“เหตุใดลูกยังไม่กลับมาอีก” ซุนซื่อได้ยินสวีซื่อพูดเช่นนี้ก็เข้าใจว่าหมายถึงสิ่งใดใจร้อนรนจนแทบทนไม่ไหว
แต่สวีเต๋อเซิ่งออกจากบ้านไปหนึ่งเดือนแล้วจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราว
“กว่าเต๋อเซิ่งจะแย่งงานส่งตัวนักโทษมาได้ไม่ใช่ง่ายๆย่อมต้องทำให้เสร็จเรียบร้อยก่อนถึงจะกลับมา เจ้าไม่ต้องบ่น ร้อนใจไปก็ไม่ได้กระไร”
งานส่งตัวนักโทษเป็นงานสบายโดยเฉพาะนักโทษที่ครอบครัวมีกำลังทรัพย์ เพื่อให้คนในครอบครัวตัวเองได้อยู่สบายหน่อยย่อมต้องติดสินบนเจ้าหน้าที่ที่คุมตัว
คนที่สวีเต๋อเซิงส่งตัวครั้งนี้เป็นลูกชายเศรษฐีใหญ่งานนี้ได้ค่าน้ำชาสูงนัก กว่าจะได้มาต้องเขี่ยหลายคนออกไปเสียก่อน
ซุนซื่อไม่พูดถึงลูกชายคนโตของตัวเองอีก เปลี่ยนไปจินตนาการถึงบ้านของตระกูลเจียงแทน
“บ้านอิฐเชียวนะ เด็กๆ ในบ้านค่อยๆโตกันแล้วเช่นกัน อีกสองปีก็แต่งงาน…ไม่รู้ว่าบ้านตระกูลเจียงจะสร้างบ้านให้ใหญ่หน่อยได้หรือไม่”
“ถึงจะสร้างแค่สองห้องย่อมเป็นบ้านอิฐอยู่ดี!” สวีฝีเคาะปล้องยาสูบพูด
ซุนซื่อยิ้ม “ก็จริง ถึงอย่างไรบ้านเราล้วนได้ประโยชน์”
บ้านยังไม่ทันจะสร้าง สองสามีภรรยาคู่นี้ก็มองบ้านที่ยังไม่ทันมีเงาเป็นของพวกตัวเองเสียแล้ว
ถึงสวีฝูจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคนคิดพะวงถึงเช่นกัน
คนที่คิดพะวงถึงบ้านที่ยังไม่มีแม้แต่เงาของตระกูลเจียงไม่ได้มีเพียงสวีฝูผู้เดียว
สวีเทากลับมาแล้ว
เขามาบ้านเหล่าหลินกลางดึก
“มาแล้ว…” โจวเอ้อร์เหนิงโค้งตัวเชิญสวีเทาเข้าบ้าน ดูไม่ต่างกับสุนัขในบ้านที่กระดิกหางเต็มแรง
สวีเทามองเขาอย่างเหยียด “ไปต้มน้ำมา ข้าจะอาบน้ำ!”
โจวเอ้อร์เหนิงรีบออกไป ประกายความเกลียดชังปรากฏในแววตาทันทีที่หันไปทางอื่น
“ถุย!” หลินซย่าจื้อที่ออกมาต้อนรับถมน้ำลายใส่หลังโจวเอ้อร์เหนิงจากนั้นบิดเอวทิ้งตัวใส่สวีเทา ควงแขนเขาเข้าห้อง
“จินเป่าหลับแล้วหรือ?” สวีเทาถาม
“รู้ว่าเจ้าจะมากินข้าวเย็นเสร็จเลยให้พาเข้านอนแล้ว” หลินซย่าจื้อช่วยรินชาให้สวีเทาโจวเอ้อร์เหนิงออกมาจากห้องด้านข้างที่ตัวเองยกน้ำสำหรับอาบเข้าไป สวีเทาแค่โบกมือเขาก็ถอยออกไป
โจวเอ้อร์เหนิงย่อตัวนั่งใต้ชายคาบ้านด้วยสีหน้ามืดมนมีเสียงหัวใจเต้นแรงดังมาจากในห้อง ภรรยาตัวเองหลับนอน (กับบุรุษอื่น) แต่เขากลับต้องรอรับใช้อยู่ด้านนอก ความรู้สึกนี้ช่าง…
เขาบังคับให้ตัวเองไม่ต้องไปคิดถึงคู่สุนัขด้านในในหัวมีภาพของหลินหวั่นชิวปรากฎ รูปร่างของนาง ใบหน้านาง ไม่ว่าส่วนใดล้วนดีกว่าภรรยาในห้องทั้งนั้น
โจวเอ้อร์เหนิงคิดจนรู้สึกร้อนผะผ่าว เขาจ้องประตูลานบ้านอยากวิ่งไปหุบเขากัญชาเดี๋ยวนี้
ในที่สุด เสียงความเคลื่อนไหวในห้องก็เบาลงหลินซย่าจื้อตะโกนให้โจวเอ้อร์เหนิงยกน้ำเข้าไปเนื่องจากโจวเอ้อร์เหนิงกำลังคิดถึงหลินหวั่นชิวอยู่หลินซย่าจื้อต้องเรียกหลายครั้งกว่าจะได้ยิน
เขารีบไปตักน้ำร้อนจากห้องครัวเข้าไปในห้องเพิ่งวางน้ำลงก็ถูกหลินซย่าจื้อตบหน้า
กลิ่นในห้องรุนแรงมากหลินซย่าจื้อผมเผ้ายุ่งเหยิงหน้าแดงก่ำ เสื้อผ้าคลายแบบหลวมๆ ไม่มีสิ่งใดบดบัง ทุกส่วนเปิดเผยสู่สายตาอีกทั้งยังไม่มีท่าทีจะปกปิดอีกด้วย
สวีเทานอนตะแคงบนเตียงอยู่ด้านข้างมือเขาวางบนตัวหลินซย่าจื้อตลอด ไม่หลบเลี่ยงโจวเอ้อร์เหนิง
เขาลูบคลำไปด้วยมองโจวเอ้อร์เหนิงด้วยรอยยิ้มไปด้วย ทำตัวเหมือนนายท่านใหญ่ ดูมีความสุขเหลือเกิน
และเพราะเขาติดเล่น ตอนที่หลินซย่าจื้อบอกว่าหลินหวั่นชิวถูกพ่อแม่ขายให้เจียงหงหย่วนตอนใกล้ตายเขาเลยแค่เสียดายเล็กน้อย ไม่ได้กล่าวโทษหลินซย่าจื้อเกินไป
คิดแค่ว่า หากวันไหนเจียงหงหย่วนขึ้นเขาไปล่าสัตว์เขาค่อยแอบไป…
ภรรยาไม่ดีเท่าภรรยาน้อย ภรรยาน้อยไม่ดีเท่าขโมยกินขโมยกินไม่ดีเท่าขโมยไม่ได้!
แค่คิดก็ร้อนรุ่มในใจ สวีเทาเกิดอารมณ์อีกครั้งจับหลินซย่าพลิกตัวแล้วทำต่อหน้าโจวเอ้อร์เหนิง…
ดวงตาโจวเอ้อร์เหนิงแดงก่ำไปหมด
“ยังไม่ไสหัวออกไปอีก มัวยืนทำกระไร?”
หลินซย่าจื้อขมวดคิ้วด่า สวีเทาไม่หยุดการเคลื่อนไหวหันมามองโจวเอ้อร์เหนิง ท่าทีคับแค้นใจของอีกฝ่ายทำให้เขายิ่งตื่นเต้น
“ไสหัวออกไป ไม่ต้องเฝ้าแล้ว” สวีเทาพูด
โจวเอ้อร์เหนิงก้มหน้าวิ่งออกไปไม่ลืมช่วยปิดประตูให้ทั้งคู่ด้วย
“สวะ! ไม่ใช่บุรุษ!”
“หากเขาเป็นบุรุษจะมีเรื่องระหว่างเราสองคนหรือ?”
“ก็ใช่ มีสวะนี่อยู่พวกเราจะได้เป็นคู่รักในที่ลับไปตราบนานเท่านาน”
โจวเอ้อร์เหนิงออกมาในสภาพจนตรอกอยู่บ้านเหล่าหลินมาหลายปี เขาเคยยืดหลังตรงได้ต่อหน้าหลินหวั่นชิวเพียงคนเดียว
เมื่อคิดถึงหลินหวั่นชิว ฝีเท้าเขาก็เร็วขึ้นออกจากบ้านเหล่าหลินได้ไม่นานก็เริ่มวิ่ง
ภายในห้อง
ทำซ้ำเป็นครั้งที่สองย่อมไม่ยาวนาน แค่ครู่เดียวสวีเทาก็ถอดอุปกรณ์ออก
น้ำในกะละมังยังอุ่นอยู่ ไม่ได้เย็นเฉียบหลินซย่าจื้อจุ่มผ้าเช็ดหน้าลงไปในอ่างแล้วช่วยสวีเทาเช็ดทำความสะอาดจากนั้นเช็ดตัวเองแบบลวกๆ และนอนลงข้างเขา
“เรื่องการเรียนของจินเป่าเป็นอย่างไรบ้าง?”
“โรงเรียนส่วนตัวสองแห่งในตำบลต่างได้ยินข่าวลือจึงไม่รับแต่เจ้าไม่ต้องกังวล จินเป่าเป็นลูกชายข้า ข้าต้องดูแลอยู่แล้วอีกสองวันจะไปถามในอำเภอให้ หากจินเป่าสอบเข้าสถานศึกษาชิงซงได้ก็คงดีแต่หากไม่ได้ เช่นนั้นก็ไปเรียนที่สถานศึกษาจิ่วไท่ แต่ไม่ใช่เพียงค่าเรียนของที่นั่นเท่านั้นที่สูงค่าใช้จ่ายอย่างอื่นสูงมากเช่นกัน ถ้าไปเรียนที่นั่นวันหน้าข้าคงไม่มีเงินเหลือมาให้เจ้าอีก”
สถานศึกษาในอำเภอ!
หลินซย่าจื้อแค่ได้ยินก็ตื่นเต้นหากได้ไปเรียนในอำเภอ เช่นนั้นจินเป่าของพวกนางจะเป็นคนแรกของหมู่บ้าน!
“ข้าไม่เป็นไร จินเป่าสำคัญที่สุด!” หลินซย่าจื้อรีบตอบ
คำตอบของนางทำให้สวีเทาพอใจ “ขอแค่จินเป่าอนาคตสดใสวันหน้าเจ้าจะสุขสบายเป็นแน่”
“จริงสิ เจ้ารู้เรื่องบ้านตระกูลเจียงหรือไม่? พวกเขาทั้งซื้อที่รกร้างหกสิบไร่ ทั้งจะสร้างบ้านอิฐ!”
“ได้ยินท่านพ่อท่านแม่บ่นตั้งแต่ตอนกลับมาแล้ว”
“มีความคิดใดหรือไม่?”
หลินซย่าจื้อตะแคงตัวมองสวีเทา
สวีเทาหรี่ตา ถามยิ้มๆ ว่า “เจ้ามีความคิดใด?”