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง

            เดินทางผ่านสำนักเหลยนั้นทำให้ระยะทางการเดินทางกลับเมืองอ้าวนั้นใกล้ขึ้นมากอีกทั้งทางถนนนี้ยังมิได้ขรุขระเป็นเนินมากนักเพราะฉะนั้นระหว่างทางซูฉีฉีก็คอยดูแลม่อเวิ่นเฉินและเหลยอวี๊เฟิงพลางชื่นชมวิวทิวทัศน์ด้านนอกรถม้าไปด้วย

            แม้ว่าจะเป็นฤดูหนาวแต่ว่ายิ่งเข้าใกล้สำนักเหลยมากขึ้นเท่าใด อุณหภูมิก็เหมือนจะอบอุ่นมากขึ้น

            เหลยอวี๊เฟิงแม้จะบาดเจ็บอย่างหนักแต่ว่ายาของซูฉีฉีนั้นกลับได้ผลเป็นอย่างมากตอนนี้เขาสามารถพูดคุยหัวเราะหยอกล้อได้แล้ว อีกทั้งยังสามารถแสดงท่าทางกะล่อนเสเพลเฉกเช่นเมื่อก่อนได้แล้ว

            ทว่าดวงตาของเขายังคงฉายแววเสมือนไม่ต้องการให้ผู้ใดเข้าใกล้ทั้งสิ้น

            จุดนี้ซูฉีฉีเห็นได้อย่างชัดเจน

            ครั้งแรกที่พวกเขาพบกันคนผู้นี้ได้ช่วยนางเอาไว้ ทว่าเมื่อพบกันอีกครั้ง เขากลับไม่เคยเอ่ยมันออกมา

            และซูฉีฉีเองก็ไม่ได้เอ่ยถามว่าเป็นเพราะเหตุใดกันแน่

            ครั้งนี้ นางช่วยชีวิตเขาก็ถือว่าเป็นการทดแทนบุญคุณแล้วกัน

            นี่เป็นความคิดของซูฉีฉี

            เหลยอวี๊เฟิงจะคิดอย่างไรนั้นซูฉีฉีก็มิได้เก็บมาใส่ใจ

            “เวิ่นเฉินถ้าหากว่าวันนั้นข้าจะฆ่าม่อเวิ่นเสวียน เจ้าจะว่าข้าหรือไม่?” รถม้าโยกเยกไปมาทันใดนั้นเหลยอวี๊เฟิงก็เอ่ยถามออกมาประโยคหนึ่ง

            ม่อเวิ่นเฉินที่เอนพิงอยู่ที่มุมหนึ่งของรถม้าก็เอียงสายตาไปมองเขาแวบหนึ่ง “เจ้าฆ่าเขาไม่ได้หรอก”

            “เรื่องนั้นก็ไม่แน่นัก” เหลยอวี๊เฟิงมีสีหน้าไม่ยอมแพ้ท่าทางประหนึ่งจะลองเสียให้ได้

            ซูฉีฉีทำเพียงแค่เอนตัวพิงเข้ากับขอบหน้าต่างนางมิได้มองไปที่บุรุษทั้งสองแต่กลับมองออกไปด้านนอก บนสนทนาระหว่างพวกเขานางไม่อยากจะเข้าร่วม แม้ว่านางจะเห็นด้วยกับความคิดของเหลยอวี๊เฟิงก็ตาม

            นางคิดว่า ขอเพียงม่อเวิ่นเสวียนตายไปทุกอย่างถึงจะกลับมาสงบอย่างแท้จริง

            อีกทั้งยังมีการตายของมารดานางยิ่งทำให้นางเกิดความเกลียดแค้นทั้งต่อซูชือฉางและม่อเวิ่นเสวียน

            ม่อเวิ่นเฉินส่ายศีรษะพลางมองไปที่เหลยอวี๊เฟิง “ถ้าหากเจ้าฆ่าเขาได้ จะยังนอนอยู่ตรงนี้อีกหรือ?”

            ทั้งสองคนมักจะเป็นเช่นนี้ เมื่อเริ่มคุยกันก็มักจะคอยเอ่ยวาจาหาเรื่องต่อกันและกันตอนนี้ม่อเวิ่นเฉินนั้นอารมณ์ดีมาก พิษในร่างกายได้ถูกถอนไปจนหมดแล้วขอบตาเขาเหลือบไปมองใบหน้าของซูฉีฉี ภายในดวงตาฉายแววแห่งความพึงพอใจออกมาไม่น้อย

            เพราะฉะนั้นเขาจึงเริ่มพูดจาสะกิดแผลเก่าของเหลยอวี๊เฟิงเสียแล้ว

            “เจ้า...”เหลยอวี๊เฟิงมีสีหน้าเขียวคล้ำขึ้นมาทันที ดูท่าเขาจะโมโหไม่น้อยเขากัดฟันแน่นแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงเบื้องหน้านี้ได้ “ถ้าหากมิใช่เพราะฮ่องเต้สารเลวคนนั้นวางกับดักกับข้ามีหรือที่ข้าจะตกอยู่ในมือของพวกเขาได้”

            เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ โทสะเขาก็พุ่งทะยานออกมา

            เขาเหลยอวี๊เฟิงผู้เฉลียวฉลาดมาโดยตลอดกลับเลอะเลือนเพียงชั่ววูบ ดันเหยียบเข้าไปในกับดักเสียได้

            มิเพียงคุ้มครองมารดาของซูฉีฉีเอาไว้ไม่ได้ แต่ยังถูกผู้อื่นจับไปเป็นตัวประกันอีก

            คิดแล้วก็น่าอับอายขายขี้หน้ายิ่งนัก

    คล้ายกับเรื่องชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120