ภายในห้องพักสุดหรูของโรงแรมใจกลางกรุงลอนดอน แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนปึกเอกสารที่วางระงับอยู่เต็มโต๊ะทำงาน อเล็กซ์ แซนเดอร์ นั่งไล่เรียงสถิติการเล่นของ สตีเฟ่น คาร์ อย่างละเอียด ทั้งอัตราการเติมเกมรุก การครอสบอลที่แม่นยำ และสถิติการปะทะที่สูงเป็นลำดับต้นๆ ของลีก ข้อมูลเหล่านี้คืออาวุธ แต่ข้อมูลของ "คู่สนทนา" คือสิ่งที่เขาต้องระวังมากกว่า
ดาเนียล เลวี่ ประธานสโมสรท็อตแนม ฮอตสเปอร์... ชื่อนี้ในโลกฟุตบอลอนาคตคือตัวแทนของความเคี่ยวลากดินและการต่อรองที่ดึงเช็งจนนาทีสุดท้าย อเล็กซ์จัดการส่งแฟกซ์แสดงความจำนงในการย้ายทีมอย่างเป็นทางการในฐานะตัวแทนคนใหม่ ก่อนจะทอดกายพิงเก้าอี้นั่งรอเสียงโทรศัพท์ด้วยความสงบ
กริ๊งงงงง!
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำลายความเงียบหลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง อเล็กซ์ยกหูขึ้นรับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
"พูดอยู่ครับ"
"ผมเป็นตัวแทนจากบอร์ดบริหารท็อตแนม ฮอตสเปอร์" เสียงจากปลายสายเข้าสู่ประเด็นทันทีโดยไม่มีการทักทาย "ข้อเสนอ 8 ล้านปอนด์จากนิวคาสเซิลที่คุณเป็นตัวกลางส่งมา... เราไม่ตอบรับ เราต้องการอย่างน้อย 15 ล้านปอนด์ สตีเฟ่นคือตัวหลักและเป็นหนึ่งในแบ็กขวาที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก ราคานี้สมเหตุสมผลที่สุดแล้ว"
อเล็กซ์พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เขาคาดไว้แล้วว่าฝ่ายนั้นจะเปิดราคามาแบบขูดเลือดขูดเนื้อ
"ผมรับทราบครับ และผมจะประสานงานให้นิวคาสเซิลคุยเรื่องค่าตัวกับพวกคุณโดยตรง" อเล็กซ์เริ่มเดินหมาก "แต่ในฐานะที่ผมเป็นคนกลาง ผมสามารถคุยให้ตัวเลขขยับไปที่ 10.5 ล้านปอนด์ได้ ถ้าคุณต้องการมากกว่านั้น คุณคงต้องเหนื่อยคุยเอง แต่อย่าลืมว่าฤดูกาลใหม่กำลังจะเริ่ม คุณต้องการเงินไปเสริมทัพเพื่อสร้างทีมใหม่หลังจากเสียโซล แคมป์เบลล์ไป แฟนบอลต้องการเห็นความทะเยอทะยาน ไม่ใช่การรั้งนักเตะที่ใจไม่อยู่กับทีมไว้"
"คุณก็รู้ว่าเราเพิ่งเสียคนสำคัญไป" ปลายสายตอบกลับเสียงแข็ง "เราจะเสียสตีเฟ่นไปอีกคนด้วยเงินเพียงน้อยนิดไม่ได้ มันจะส่งผลต่อขวัญกำลังใจของทีม"
"ผมรู้ว่าคุณเพิ่งปล่อยโซล..." อเล็กซ์สวนกลับทันควัน "แต่ลูกค้าของผมไม่ต้องการลงเล่นที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน อีกต่อไปแล้ว พวกคุณจะรั้งกายเขาไว้ได้ แต่รั้งใจไม่ได้ และนั่นมีแต่จะทำให้มูลค่าของเขาลดลง"
"ราคาแค่นั้นเรายังรับไม่ได้ ส่วนข้อเสนอ 10.5 ล้านของคุณ เราจะไว้พิจารณา..." ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริม "แต่เรื่องที่คุณขอมาว่าไม่ให้ส่งเขาลงเล่นอุ่นเครื่องนัดต่อไป เราทำไม่ได้ ทีมต้องเตรียมความพร้อม"
คิ้วของอเล็กซ์ขมวดเข้าหากันทันที นี่คือจุดวิกฤตที่เขาต้องการเลี่ยง "ผมขอย้ำ... นักเตะแสดงเจตจำนงชัดเจนว่าต้องการย้ายทีม หากเขาส่งลงเล่นแล้วเกิดบาดเจ็บขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ? ถ้าคุณยืนยันจะส่งเขาลง ผมต้องการสัญญาประกันการบาดเจ็บเพิ่มเติม หากเกิดเหตุการณ์นั้น สโมสรต้องชดเชยค่าเสียหายให้ลูกค้าของผมเท่ากับมูลค่าการย้ายทีมในดีลนี้ ไม่อย่างนั้นเราไม่ยอมเด็ดขาด!"
การเจรจาลากยาวไปอีกกว่าสองชั่วโมง ฝั่งสเปอร์สพยายามทุกวิถีทาง ทั้งเสนออัพค่าเหนื่อยใหม่ให้สตีเฟ่น มีโบนัสล่อใจ แต่ตัวเอกปฏิเสธทุกข้อเสนออย่างไร้เยื่อใย "ลูกทีมของผมต้องการความสำเร็จ ไม่ใช่แค่ตัวเลขในบัญชีที่เพิ่มขึ้นในทีมที่ย่ำอยู่กับที่"
"โอเค... เราขอเวลาปรึกษาบอร์ดบริหารอีกครั้ง" เสียงปลายสายดูเหนื่อยล้าก่อนจะวางไป
อเล็กซ์วางโทรศัพท์ลงบนแท่นของมันอย่างแรง เขาหยิบซิการ์ราคาแพงขึ้นมาจุดสูบ ควันสีขาวลอยล่องไปทั่วห้อง เขาดูดมันเข้าปอดเต็มคำก่อนจะพ่นออกมาแรงๆ
"เจรจากับคนพวกนี้ ไม่ว่ายุคนี้หรืออนาคต... มันเหนื่อยจริงๆ" เขาสบถไล่หลังพลางมองออกไปนอกหน้าต่างลอนดอนยามค่ำคืน หมากเกมนี้ยากกว่าที่คิด แต่เขามั่นใจว่าท้ายที่สุด สเปอร์สจะต้องยอมถอย พวกเขาจะไม่ยอมเสียเงินล้านไปฟรีๆ เพียงเพราะความดื้อรั้นแน่นอน
-----