ปราณ จอมคนเหนือพิภพ ภาคปฐมบท

    บทที่ 35 พิธีคัดเลือกสุดอลังการ (3)

    บทที่ 35

    พิธีคัดเลือกสุดอลังการ(3)

     

            ปรมาจารย์สุดหล่อดีดนิ้วให้สัญญาณ...ประกายไฟพุ่งขึ้นจากนิ้วชี้แล้วกลายเป็นพลุไฟแตกกระจายงดงาม ท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจอิ่มเอมอารมณ์ เสียงปรบมือกึกก้องเพลงสนุกถูกบรรเลงทันที...

             

            นักฌานยุทธ์วัยรุ่นสาวสวยปีสองของโรงเรียนในชุดเชียร์ลีดเดอร์สีเทาคล้ายชุดเครื่องแบบของพิมพ์ลภัสแต่สวมเสื้อกั๊กสีเทาเข้ารูปแทนเสื้อสูทครึ่งท่อน

             

            ในมือถือทั้งสองข้างถือพู่สะท้อนแสงสีเงิน-ฟ้าสำหรับเชียร์กีฬา ฝั่งละ 5 คน รูปร่างใกล้เคียงกัน วิ่งกรูออกมาตามแสงไฟพร้อมโบกสะบัดพู่ในมือเป็นจังหวะ ด้วยท่าทางสนุกสนาน แล้วเต้นสอดประสานเข้ากันอย่างดีท่ามกลางเสียงปรบมือ เสียงเชียร์และเสียงกรี๊ดกร๊าดกันยกใหญ่โดยมีปรมาจารย์ปฏิมากรเปลี่ยนบทบาทเป็นนักร้องไปเสียแล้ว

             

            และนี่คือสาเหตุที่ปรมาจารย์ปฏิมากรหัตถศิลป์วิทยา ที่แม้จะดูอายุมาก แต่ยังคงสนุกสนานเฉกเช่นวัยรุ่นและรักษาความหล่อเนี๊ยบได้ทุกกระเบียดจึงรับเสียงเชียร์มากมายจากบรรดาสาวกทั้งชาย-หญิง ก็เพราะเป็นนักฌานยุทธ์และนักสร้างความบันเทิงถือเป็นปรมาจารย์ยุทธ์สุดแปลกแหวกขนบเท่าที่อาณาจักรเคยมีมา...  

             

           “ฮ่าๆๆๆ อะไรกันเนี่ย? ข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย”ปราณอึ้ง เบิกตาโตมองด้วยความสนใจ และหัวเราะกับการแสดงตรงหน้าที่สนุกสนานน่าติดตาม จนเขาต้องโคลงตัวตามเป็นจังหวะ

     

           “อย่าว่าแต่เจ้าเลย...ข้าก็ไม่เคยเห็นเหมือนกันแหละ...ก็ดีวันนี้ได้เห็นอะไรแปลกๆใหม่ๆ ข้าว่านะ...มันจะต้องมีอะไรที่เรายังไม่รู้อีกเยอะล่ะ อโยดาเป็นเมืองหลวงก็ย่อมต้องมีอะไรที่แตกต่างจากเมืองของพวกเราอยู่แล้ว”

     

            เธียรธวัชลุกขึ้นขยับเท้าและเหลือบมองผผู้คนรอบๆแล้วโยกตัวตามจังหวะดนตรี ให้เหมือนกับทุกๆ คน

             

            ปราณเห็นแบบนั้นก็ลุกขึ้นมาเต้นบ้างแล้วทั้งอาคารก็เหมือนตกอยู่ในมนตราที่สุดจะหฤหรรษ์แสนอัศจรรย์กับมินิคอนเสิร์ตของท่านปรมาจารย์สุดหล่อ...

             

            เมื่อเพลงจบนักเต้นสาวทั้งหมดก็วิ่งเข้าไปหลังเวทีอย่างรวดเร็วทุกช่วงเวลาของพิธีคัดเลือก ผสมผสานทั้งความรู้และความบันเทิงอย่างต่อเนื่องไม่มีช่องว่างระหว่างรายการ ก็เพื่อให้ผู้ชมสี่พันกว่าคนเกิดความสนุกสนานอิ่มเอมเปรมปรีดิ์ให้สมกับการรอคอยพิธีคัดเลือกอันยิ่งใหญ่มาหนึ่งปีเต็ม...

             

            พิธีคัดเลือกนักฌานยุทธ์เข้าเรียนต่อเป็นมหกรรมประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของโรงเรียนมหรรณพาลัย

             

            เพราะที่นี่เป็นโรงเรียนลหุยุทธ์ขั้นต้นชั้นสูงอันดับหนึ่งของอาณาจักรได้รับเงินสนับสนุนจากอาณาจักรเพื่อพัฒนาและบ่มเพาะนักฌานยุทธ์ผู้มากความสามารถและมีชื่อเสียงให้แก่อาณาจักรเป็นจำนวนมากมายหลายต่อหลายรุ่น

             

            พ่อและแม่ของปราณก็ได้มาเจอกันที่นี่และสานสัมพันธ์ความรักจนก่อกำเนิดเขา

             

            โรงเรียนมหรรณพาลัยเป็นสถาบันเก่าแก่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี ดังนั้นผู้คนทั่วทุกสารทิศของอาณาจักรจึงต้องหาโอกาสเข้ามาชมพิธีคัดเลือกนักฌานยุทธ์รุ่นเยาว์กันให้ได้ทุกปี

             

            ซึ่งผู้ชมจำนวนครึ่งหนึ่งเป็นคนธรรมดาสามัญที่มิได้มีพลังฌานแต่อย่างใด อันเป็นการเปิดหูเปิดตาและยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการเรียนรู้และฝึกฝนคนในครอบครัวเพื่อที่สักวันหนึ่งพวกเขาเหล่านั้นจะได้เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันที่มีชื่อเสียงของอาณาจักรที่สำคัญการเข้าชมพิธีนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

             

            “เอาล่ะครับ! เหนื่อยครับเหนื่อย!!!...ฮ่าๆๆๆ”

             

            ท่านผอ.สุดหล่อแสร้งหอบหายใจเรียกเสียงหัวเราะ แต่ในความเป็นจริงการร้องและเต้นแค่นี้ไม่มีผลใดๆ กับกำลังของนักฌานยุทธ์เลยด้วยซ้ำ

             

            แต่ท่านผอ.แสร้งทำเพื่อให้คนดูทั่วไปเกิดความรู้สึกใกล้ชิดเข้าถึงได้ง่ายเพราะเป็นพวกเดียวกันเขานั่นเอง ซึ่งผู้ชมเองต่างก็รู้ว่านี่เป็นมุขตลกที่ท่านผอ.บรรจงชงให้พวกเขาได้เสพความบันเทิงปนเสียงหัวเราะ

             

            “ขอเสียงคนที่เต้นเมื่อครู่ด้วยครับ!!!”

             

            เสียงกรี๊ดกร๊าดดังลั่นสนั่นห้องท่านปรมาจารย์สุดหล่อ วิ่งไปทางฝั่งซ้ายของตัวเองแล้วเอามือป้องหู ค่อยๆวิ่งผ่านมาแนวโค้งด้วยท่านั้นมาเรื่อยๆ จนมาสุดฝั่งขวา

             

            เสียงกรี๊ดดังตามการวิ่งผ่านของเขาแล้วท่านผอ. ก็กระโดดขึ้นมายืนกลางลานอีกครั้ง ปรบมือเหนือศีรษะโค้งคำนับให้ผู้ชม 

             

            “ขอบคุณที่ช่วยกันทำมาหากินครับ...ไม่ใช่ให้ผมเหนื่อยอยู่คนเดียว ฮ่าๆๆๆ!!!” เสียงหัวเราะร่วนดังขึ้นพร้อมๆ กันทันทีที่ท่านผอ.พูดจบปาดเหงื่อที่ไหลซึมเล็กน้อย แล้วเอ่ยต่อ

             

            “การที่ได้ยืดเส้นยืดสายกันไปเมื่อครู่นี้จะทำให้นักฌานยุทธ์รุ่นเยาว์ของเราหายตื่นเต้นได้ดีและจะทำให้สามารถปลดปล่อยพลังฌานยุทธ์ได้เต็มที่ถ้าเมื่อครู่ใครที่ได้ไม่สนุกสนานตาม ก็ต้องรีบยืดเส้นยืดสายซะเดี๋ยวนี้...สมัยก่อนที่ผมเพิ่งเข้าพิธีคัดเลือกผมตื่นเต้นจนต้องวิ่งไปห้องน้ำเสียหายรอบ แถมบางรอบยังท้องเสียซะอีกไม่รู้มันจะตื่นเต้นอะไรกันนักหนา”

             

            ยิงมุขสดๆพาเอาทั้งห้องหัวเราะครืนอีกครั้ง บรรยากาศเป็นกันเองผู้ชมแต่ละคนต่างหันมองหน้ากันด้วยรอยยิ้มและกล่าวชื่นชมกับสิ่งที่ท่านผอ.ตั้งใจให้งานนี้ยิ่งใหญ่อลังการคุ้มค่าแก่การรอคอยอย่างแท้จริง

             

            “ขอเชิญเจ้าหน้าที่ครับ!”

             

            จบประโยคนั้นเจ้าหน้าที่ในชุดขาวแบบเดียวกับที่โต๊ะลงทะเบียนจำนวน 50 คนวิ่งเป็นแถวหน้ากระดาน ในมือของทุกคนถือวัตถุสีเงินทรงกระบอกขนาดไม่ใหญ่มาก วิ่งห่างจากอัฒจันทร์ประมาณ3 เมตร ไปประจำตามตำแหน่งจนครบ 50 คนด้วยระยะห่างที่ใกล้เคียงกัน

             

            ทั้งหมดตบเท้าเป็นสัญญาณแล้ววางวัตถุทรงกระบอกสีเงินด้านข้างลำตัวดึงเอาโซ่สีเงินขนาด 4 มิลลิเมตรออกมา แล้วเอาปลายไปเกี่ยวเข้ากับตะขอของอีกกระบอกที่ถูกกดปุ่มให้กระเด้งออกมาจนครบทุกอัน

             

            จากนั้นเจ้าหน้าก็ตะโกนเสียง“เฮ” โดยพร้อมเพรียงกันแล้ววิ่งออกจากห้องไปในทางตรงข้ามที่เข้ามาเหลือไว้เพียงกระบอกกับโซ่ที่ทิ้งตัวโค้งสู่พื้นอย่างสวยงามเกี่ยวต่อกันจากกระบอกหนึ่งสู่กระบอกหนึ่งเรียงไปตามระยะความโค้งของอัฒจันทร์ กลายเป็นสายกั้นทางเดินกว้าง 3 เมตรจะเว้นว่างไว้เพียงช่องทางเดินขนาดใหญ่ตรงกลางที่ตรงลงมาจากอัฒจันทร์ด้านบนเท่านั้น

             

            เจ้าหน้าที่ทั้งห้าคนที่รับผิดชอบลงทะเบียนหน้าอาคารหนึ่งก็เดินเข้ามายืนอยู่ด้านข้างลานประลอง ทั้งห้าโค้งศีรษะให้ท่านผอ.แล้วก็หันโค้งให้กับผู้เข้าชม

            “ทั้งห้าท่านนี้ ทุกคนคงจะเจอที่จุดลงทะเบียนแล้ว หน้าที่ของทั้งห้าจะลงบันทึกว่าใครผ่านการคัดเลือกเพื่อเป็นนักเรียนของโรงเรียนมหรรณพาลัยโดยสมบูรณ์แบบ...ขอเสียงปรบมือต้อนรับให้ทั้งห้าท่านด้วยครับ”

             

           ทั้งห้าคนโค้งศีรษะคำนับแล้วแยกไปนั่งที่ตำแหน่งต่างๆ จนครบห้าจุดทั้งห้าจุด ที่ได้จัดเตรียมไว้ใกล้ๆกับอัฒจันทร์

     

            จากนั้นจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ประกอบเข้ากับเป็นสี่เหลี่ยมก็ค่อยๆหมุนลงมาจากด้านบน ลอยคว้างกลางอากาศ เรียกเสียงฮือฮามิใช่น้อย แล้วก็หมุนช้าลงหยุดนิ่งบนอากาศ พลันปรากฏตัวอักษรสีน้ำเงินว่า “ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าพิธีคัดเลือกนักฌานยุทธ์รุ่นเยาว์”บนพื้นจอสีดำ

             

            “เอาล่ะครับ จอมอนิเตอร์ที่ท่านเห็นจะแสดงรายละเอียดของผู้สมัครตั้งแต่รูปถ่าย ชื่อ-สกุล และรายละเอียดในใบรับรองให้ทุกท่านได้รู้จัก ตามลำดับหมายเลขที่อยู่บนใบรับรอง...”

             

            ท่านผอ.ขยับตัวเอามือป้องปากแล้วถาม “นักฌานยุทธ์รุ่นเยาว์ พร้อมไหมพร้อม?”

             

            เงียบ...ไม่มีเสียงตอบ

             

            ท่านผอ.จึงถามย้ำคราวนี้ทุกคนเริ่มตื่นตัว ตอบรับ “พร้อม” ดังลั่นห้องประลอง

             

            “เยี่ยมมากทุกคน...เอาล่ะ!!! เมื่อพร้อมแล้วก็ขอเชิญลำดับที่หนึ่ง...”

             

            ไฟทั้งห้องดับมืดอีกครั้งปรากฎให้เห็นเพียงเส้นกระแสไฟฟ้าสีขาวที่สว่างวูบวาบตัดกับความมืดและแสงสีเขียวจากตู้วัดพลังที่สว่างเฉพาะแถบหมายเลข ๑

             

            จากนั้นไฟด้านบนเหนือลานประลองก็สว่างขึ้นส่องลงมาเต็มพื้นที่ลานประลองแล้วฟอลโล่ไลท์ก็สว่างวาบตรงที่นั่งของผู้เข้ารับการคัดเลือกลำดับที่หนึ่ง 

             

            เลข๑ ปรากฏขึ้นเต็มจอมอนิเตอร์ตามที่ท่านผอ.ประกาศ จากนั้นก็ปรากฏรูปถ่าย ชื่อ-สกุลและใบรับรองจากสมาพันธ์ภูติฌานวิญญาณยุทธ ตามลำดับ

             

            “โหยยย...แบบนี้ก็อายเขาแย่เลย ถ้าขืนถ่ายรูปออกมาไม่สวย จอเบ้อเร่อแถมยังเห็นกันทั้งสี่ด้าน นี่มันประกาศตัวตนชัดเจนเลย หลบๆ ซ่อนๆ ไม่ได้ด้วยมีไฟส่องตาม โดดเด่นในความมืด กลายเป็นจุดสนใจเลย!”

            เธียรธวัชบ่นด้วยความตกใจปนประหม่าเมื่อเห็นภาพของผู้คัดเลือกคนแรกปรากฎขึ้นบนจอพร้อมทั้งรายละเอียดประวัติคร่าวๆในใบรับรอง

             

            “ทำไม? เจ้ากลัวไม่สวยหรือไงกัน?...คุณหนูเธียรผู้เลอโฉม”

             

            “หา!!! เจ้าพูดว่ายังไงนะ?”

             

            “ก็ข้าพูดว่าเจ้ากลัวไม่สวยหรือไง? ฮ่าๆๆๆๆข้าพูดตรงไหนผิด”

             

            เธียรมองหน้าปราณที่เห็นลางๆในความมืดแล้วถอนหายใจ...

             

            “ทำไมใครๆ ชอบคิดว่าข้าเป็นผู้หญิงเรื่อยเลย!”

             

            “ก็เจ้าไว้ผมยาว ปากสีชมพู แถมหน้ายังดูสวยน่ารัก อ่อนหวานเหมือนผู้หญิงใครก็คิดว่าเจ้าเป็นผู้หญิงทั้งนั้นแหละ!”

             

            “หรือว่าเจ้าก็คิด...แบบที่คนอื่นคิดกัน”

             

            “ก็...เออ...คงอย่างงั้นมั๊ง ฮ่าๆๆๆ”ปราณมองเธียรในความมืดแล้วกับจับผมของเธียรมาเล่น “ผมเจ้าก็นุ่มสลวยเชียวนะเนี่ย”

            “ไอ้เจ้าบ้าปราณ! นี่ข้าเห็นเจ้าเป็นสหายรักหรอกนะถ้าเป็นคนอื่น...ข้าตีตายเลย” เธียรธวัชมองปราณแล้วคว้าผมของตัวเองคืนมาหัวเราะร่า หน้าแดง

             

           “มืดแบบนี้ ข้ายังเห็นหัวหูเจ้าแดงไปหมดแล้วเธียรเอ้ย!! ฮ่าๆๆๆ แต่ข้าว่า...ก็น่ารักดี” ปราณเอ่ยชมทำเอาสหายรักเงียบไปลอบอมยิ้มนิดๆ แล้วทั้งคู่ก็นั่งดูการคัดเลือก

     

            เด็กชายลำดับที่หนึ่งเดินอยู่ในช่องทางเดิน โดยมีไฟเคลื่อนที่ตาม ไม่โดดเด่นวันนี้ ก็ไม่รู้จะว่ายังไงช่วงเวลาแบบนี้เพียงไม่กี่นาที ก็สามารถทำให้บุคคลไร้ชื่อกลายเป็นบุคคลชื่อดังได้ภายในพริบตา

             

            เด็กน้อยคนนั้นเดินตามแนวโค้งในฝั่งของเขาจนมาสุดทางเดินใหญ่ แล้วเดินเลี้ยวเข้ามาภายในลานประลอง แสดงความเคารพท่านผอ.แล้วหันไปโค้งให้ผู้ชม เด็กน้อยสายตาพร่ามัวจากแสงสว่างเหนือลานประลอง ทำให้มองไม่เห็นผู้คนได้ยินเสียงเพียงปรบมือเป็นกำลังใจ

             

            เด็กน้อยยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเหมือนเตรียมใจออกสู่สนามรบยังไงยังงั้น แล้วสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด ค่อยๆเดินไปตรงกลางลานประลองที่มีลูกทรงกลมใสตั้งอยู่ เสียงแปล็บๆ จากเส้นกระแสไฟฟ้าดังเบาๆ เร้าอารมณ์ผู้ถูกทดสอบ

            มือที่สั่นเทาเพราะความตื่นเต้นค่อยๆวางทาบลงบนทรงกลม จากนั้นก็หลับตา มีแรงลมปะทะใบหน้าพร้อมกับพลังดูดจากทรงกลมนั้นชั่วเวลานั้นเองมือน้อยๆ ก็ปรากฏออร่าสีเหลืองอ่อนค่อยๆไหลเข้ามาเติมเต็มลูกบอลใสอย่างช้าๆ

             

            ทุกคนเงียบกริบจ้องมองดูการเพิ่มระดับของออร่าสีเหลืองจนค่อยๆ เต็มวงกลมเส้นกระแสไฟฟ้ามีการขยับเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนตามสีของออร่าเครื่องวัดพลังฌานค่อยๆ ทำงาน แสงสีเขียวค่อยๆ เพิ่มระดับขึ้นมาเรื่อยๆท่ามกลางความลุ้นระทึกของทุกคน.... 

    คล้ายกับเรื่องปราณ จอมคนเหนือพิภพ ภาคปฐมบท ที่คุณอ่าน