เมื่อเห็นเนี่ยฝานกลับมาพร้อมเอรีล่า แอนนาจึงหยิบปืนขึ้นมา จนเนี่ยฝานต้องรีบเข้ามาห้าม
“เป็นอะไรไป มันไม่ควรมีชีวิตอยู่สิ ทำไมคุณถึงไม่ฆ่ามัน!” แอนนาถามเสียงแข็ง
“เอรีล่าเคยเป็นมนุษย์มาก่อน แต่เพราะถูกแดร็กคูล่าจับตัวไปเมื่อก่อนแล้วถูกเปลี่ยนให้เป็นแวมไพร์ เธอไม่ได้อยากทำสิ่งเหล่านั้นในอดีต ผมหวังว่าแอนนาจะเข้าใจและให้อภัยเธอ” เนี่ยฝานพยายามอธิบายด้วยเหตุผล เพราะเขาเองก็รู้ว่าแอนนาทนเจ็บมามากกับแวมไพร์สาว
“แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในอดีตมันเคยทำอะไรไว้ แต่...เอาเถอะตอนนี้ฉันจะยอมไปก่อน หลังจากนี้คุณต้องให้ฉันทรมานมันโดยไม่มีข้อแม้ ได้หรือเปล่า”
“ถ้าหากนั่นเป็นสิ่งที่จะได้รับการให้อภัย ฉันก็ยินดียอมรับการทรมาน” เอรีล่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยเมย และนั่นยิ่งทำให้แอนนาหงุดหงิดเข้าไปใหญ่
“หลังจากขาดการสนับสนุนด้วยพลังจากเครื่องพวกนั้น เหมือนว่าแวมไพร์ตัวเล็กๆ จะตายลงนะ” เนี่ยฝานหยิบเรื่องอื่นขึ้นมาพูด เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของแอนนา
“ใช่ พวกนั้นเริ่มตายอย่างช้าๆ แต่บางส่วนที่อยู่ในไข่ยังอยู่ดี คงต้องจุดไฟเผาในภายหลัง” แอนนาเสริม
เอาตรงๆ เนี่ยฝานค่อนข้างสนใจลูกแวมไพร์เหล่านี้ จะดีแค่ไหนหากเขาฝังชิปไว้ในสมองของพวกมัน แล้วให้เรดควีนเข้าควบคุมอีกทีหนึ่ง นี่จะเป็นอาวุธชีวภาพที่เคลื่อนที่ได้เร็ว นอกจากนั้นยังสร้างความปั่นป่วนให้กับศัตรูได้
“เรื่องนั้นช่างมันก่อน เราควรจะไปที่ปราสาทแดร็กคูล่า แวนนักล่าปีศาจถูกจับไปน่าจะอยู่ที่นั่น เราต้องช่วยเขาแล้วโค่นแดร็กคูล่า”
แอนนาเห็นด้วยกับเนี่ยฝาน หลังจากนั้นเธอจึงรีบไปที่ปราสาทแดร็กคูล่า โดยก่อนหน้านั้นวางพี่ชายที่หมดสติกับอเล็กซี่ไว้ตรงมุมปราสาทเก่าที่ผุพัง ก่อนจะเข้าไปในอ้อมกอดของเนี่ยฝานแล้วบินบนท้องฟ้า
......
ภายในปราสาทแดร็กคูล่า กระแสไฟฟ้าที่ส่งตรงมาจากเครื่องกำเนิดพลังช่วยให้ลูกๆ ตัวน้อยๆ ของมันกำเนิดหลายร้อยตัว ทว่าต่อมาไม่นานกระแสไฟฟ้าได้หายไป ราวกับถูกตัดสายไฟจากต้นทาง
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ๆ ไฟฟ้าถึงหายไป” แดร็กคูล่าคำราม สำหรับคำถามนั้นมาริซก้าเองก็ตอบไม่ได้
“ฉันจะไปดูที่นั่นเอง” มาริซก้าเสนอ
“รีบไปรีบมา เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน ห้ามมีข้อผิดพลาดเด็ดขาด ลูกๆ ของเราที่อยู่ในเปลนับร้อยปีในที่สุดก็จะได้ตื่นลืมตาขึ้นมาดูโลก ฮ่าฮ่า”
ท่ามกลางเสียงหัวเราะของแดร็กคูล่า แวนนักล่าปีศาจที่ถูกจับตัวมาค่อยๆ ลืมตาตื่น ก่อนจะรู้ว่าตัวเองอยู่ในรังของศัตรู และชายตรงหน้าก็ดูคุ้นเคย แต่เขากลับไม่สามารถจำได้
“โอ้ตื่นแล้วเหรอสหายรักของฉัน ไม่ได้เจอหน้ากันมา 400 ปี เป็นยังไงบ้างล่ะแวน”
แดร็กคูล่าหยิบไวน์เลือดขึ้นมาเขย่า แล้วอ้าปากดื่มมันไปทั้งหมดในทีเดียว
“พูดอย่างกับว่าเราเคยรู้จักกันงั้นแหละ”
“ฮ่าฮ่า เพื่อนตัวน้อยของฉันจำเกี่ยวกับอดีตของตัวเองไม่ได้เหรอเนี่ย ช่างน่าเสียดาย แต่ก็เอาเถอะการได้มารับใช้ฉันถือเป็นเรื่องดีนะแวน”
“อย่าฝัน! มนุษย์กับปีศาจอยู่ร่วมกันไม่ได้ โดยเฉพาะแกแดร็กคูล่า”
“โอ้อย่างนั้นเหรอ แล้วนายจะทำยังไง ตอนนี้ถูกฉันล็อกตัวอยู่ไม่ใช่เหรอ”'
แวนพยายามปลดล็อกด้วยกำลังทั้งหมด แต่เหมือนจะไม่เป็นผล โซ่ที่พันธนาการร่างไว้แข็งแกร่งมาก ต้องใช้กุญแจเท่านั้นจึงจะออกไปได้
อย่างใดก็ดีในตอนนั้นเอง เสียงกระจกแตกตามด้วยบางสิ่งที่เหมือนกับลูกบอลสีเขียวถูกโยนเข้ามา แดร็กคูล่าสังเกตเห็นสิ่งนั้นแต่ไม่คิดว่ามีอะไร ทว่าเขาต้องรับกับแรงระเบิดมหาศาลไปเต็มๆ
แวนรู้สึกว่าหน้าอกของตัวเองมีเศษโลหะเจาะเข้าไป เขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่แสงจันทร์จากรอยแตกบนหน้าต่างจะส่องเข้ามา ทำให้แวนมองเห็นพระจันทร์เต็มดวงแล้วกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่า
ร่างของเขาหลุดออกมาจากพันธนาการ หลังจากนั้นจึงเข้าไปต่อสู้กับแดร็กคูล่า ทั้งสองเข้าห้ำหั่นกัน ฉากดังกล่าวถูกถ่ายทอดต่อสายตาของเนี่ยฝาน แม้ว่าจะมีเขาเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้เนื้อหาต่างจากต้นฉบับไปพอสมควร แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าพล็อตเดิมยังคงอยู่
ราวกับว่าสิ่งนี้คือการต่อสู้ของพรมลิขิตที่ถูกกำหนด
แอนนาไม่กล้าเข้าไปสู้ระยะประชิด เธอหยิบปืนกลออกมาแล้วเริ่มยิงช่วยเหลือแวนที่ไร้สติ ด้วยกระสุนเงินแม้ว่าจะไม่สามารถฆ่าแดร็กคูล่าได้ แต่กลับทำมันช้าและเสียหลักพลาดพลั้งสร้างโอกาสให้แวนสร้างบาดแผลไปหลายครั้ง
มาริซก้าอยากจะเข้าไปช่วยเหลือแดร็กคูล่า แต่ถูกเอรีล่ายื้อไว้ ทำได้เพียงแยกเขี้ยวใส่ด้วยความโกรธ
“เธอเป็นบ้าอะไรถึงได้หักหลังท่าน!”
“เพราะฉันได้พบกับนายน้อยเนี่ยแล้ว เธอเองก็เหมือนกันมาริซก้า ความทรงจำที่สูญเสียไปของเธอหลังจากเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ เดี๋ยวฉันจะช่ยยเอามันกลับคืนมาเอง”
เพราะเจตจำนงที่เขียนใหม่ทำให้เอรีล่าคิดว่ามาริซก้าเป็นคนรู้จัก ลูกหลานคนรวยตระกูลดังในยุคเก่า ซึ่งมาทานอาหารร้านที่เธอทำงานบ่อยๆ แต่เพราะแดร็กคูล่าสังหารครอบครัวทั้งหมดของมาริซก้าไป เธอจึงเสียความทรงจำตั้งแต่ตอนนั้น
ดูเหมือนอดีตจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนี่ยฝาน แต่หากมองให้ละเอียดจะพบว่าเขาดันกลายเป็นหนึ่งในคนรักเก่าของมาริซก้า ซึ่งนั่นทำให้เอรีล่าหึงหวง และอยากจะฉีกผู้หญิงตรงหน้าเป็นชิ้นๆ เพื่อที่จะไม่ต้องแบ่งเนี่ยฝานกับเธอ
การต่อสู้ภายในปราสาทดำเนินไปได้ไม่นาน แดร็กคูล่าตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แม้ว่าร่างกายของเขาจะฟื้นฟูบาดแผลได้ทันที แต่หากโดนหนักๆ เข้าความรู้สึกเหนื่อยต่างประดังเข้ามา ทำให้การรักษาบาดแผลช้าขึ้นกว่าเดิม
เพราะเนี่ยฝานไม่อยากให้วัสดุทดลองเสียหายไปมากกว่านี้ จึงเข้าร่วมการต่อสู้ โซ่ของเขารัดร่างของแดร็กคูล่า ทำให้แวนมีโอกาสลุกขึ้นมา หลังจากนั้นจึงใช้พลังของสองแขนฉีกปากแดร็กคูล่าออกจากกัน
แสงจันทร์ค่อยๆ หายไปเพราะเมฆบดบัง ทำให้แวนมีโอกาสกลับไปเป็นมนุษย์
“จบแล้ว...ในที่สุดการต่อสู้แสนยาวนานนับร้อยปีก็จบลง เท่านี้ตะกูลวาเลเลียของฉันจะได้ไปสู่สุขคติ” แอนนารู้สึกเหนื่อยกับการต่อสู้ แต่ที่มากกว่านั้นคือความรู้สึกหนักอึ้งบนบ่าที่หายไป
“นายน้อยเนี่ย ฉันจัดการมาริซก้าได้แล้วค่ะ แต่ไม่อีกไม่นานหล่อนจะฟื้นตัว ดังนั้นได้โปรดรีบเถอะค่ะ” เอรีล่าหิ้วแวมไพร์สาวที่สลบอยู่ในมือกลับมา เนี่ยฝานยิ้มให้เธอแล้วใช้โซ่เพื่อเขียนเจตจำนงใหม่
“เอาล่ะวางเธอลงได้แล้ว ตอนนี้ความทรงจำของมาริซก้ากลับมา เธอจะไม่เป็นอันตรายอีก”
เอรีล่าทำตามคำแนะนำของเนี่ยฝาน ก่อนจะบอกว่า “จริงสินายน้อยเนี่ย ภายในปราสาทหลังนี้มียาแก้พิษมนุษย์หมาป่าอยู่ด้วย”
“ที่เธอพูดน่ะจริงเหรอ!” แอนนาที่แทบไม่มีแรงลุกขึ้นยืนเดินมาคว้าแขนของเอรีล่า ดวงตาสีดำจ้องเขม็ง
“ฉันพูดเรื่องจริง เอาล่ะรออยู่ที่นี่เดี๋ยวฉันจะไปนำยามาเอง”
“ขอบใจ”
ในระหว่างที่พวกเธอกำลังยุ่งอยู่กับยาแก้พิษเนี่ยฝานได้เดินมาที่ร่างของแดร็กคูล่า ก่อนจะนำตัวอย่างเลือดที่ยังอุ่นๆ เก็บไว้ในกระเป๋าเก็บอุณหภูมิ ส่วนร่างของมันจะต้องเก็บรักษาไว้อย่างดี ซึ่งตอนนี้เป็นฤดูหนาว การรักษาศพจึงไม่ใช่เรื่องยาก เหมาะกับการแช่แข็งไว้ที่นี่ก่อนนำกลับไปที่โลกของลูซี่เพื่อให้รอยล์ผ่าร่างศึกษาอีกทีหนึ่ง
หลังจากได้รับยาแก้พิษแวนจึงรู้สึกดีขึ้น เขามองร่างของแดร็กคูล่าด้วยความซับซ้อน ก่อนจะถอนหายใจโล่งอกที่สามารถฆ่ามันได้
มาริซก้ารู้สึกตัวแล้ว ด้วยผลของโซ่เบี่ยงวิถีความรู้สึกที่เธอมีต่อเนี่ยฝานจึงเปลี่ยนไป
“ที่รัก...ไม่ได้เจอหน้ากันมาร้อยปี ขอโทษด้วยที่ฉันลืมคุณนานขนาดนั้น”
มาริซก้าต้องการเข้าไปกอดเนี่ยฝาน แต่ถูกหยุดเอาไว้ด้วยดาบอัศวินในมือของแอนนา
“จริงอยู่ที่ฉันจะไม่ฆ่า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าแกสามารถแตะต้องตัวเขาได้!”
มาริซก้าเม้มริมฝีปาก แต่สุดท้ายเลือกที่จะถอยหลัง
“เอาล่ะเรื่องทุกอย่างถือว่าจบแล้ว งั้นเรามาเผาร่างของแดร็กคูล่ากันเถอะ” แวนเดินกระเผกไปหาแดร็กคูล่า ในฐานะนักล่าปีศาจ เขาไม่สามารถปล่อยให้สิ่งนี้หลงเหลืออยู่ แม้เพียงเศษเสี้ยวของเลือดก็ตาม
“คงไม่ได้หรอก” เนี่ยฝานยืนขวางทาง ซึ่งทำให้บรรยากาศแย่ลงกว่าเดิม
“คุณคิดจะทำอะไรกับศพของมัน อย่าบอกนะว่าคุณต้องการดื่มเลือดของแดร็กคูล่าเพื่อพลังและอายุขัยที่ยืนยาว หากเป็นแบบนั้นล่ะก็ผมคงต้องหยุดคุณ!”
“โอ้...สมกับเป็นนักล่าปีศาจที่มีชื่อเสียง แต่ว่านะตอนนี้นายอ่อนแอมาก ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผมหรอก อีกอย่างหนึ่งคือผมมีพลังอยู่แล้ว คงไม่บ้าพอที่จะดื่มเลือดแดร็กคูล่าเพื่อกลายเป็นอสูรร้ายตรงๆ หรอก”
“งั้นคุณจะเอาร่างของมันไปทำไม บอกเหตุผลมาซะ!”
“เรื่องนั้นนายไม่จำเป็นต้องรู้ เอาเป็นว่ามันจะไม่เป็นอันตรายต่อโลกนี้ก็แล้วกัน ผมขอสาบานต่อพระเป็นเจ้า”
แวนอยากจะหักล้างคำพูดพวกนั้นของเนี่ยฝาน แต่เมื่อเห็นสายตาของแวมไพร์สาวสองตนที่กำลังมองมา เขาจึงทำได้เพียงยอมรับอย่างไม่เต็มใจ
“ก็แล้วแต่คุณแล้วกัน แต่หากวันไหนผมรู้ว่าคุณกลายเป็นแดร็กคูล่าล่ะก็ ผมนี่แหละจะเป็นคนปักหมุดลงไปในหัวใจของคุณเอง!”