กลางราตรีผู้คนต่างหลับใหลซุกตัวอยู่ใต้ม่านมุ้งภายในเรือน ณตำหนักหลังน้อยซึ่งปลูกสร้างหลบเร้นความพลุกพล่านของผู้คนทางทิศใต้ของวังหลัง
บนเตียงอันอบอุ่นมีสองร่างอิงแอบลึกซึ้งด้วยจิตเสน่หา
“ข้าต้องทนอยู่อย่างนี้อีกนานเท่าไร”สตรีอายุราวสามสิบห้าเอ่ยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
อดีตเพราะนางเป็นบุตรีคนโตของตระกูลจึงถูกส่งเข้าวังหลวงเพื่อคัดเลือกเป็นพระสนมตั้งแต่อายุสิบเจ็ดกว่าจะได้ถวายตัวต่อจักรพรรดิหย่งเจี๋ยก็ผ่านไปแล้วหนึ่งปี อีกหนึ่งปีต่อมาจึงได้ให้กำเนิดพระโอรส
“นั่นเพราะข้าไร้สามารถนัก”บุรุษร่างกายกำยำสมชาติทหารกอดกระชับร่างนางผู้เป็นรักแรกหากแต่ไม่อาจสมรักเพราะตัวเขาเป็นเพียงบุตรชายคนโตของแม่ทัพว่าน เมื่ออายุยี่สิบตำแหน่งทางทหารขณะกำลังไต่เต้าทำให้ถูกส่งไปประจำยังชายแดนกว่าจะรู้ว่าหญิงคนรักถูกครอบครัวบีบบังคับให้เข้าวังก็เวลาล่วงผ่านไปแล้วเกือบเดือน
ครึ่งปีต่อมามีเหตุได้ลอบส่งจดหมายติดต่อทราบว่ามู่หรงเม่ยไม่เคยได้ถวายตัวก็คิดเห่อเหิมวาดหวังว่านางจะผ่านพ้นเวลาสามปีที่อยู่ในวังหลังอย่างไร้รอยราคีอายุยี่สิบเอ็ดก็จะได้ออกจากวังเพื่อแต่งงานกับชายที่นางเลือกแล้วติดตามกันไปใช้ชีวิตยังแถบชายแดนไม่ต้องสนใจใคร่รู้เรื่องราวของผู้คนในเมืองหลวง
ทว่าเรื่องดีกลับไม่เกิดเพราะหลังจากนั้นไม่นานด้วยความสามารถด้านการเดินหมากที่เลื่องลือทำให้นางถูกเรียกตัวเข้าพบองค์จักรพรรดิ ไม่เป็นการยากเลยสักนิดที่จะโปรดสนมที่เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและคุณสมบัติด้วยวาสนาพาหนุนทำให้นางตั้งครรภ์และให้กำเนิดพระโอรสที่มีความสำคัญต่อราชวงศ์
ฝันของสองหนุ่มสาวพังมลายลงตรงหน้า!
“ท่านไม่ผิดเลยสักนิดผิดที่เม่ยเอ๋อร์เกิดมาอาภัพเอง ตอนนั้นท่านเป็นเพียงทหารชั้นผู้น้อยจะเอาอะไรมาขัดพระประสงค์ของฝ่าบาทได้” แม้นางได้เอ่ยปากกับครอบครัวเรื่องผูกสมัครรักใคร่กับว่านฉงเยียนแต่ทางครอบครัวกลับไม่เห็นด้วยที่นางจะทิ้งอำนาจวาสนาในวังหลังอันจะส่งเสริมฐานะของครอบครัววาณิชให้รุ่งเรืองไปกับการเลือกนายทหารผู้หนึ่งที่ชีวิตไม่มีอะไรรับประกันว่าจะอยู่ดูแลนางอย่างสุขสบายไม่ทิ้งให้เป็นหม้าย
ต่างคนต่างรักลึกซึ้งแต่ไม่อาจอยู่ร่วม เมื่อองค์ชายเฉิงจุนมีพระชันษาครบห้าปีสนมมู่ก็ได้รับข่าวว่าชายคนรักได้แต่งภรรยาตามความต้องการของครอบครัวสตรีผู้นั้นให้กำเนิดลูกชายหญิงแก่ว่านฉงเยียนอย่างละคนก่อนจะป่วยตายในวัยใกล้สามสิบ และหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้แต่งภรรยารอง
ทุกสามปีเหล่าทหารแม่ทัพชายแดนจะเข้ามารายงานผลการทำงานและร่วมงานเลี้ยงของวังหลวงมู่หรงเม่ยในฐานะมารดาของโอรสแห่งองค์จักรพรรดิจึงมีสิทธิ์ร่วมงานรื่นเริงนี้ แม้ได้เห็นหน้าไกลๆแต่ความสัมพันธ์แต่หนหลังนั้นไม่เคยเสื่อมคลายนับแต่นั้นว่านฉงเยียนก็มีเจตนารมณ์แน่ชัดจะสนับสนุนองค์ชายเฉิงจุน
ในรัชสมัยจักรพรรดิเซวียหย่งเจี๋ยการแก่งแย่งราชบัลลังก์ระหว่างพระโอรสมีทั้งแบบคลื่นใต้น้ำสะสมกำลังคน และลอบเข่นฆ่าให้ร้ายกันแม้จักรพรรดิทรงจัดการเด็ดขาด แต่หลายชีวิตก็ตายตกแบ่งเป็นฝักฝ่าย ในวันที่สวรรคตราชบัลลังก์ตกเป็นขององค์ชายเสียเจิ้งอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ในตอนต้นและราชโองการลับที่บิดาของว่านฉงเยียนเป็นหนึ่งในพยานสำคัญก็ทำให้นายทหารยศสูงเช่นเขาคิดการใหญ่เพื่อสตรีที่รักยิ่ง
ชีวิตที่ผ่านมาของมู่หรงเม่ยในวังหลังมิได้ราบรื่นอย่างนางเฝ้าบอกชายคนรักแม้แต่น้อยสายลับที่ถูกส่งเข้ามาติดตามและคอยส่งข่าวทำให้เขารู้ว่านางมีชีวิตลำบากถูกกลั่นแกล้งกดขี่ข่มเหงมากเพียงไร หลายครั้งต้องยอมก้มหัวให้คนอื่นรังแกเพราะอยากรักษาชีวิตตนเองกับลูกน้อย จึงยอมเป็นคนบื้อใบ้ไร้ปากเสียงและสั่งห้ามโอรสมิให้แสดงความคิดอ่านอันจะนำภัยมาถึงตัว
ในราชโองการลับให้ความสำคัญกับเถียนเยวี่ยมากดั่งจักรพรรดิองค์ก่อนล่วงรู้ดีว่าสนมจากสกุลฉางซุนไม่น่าไว้วางพระทัยนางไม่มีใจเมตตาลูกชายของคนอื่นกระทั่งหลานชายอย่างองค์ชายเสวี่ยจิ้งก็ไม่รักและเอาใจใส่เท่าลูกตัวเองแต่องค์ชายเสวี่ยจิ้งกลับจงรักภักดีกับพี่ชายเพราะถูกเลี้ยงมาด้วยมือของผู้เป็นป้าจะทำให้บัลลังก์สั่นคลอนได้จึงต้องเริ่มจากสั่นคลอนความไว้เนื้อเชื่อใจของคนทั้งสอง
เล่นงานเถียนเยวี่ยแล้วโยนความผิดให้เซวียเสวี่ยจิ้งฝ่ายหลังก็คงไม่นิ่งดูดายหาทางแก้ไข ความหวาดระแวงจะต้องพุ่งเป้าไปที่เซวียเสียเจิ้งเพราะผู้ได้นั่งบัลลังก์ทองใช่จะซื่อตรงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเผิงเซิ่งอี้หลังชนะศึกกับหนานลู่ เซวียเสวี่ยจิ้งย่อมรู้ดีว่าเป็นฝีมือของผู้ใดแต่ที่ไม่ถามเอาความรับผิดชอบจากเชษฐาก็เพราะรักแผ่นดินมีมากกว่าเรื่องส่วนตัว
ในขณะที่ผู้ดำรงตำแหน่งท่านอ๋องตั้งรับป้องกันตัวเองจากการกระทำของจักรพรรดิหนุ่มเขาก็จะเล่นงานเสวี่ยอ๋องด้วย เล่นงานซ้ำๆ ทั้งต่อหน้าและลอบกัดให้ลูกหลานของเซวียหย่งเจี๋ยมันฆ่ากันเองอย่างที่เคยทำมาสุดท้ายแล้วราชบัลลังก์ก็ต้องตกเป็นขององค์ชายเฉิงจุน ตกอยู่ภายใต้การชักใยของเขา นั่นมิเท่ากับได้แก้แค้นที่ถูกแย่งชิงคนรักไปเกือบยี่สิบปีหรอกหรือ!