ไป๋ฉีครุ่นคิดถึงแนวทางและวิถีดาบของตนเองมาได้เจ็ดชั่วโมงแล้ว ทว่ากลับยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด เนื่องจากเขาคิดไม่ออกจริงๆว่าเขาควรจะเดินไปในแนวทางแบบไหนดี
"ก่อนที่นายท่านจะคิดไปถึงแนวทางและวิถีดาบ นายท่านควรคิดก่อนว่าตลอดชีวิตท่านฝึกฝนและต่อสู้เพื่ออะไร และเป้าหมายของท่านคืออะไร"เมื่อเห็นว่าไป๋ฉีมืดแปดด้านเสี่ยวไป๋จึงให้คำแนะนำ เพราะการที่อยู่ดีๆจะอิมเมจภาพในหัวได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายหากไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนพอ
ไป๋ฉีที่ได้ยินก็เริ่มครุ่นคิด เป้าหมายที่เขามาเป็นนักสู้อย่างนั้นหรือ นั่นสินะ! หากจะให้พูดมันคือความฝันในวัยเด็กของเขาเหมือนกับเด็กคนอื่นๆทั่วโลก แต่ทว่าในตอนนี้เมื่อทำตามฝันสำเร็จแล้วเป้าหมายต่อไปคืออะไรกันล่ะ? เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เขาไม่ได้คิดเลยด้วยซ้ำ แล้วใช้ชีวิตประจำวันเหมือนนักสู้ทั่วไป
แม้ชายหนุ่มจะตั้งมั่นว่าจะออกไปท่องจักรวาล แต่นั่นก็ไม่ใช่เป้าหมายในการต่อสู้แต่อย่างใดเป็นเพียงเป้าหมายในการเดินทางก็เท่านั้น แล้วไป๋ฉีจะสู้ไปเพื่ออะไรกันล่ะ? ชายหนุ่มคิดจนปวดหัวแต่คำตอบมันก็ยังว่างเปล่าอยู่ดี การต่อสู้ของเขามันช่างไร้จุดหมายปลายทางเสียเหลือเกิน
"เอ๊ะ! เดี๋ยว! ไร้จุดหมายปลายทางอย่างนั้นหรือ!!! แม้จะไม่รู้ว่าเป้าหมายคืออะไร แต่หากไร้จุดหมายนั่นก็หมายความว่าฉันสามารถพัฒนาตนเองต่อไปได้อย่างไม่มีที่สุดสิ้นไม่ใช่หรือ?"ไป๋ฉีดวงตาสั่นเครือเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ในเมื่อไม่มีเป้าหมายก็แค่ต่อสู้ไปตามสถานการณ์ก็พอแล้ว ต่อสู้และพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆจนกว่าจะพบความหมายของชีวิตที่แท้จริง
"วิถีดาบของฉันคือการพัฒนาไปเรื่อยๆเมื่อผสานเข้ากับธาตุทั้งเจ็ดที่ฉันถือครอง เช่นนั้นก็เอาเป็น วิถีดาบเจ็ดดาราไร้ขอบเขต ก็แล้วกัน!"เมื่อชื่อนี้หลุดออกจากปาก ไป๋ฉีหลับตาลงและถือดาบด้วยจิตใจอันมุ่งมั่น
ดาบในมือราวกับสัมผัสได้ถึงเจตจำนงค์ของผู้ใช้ มันจึงเปล่งแสงเจ็ดสีที่มีรูปแบบเดียวกับคอสมิคฟรอสของไป๋ฉีออกมา ชายหนุ่มไม่รอช้าวาดดาบอย่างเรียบง่าย แต่ทว่ากลับเกิดคลื่นดาบเจ็ดสีพุ่งออกไปและในชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ห้องซ้อมที่เต็มไปด้วยม่านพลังถึงสิบชั้นก็ถูกคลื่นดาบนั้นผ่าจนม่านพลังแตกสลาย
ไป๋ฉีที่เห็นอานุภาพของมันมือที่ถือดาบก็สั่นเทาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อครู่เขาไม่ได้ออกแรงด้วยซ้ำไป เหตุใดมันถึงได้รุนแรงถึงเพียงนี้กัน
"ยินดีด้วย นายท่านบรรลุขั้นแรกของแก่นแท้ดาบแล้ว ซึ่งขั้นนี้จะถูกเรียกว่าปราณดาบ"เสี่ยวไป๋กล่าว ท่าทางของเธอดูจะตื่นเต้นและดีใจเป็นอย่างมาก ส่วนไป๋ฉีในเวลานี้ก็กำดาบเอาไว้แน่น นี่แค่ขั้นแรกเท่านั้นยังทรงอานุภาพขนาดนี้แล้วถ้าเขาบรรลุแก่นแท้ดาบที่แท้จริงมันจะรุนแรงขนาดไหนกัน
"เสี่ยวไป๋ แก่นแท้ดาบจริงๆแล้วมีกี่ขั้น"ไป๋ฉีกล่าวถามด้วยความอยากรู้
"แก่นแท้วาวุธทุกชนิดจะมีทั้งหมดห้าขั้นเจ้าค่ะคือ ขั้นปราณ ขั้นจิต ขั้นสร้างวิถี ขั้นแก่นแท้ดาบ สุดท้ายคือเทพแห่งอาวุธ"
"หนึ่ง ขั้นปราณนั้นจะทำให้นายท่านใช้ออกด้วยทักษะที่คล่องแคล่ว รวดเร็ว แถมยังสามารถสร้างคลื่นการโจมตีได้"
"สอง ขั้นจิต คือขั้นที่จะทำให้นายท่านใช้ออกด้วยท่าทางต่างๆไปตามสัญชาตญาณหาใช่ความคิดไม่"
"สาม ขั้นสร้างวิถี ขั้นนี้คือการสร้างจุดมุ่งหมายของการฝึกฝน แต่สำหรับนายท่านนั้นขั้นนี้ออกจะยากไปเสียหน่อย เนื่องจากวิถีดาบที่นายท่านสร้างขึ้นมันไร้ขอบเขตและไร้จุดหมายปลายทาง ซึ่งก็นับเป็นอะไรที่แปลกและวิเศษเอามากๆ แม้แต่เสี่ยวไป๋ก็ไม่อาจแนะนำได้ ดังนั้นนายท่านต้องหาแนวทางเอง"
"สี่ ขั้นแก่นแท้ เป็นการเข้าถึงวิถีแห่งอาวุธตนโดยกระจ่างแจ้งไร้ซึ่งความกังขาหรือสงสัย ผลที่ได้คือไม่ว่าท่านจะหยินจับอะไรมันก็จะสามารถเป็นอาวุธที่ท่านถนัดได้ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อนายท่านเข้าสู้ระดับแก่นแท้แห่งดาบ แม้แต่กิ่งไม้ผุๆก็สามารถเป็นดาบให้กับท่านได้"
อธิบายมาถึงตรงนี้เสี่ยวไป๋ก็เงียบไป ไป๋ฉียิ่งทวีความสงสัยเขาจึงถามขึ้นอีกครั้ง "แล้วขั้นเทพแห่งอาวุธล่ะ?"
"ขั้นเทพแห่งอาวุธนั้นไกลตัวและสามัญสำนึกของนายท่านไปเสียหน่อย เพราะมันใช้เพียงความคิดเท่านั้นในการโจมตี"เสี่ยวไป๋กล่าวอย่างภาคภูมิใจในความรู้ที่ตนเองมีอย่างยิ่งแต่ทว่าไป๋ฉีตอนนี้กลับนิ่งอึ้งจนตาค้าง
ใช้เพียงแค่ความคิดก็สามารถโจมตีได้ นั่นมันเป็นทักษะพระเจ้าหรือไงกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงหากเขาบรรลุถึงขั้นนี้ได้ก็ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวด้วยซ้ำ เพียงแค่นึกคิดบางทีศัตรูอาจจะตัวขาดสบั้นอย่างง่ายดาย
"นายท่านอย่าพึ่งฝันหวานไปถึงขั้นนั้น ตอนนี้ไปให้ถึงขั้นจิตให้ได้ก่อนเถอะ เพราะขั้นจิตจะทำให้ปัญหาเรื่องความยืดหยุนและพลังของท่านหายไป"เสี่ยวไป๋กล่าวขัดไป๋ฉีที่กำลังฝันหวาน
ไป๋ฉีที่ได้ยินก็ตื่นจากภวังค์แห่งความเพ้อฝันในทันที จริงอย่างที่เสี่ยวไป๋ว่า ตอนนี้ตั้งเป้าเอาไว้แค่ขั้นจิตก่อนเพื่อไม่ให้กดดันตัวเองจนเกินไป
"แล้วเสี่ยวไป๋มีอะไรจะสอนฉันหรือเปล่า?"
"ไม่มีเจ้าค่ะ สิ่งที่นายท่านทำได้ก็แค่ฝึกฝนวิถีดาบของท่านให้ชำนาญ โอ้ อีกทั้งทางเลือกของนายท่านยังยากเอาการเลยทีเดียวเพราะดันไปบรรลุปราณดาบที่ต้องหลอมรวมธาตุทั้งเจ็ดซะได้ ดังนั้นนอกจากซ้อมวิถีดาบแล้วนายท่านจะต้องเรียนรู้กฏเกณฑ์แห่งธาตุทั้งเจ็ดหนักยิ่งขึ้น เพราะมันเกี่ยวโยงกัน อย่างไรก็ตามเสี่ยวไป๋ก็ขอให้นายท่านโชคดี ฮิฮิ"กล่าวจบ เสี่ยวไป๋ตัวน้อยก็หัวเราะร่าและหายไป ทิ้งให้ไป๋ฉีตัวแข็งทื่ออยู่เช่นนั้น
ต้องทั้งฝึกวิถีดาบและเรียนรู้กฏเกณฑ์แห่งธาตุให้หนักขึ้นอย่างนั้นหรือ แค่คิดไป๋ฉีก็รู้สึกเหนื่อยหล้าไปทั้งกายใจ
"มาถึงขนาดนี้แล้ว จะถอยกลับไม่ได้!"ไป๋ฉีให้กำลังใจตนเอง ก่อนที่จะฝึกต่อไปอีกพักใหญ่