เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    ตอนที่ 32 ศิลาธาตุทอง ? อัญมณีสุวรรณ ? ( rewrite )

    “???????” สิ่งที่ชายแก่บอกต่อซีว่าง ทำให้ซีว่ารู้สึกมึนงงเป็นอย่างมาก มันไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อทวีปของที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะภพก่อนหรือภพไหน
    มันมองไปที่หยางน่า เพื่อจะขอความคิดเห็นของนาง หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้า ไม่เข้าใจกับสิ่งที่ชายแก่กล่าวมาเลยแม้แต่น้อย
    “เอ่อ...คือ...ข้ามิได้จะหลอกท่านหรือมีความนัยแอบแฝงใด ๆ , เพียงแต่ท่านช่วยอธิบายเกี่ยวกับเมืองหรือทวีปนี้..แก่ข้าได้หรือไม่ , ข้ามิใช่คนของทวีปนี้” ซีว่างกล่าวด้วยน้ำเสียงมึนงง และหน้าตาโง่เขลากับสิ่งที่ชายแก่บอกกล่าวต่อมัน
    “คงเป็นดั่งที่เจ้ากล่าวมา..ว่าเจ้าเป็นต่างถิ่น , ต่อให้เจ้ามิได้บอกกล่าวมา..แต่รูปร่างหน้าตาเจ้ามิคล้ายหรือเหมือนคนในทวีปนี้ , เอาเป็นข้าจะเล่าทุกอย่างที่เจ้าใคร่รู้เป็นการตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้” ก่อนที่ปีเตอร์จะผายมือไปที่บ้านหลังหนึ่ง “เชิญเข้าไปดื่มชาและนั่งคุยภายในบ้านของข้าก่อน..จะเป็นการสะดวกสบายกว่า”
    ก่อนที่จะเดินไปชายชราก็สั่งให้ลูกบ้านทุกคน เก็บหรือซ่อมแซมสิ่งที่เสียหายภายในหมู่บ้านของมัน โดยเฉพาะซากศพของพวกโจรป่า
    หลังจากกล่าวจบชายชราจึงเดินนำไปทางที่มันบอก คือบ้านหลังหนึ่ง ที่ดูใหญ่โตกว่าบ้านหลังอื่น เป็นที่แน่นอนว่าบ้านหลังนี้ต้องเป็นบ้านของผู้นำของหมู่บ้านแห่งนี้เป็นแน่
    เมื่อเข้ามาถึงข้างในชายชราจึงผายมือไปที่โต๊ะตัวใหญ่ตัวหนึ่ง เป็นเพียงโต๊ะที่สร้างขึ้นด้วยมือและเก้าอี้โง่ ๆ ที่สร้างจากไม้ที่มิได้ทำการขัดผิวไม้ให้ดี จึงทำให้พื้นผิวมันไม่เรียบเนียน แต่ก็พอจะนั่งทานอาหารหรือจิบน้ำชาได้เท่านั้น
    เมื่อซีว่างและหยางน่านั่งที่เก้าอี้เรียบร้อย ปีเตอร์จึงกล่าวกับบุตรสาวตอนเอง ให้นำชาและอาหารว่างมาบริการ
    หญิงสาสนางนี้ คือหญิงหน้าตาดี ที่เกือบจะโดนโจรชั่วเหล่านั้นฉุดไปกระทำชำเราเมื่อครู่ นางมองซีว่างด้วยสายตาซาบซึ้งรอบนึง แต่เมื่อซีว่างหันมาสบตากับนาง นางรีบหันหน้าหนีแล้วเดินจากไป ชายแก่เมื่อเห็นกิริยาของหญิงสาว ก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย ก่อนจะแนะนำให้กับซีว่างรู้จัก
    “นางคือบุตรสาวเพียงคนเดียวของข้า..มีนามว่าเซย์ย่า , ส่วนนั้นภรรยาข้า..มีนามว่า ซาร่า” ก่อนที่ปีเตอร์จะใช้มือเหี่ยวย่นชี้ไปที่หญิงชราผมขาวนางหนึ่ง หญิงชรายิ้มตอบมาเล็กน้อย
    “ว่าแต่พวกท่านมีนามว่าอะไรกันบ้างหรือ?” ชายชรากล่าวพร้อมกับยกชาขึ้นมาดื่ม
    “ตัวข้ามีนามว่าซีว่าง..ส่วนนี่สหายของข้า..มีนามว่า หยางน่า” ซีว่างกล่าวพร้อมกับมองไปที่หญิงสาวที่ตอนนี้ เร่งทานขนมที่ชายชรานำมาบริการ เพราะนางมิได้ทานอะไรมาเนิ่นนาน นางจึงไม่เสียโอกาสแบบนี้ไปอย่างเปล่าประโยชน์
    “ซีว่างกับหยางน่า , ชื่อพวกเจ้าแปลกดีแท้..ข้ามิเคยได้ยินมาก่อน” ชายชรากล่าวพร้อมกับหยิบขนมที่รูปร่างหน้าตาแปลกพิกลขึ้นมาทาน มันเป็นขนมที่เหมือนนำแป้งมาเผาไฟ แผ่นกลม ๆ พอดีคำ มีลายจุดดำ ๆ เหมือนรอยไหม้อยู่เต็มไปหมด ซีว่างสงสัยจึงหยิบขึ้นมาลองทานสักชิ้น
    พอมันทานเข้าไป พลันทำให้มันตาโตก่อนมองไปที่ขนมที่อยู่ในมือของตนเอง เป็นรสชาติที่ไม่เคยลิ้มลองมาก่อน อร่อยยิ่งนัก
    “ขนมนี่มีชื่อเรียกว่าอะไรหรือท่าน..ข้ามิเคยเห็นหรือเคยทานมาก่อน?” ซีว่างถามอย่างใคร่รู้
    “คุกกี้ช็อกโกแลตชิป” ชายชรากล่าวออกมาด้วยท่าทางขบขันเล็กน้อย กับกริยาของชายหนุ่มและหญิงสาว
    “มันหวานปนขมเล็กน้อย , ช่างแปลกยิ่งนัก..ข้ามิเคยทานรสชาติแบบนี้..ที่ไหนมาก่อน” ก่อนที่ซีว่างจะลองจิบชาบ้าง แต่ชาที่นี่รสชาติเหมือนกับชาที่ทวีปรุ่งนภามากมายนัก แตกต่างกันตรงกลิ่นที่หอมเหมือนกับมะลิกว่ามาก
    “เอาล่ะเจ้าอยากรู้เรื่องใดก่อน?” ชายชรากล่าวพร้อมกับวางแก้วชาลงบนโต๊ะ
    “เริ่มจากอาวุธกับพลังที่มันใช้..ข้าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน , มันคืออะไรหรือท่าน” ซีว่างทำสายตาจริงจังจ้องมองไปที่ชายชราที่อยู่ตรงหน้า
    “มีขนมแบบนี้อีกหรือไม่..ข้าขอเพิ่มจะได้หรือไม่?” หยางน่ากล่าวขัดขึ้น ซีว่างได้แต่ส่ายหน้ากับกริยาของหญิงสาวเล็กน้อย
    ปกตินางจะเป็นคนนิ่งเฉยต่อสิ่งต่าง ๆ แต่พอได้ออกมาโลกภายนอกนางกลับเปลี่ยนเป็นคนละคนกับที่ตนเคยรู้จัก
    ‘ เหมือนข้าจะไม่รู้จักนางดีมากพอ..ต้องใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักกับนางเพิ่มเสียแล้ว’ ซีว่างคิดในใจกับกริยาของหญิงสาวที่แสดงออกมา
    ชายแก่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะโบกมือให้บุตรสาวของตนเองนำขนมอีกจานมาให้แก่หยางน่า
    “เจ้าพวกนั้นเป็นคนของกิลด์วิญญาณ , เป็นกิลด์ใหญ่ที่คอยบุกปล้นสะดมชาวบ้านที่ไม่มีทางสู้แบบพวกข้า..” ชายชรากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ค่ำแค้นมือสั่นเทา ก่อนที่มันจะสงบอารมณ์แล้วกล่าวต่อ “ส่วนอาวุธที่พวกมันใช้เรียกว่าคทาเวทมนตร์ , มีหลายขนาดหลายรูปทรง..บ้างเรียกไม้เท้าบ้างเรียกไม้กายสิทธิ์ , ส่วนวิชาที่มันใช้เรียกว่าเวทมนตร์..ซึ่งจะดึงพลังเวทมนตร์ภายในร่างกายออกมา..โดยใช้อัญมณีที่อยู่ภายในคทาหรืออาวุธของมัน”
    “เวทมนตร์?” ซีว่างและหยางน่าหันมองหน้าก่อน ก่อนจะหันไปมองชายชราที่อยู่ตรงหน้า
    เมื่อเห็นชายหญิงทำหน้าตามึนงงต่อสิ่งที่มันกล่าว ชายชราจึงกล่าวขยายความเพิ่มเติม
    “เวทมนตร์คือสิ่งที่อยู่ภายในตัวของพวกจอมเวทหรือเหล่าผู้กล้า คัมภีร์หรือของศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ , ยิ่งผู้ที่มีพลังเวทย์มาก..ยิ่งมีความแข็งแกร่งมากตามไปด้วย” ชายชราทำท่าเหมือนกำลังกล่าวสอนให้แก่เด็กสองสามขวบฟังอยู่ เพราะนี่เป็นเรื่องที่ทุกคนในแผ่นดินนี้ต่างรู้กันดี
    “ระดับจอมเวทหรือผู้กล้า แบ่งได้ 3 ระดับใหญ่ แบ่งเป็น ระดับธรณี ระดับเวหา และ ระดับเทวา แต่ละระดับใหญ่ แบ่งระดับย่อยได้ 3 ระดับคือ เริ่มต้น กลาง และ ปลาย มีทั้งหมด 9 ขั้น” ชายชรากล่าวต่อชายหนุ่ม
    “ช่างเหมือนกับที่ที่ข้าจากมาแท้ มี 3 ช่วงชั้นใหญ่ 3 ระดับย่อย และ 9 ขั้น” ซีว่างกล่าวตอนชายชรา
    “แล้วที่แผ่นดินของเจ้าเรียกพวกนี้ว่าอย่างไรหรือ?” ชายชราถามด้วยความสงสัย
    “ที่ทวีปข้ามี 3 ช่วงชั้นใหญ่คือ โลกา นภา และ สวรรค์ แบ่งช่วงชั้นเช่นเดียวกับท่าน” ซีว่างขี้เกียจอธิบายจึงกล่าวไปเช่นนั้น
    “ว่าแต่พวกท่านก็น่าจะเป็นผู้มีพลังฝีมือเช่นเดียวกัน , ไหนพวกท่านบอกได้หรือไม่..ว่าพวกท่านอยู่ระดับใดกัน?” ชายชรากล่าวถามด้วยสายตาที่อยากรู้อยากเห็น
    “ถ้ากล่าวตามแผ่นดินของท่าน , ข้าและสหายข้าคงจะอยู่ระดับโลกาขั้นกลางระดับที่ 9” ซีว่างกล่าวออกไปด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
    “ช่างเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ยิ่งนัก , ด้วยอายุไม่ถึง 20 ปี..อีกไม่เท่าใดเจ้าก็จะอยู่ระดับธรณีขั้นปลายแล้ว , ช่างน่าเลื่อมใสยิ่งนัก” ชายชรากล่าวออกมาด้วยความสัตย์จริง มันเลื่อมใสต่อชายหนุ่มยิ่งนัก ที่สามารถมาถึงระดับนี้ ด้วยอายุเพียงเท่านี้
    “ว่าแต่...อัญมณีพวกนั้น , ช่างเหมือนกับศิลาที่ทวีปของข้ายิ่งนัก” ก่อนที่ซีว่าจะนำศิลาธาตุทองออกมาให้ชายชราดูเม็ดหนึ่ง
    เมื่อชายชราเห็นก็ทำสีหน้าตกใจยิ่ง ไม่คลาดคิดว่าชายหนุ่มจะมีศิลาแบบนี้อยู่ด้วย
    “นี่มันอัญมณีสุวรรณ!! เป็นสิ่งของหายากยิ่งในแผ่นดินของข้า” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียตื่นตระหนก แล้วรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ มันรีบเสียจนทำให้เก้าอี้ล้มไปด้านหลัง
    “ทะ ท่านสามารถครอบครองอัญมณีเช่นนี้ , แปลว่าที่บ้านเมืองท่านคงจะเจริญก้าวหน้าเป็นแน่แท้!!” ชายชรายังไม่หายตื่นตระหนกกับสิ่งที่ตนเองได้เห็น
    “เอ่อ...จะว่าเช่นนั้นก็เป็นได้ , ว่าแต่..มันมีค่าเท่าใดในเมืองนี้หรือท่าน?” ซีว่างกล่าวถาม เผื่อมันจะได้นำไปใช้แลกเปลี่ยนบางอย่างในอนาคต
    “เพียงเจ้ามีอัญมณีเช่นนี้เพียง 10 ก้อน , ก็สามารถเป็นเจ้าของอาณาจักรเล็ก ๆ ได้อาณาจักรหนึ่ง” ชายชรามองไปที่อัญมณีของชายหนุ่ม โดยไม่วางตา
    “เป็นราชาของอาณาจักรหนึ่งเพียง 10 ก้อน?” ซีว่างพอทราบกับสิ่งที่ชายชรากล่าวมา ทำให้มันรู้สึกดูมีบารมีขึ้นมาอย่างมาก เพราะตอนนี้มันมีศิลาแบบนี้ สี่ร้อยกว่าก้อน แปลว่ามันอาจเป็นเจ้าของเมือง เมืองนึงได้สบาย ๆ หรือถึงขั้น..เป็นราชาของทวีป ทวีปหนึ่งได้เลย
    “ถูกต้อง..เพียงเจ้ามีแค่เพียง 10 ก้อน , ก็สามารถเป็นราชาได้อย่างไม่ยากเย็น , เจ้าเพียงเกณฑ์คนที่พร้อมจะติดตามเจ้าไป..ตั้งรกรากแล้วนำอัญมณีนี้ในการจับจ่ายใช้สอยซื้อสิ่งของต่าง ๆ , มาสร้างเมืองของเจ้าหรือเจ้าอาจไปยื่นซื้อเมือง , เมืองหนึ่งได้โดยทันทีแต่ต้องจ่ายเพิ่มเป็นเท่าตัว , เจ้าก็จะได้เป็นราชาของอาณาจักรนั้นในทันที” ชายชรากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียตื่นเต้น
    เมื่อเห็นสายตาของชายแก่ ซีว่างรีบเก็บศิลาธาตุทองลงไปในทันที มิใช่เพราะมันหวงของหรืออะไร แต่เพราะกลัวชายแก่จะเกิดความรู้สึกที่ไม่ดี เกี่ยวกับตัวมัน มันจึงเร่งตัดไฟแต่ต้นลมเสียก่อน
    เมื่อชายหนุ่มเก็บศิลาลงไป ชายชราจึงได้สติ ก่อนจะนำเก้าอี้กลับมาตั้งใหม่ แล้วเริ่มต้นสนทนาอีกครั้งหนึ่ง
    “ข้าขอโทษเจ้า..ที่ข้าเสียมารยาทต่อเจ้า , ข้าเพียงแต่มิเคยเห็นสิ่งนี้ด้วยตามาก่อน..เคยแต่ได้ยินที่ผู้อื่นร่ำลือมา , พอได้เห็นกับตาตนเอง..จึงมิอาจห้ามกริยาของตนเองได้ , โปรดสหายน้อยอย่าถือสาหาความต่อข้า” ชายชรากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
    แต่ซีว่างมิได้ตอบกลับอันใด ก่อนจะกล่าวถามต่อว่า
    “หากข้าต้องการจะเดินทางไปที่ตัวเมือง..พวกข้าต้องเดินทางไปทิศทางใด , พวกท่านสามารถบอกข้าได้หรือไม่?”
    “เพียงเจ้าเดินทางตรงไปทางตะวันออกของหมู่บ้าน หากเดินทางด้วยเท้าใช้เวลาประมาณ 2 วัน ก็สามารถเดินทางถึงที่ตัวเมืองได้อย่างง่ายดาย” ชายชรากล่าวก่อนจะ ยิ้มแล้วถามต่อชายหนุ่ม “ข้าว่าวันนี้ก็เริ่มจะมืดค่ำแล้ว , ถ้าเดินทางเสียตอนนี้..ข้าเกรงวันจะเกิดอันตรายต่อตัวเจ้า , ข้าว่าเจ้าพักผ่อนในหมู่บ้านนี้ก่อนเป็นอย่างไร , วันรุ่งขึ้น..เจ้าจึงออกเดินทาง”
    หยางน่าพอได้ยินสิ่งที่ชายชรากล่าวออกมา นางจึงหยิกไปที่น่องขาของซีว่าง เพื่อเป็นการบอกใบ้บางอย่างต่อชายหนุ่ม
    “เป็นเช่นนั้นก็ดี..วันนี้ข้าเหนื่อยมามากแล้ว , ว่าแต่..ข้าสามารถพักได้ที่ใด?” เมื่อซีว่างกล่าวออกมาเช่นนั้น หยางน่าจึงเหยียบเท้าชายหนุ่มอย่างแรง
    ซีว่างคิ้วกระตุกจากความเจ็บเล็กน้อย แต่มิได้แสดงอาการออกมา ก่อนที่จะยิ้มแล้วมองไปทางหญิงสาวคราหนึ่ง ก่อนกล่าวออกมา
    “พอดีข้าและสหายข้ามิใช่สามีภรรยากัน..ขอความกรุณาพวกท่าน..จัดห้องแยกให้ข้าได้หรือไม่?”
    เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายชราก็ยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวด้วยวาจานุ่มนวลต่อชายหนุ่มว่า
    “เป็นโชคดีของพวกเจ้า , เมื่อไม่นานมานี้คนในหมู่บ้านของข้า..ย้ายออกไปครอบครัวนึงพอดี , จึงทำให้ตอนนี้..มีบ้านว่างหลังหนึ่งพอดี , มีสองห้องนอนและภายนอกบ้านมีคอกม้าอยู่หนึ่งคอก , เจ้าสามารถนำสัตว์เลี้ยงของเจ้าไปไว้ที่นั่นได้เช่นกัน”
    ก่อนที่ชายชราจะโบกมือเรียกบุตรสาวตนเองมา
    “เซย์ย่า...เจ้าพาสหายน้อยไปที่บ้านของครอบครัวทิงเกอร์ที่พึ่งย้ายออกไปเสีย , พวกมันจะได้พักผ่อนกัน”
    ก่อนที่หญิงสาวจะเดินมาที่ข้างบิดาของนาง แล้วกล่าววาจาต่อชายหญิงที่อยู่ตรงหน้า
    “เชิญคุณชายและคุณหนูตามข้ามา” หญิงสาวกล่าวน้อย ๆ ด้วยหน้าที่แดงก่ำจากความเขินอาย ก่อนจะเดินนำทางชายหนุ่มและหญิงสาวตามนางไป
    เมื่อซีว่างลุกจากเก้าอี้ ชายชราก็กล่าววาจาต่อมัน
    “หลังจากพวกท่านถึงที่พัก , ข้าจะให้ภรรยาข้านำอาหารไปให้พวกท่านทาน..แล้ววันพรุ่งนี้ข้าจะจัดเตรียมของใช้จำเป็นให้พวกท่าน , โปรดเชิญพักตามสบาย” ชายแก่กล่าวก่อนจะยื่นมือมาให้ชายหนุ่มจับ
    ชายหนุ่มงงเล็กน้อยกับกริยาของชายชราที่ยื่นมือออกมา
    “ที่แผ่นดินนี้..จะนำมือมาจับกัน...” ก่อนที่ชายชราจะเอื้อมมือของตนเองไปจับมือของซีว่าง แล้วเขย่าเล็กน้อย “เพื่อเป็นการแสดงความรู้จัก..ยินดีหรือยอมรับข้อตกลง”
    “เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจ” ซีว่างเอ่ยก่อนจะปล่อยมือจากชายแก่ แล้วเดินตามหญิงสาวไป
    หยางน่าเดินกระทืบเท้าเสียงดังตามชายหนุ่มไป
    เมื่อมาถึงบ้านหลังหนึ่ง มันมิได้เก่ามากเท่าใด ฝุ่นเกาะเล็กน้อยแต่ก็มิได้ทำให้ซีว่างรู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด ก่อนมันจะโบกมือหนึ่งครา ก่อนที่ฝุ่นที่เกาะในบ้านจะปลิวหายไปทั้งหมด
    เมื่อเห็นการกระทำเช่นนั้น เซย์ย่าก็ตกใจเล็กน้อย ต่อสิ่งที่ชายหนุ่มทำ นางจึงกล่าวออกมาด้วยเสียงที่ไพเราะว่า “คุณชายช่างมีพลังเวทย์ที่แปลกนัก”
    ซีว่าเพียงยิ้มน้อย ๆ ให้หญิงสาว
    เมื่อนางเห็นรอยยิ้มนั้น นางรีบหลบตาชายหนุ่มก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินออกจากบ้านไป ด้วยท่าทางบิดงอเล็กน้อย
    เมื่อทุกคนจากไปกันหมด ซีว่างจึงเดินออกไปลูบหัวเสี่ยวฮุ๋ยที่ภายนอกบ้านเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวบางอย่างต่อมัน แล้วเดินเข้ามาในบ้านปิดประตู และหน้าต่างทุกบาน
    เวลาผ่านไปไม่นางหญิงชรา ก็ได้นำอาหารมาวางไว้หน้าประตูบ้าน ก่อนจะเคาะประตูหนึ่งจังหวะ “สหายน้อยข้านำอาหารมาให้เจ้า”
    เมื่อได้ยินหญิงชราเรียกหา มันจึงเปิดประตูแล้วรับถาดอาหารในมือนางมา
    “ข้าขอขอบคุณท่านมากที่กรุณาต่อพวกข้า” ซีว่างกล่าวด้วยวาจายิ้มแย้ม
    “เป็นเพราะพวกเจ้ายื่นมือช่วยเหลือพวกเราก่อน..เจ้าไม่ต้องคิดมาก” หญิงชราตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “หากเจ้าทานอิ่มแล้ว..เจ้าก็นำถาดนี้มาวางไว้หน้าบ้าน , ข้าจะเป็นผู้มารับไปทำความสะอาดเอง”
    “ลำบากท่านแล้ว” ซีว่างกล่าวพร้อมกับเดินเข้ามาข้างใน แล้วปิดประตู หลังจากนั้นไม่นานมันจึงนำจานเปล่ากลับออกมาวางไว้ที่เดิม
    เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม หญิงชราจึงเดินมาเก็บจาน ก่อนจะเคาะประตู “ข้ามานำจานกลับไปเช็ดล้าง..หากเจ้าต้องการอันใดบอกแก่ข้า , ข้าจะได้นำของที่เจ้าต้องการมาให้” หญิงชรากล่าวบอกต่อผู้ที่อยู่ภายในบ้าน
    หลังจากเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ไม่มีเสียงตอบรับ หญิงชราก็ยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะกล่าวไปทางด้านหลัง
    “ท่านพี่ข้าว่ามันสลบกันเรียบร้อยแล้ว” ก่อนที่ชายชราปีเตอร์จะเดินออกมาจากเงามืดพร้อมกับคนหลายคน ในมือเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำไร่ทำสวนที่แหลมคม
    “หลังจากได้สิ่งของที่พวกมันมี , หมู่บ้านแห่งนี้ก็ไม่จำเป็นสำหรับพวกเราอีกต่อไป , พวกเราจะไปหาอาณาจักรเล็ก ๆ สักแห่ง แล้วยึดเป็นของพวกเรา” ชายชรากล่าวต่อคนที่ตามมากับมัน ด้วยน้ำเสียงที่ดูละโมบโลภมาก
    พวกมันส่งเสียงหัวเราะชั่วร้ายออกมากันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนที่มันจะเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นหญิงสาวที่หลับคอพับอยู่บนโต๊ะอาหาร กับชายหนุ่มที่ล้มอยู่ข้างเก้าอี้
    ก่อนที่ชายแก่จะเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม แล้วกล่าวข้อความบางอย่างออกมา
    “ช่างน่าเสียดายในความดีและฝีมือของพวกเจ้า , แต่เพราะข้าจำเป็น..หากข้าไม่ทำ..พวกข้าก็ต้องทนทำงานหนัก ๆ แลกกับสิ่งตอบแทนที่เล็กน้อย..ไม่พอสำหรับเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง , ขอเจ้าเกิดในภพใหม่ที่ดีกว่านี้” ก่อนที่มันจะก้มลงไปหยิบถุงที่คาดไว้ข้างเอวของชายหนุ่ม
    ก่อนที่มือของชายหนุ่มจะจับไปที่มือของชายแก่ แล้วรีบดีดตัวเองลุกขึ้น แล้วเขย่ามือของชายแก่อย่างรุนแรง
    “จะ จะ เจ้า!!” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาจากความกลัว
    แต่สีหน้าของชายหนุ่มตอนนี้ มิได้มีรอยยิ้ม แต่สายตาดุดันมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
    “ท่านบอกว่าการทำเช่นนี้เป็นการกล่าวตกลงหรือแสดงความยินดีใช่หรือไม่?” ชายหนุ่มกล่าวก่อนที่จะใช้แรงของมันนั้น บีบจนมือของชายชราจนเละเป็นเนื้อบด
    “งั้นข้าของแสดงความยินดีที่เจ้าจะต้องตายกันร้างหมู่บ้าน!!”