“โลกแฟนตาซีหรอ? ก็แค่เกมที่ผมจะปั้นกิลด์ฮาเร็มให้ติดอันดับ 1 เท่านั้นแหละ”

    ตอนที่ 48 : ปะทะแนวแรก

    แสงแรกแห่งวันใหม่สาดส่องลงบนสมรภูมิซึ่งแต่ก่อนเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี แต่บัดนี้กลายเป็นสนามรบอันปกคลุมด้วยหมอกดำหนาแน่น กลองศึกจากกองทัพซีลีออนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงเครื่องยิงเวทคำรามจากแนวหลังประสานกับเสียงเหยียบย่ำของนักรบกว่า 2,500 นายที่กำลังเข้าตรึงแนวรบทางตะวันออกเฉียงเหนือ พลเอกคราส ดารัน ขึ้นไปยืนอยู่บนหอคอยเคลื่อนที่ พาหนะเวททรงสูงพร้อมกลไกวิเคราะห์สนามรบ เขากวาดตามองไกลออกไป เบื้องหน้าคือคลื่นแห่งอสูรที่ไหลมาราวกระแสน้ำป่า — พวกมันไม่ได้บุกมาเป็นกลุ่มเล็ก แต่เป็นแนวกระหน่ำแบบ “แผ่ท่วมพื้นที่”

    "เริ่มปรับจังหวะยิง! เส้นแบ่งที่สาม ใช้ป้อมเวทตีโค้งเข้า!"

    คำสั่งของคราสถูกส่งผ่านเวทสื่อสารไปยังทุกจุด นักเวทควบคุมรถยิงเวทจุดประกายอักขระ กลุ่มควันสีม่วงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนเปลี่ยนเป็นอาคมแสงซัดลงกลางกองอสูร

    ตูมมมมม!!

    เสียงระเบิดกึกก้องสะเทือนพื้นดิน ทหารอสูรในแนวหน้าหลายสิบตัวถูกกลืนหายไปพร้อมกัน เศษเนื้อ เศษเกราะ และเสียงคำรามประหลาดดังขึ้นทดแทนความเงียบของตอนเช้า

    "อย่าหยุดยิง! เราจะสกัดมันก่อนถึงแนวต้านแรก!" ผู้บัญชาการฝั่งขวาร้องสั่ง ทหารแนวปีกซ้ายเร่งจัดแนวยิงใหม่ แต่จำนวนของศัตรูดูเหมือนจะไม่ลดลงเลย

    จากนั้นไม่นาน — มันเริ่มขึ้นแล้ว

    ร่างอสูรความสูงเกินสองเมตร บางตนมีดวงตาหลายคู่ บางตนมีแขนกล้ามเนื้อยาวเกินตัว พุ่งเข้าแนวปะทะด่านหน้า! พลทหารซีลีออนที่ตั้งแนวโล่พร้อมหอกพุ่งแทงรับมันทันที แต่จำนวนที่มากกว่าสามเท่าทำให้แนวหน้าเริ่มสั่นไหว

    คราสกำหมัดแน่น “เริ่มแล้วสินะ... มหาศึก”

    เขาหันไปคว้าแผนผังสนามรบจากหุ่นเวท และชี้ไปยังจุดที่อสูรแหวกแนวได้ลึกสุด

    “ส่ง ‘หน่วยกวาดแนว’ ออกไป — จัดกำลังหน่วยเกราะกลให้จู่โจมสวน!”

    ภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที แนวปะทะทั้งหมดก็ลุกเป็นไฟ การปะทะระหว่างมนุษย์กับอสูรเริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์ และมันยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่าย ๆ...
    แนวต้านด้านขวาของกองทัพซีลีออน ซึ่งใช้ชุดเกราะเวททรงเครื่องจักรกลเป็นแกนกลางรับแรงปะทะ กำลังเผชิญแรงกดดันมหาศาลจากฝูงอสูรประเภท “แรงกระแทก” ที่วิ่งทะลวงมาแบบไม่หวั่นเกราะหรือเวทใด ๆ

    พลทหารรุ่นใหม่ที่อยู่แนวหน้าเพิ่งผ่านการฝึกมาไม่กี่ปี แม้จะมีพลังเวทติดตัว แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับดวงตานับสิบคู่และเสียงคำรามของอสูรจริง ๆ หลายคนกลับตัวแข็ง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

    “แนว 3 แถวที่ 2 ถอยเสี้ยววง! แนวหลังบุกประคองทันที!”

    เสียงรองแม่ทัพตะโกนผ่านอุปกรณ์เวทสื่อสาร ก่อนกลุ่มอัศวินเกราะทลายจะพุ่งเข้าสู่ช่องว่างแนวหน้า พร้อมกับสร้างคลื่นปะทะกลับไปยังฝั่งอสูร กระแสลมที่เกิดจากการชนกันของพลังทั้งสองฝ่ายทำให้พื้นดินระเบิดเป็นวงแหวนดินแดง

    ปึงงงงงง!!!

    ศีรษะของอสูรตนหนึ่งกระเด็นออกจากบ่า ก่อนร่างของมันจะล้มตึงและสลายไปในเสี้ยววินาที ฝีมือของแม่ทัพย่อยลำดับที่สอง — ‘อัศวินป้อมพลัง’ ไกรซ์ วิลตัน

    “เก็บศพมันเร็ว! มันฟื้นได้ถ้าทิ้งไว้นานเกิน 1 นาที!” เสียงเตือนของเขาทำให้พลข้างกายรีบเสกเปลวไฟเวทเข้าเผาร่าง

    อีกด้าน — กลุ่มนักเวทเชิงกลถูกบังคับให้ล่าถอย เมื่อมีอสูรพิเศษที่มีพลังสะท้อนเวทโจมตีสวนกลับได้ในระยะกลาง ป้อมยิงเวทที่ควรจะเป็นด่านคุ้มกันแนวที่ 2 กลับถูกล้อมไว้เสียเอง

    “เจ้านั่น… ใช่ประเภท ‘ดูดกลืนเวท’ หรือเปล่า?”

    ไกรซ์หรี่ตา เขาพุ่งตัวขึ้นแนวหลังทันที หยิบหอกเวทแบบกระแทกที่เสริมลายอาคมเจาะทะลุออกมาจากฝักด้านหลัง

    “ก็แค่พวกก๊อบเวท...” เขาพึมพำ ก่อนพุ่งตัวเข้าสู่กลุ่มศัตรูแบบไม่เกรงกลัว

    สนามรบเบื้องหน้าเต็มไปด้วยควัน ดินปะทุ เปลวแสง และเสียงโห่ร้อง ทั้งมนุษย์และอสูรกำลังผลัดกันรุกรับแบบไม่มีใครยอมใคร และการสู้รบยังไม่ถึงจุดไคลแมกซ์ด้วยซ้ำ...
    เสียงคำรามของสัตว์เวทและอสูรดังประสานไปทั่วท้องฟ้า คลื่นพลังเวทปะทะกันกลางสนามรบจนเกิดแสงระเบิดสีแดงเข้มสลับม่วงดำไม่หยุดหย่อน

    “เสากลยุทธ์หมายเลขสอง สั่นคลอนแล้ว!” เสียงจากนักเวทควบคุมยุทธศาสตร์ดังขึ้นจากบนหอเวทพกพา

    พลเอกคราส ดารันยืนนิ่งอยู่บนหอควบคุมเคลื่อนที่ของเขา สายตาเขาแน่วนิ่งขณะสังเกตเส้นทางการเคลื่อนไหวของอสูรผ่านภาพฉายเวทเหนือหัว

    “สั่งกลุ่มที่สามเคลื่อนขวาเข้าช่องว่างแนวป้องกันของศัตรูทันที หอกพลังทำลายล้างประสานจุด 42!”

    “รับทราบ!” เสียงตอบรับดังก้อง ก่อนกลุ่มนักรบติดชุดเกราะสีดำเงินจะเคลื่อนทัพแน่นขนัด เข้าแนบเส้นข้างของกลุ่มอสูรที่เริ่มหลุดตำแหน่ง

    แนวป้องกันของซีลีออน คือป้อมเวทเคลื่อนที่ที่ฝังไว้กับเครื่องยิงเวททำลายล้างสูง ระบบยิงเวทพุ่งแสงออกจากยอดหอทุกสองวินาที พลังรุนแรงพอเจาะผ่านเกราะเวทอสูรหลายตนได้ในการยิงเดียว

    ฝูงอสูรคลื่นที่สามบุกเข้ามา! กลุ่มอสูรระดับกลางที่มีรูปร่างเหมือนงูโลหะ ผิวสีดำเงินเงาวับ และตาทองคำ ว่องไวมากพอที่จะมุดผ่านแนวกำแพงได้

    “ยิงชุดพิเศษ Shock-Fissure รุ่นใหม่ ใช้ธาตุผสมรอบวง!” คราสออกคำสั่ง พร้อมเคาะคทาหัวค้อนของตนลงบนแท่นเวทกลางเรือบัญชาการ

    ตูมมมมม!!!

    ระเบิดสายฟ้าเวทแผ่พลังเป็นรูปโดมฟ้ารอบกลางกองทัพอสูร งูเวทระเบิดร่างไปกว่าครึ่งทันที อีกครึ่งที่หลุดลอดเริ่มถูกจัดการโดยหน่วยพิเศษที่มีนักเวทสนับสนุนคอยซุ่มยิง

    บนยอดเขาหินใกล้สนามรบ กลุ่มสอดแนมเวทจากกองกำลังพันธมิตรรายงานความเคลื่อนไหวลงมายังศูนย์กลางอีกครั้ง

    “คลื่นศัตรูชุดถัดไป... มีจำนวนมากกว่าเดิมถึงสองเท่า พร้อมอสูรพิเศษขนาดใหญ่เบื้องหน้า!”

    “ไม่ใช่แค่สงครามทั่วไปแล้ว...”

    เสียงของคราส ดารันลดต่ำลง ขณะมองเห็นยอดเสาธงเวทของกองทัพอสูรจากจุดสูงสุด เริ่มเห็นร่างคล้ายปราสาทเคลื่อนที่ที่เต็มไปด้วยอสูรเวทประสานพลังกันอยู่บนไหล่ของอสูรขนาดมหึมา

    “...นี่คือ ‘เครื่องสังเวย’ ที่พวกมันเคลื่อนมาด้วย...”

    เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยกับรองบัญชาการข้างตัว

    “แจ้งไปยังแนวกลางและแนวหลัง – ให้ระวังการเคลื่อนไหวของแม่ทัพอสูร... มันจะไม่มาในฐานะเบี้ยหมากแน่”

    เสียงระเบิดครั้งใหม่เริ่มดังขึ้นห่างออกไปทางขวา… สัญญาณว่ากองอสูรคลื่นถัดไปเริ่มพุ่งเข้าใส่แนวรับอีกครั้ง

    “ทุกหน่วยเตรียมรับศึกคลื่นที่ห้า... และหลังจากนั้น—เราอาจต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ยิ่งกว่านั้น!”

    แววตาของคราสวาวโรจน์ด้วยพลังบางอย่างที่เริ่มปลุกเร้าออกมา — แม้ศึกนี้จะใหญ่เกินคาด แต่ผู้บัญชาการอย่างเขากลับรู้สึกเลือดสูบฉีดด้วยความตื่นเต้นไม่ต่างจากวันแรกที่ได้สัมผัสสงคราม

    ...และเขารู้

    แม่ทัพของอสูร — กำลังรอเขาอยู่ในสนามถัดไป.

    เสียงระเบิดของเวทปะทะยังคงดังกึกก้องทั่วสนามรบ กองกำลังของคราส ดารันยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง ท่ามกลางสายหมอกพลังงานและกลิ่นคาวเลือดที่อบอวลจนทั่ว ทุกย่างก้าวของพวกเขาเหยียบลงบนซากร่างอสูรหรือพื้นดินที่แตกระแหงจากแรงปะทะ

    กองทัพทะลวงกำแพงของซีลีออน แดนใต้ แม้จำนวนจะน้อยกว่า แต่ด้วยการวางกลยุทธ์แบบขั้นบันได ผสมเวทวิศวกรรมและป้อมปืนเวทที่เคลื่อนย้ายได้ พวกเขายังคงรักษาแนวปะทะได้อย่างแน่นหนา

    “อย่าให้พวกมันแทรกทะลวงแนวกลางได้! เส้นชัยของเราคือความอยู่รอดของพวกด้านหลัง!” พลเอกคราสตะโกนลั่นจากแท่นบัญชาการบนรถเกราะเวท ท่ามกลางเสียงสะท้อนของระเบิดและคำรามของอสูร

    แต่ทันใดนั้น — พื้นดินเบื้องหน้าสั่นสะเทือนผิดธรรมชาติ

    “ท่านแม่ทัพ! มันมาอีกแล้วครับ! คลื่นอสูรคลื่นที่สาม!”

    จากเนินเขาด้านตะวันออก อสูรขนาดกลางกว่า 800 ตัว พร้อมอสูรคลาสสูง 12 ตัว พุ่งทะยานลงมาเป็นแนวระลอกคลื่น ความเร็วและพละกำลังของพวกมันสูงกว่าทุกระลอกที่ผ่านมา

    “Activate Wall Fangs V2 — เตรียมป้อมยิงเวทสกัด!”

    แสงเวทสีน้ำเงินจากแกนพลังงานใต้ดินลุกวาบขึ้น พร้อมกำแพงเวททรงกล่องพับได้พุ่งขึ้นมาบังหน้าแนวรบ ทหารซีลีออนทั้งหมดโถมเข้าท่ามกลางม่านระเบิดเวท ปล่อยพลังต่อเนื่องจากบ่วงโล่เวท ความแม่นยำระดับวิศวกรรมของป้อมยิงเวทสกัดอสูรคลาสกลางได้ถึงเกือบครึ่งก่อนถึงแนวแรก แต่ก็มีอสูรหลายตนที่ฝ่าด่านมาได้ การต่อสู้ระดับประชิดเกิดขึ้นเต็มแนวรบ เสียงโลหะฟันกับเนื้อ เสียงคำราม เสียงเวทร่ายกลางศึกดังประสานเป็นเสียงหนึ่งเดียวที่กึกก้องไกลไปถึงขอบฟ้า อัศวินเกราะหนักล้มลง — อสูรสองหัวตัวหนึ่งกระโดดข้ามหัวแนวป้องกัน คราสดึงขวานเวทสองคมของเขาและตะโกน “Split Rush!” พลังเวทที่บรรจุในอาวุธระเบิดออกเป็นคลื่นสีฟ้า-แดง พุ่งเข้ากระแทกอสูรให้แหลกเป็นเศษเนื้อ

    ร่างกายของแม่ทัพยังไม่หยุดพัก มือซ้ายเขียนวงเวทผนึกบนพื้น มือขวากวาดอาวุธตัดอสูรที่แฝงเวทล่องหน

    “สู้ต่อไป! ศพแรกที่พวกมันเหยียบ ต้องเป็นของข้าเท่านั้น ไม่ใช่พวกเจ้า!” เสียงของคราสก้องอยู่ในใจของทุกนายอย่างชัดเจน

    แม้เหล่าทหารของเขาจะล้มลงไปแล้วกว่าหลายร้อยนาย แต่ไม่มีใครยอมถอยแม้เพียงก้าวเดียว

    ในท้ายสนามรบ — กลุ่มอสูรที่เหลือจากคลื่นที่สามค่อย ๆ ชะลอตัว ทุกคนเริ่มถอนหายใจ…

    แต่คราส… กลับหยุดนิ่งและพูดเบา ๆ “มันยังไม่จบ...”

    สายตาของเขามองขึ้นไปบนผืนฟ้าที่กำลังหม่น — และแล้วเงาอันหนึ่งก็เคลื่อนตัวจากม่านหมอกตรงกลางสนามรบ เงานั้น… สูงกว่าทุกอสูรที่เคยเห็นมา ดวงตาเรืองแสงสีเทาหม่น และคลื่นเวทที่ปล่อยออกมา… หนักหน่วงราวกับเทือกเขาถล่ม

    คราสสบตา — และรู้ได้ทันที

    แม่ทัพของอสูร… กำลังจะลงมือด้วยตนเองในที่สุด
    พายุฝุ่นเหล็กพัดกระหน่ำสนามรบ เสียงกรีดร้องของเหล็กกับเพลิงอสูรดังกระหึ่มทั่วทั้งแนวหน้า ทหารของซีลีออนแม้จะเสียหายหนักแต่ยังคงยืนหยัดในรูปขบวนรบไม่ถอยหนี กลางสนาม — พลเอกคราส ดารัน ยืนอย่างนิ่งงัน ท่ามกลางซากหุ่นจักรกลเวทและฝุ่นระเบิดรอบตัว ชุดเกราะของเขาเปื้อนเลือดศัตรูและสหาย แต่สายตาเต็มไปด้วยไฟศึกไม่เสื่อมคลาย เงาใหญ่บางสิ่งโผล่ขึ้นจากหมอกแนวหลังของอสูร — แม่ทัพอสูรปรากฏตัวในที่สุด

    "ยินดีต้อนรับ... ผู้บัญชาการโลหะที่คิดว่าตัวเองยังมีที่ยืนในโลกนี้..."
    เสียงต่ำทุ้มดังก้อง พื้นสนามรบสั่นไหว ร่างของแม่ทัพอสูรปรากฏชัดเจนในอีกเสี้ยววินาที — "ไครซ์คาน เดอะสตีลเบรคเกอร์" อสูรผู้มีร่างครึ่งมนุษย์ครึ่งโลหะ ยักษ์สูงกว่า 6 เมตร หัวโลหะมีแตรสองข้างและแผ่นเกราะซ้อนเรียงล้ำยุค พลังเวทในร่างพุ่งพล่านเป็นเส้นพลังร้าวผ่านอากาศ

    HP: 28,900
    MP: 6,700
    STR: 800
    INT: 300
    AGI: 220
    CHAOS AURA: ACTIVE

    คราสกำดาบเวทที่สะบัดความร้อนปะทุออกมาจากแกนกลาง ดวงตาของเขาจับจ้องศัตรูตรงหน้าอย่างไม่มีแม้แต่เสี้ยวของความกลัว

    "แกคือ... ศัตรูที่ข้ารอคอย..."

    แม่ทัพอสูรไม่พูดตอบ เพียงสะบัดแขนซ้ายของตน — ค้อนยักษ์ที่แฝงพลังทำลายสนามเวททั้งหมด ถูกเรียกเข้ามือในพริบตาเดียว

    ตูมมมมม!!!

    พื้นสนามเบื้องหลังของไครซ์คานแตกกระจายด้วยแรงเวทจากการยกอาวุธขึ้น ทหารฝ่ายซีลีออนต้องถอยออกจากระยะทันที เพื่อหลีกเลี่ยงแรงปะทะที่จะเกิดขึ้น ทั้งสนามเหมือนหยุดนิ่งในวินาทีถัดมา — ก่อนที่ร่างของทั้งสองจะพุ่งเข้าใส่กันราวกับสายฟ้าฟาด!!

    เสียงปะทะครั้งแรกดังสนั่น รัศมีแรงสั่นสะเทือนเวทกวาดทุกสิ่งในรัศมี 20 เมตรให้กระเด็นออกเป็นเส้นโค้งของเถ้ากลางอากาศ

    การดวลระหว่างขุนพลมนุษย์ กับแม่ทัพอสูรเริ่มต้นแล้วอย่างแท้จริง...



    คล้ายกับเรื่อง“โลกแฟนตาซีหรอ? ก็แค่เกมที่ผมจะปั้นกิลด์ฮาเร็มให้ติดอันดับ 1 เท่านั้นแหละ” ที่คุณอ่าน