เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่เก้าสิบ  Perpetual Debt

    ตอนที่เก้าสิบ  Perpetual Debt

    ผมค่อนข้างจะมีความสุขที่ได้รับดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ

    ความเสี่ยงให้ชาวบ้านแบกรับส่วนกำไรเราเอาไว้

    นี่ล่ะคือหนทางการทำธุรกิจของคนมีอำนาจ

    การขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์อดทนนั้นไม่มีความหมายอะไรเลยหากเรามองระบบทะลุปรุโปร่งแล้ว

    หากเราดูตามตลาดหุ้นและตราสารและการใช้จ่ายต่างๆแล้วน่ะ

    ระบบเช่นบัตรเครดิตที่มีแต้มต่างๆนั้นไม่ได้ต้องการให้คุณใช้หนี้จนหมดสิ้น

    แต่ต้องการให้คุณใช้หนี้ไปตลอดกาลต่างหากที่จะได้แต้มมากที่สุดจากบัตรเครดิต

    Perpetual Debt

    การเป็นหนี้ตลอดกาล                        

    ต่างหากที่ทำให้ระบบเดินต่อไปได้

    “เอาล่ะ ขยันทำงานเข้าล่ะทุกคน ไม่งั้นชั้นจะไปยึดที่ดินนะจ๊ะ”

    ผมกล่าวสำทับก่อนที่ทุกคนจะสวดมนต์และไหว้พระกันหลังจากเสร็จพิธี

    “ลาล่ะจ๊ะ พ่อเจิด”

    “สาธุจ๊ะพ่อ”

    แต่ละคนก็ไหว้ปะหละปะหลกด้วยความหวาดกลัวทั้งทางโลกและทางธรรมที่เชื่อว่าหากเราเป็นหนี้ใครแล้วชาติหน้าเราต้องเกิดเป็นวัวเป็นควายชดใช้เขา

    ถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริง ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองคงต้องชดใช้ชาวบ้านสักหลายแสนล้านชาติเห็นจะได้กับการทำให้ประชาชนเป็นหนี้หลายแสนล้านขนาดนี้

    แต่เนื่องจากหลักการของการเวียนว่ายตายเกิดทำให้เราอาจจะเห็นผลกรรมหรือไม่เห็นก็ได้ในอีกหลายแสนชาติข้างหน้า

    ไม่มีใครบอกสักคำว่ากฎแห่งกรรมนั้นมันดีหรือมีประสิทธิภาพ

    เพราะถ้ากฎแห่งกรรมมันดีพระพุทธเจ้าท่านจะไปค้นหาทางนิพพานทำไม?

    เพราะกฎแห่งกรรมมันห่วยแตกเราถึงต้องรีบทำให้หลุดพ้นและรีบเร่งดุจดั่งมีไฟเผาศีรษะอันเป็นภาพปริศนาธรรมนั่นเอง

    ต่อให้เป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้าก็ยังมีอันต้องเสื่อมไปในสักวัน

    หากคำนวณจากความเป็นไปได้เราก็อาจจะตกสู่ภพภูมิที่ไม่ดีในที่สุดจากความน่าจะเป็น

    ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือทำตัวเหนือระบบ

    ไม่เล่นเกมส์ในกติกาเดียวกับคนอื่นๆเท่านั้นล่ะถึงจะทำให้เราชนะได้

    แนวความคิดการ

    “เก็บเงินไว้เพื่อออมในอนาคต”

    นั้นไม่ได้ผลอย่างสิ้นเชิงเพราะนโยบายทางการเงินในการDevalue Currency ลดมูลค่าเงินตรา

    ทำให้เงินที่เราเก็บไม่สามารถสู้กับอัตราเงินเฟ้อได้เพราะรัฐเชื่อว่าไม่ควรให้ประชาชนเก็บเงินไว้ในธนาคารแต่ควรจะออกมาลงทุนตลอดมาและตลอดไร้ที่สิ้นสุด

    นั่นล่ะคือทุนนิยมมันคืองูที่พยายามจะกินหางของตนเองเสมอ

    จากหลักการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันมันสามารถผลิตความรุ่งเรืองออกมาได้อย่างมหาศาลเพราะมันแลกไปด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาของผู้คนนับไม่ถ้วนนั่นเอง

    ที่ผมทำก็ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดแปลกไปจากที่ระบบทุนนิยมทำ

    เงินธนบัตรของเราที่แท้จริงนั้นไม่ใช่ของเราแต่เป็นของรัฐ

    เราสามารถซื้อเปียโนหลังละสิบล้านมาทุบเล่นได้ไม่มีใครว่าเราทำผิดกฎหมาย

    เราเผาเงินยี่สิบบาทเราจะโดนจับเข้าคุกในคดีอาญา

    หากดูระบบให้ดีแล้วเราจะพบว่าอะไรที่เป็นของเราที่แท้จริงแล้วกลับเป็นเรื่องหลอกลวง

    “ลาล่ะจ๊ะพ่อเจิด”

    ผมล่ำลาทุกคนหลังจากปิดประชุมการระดมทุนประจำวันนี้แล้ว

    จากการที่ผมได้ขยันทำมาหากินมากขึ้นในการเก็บเงินต่างๆ

    ทำให้ชาวบ้านมองว่าผมกลายเป็นคนที่ขยันทำมาหากินมากขึ้น

    ความนัถบือก็เพิ่มมากขึ้นด้วยในหมผู่ชาวบ้านทั้งที่ทำให้พวกเขาเป็นหนี้มากกว่าเดิม

    จนมีแววที่ทรัพย์สินเงินทองวัวควายและที่ดินต่างๆนั้นจะหลุดตกเป็นของผมและของพ่อกำนันมากกว่าที่เคยเป็นมา

    แต่ผู้คนในหมู่บ้านกลับชื่นชมผมมากขึ้น

    เพราะความโลภนั้นคือกิเลสที่สังคมของเรารับได้มากกว่ากิเลสอย่างอื่น

    เราพร้อมจะแก้ตัวให้ทุกคนที่ตกอยู่ในบ่วงของความโลภเสมอ

    ผมดูพวกผู้คนที่ยิ้มแย้มจากไปและรู้ว่าพวกเขาจะกลับมาเสมอ

    ไม่มีใครสามารถหลุดพ้นจากบ่วงหนี้ไร้ที่สิ้นสุดPerpetual Debt ไปได้หรอก

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นไอ้เจิด ที่คุณอ่าน