หลังจากเหตุการณ์เสียงหัวใจเต้นใต้ดินทำเอาวงแตก ชิงเซียนก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงนอนลายเป็ดของเธอ พลางถอนหายใจยาวเหยียดจนไหล่ห่อ
[เสียงในใจของชิงเซียน: เฮ้อ... โชคชะตาหนอโชคชะตา คนอื่นเขาข้ามภพมาเป็นพระชายา เป็นนางพญาตกถังข้าวสาร แต่ข้านี่อะไร! แค่จะบรรลุเซียนขั้นสูงสุด สายฟ้าสวรรค์ดันขี้โกง ฟาดพลาดไปโดนกาน้ำชาข้างตัวจนระเบิดตู้ม! แทนที่จะได้ไปเสวยสุขบนสวรรค์ กลับต้องหอบดวงจิตข้ามพันปีมาสิงอยู่ในร่างยัยหนูชิงชิงที่วันๆ เอาแต่โดนแกล้ง แถมตอนนี้ยังต้องมาสู้กับมารใต้ดินอีก! กาน้ำชาเจ้ากรรมเอ๊ย... ถ้าข้ากลับไปได้ ข้าจะทุบเจ้าให้แหลกเป็นผุยผงเลย!]
เฟยหลง พี่ชายทั้งสาม และท่านประธานหวัง ที่แอบซุ่มฟังอยู่หน้าประตูห้อง (โดยอ้างว่ามาตรวจความเรียบร้อย) ต่างพากันสะดุ้งเมื่อได้ยินเรื่อง "กาน้ำชาระเบิด"
"กาน้ำชาเหรอ? นี่น้องเราตัวจริงตายไปแล้วจริงๆหรือ แล้วชิงเซียนคนนี้ข้ามภพมาเพราะกาน้ำชาจริงๆ เหรอเนี่ย?" หวังซิงกระซิบถามพี่ชาย ทุกคนทำหน้าตาสลดไปชั่วขณะ
"ชู่ววว... เบาๆ สิ เดี๋ยวชิงชิงรู้ตัวว่าเราแอบฟัง" หวังลั่วรีบปราม แต่ในใจก็แอบจดไว้ว่า 'ห้ามให้ชิงชิงเข้าใกล้กาต้มน้ำเด็ดขาด'
แผนผ่อนคลาย (ที่ดูเหมือนจะวุ่นวายกว่าเดิม)
"ทุกคนคะ! เข้ามาได้แล้วค่ะ หนูรู้ว่ายืนกันจนตะคริวกินขาแล้ว!" ชิงเซียนตะโกนบอกโดยไม่ลืมตา
ประตูห้องเปิดออกทันที ทั้งห้าคนเดินหน้าเจื่อนเข้ามา "เอ่อ... ชิงชิง คือพวกพี่แค่จะมาชวนไป... ไปกินส้มตำหลังบ้านน่ะ เห็นน้องบ่นว่าอยากกิน" หวังอี้รีบแถ
[เสียงในใจของชิงเซียน: หึๆ... แหม ทำเป็นมาซึนนะพวกพี่ชายข้า รู้หรอกว่าอยากมาแอบดูว่าข้าจะร่ายมนต์อะไร แต่ก็ดี... ตบะข้าตอนนี้มันแห้งแล้งเหมือนทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าต้องหาทางรวบรวมพลังธรรมชาติมาเสริมบารมีก่อนที่พระจันทร์จะดับแสงในอีกเจ็ดวัน!]
"กินส้มตำก็ดีค่ะ! แต่หนูขอเป็น 'ส้มตำปลาร้าอาคม' นะคะ หนูจะตำเอง!"
มหกรรมตำส้มกู้โลก
ที่ศาลาในสวนหลังบ้าน ชิงเซียนจัดแจงวางครกหินใบยักษ์ โดยมีพี่ชายทั้งสามเป็นลูกมือคอยปอกมะละกอ และเฟยหลงที่ได้รับหน้าที่สำคัญคือ "คนพัดเตาถ่าน"
[เสียงในใจของชิงเซียน: การรวบรวมตบะที่ดีที่สุดคือการทำอาหารที่รวมรส 'เปรี้ยว หวาน เผ็ด เค็ม' เข้าด้วยกัน เพราะมันคือสมดุลของธาตุทั้งสี่! พริกสิบเม็ดคือธาตุไฟ! มะนาวคือธาตุลม! น้ำปลาร้าคือธาตุน้ำ! และเส้นมะละกอคือธาตุดิน! ถ้าข้าปรุงมันด้วยจิตที่เป็นสมาธิ พลังเซียนข้าจะฟื้นฟูไวขึ้น!]
เฟยหลงพัดเตาไปพลางลอบมองชิงเซียนที่กำลังตำส้มตำอย่างเมามัน แขนเสื้อเป็ดถลกขึ้นเห็นผิวขาวเนียน แววตาเธอตั้งมั่นจนเขารู้สึกทึ่ง
"ชิงชิง... ให้ผมช่วยโขลกพริกไหม?" เฟยหลงถามอย่างหวังดี
[เสียงในใจของชิงเซียน: อุ๊ย! พ่อเทพสงครามจะมาช่วยโขลกพริก? พี่ขา... แค่พี่ขยับกล้ามแขนพัดเตาน้องก็ใจสั่นจนพริกกระเด็นเข้าตาแล้วค่ะ! อย่าเข้ามาใกล้กว่านี้เลย เดี๋ยวตบะน้องจะแตกเพราะ 'ความหล่อ' ไม่ใช่เพราะความหิว!]
เฟยหลงชะงักมือที่กำลังจะหยิบพริก ใบหน้าคมคายแดงก่ำถึงใบหู เขาแสร้งทำเป็นไอแรงๆ แล้วก้มหน้าก้มตาพัดเตาต่ออย่างขยันขันแข็ง
"นั่นสิ... ลมมันแรง เดี๋ยวพริกเข้าตาชิงชิง ผมอยู่ตรงนี้ดีกว่า" เฟยหลงตอบเสียงตะกุกตะกัก
กุญแจที่ซ่อนอยู่ในจิตวิญญาณ
ในขณะที่ทุกคนกำลังเอร็ดอร่อยกับส้มตำรสแซ่บ (ที่ทำเอาพี่ชายทั้งสามน้ำตาไหลเพราะเผ็ดระดับพริกสิบเม็ด) ชิงเซียนก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เธอรู้สึกถึง "มวลพลังงาน" บางอย่างที่หมุนวนอยู่ที่ท้องน้อย
[เสียงในใจของชิงเซียน: ใช่จริงๆ ด้วย... ไอ้สิ่งที่จอมมารเรียกว่า 'กุญแจ' น่ะ มันไม่ใช่กุญแจเหล็ก แต่มันคือ 'มุกเซียนบรรพกาล' ที่ข้ากลืนลงไปตอนสายฟ้าฟาดกาน้ำชาตอนนั้น! มันติดสอยห้อยตามจิตวิญญาณข้ามาในร่างนี้ และตอนนี้มันกำลังสั่นพ้องกับหัวใจมารใต้ดิน! ถ้าข้าคุมมันไม่ได้ มันจะกลายเป็นตัวนำทางให้จอมมารแทรกซึมเข้ามาในร่างข้า!]
ทุกคนที่ได้ยินคำว่า "มุกเซียนบรรพกาล" ถึงกับหยุดเคี้ยวส้มตำพร้อมกัน
"ชิงชิง... มุกนั่น... มันอยู่ในตัวลูกเหรอ?" ท่านประธานหวังถามเสียงเบาด้วยความกังวล
ชิงเซียนสะดุ้ง "พ่อรู้ได้ไงคะว่าหนูคิด... เอ๊ย หนูพูดเรื่องมุก?!"
"เอ่อ... น้องพึมพำออกมาน่ะจ้ะ!" หวังลั่วรีบช่วยแก้ต่าง "น้องบอกว่ามุกเซียนๆ อะไรซักอย่าง"
[เสียงในใจของชิงเซียน: เฮ้อ... ข้านี่นอกจากจะตบะน้อยแล้วยังขี้บ่นจนพูดออกมาเองรึเนี่ย? เอาเป็นว่าทุกคนไม่ต้องห่วงค่ะ เจ็ดวันต่อจากนี้ หนูจะเข้าโหมด 'บำเพ็ญเพียรในชุดนอนเป็ด' หนูจะสะสมปราณจากการกินและการนอนให้ได้มากที่สุด! เพราะการรับศึกใหญ่ครั้งนี้ เราจะใช้แค่กำลังไม่ได้ แต่ต้องใช้ 'ความเนียน' เข้าสู้!]
แผนรับมือเจ็ดราตรี
"พี่อี้ พี่ลั่ว พี่ซิงคะ เจ็ดวันนี้ช่วยพ่อหา 'ทรายเงิน' กับ 'เหล็กไหล' มาโรยรอบบ้านให้หนูหน่อยนะคะ หนูจะกางข่ายอาคมดักทางขึ้นของไอ้จอมมารหน้าบูดนั่น" ชิงเซียนสั่งการด้วยท่าทางจริงจัง "ส่วนพี่เฟยหลง... พี่ต้องมาเป็น 'เสาหลักล่อฟ้า' ให้หนูทุกเย็น!"
"เสาหลักล่อฟ้า?" เฟยหลงทวนคำพลางขมวดคิ้ว
[เสียงในใจของชิงเซียน: ใช่ค่ะพี่! พลังหยางในตัวพี่เข้มข้นมาก ข้าจะใช้พี่เป็นตัวดึงดูดไอปีศาจให้มาลงที่พี่แทนที่จะไปหาคุณแม่! ไม่ต้องห่วงนะพี่ น้องจะคอยอาบน้ำมนต์ให้พี่ทุกคืนเอง... อ๊ะ! หมายถึงเอาน้ำมนต์ประพรมตัวให้นะคะ อย่าคิดลึก!]
เฟยหลง: "..." (นี่ผมต้องเตรียมตัวโดนประพรมน้ำมนต์หรือเตรียมตัวโดนลวนลามทางสายตาใช่ไหม?)
กลางดึกคืนนั้น ในขณะที่ทุกคนแยกย้ายกันไปเตรียมของตามที่ชิงเซียนสั่ง ที่หน้าประตูรั้วคฤหาสน์ตระกูลหวัง กลับปรากฏเงาร่างของชายชราคนหนึ่งในชุดนักพรตที่ดูรุ่งริ่ง ในมือเขาถือ "กาน้ำชาดินเผา" ที่มีรอยร้าวเหมือนเพิ่งผ่านการระเบิดมา
ชายชราแหงนหน้ามองคฤหาสน์พลางพึมพำ "ในที่สุดข้าก็หาเจ้าเจอ... นางเซียนจอมป่วนที่ทำกาน้ำชาข้าพัง! เจ้าจะรู้ไหมว่าสิ่งที่เจ้ากลืนลงไปน่ะ ไม่ใช่แค่มุกเซียน... แต่เป็น 'หัวใจแห่งนรก' ที่จอมมารตามหามานับพันปี!"
ทันใดนั้น ดวงตาของชายชราก็กลายเป็นสีม่วงวูบหนึ่ง ก่อนจะเลือนหายไปในเงามืด