52 เข้าห้องขังอย่างตั้งใจ
“ ใต้เท้า พวกข้าน้อยโดนปรักปรำจริง ๆ ขอรับ จริง ๆ แล้วพวกเราเป็นคนเข้ามาช่วยเหลือนางจากคุณชายคนนี้ที่กำลังจะย่ำยีนาง...” ฮวยเซ็งแก้ข้อกล่าวหาให้กับตนและพี่น้อง ก่อนที่ใต้เท้าเฉิงจินผู้ตัดสินคดีจะตบโต๊ะดังลั่น พร้อมทั้งบอกว่าพวกเขาเป็นผู้ร้ายปากแข็ง และพยายามบังคับให้พวกเขารับผิดให้ได้ เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้ก็เป็นพวกเดียวกับหลงซานผิงอย่างแน่นอน เสียมหลอหลงที่กำลังคุกเข่าอยู่ไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย ที่ใต้เท้าผู้นี้มีท่าทีเอนเอียงและตัดสินเช่นนี้ เพราะจากข้อมูลที่หวังฮั่นส่งให้เขา เฉิงจินผู้นี้คือผู้ที่มีส่วนในการตายของนายอำเภอคนก่อน จริง ๆ แล้วเขากำลังจะได้ขึ้นเป็นนายอำเภอของที่นี่แทนคนเดิม ถ้าหากไม่มีราชโองการแต่งตั้งนายอำเภอคนใหม่ที่จะมาจากเมืองหลวงเสียก่อน “ ซ่งเส้าเหลียง ฮวยเซ็ง อาห่าว หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ พวกเจ้ายังจะแก้ตัวอันใด จงลงชื่อรับผิดเสียเถิด มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าโหดร้ายต่อพวกเจ้าก็แล้วกัน” เฉิงจินยังไม่ละความพยายามที่จะข่มขู่ให้อีกฝ่ายยอมรับผิด พร้อมทั้งสั่งให้เจ้าหน้าที่เตรียมลงทัณฑ์คนทั้งสามด้วยการโบยคนละ 20 ไม้ ในขณะที่มู่เสี่ยวอิงเองรู้สึกเห็นใจคนทั้งสามที่เป็นผู้มีพระคุณของนาง แต่นางก็ไม่สามารถที่จะกลับคำให้การได้ ดังนั้นจึงทำได้แค่เบือนหน้าไปอีกทางและนึกขอโทษพวกเขาในใจ “ เด็ก ๆ จัดการโบยผู้ต้องหาปากแข็งทั้งสามคนละ 20 ไม้ จนกว่าพวกมันจะยอมรับผิด” รักษาการนายอำเภอหันไปสบตากับหลงซานผิง ก่อนจะโยนป้ายเป็นสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ลงมือโบยผู้ต้องหาทั้งสาม ท่ามกลางความสะใจของหลงซานผิงกับสมุนที่ยืนดูอยู่ด้านข้าง “ ช้าก่อนใต้เท้า ข้ามีเรื่องจะกราบเรียน เกี่ยวกับเบื้องหลังของคดีนี้ หลังจากนั้นท่านค่อยสั่งโบยพวกข้าก็ยังไม่สายนะขอรับ” อาหลงเอ่ยทักท้วงและขอให้ยับยั้งการลงทัณฑ์ไว้ก่อน เฉิงจินหันไปทางหลงซานผิงเสมือนเป็นการขอความเห็น ก่อนที่อีกฝ่ายจะพยักหน้าตอบรับ เพราะอยากจะรู้เหมือนกันว่าซ่งเส้าเหลียงผู้นี้ยังมีทีเด็ดอันใดที่จะช่วยให้พ้นผิดไปได้ “ ก็ได้ เดี๋ยวเจ้าจะหาว่าข้าไม่ยุติธรรม ฟังความข้างเดียว เอาล่ะมีเรื่องอันใด เจ้าก็กล่าววาจามา แต่ถ้ารับฟังไม่ขึ้น พวกเจ้าก็เตรียมตัวรับการลงทัณฑ์โดยดีก็แล้วกัน” ขุนนางกังฉินเอ่ยกับผู้ต้องหาทั้งสามอย่างรำคาญใจ ที่ทำให้เรื่องราวยืดเยื้อ ไม่สามารถปิดคดีได้เสียที เพราะหลังจากตัดสินคดีเสร็จเขามีนัดกับแม่นางเสียนหนิง สาวงามแห่งหอหลงซานฮวา ที่หลงซานผิงเป็นผู้จัดหามาเป็นของกำนัลแก่เขา ที่ช่วยเหลือเรื่องคดีในวันนี้ “ ใต้เท้า ข้ารู้สึกว่าแม่นางมู่คนนี้กำลังถูกข่มขู่จากผู้ที่คิดไม่ดีต่อนาง โดยเอาพ่อแม่ของนางมาเป็นเครื่องต่อรอง ทำให้นางต้องฝืนใจใส่ร้ายพวกข้าแทน เพื่อความปลอดภัยของพ่อแม่ของนาง ที่ข้ากล่าวมาเป็นความจริงใช่หรือไม่แม่นางมู่?” เสียมหลอหลงให้ข้อมูลต่อใต้เท้าเฉิง ก่อนจะหันไปถามมู่เสี่ยวอิงที่กำลังคุกเข่าอยู่ด้านข้าง หลังจากได้ยินดังนั้นนางมีสีหน้าประหลาดใจที่อีกฝ่ายล่วงรู้เบื้องหลังของเรื่องนี้ แต่นางก็ยังไม่กล้าตัดสินใจใด ๆ เพราะนางไม่มั่นใจว่าชายหนุ่มตรงหน้ากับพวกจะสามารถเอาชนะคุณชายหลงซานผู้มีอิทธิพลคับเมืองได้ ส่วนเรื่องที่ว่าเขารู้เรื่องที่พ่อแม่ของนางถูกจับไปเป็นเครื่องต่อรองได้อย่างไรนั้น นั่นเป็นเพราะว่าเขามีวิชาหูทิพย์ ตาทิพย์ ที่เขาร่วมฝึกกับหลิวหว่านชิงนั่นเอง ทำได้เขาได้ยินและรับรู้ความจริงข้อนี้ ตอนที่หลงซานผิงแอบกระซิบกับมู่เสี่ยวอิง “ แม่นางมู่ ขอเพียงท่านเปิดปากบอกความจริงต่อใต้เท้า ข้าขอรับรองว่าพ่อแม่ของท่านจะปลอดภัย แต่ถ้าท่านไม่ยอมพูด ข้าก็จนใจ และท่านแน่ใจได้อย่างไร ว่าคนที่ควบคุมพ่อแม่ของท่านไว้จะรักษาคำพูด” นายอำเภอหนุ่มพยายามเกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่ายยอมเปิดปากพูดความจริงออกมา ทั้ง ๆ ที่เขาเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่านางย่อมเกรงกลัวอิทธิพลของอีกฝ่ายจนไม่กล้าที่จะพูดแน่นอน “ คุณชาย ข้า ข้าขอโทษ ข้าทำเช่นนั้นไม่ได้จริง ๆ ข้ากลัวท่านพ่อท่านแม่ข้าจะเป็นอันตราย ขอพวกท่านอภัยให้ข้าด้วย” มู่เสี่ยวอิงหันมากระซิบบอกเสียมหลอหลงกับพวกด้วยเสียงอันแผ่วเบาราวกับยุงบิน ก่อนจะหันกลับไปก้มหน้าต่อ เมื่อเหตุการณ์กลับกลายเป็นเช่นนี้ ชายหนุ่มจึงกล่าวชี้แจงกับใต้เท้าเฉิงด้วยเสียงอันดังฟังชัด “ ใต้เท้า ข้าเกรงว่านางคงจะเกรงกลัวอิทธิพลของผู้ที่บงการอยู่เบื้องหลัง ทำให้นางไม่กล้าพูดความจริงออกมาขอรับ” “ บังอาจ เจ้ากล้าเล่นลิ้นคารมเพื่อถ่วงเวลาการลงทัณฑ์เช่นนั้นรึ เมื่อครู่เจ้าก็เห็นแล้วว่านางไม่ได้กลับคำให้การใด ๆ พวกเจ้ายังมีสิ่งใดจะแก้ตัวอีก เจ้าหน้าที่เตรียมลงทัณฑ์ผู้ร้ายปากแข็งทั้งสามเพิ่มเป็น 30 ไม้” “ ช้าก่อนใต้เท้า จริง ๆ แล้วข้ามีหลักฐานเด็ดที่จะมัดตัวผู้ร้ายตัวจริง ขอให้ท่านให้เวลาข้าอีก 1 วัน พรุ่งนี้ท่านเปิดศาลไต่สวนคดีอีกครั้ง ข้าจะแสดงหลักฐานนั้นต่อท่าน ถ้าข้าโกหกหลอกลวงท่าน ข้ายอมให้ท่านลงโทษข้าสถานหนักได้เลยขอรับ” เสียมหลอหลงร้องขอต่อเฉิงจิน ในขณะที่กังฉินผู้นี้ไม่ยินยอมให้เขาถ่วงเวลาอีกต่อไป หลังจากหันไปสบตากับอ๋องน้อยแห่งหลงซาน เขาจึงตัดสินใจที่จะรวบรัดตัดสินคดีให้จบในตอนนี้เลย “ ใต้เท้าเฉิง ข้าขอเวลาท่านแค่วันเดียวเท่านั้น ถ้าท่านยังยืนยันที่จะรวบรัดคดีให้ได้ เห็นทีข้าเองจำเป็นต้องแจ้งให้สหายของข้า เข้ายื่นหลักฐานร้องทุกข์เรื่องคดีของแม่นางเสี่ยวฮุ่ยต่อใต้เท้าหลิว เจ้าเมืองเทียนหยางเสียแล้ว” เสียมหลอหลงตัดสินใจนำความลับของเฉิงจินที่ได้มาจากหวังฮั่น ออกมาพูดข่มขู่อีกฝ่าย ซึ่งปรากฏว่าได้ผลเป็นอย่างดี เพราะขุนนางกังฉินผู้นี้ถึงกับหน้าถอดสี เพราะไม่นึกว่าจะมีผู้ที่ล่วงรู้ความเลวร้ายที่ตนเคยก่อไว้ในอดีต “ ใต้เท้าเฉิง เหตุใดท่านไม่รีบตัดสินและปิดคดีนี้ให้จบ ๆ ไปเสียที ในเมื่อหลักฐานทุกอย่างก็ชัดเจนและครบถ้วนเช่นนี้?” หลงซานผิงเอ่ยทักท้วงขุนนางที่อยู่ภายใต้อาณัติของตนอย่างร้อนใจ เพราะเขาไม่ต้องการให้เรื่องราวยืดเยื้อไปกว่านี้ “ เจ้า เจ้า ซ่งเส้าเหลียงเจ้ากล้าพูดจาข่มขู่ข้าเชียวรึ ข้าเป็นตงฉิน ใยจะต้องเกรงกลัวต่อวาจาไร้สาระของเจ้า เอาล่ะ ข้าจะให้เวลาเจ้าอีกหนึ่งวัน ถ้าวันพรุ่งนี้เจ้ายังไม่มีหลักฐานและพยานที่จะยืนยันความบริสุทธิ์ของพวกเจ้า พวกเจ้าก็เตรียมตัวรับโทษโดยดีก็แล้วกัน” เฉิงจินไม่กล้าเสี่ยงกับซ่งเส้าเหลียง ซึ่งเป็นผู้กุมความลับของเขา จึงได้แต่สั่งเลิกศาล ก่อนจะนัดสืบคดีและตัดสินในวันรุ่งขึ้นแทน จากนั้นจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งสามไปคุมขังไว้ก่อน “ ใต้เท้าเฉิง เหตุใดท่านไม่ตัดสินคดีให้จบ ๆ ไป ใยท่านต้องให้เวลาพวกมันอีกตั้งหนึ่งวันด้วยเล่า?” หลงซานผิงต่อว่าขุนนางภายใต้อาณัติของตนด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะลำเลิกบุญคุณกับอีกฝ่ายว่าตำแหน่งรักษาการนายอำเภอที่ได้มานี้ เป็นตนเองกับท่านพ่อที่วิ่งเต้นช่วยเหลือ จึงทำให้อีกฝ่ายมีหน้ามีตาเฉกเช่นวันนี้ “ เรียนคุณชาย ท่านไม่ต้องเป็นห่วงไป ที่ข้าน้อยทำเช่นนี้ เพราะว่ามีจุดประสงค์แอบแฝง และทำเพื่อขจัดเสี้ยนหนามของท่านให้สิ้นซากขอรับ” ขุนนางกังฉินกล่าวกับอีกฝ่ายอย่างพินอบพิเทา ก่อนที่จะอธิบายให้หลงซานผิงฟังว่า ที่เขาจงใจให้เวลาคนทั้งสามอีกหนึ่งวัน ก็เพื่อจะจัดฉากให้ร้ายอีกฝ่ายในคดีฆ่าคนตาย เพื่อที่ตนจะได้อ้างความชอบธรรมในการตัดสินประหารคนทั้งสามได้ เพราะลำพังแค่คดีพยายามข่มขืน คนทั้งสามก็คงได้รับโทษไม่เท่าไหร่ ที่สำคัญคือเฉิงจินต้องการที่จะฆ่าปิดปากอีกฝ่าย เพื่อไม่ให้แพร่งพรายความลับของตนได้อีกต่อไป “ ท่านหมายความว่า.....ฮ่า ๆ สมแล้วที่ข้ากับท่านพ่อให้ความไว้วางใจต่อท่าน ดี งั้นตกลงตามนี้ ท่านไปจัดการเรื่องราวทุกอย่างให้เรียบร้อยโดยเร็ว” คุกอำเภอหลงซาน “ พี่ใหญ่ เหตุใดท่านไม่นำเจ้าวัตุประหลาด อ้อ เครื่องวีดีโอของท่านออกมายืนยันความบริสุทธิ์ของพวกเราล่ะขอรับ?” ฮวยเซ็งเอ่ยถามพี่ใหญ่ของตนด้วยความประหลาดใจ ที่เขาไม่นำวีดีโอที่เขาบันทึกเหตุการณ์ตอนที่หลงซานผิงกำลังทำมิดีมิร้ายมู่เสี่ยวอิงออกมาให้ทุกคนได้ดู เพื่อที่ทั้งสามจะได้พ้นผิด โดยตอนนี้คนทั้งสามถูกขังรวมอยู่ในห้องคุมขังรวมที่มีนักโทษหลายสิบคนแออัดยัดทะนานกันอยู่ในนั้น “ น้องรอง น้องสาม พี่ขอโทษพวกเจ้าทั้งสอง ที่ทำให้พวกเจ้าต้องมาทนลำบากในคุกเพราะข้า เอาเป็นว่าข้ามีเหตุผลของข้า เอาไว้พวกเจ้าก็จะเข้าใจเอง ตอนนี้พวกเจ้าช่วยอดทนไปก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้พวกเราก็จะล้างมลทินให้กับตนเอง รวมทั้งยังจะสามารถช่วยบุคคลสำคัญได้อีกหลายคนอีกด้วย” เสียมหลอหลงเอ่ยปลอบใจน้องร่วมสาบานของตนอย่างใจเย็น ก่อนที่จู่ ๆ จะมีนักเลงหัวไม้กลุ่มใหญ่ที่มีจำนวนเกือบยี่สิบคนถูกนำตัวเข้ามาในห้องขังเพิ่ม ทำให้ห้องขังแห่งนี้แคบไปถนัดตา โดยหัวหน้าของกลุ่มที่เข้ามาใหม่นี้ เป็นชายฉกรรจ์รูปร่างบึกบึน หน้าตาดุร้าย ดูไปคล้าย ๆ เตียวหุยในเรื่องสามก๊ก หลังจากเข้ามาแล้วเขาก็เอาแต่นั่งจ้องหน้าเสียมหลอหลงอย่างไม่วางตา พร้อมทั้งขยิบตาให้บรรดาเหล่าสมุนของตน ก่อนจะเดินย่างสามขุมเข้ามาหาอาหลงกับพวกด้วยท่าทีที่ไม่เป็นมิตรอย่างยิ่ง ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าเขาโดยเว้นระยะห่างประมาณสี่ห้าก้าวเท่านั้น “ เจ้า เจ้าใช่มั้ยที่ชื่อซ่งเส้าเหลียง มาหาข้าตรงนี้ซิ แต่ห้ามเดินมานะ แต่เจ้าจะต้องคลานสี่ขาเข้ามาหาข้า ฮ่าฮ่าฮ่า” หัวหน้านักเลงผู้นี้จงใจหาเรื่อง และกล่าวดูถูกเหยียดหยามเสียมหลอหลงต่าง ๆ นานา แต่เขาก็ยังใจเย็นและไม่ตอบโต้อีกฝ่าย ในขณะที่น้อง ๆ ทั้งสองคนของเขาล้วนแต่เลือดขึ้นหน้า และอยากจะเข้าไปสั่งสอนเจ้าคนปากเสียผู้นี้เต็มแก่ แต่ติดที่ถูกพี่ใหญ่ของพวกเขาห้ามไว้เสียก่อน “ เหล่าเฮ่อ ใยเจ้าจะต้องไประรานคุณชายผู้นี้ด้วยเล่า คงเป็นหยวนเซียวที่ส่งเจ้ามาทำร้ายพวกเขาใช่หรือไม่?” จู่ ๆ จอมยุทธหนุ่มผู้ที่มีอายุอานามราว 27-28 ปี เอ่ยทักท้วงหัวหน้านักเลงเหล่านั้น เพราะเขารู้ดีว่าพวกนี้คงถูกสั่งให้มาจัดการกับชายหนุ่มทั้งสามนี้อย่างแน่นอน ในขณะที่ข้าง ๆ กายเขาก็มีนักโทษวัยกลางคนผู้หนึ่งที่ดูดี และดูราวกับเป็นเศรษฐีตกยากก็ไม่ปาน นั่งทอดถอนใจ ท่าทางเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก “ พี่เถียน ท่านสบายดีหรือไม่ เห็นแก่ท่านเคยละเว้นและให้การช่วยเหลือข้าหลายครั้ง ข้าจะไม่ถือสาคำพูดเมื่อครู่ของท่านก็แล้วกัน ขอเพียงท่านอย่าได้สอดมือมายุ่งเกี่ยวเรื่องของข้าก็พอ ข้าขอสั่งสอนไอ้คนที่มันบังอาจคิดล่วงเกินแม่นางเสี่ยวอิงของข้าให้พวกมันหลาบจำไปชั่วชีวิต” เฮ่อหวังซื่อ เอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างเกรงอกเกรงใจอยู่หลายส่วน สาเหตุเป็นเพราะว่าเถียนหยางหลิงผู้นี้คืออดีตหัวหน้ามือปราบของอำเภอแห่งนี้ ที่ถูกเฉิงจินกับพวกรวมหัวใส่ร้ายเขา ทำให้เขาหลุดจากตำแหน่งและถูกส่งตัวมากักขัง ณ ที่แห่งนี้เป็นเวลาหลายเดือนแล้ว โดยผู้ที่ร่วมมือกับเฉิงจินในการใส่ร้ายเขาก็คือหยวนเซียว อดีตนายทหารคนสนิทของเขาที่หักหลัง ทรยศเขา และก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้ามือปราบคนปัจจุบันแทน จริง ๆ แล้วถือว่าอดีตหัวหน้ามือปราบผู้นี้คาดเดาได้ถูกต้อง เพราะว่าหยวนเซียวเป็นผู้ว่าจ้างให้มาก่อกวนและทำร้ายคนทั้งสามจริง ยิ่งไปกว่านั้น เฮ่อหวังซื่อผู้นี้คือผู้ที่แอบหมายปองมู่เสี่ยวอิงมานาน เมื่อได้รู้ว่าคนทั้งสามพยายามที่จะล่วงเกินนาง ตนจึงเกิดความแค้น และต้องการสั่งสอนผู้ร้ายทั้งสามให้ต้องหยอดน้ำข้าวต้มเป็นการระบายความแค้นในอก “ พี่เถียน ท่านถอยออกไปเถอะ ว่าอย่างไรเจ้าลูกเต่า เอ้า รีบคลานมาหาบิดาเจ้าสิ มัวชักช้าอยู่ใย?” เฮ่อหวังซื่อเอ่ยขอทางต่อเถียนหยางหลิง ก่อนจะหันไปตะคอกและข่มขู่ให้เสียมหลอหลงคลานสี่ขามาหาตนโดยเร็ว “ ขอบคุณพี่เถียนในไมตรีจิต แต่ไม่ต้องเป็นห่วงพวกข้า เรื่องแค่นี้ข้าจัดการเองได้ เอาไว้พรุ่งนี้ข้าค่อยขอความช่วยเหลือจากท่าน หวังว่าท่านจะให้ความร่วมมือกับพวกเรา” อาหลงกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายที่ยอมออกหน้าช่วยเหลือ ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ คืบคลานขึ้น อยู่ในลักษณะเหมือนกำลังคลานสี่เท้า ท่ามกลางความแปลกใจของคนรอบข้าง ว่าเขากำลังจะทำอะไรกันแน่ “ หัวหน้า ท่านต้องระวังตัวด้วยนะขอรับ ได้ข่าวว่าคนผู้นี้มีเวทย์มนต์ สามารถเรียกเสือร้ายมาช่วยมันได้อีกด้วย ตอนกลางวันคุณชายหลงซานกับพวกยังแทบกระเจิดกระเจิงมาแล้ว” หนึ่งในสมุนของเฮ่ออหวังซื่อเอ่ยเตือนลูกพี่ของตน ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาอย่างชอบใจและจ้องมองที่เสียมหลอหลงอย่างสมเพชเวทนา “ เช่นนั้นรึ ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่ามันจะเรียกเสือโคร่งสหายหน้าขนของมัน เข้ามาช่วยมันในห้องขังที่มีแต่กรงกั้นไว้ได้อย่างไร ฮ่าฮ่าฮ่า” ลูกพี่ใหญ่ของเหล่านักเลงหัวไม้หัวเราะออกมาอย่างย่ามใจ ก่อนที่บรรดาสมุนของตนก็นึกขึ้นได้ว่าพวกตนอยู่ด้านในห้องขัง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เสือเหล่านั้นจะหลุดรอดเข้ามาทำร้ายพวกตนได้ “ จริงด้วยลูกพี่ ท่านช่างฉลาดสมกับที่เป็นลูกพี่ของพวกเราจริง ๆ” สมุนคนหนึ่งของเขาเอ่ยชื่นชมหัวหน้าของพวกตน ก่อนที่คนทั้งหมดจะหันไปให้ความสนใจเสียมหลอหลงที่ดูเหมือนว่ากำลังคลานสี่ขาอยู่ตรงหน้าเฮ่อหวังซื่ออยู่ในตอนนี้ “ พี่ใหญ่ ท่านอย่าได้ยอมเสียศักดิ์ศรีให้พวกมันนะขอรับ ให้ข้ากับพี่รองสั่งสอนพวกมันแทนท่านเอง” อาห่าวอดรนทนเห็นภาพบาดตาเหล่านั้นไม่ได้ จึงชวนพี่รองของตนเพื่อตรงเข้าไปสั่งสอนอีกฝ่ายให้ได้รู้สำนึก “ #!%^&**+**&^%!#” จู่ ๆ อาหลงก็ส่งเสียงร้องประหลาดออกมา ท่ามกลางความตกใจของคนทั้งหมดในห้อง ก่อนที่ทุก ๆ คนจะเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้ายังคิดจะเรียกเพื่อนสัตว์หน้าขนของเจ้าให้มาช่วยอีกรึ เอ้า เอาเลย เรียกพวกมันมาสิ” เฮ่อหวังซื่อหัวเราะ พร้อมทั้งท้าทายให้อีกฝ่ายรีบเรียกพวกสัตว์เดรัจฉานมาช่วยโดยเร็ว แต่หลังจากนั้นไม่นาน เหล่าบรรดาสมุนของเขารวมทั้งนักโทษคนอื่น ๆ ในคุก ต่างก็พากันกระโดดโลดเต้น และวิ่งหนีภายในห้องขังอันคับแคบแห่งนี้กันจ้าละหวั่น “ ลูกพี่ ลูกพี่ พวกมันมาแล้ว เพื่อน ๆ ของมันมาแล้ว ว้าก ๆ ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย” หนึ่งในบรรดาสมุนของเฮ่อหวังซื่อร้องโวยวายเสียงดัง เหมือนคนสติแตก เพราะตอนนี้มีกองทัพอสรพิษพาเหรดกันผ่านซี่ลูกกรงเข้ามาในห้องขังแห่งนี้ นับ ๆ ดูแล้วประมาณหลายร้อย ๆ ตัวเลยทีเดียว “ ฟู่ ๆ ๆ” เสียงงูจงอางหลายสิบตัวที่ขู่ฟอด ๆ และเลื้อยเข้าหาเฮ่อหวังซื่อกับพวก ที่ล่าถอยไปรวมตัวกันอยู่มุมห้องอย่างหวาดกลัวสุดชีวิต ยังไม่นับรวมฝูงแมงมุม แมงป่อง และตะขาบจำนวนนับร้อยที่กำลังคืบคลานและไต่เข้าไปหาพวกเขา ส่วนคนอื่น ๆ อย่างฮวยเซ็ง อาห่าว เฉียนหยางหลิง และชายวัยกลางคนผู้นั้นรีบพากันไปหลบด้านหลังเสียมหลอหลงตามที่เขาได้ร้องบอกก่อนหน้านี้ “ เจ้า เจ้า เป็นใคร เหตุใดเจ้าจึงสามารถเรียกอสรพิษพวกนี้ออกมาได้” ลูกพี่ใหญ่ของเหล่านักเลงหัวไม้ร้องถามอีกฝ่ายด้วยเสียงอันสั่นอย่างตกใจกลัวสุดขีด เพราะตลอดชีวิตอันโชกโชนของเขา เขาไม่เคยเกรงกลัวที่จะต่อยตีกับคนหน้าไหน หากแต่ถ้าต้องให้ต่อกรกับเจ้าพวกอสรพิษพวกนี้ เกรงว่าเขากับสมุนคงต้องพากันจบชีวิตน้อย ๆ ของพวกตนในห้องขังแห่งนี้เป็นแน่ “ พี่เฮ่อ ข้าไม่เพียงแต่จะสามารถเรียกเสือออกมาได้เท่านั้น สัตว์อื่น ๆ ข้าสามารถเรียกออกมาได้เช่นกัน ท่านอยากจะให้ข้าลองเรียกพวกมันมาเพิ่มเติมอีกหรือไม่?” เสียมหลอหลงกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยสีหน้ายิ้มน้อย ๆ ก่อนที่เฮ่อหวังซื่อกับพวกจะรีบพากันคุกเข่าคำนับอีกฝ่าย เพื่อขอให้เขาไล่เจ้าพวกอสรพิษเหล่านี้ไปให้พ้นเสียก่อน “ ไม่ ไม่กล้าแล้วขอรับ พวกข้าล่วงเกินท่านแล้ว โปรดให้อภัยพวกเราด้วย” หัวหน้านักเลงกล่าวขออภัยต่อเสียมหลอหลงกับพวก ก่อนที่เสียมหลอหลงจะจัดการส่งเสียงเพื่อสื่อสารให้เหล่าอสรพิษพวกนี้พากันล่าถอยไปจนหมด “พี่เฮ่อ ข้าจะไม่ถือสาท่านกับพวก เพราะว่าท่านกำลังเข้าใจพวกข้าผิด ท่านจึงได้หลงผิดทำเช่นนี้ จริง ๆ แล้วผู้ที่หมายจะย่ำยีนางในดวงใจของท่านไม่ใช่พวกข้า แต่เป็นคนผู้นี้ต่างหาก” .......................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก....มาแล้วนะครับ สำหรับตอนที่ 52 เพื่อความต่อเนื่องในการอ่านของรีดที่น่ารักทุกท่าน สำหรับตอนนี้อาหลงของเรากับพวกต้องโดนคุมตัวเข้าห้องขัง และยังต้องเจอกับอันธพาลที่อีกฝ่ายส่งมาทำร้าย แต่โชคดีที่เขาใช้วิชาที่ได้มาจากท่านลุงใหญ่ เรียกเหล่าอสรพิษมาช่วยไว้ได้ รวมทั้งในนั้นเขายังได้พบเจอกับอดีตหัวหน้ามือปราบของอำเภอแห่งนี้อีกด้วย ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป รออ่านรอลุ้นได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ ขออบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ และขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคอมเมนท์ที่ยังพอมีให้เห็น เพื่อเป็นกำลังใจในการเขียนตอนต่อ ๆ ไป ขอบคุณจริง ๆ ครับ......................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ คนเดียวที่สามารถรับผิดชอบและสร้างสรรค์ชะตาชีวิตของข้าได้ ก็คือตัวข้าเอง”