ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งกินหม้อไฟกันอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงคนเดินมาที่หน้าบ้านหลังเล็ก จางิรีบวางตะเกียบลงทันทีพร้อมกับลุกขึ้นด้วยอาการระแวดระวัง
“เสี่ยวจาง เป็เธอนี่เองฉันก็นึกว่าใครมาที่บ้านของเหล่าจาง”ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาในลานบ้านพร้อมกับถือถุงติดมือมาด้วยสองถุง
“สวัสดีครับลุงหลี่ วันนี้ผมมาไหว้หลุมศพพ่อกับแม่ครับเลยคิดว่าจะพักที่บ้านในคืนนี้ ส่วนคนนี้ก็คือแฟนของผมหลินอ้ายถง”ชายหนุ่มผ่อนคลายลงไม่น้อยเพราะคนที่มาเป็สหายของผู้เป็พ่อนั่นเอง
“สวัสดีค่ะลุงหลี่ ฉันหลินอ้ายถงเป็แฟนของอาิค่ะ”
“ดีๆๆ เลือกได้ดีนี่เสี่ยวจาง แล้วนี่กินข้าวเย็นกันแล้วเหรอจะไปกินที่บ้านลุงไหม ป้าสะใภ้ของเธอกำลังทำอาหารอยู่ที่บ้านแน่ะ”ลุงหลี่เอ่ยถามอย่างเป็ห่วงเพราะจางิก็ไม่ต่างจากลูกชายของเขาคนหนึ่งครั้งสุดท้ายที่เห็นอีกฝ่ายก็เป็ตอนงานศพของสหายรักและภรรยาของเขาที่จากไปพร้อมกันเมื่อสองปีก่อน
“กำลังกินหม้อไฟกันครับลุงหลี่”จางิเอ่ยออกไปอย่างเกรงใจอีกฝ่าย
“อ้อ มีของกินแล้วนี่เองถ้าอย่างนั้นก็เอาน้ำกับขนมไปก็แล้วกันนะส่วนในกระบอกเก็บอุณหภูมินี้มีน้ำชาร้อนอยู่แม้จะเดือนเมษายนแล้วแต่ตอนดึกหมู่บ้านบนเขาของพวกเราก็ยังหนาวอยู่มากถ้าหนาวก็ดื่มน้ำชาร้อนนะ ลุงไปล่ะ มีอะไรก็ไปหาลุงได้นะ”
“ได้ครับลุงหลี่ เดินดีๆนะครับ”
“อืม”
จางิเดินไปส่งลุงหลี่ที่หน้าประตูบ้านพูดคุยกันต่ออีกสองสามนาทีจึงได้แยกย้ายกัน แล้วเขาจึงเดินกลับเข้ามานั่งที่โต๊ะและก็ยิ้มให้แฟนสาว
เขาสำรวจดูในถุงก็เห็นว่ามีทั้งน้ำและขนม“มีน้ำอีกสองขวดครับอ้ายถง พรุ่งนี้ถ้าคุณยังอยากอยู่ที่นี่ต่ออีกผมจะพาลงไปซื้อของที่ร้านค้าหน้าหมู่บ้านนะครับ”
“ได้ค่ะอาิรีบกินดีกว่านะคะเดี๋ยวมันจะเย็นเสียก่อน”
“อืม คุณก็กินเยอะๆนะครับ”เขารู้ว่าเธออาจจะไม่เคยทำงานพวกนี้มาก่อน ทว่าเธอก็เลือกที่จะลงมือทำเพื่อเอาใจเขาแค่นี้เธอก็ได้ใจเขาไปหมดแล้วต่อไปเขาจะพยายามให้ดีที่สุดเพื่อเธอจะได้ไม่อายคนอื่นที่มีแฟนจนๆอย่างเขา
หลินอ้ายถงพยักหน้าน้อยๆก่อนจะคีบเนื้อสัตว์ขึ้นมาทว่าก็ยังคีบค้างเอาไว้ “คุณลุงคนเมื่อกี้นี้เป็เพื่อนบ้านของคุณเหรอคะอาิ”
“ใช่แล้วครับและเขาก็ยังเป็เพื่อนรักของคุณพ่อของผมด้วยตอนเด็กผมก็เคยไปวิ่งเล่นที่บ้านของลุงหลี่บ่อยๆเพราะที่นั่นมีเด็กรุ่นเดียวกับผมหลายคนแต่ทุกวันนี้พวกเขาน่าจะทำงานอยู่ในเมืองใหญ่กันหมดแล้วล่ะ”ถ้าเด็กๆของหมู่บ้านที่ออกไปเรียนในเมือง พอเรียนจบและเลือกที่กลับมาอยู่ที่บ้านแล้วไม่ได้ทำอะไรพวกเขาเ่าั้จะต้องเผชิญกับคำถามมากมายจากเหล่าผู้าุโไม่เว้นแต่ละวัน จนทนไม่ไหวและต้องรีบออกไปหางานทำในเมืองทันที
“ที่นี่บรรยากาศดีมากเลยนะคะฉันยังอยากจะอยู่ที่นี่หลายๆวันเลยแทนที่คุณจะพาฉันเที่ยวในเมืองเปลี่ยนเป็เที่ยวที่หมู่บ้านของคุณดีไหมคะอาิ”พูดออกไปแล้วเธอก็รอคำตอบจากเขาด้วยใจจดจ่อ
“คุณแน่ใจนะครับว่าจะไม่เบื่อเสียก่อน”ถามออกไปแล้วมุมปากของเขาก็ยกขึ้นน้อยๆอย่างภาคภูมิใจในหมู่บ้านของตัวเอง
“ไม่เบื่อแน่นอนค่ะดูจากตอนที่พวกเราเดินขึ้นเขาไปไหว้หลุมศพพ่อแม่ของคุณในตอนเช้าสิแถวนี้มีูเาที่สวยๆหลายลูกเลยนะคะยังไง่นี้ก็เป็ฤดูใบไม้ผลิเราเดินเล่นไปรอบๆหมู่บ้านน่าจะดีนะคะ”
“ถ้าคุณชอบเอาตามนั้นก็ได้ครับพรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปเดินเล่นบนเขา น่าจะมีคนขึ้นเขาหาผักป่าอยู่บ้างอยากถ่ายรูปเก็บเอาไว้ดูก็น่าจะได้”
“มีผักป่าด้วยเหรอคะฉันอยากจะลองขึ้นเขาไปเก็บผักป่าจังค่ะอาิ”
ชายหนุ่มมองแฟนสาวยิ้มๆอย่างเอ็นดูไม่คิดเลยว่าคุณหนูบ้านรวยอย่างเธอจะอยากทำอะไรแบบนี้ “ได้สิครับพรุ่งนี้ผมจะพาคุณเดินขึ้นเขาไปหาผักป่า แต่จะไม่เข้าไปลึกนะครับแค่ให้คุณได้เดินเล่นสนุกๆเท่านั้น”
“ดีค่ะอาิ กินเถอะเริ่มเย็นหมดแล้ว”แล้วเธอก็ส่งเนื้อสัตว์เข้าปากและก็เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
“อืม”
พอกินหม้อไฟแล้วชายหนุ่มก็เดินไปดูน้ำที่ต้มในห้องครัวเห็นว่าเดือดแล้วเขาก็ตักใส่ถังสังกะสีแล้วเดินไปที่ห้องน้ำหลังบ้านที่ทำความสะอาดเอาไว้แล้วเดินอยู่สองสามรอบแล้วก็ไปตักน้ำจากบ่อน้ำมาอีกสองรอบเพื่อผสมน้ำในถังน้ำก็อุ่นพอดี
“ไฟในห้องน้ำเสียแล้ว นี่ไฟฉายครับอ้ายถง”
หลินอ้ายถงที่ในมือมีเสื้อผ้าผ้าเช็ดตัวและสบู่ยาสีฟันมองซ้ายมองขวา แล้วก็หันมามองหน้าแฟนหนุ่มด้วยสีหน้าอ้อนๆ“ไปยืนอยู่หน้าห้องน้ำเป็เพื่อนฉันได้ไหมคะ ฉันกลัว”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ ไปกันเถอะอาบน้ำดึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่”ว่าแล้วเขาก็เดินนำแฟนสาวไปที่ห้องน้ำหลังบ้าน มุมปากยกขึ้นน้อยๆอย่างมีความสุข
หญิงสาวเดินตามชายหนุ่มไปอย่างกระชั้นชิดรู้สึกว่าการตัดสินใจของเธอก่อนหน้านั้นไม่ค่อยส่งผลดีต่อตัวเองเลยสักนิดแต่จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะถ้ากลับไปปักกิ่งแล้วเธอไม่มีคำตอบให้คนสกุลหลิน เธอก็อยู่ต่อลำบากเหมือนกัน
“ถึงแล้วครับเอาไฟฉายเข้าไปในห้องน้ำด้วย ส่วนผมจะยืนรอคุณอยู่ตรงนี้เอง”เขาส่งกระบอกไฟฉายให้แฟนสาวแล้วก็หันหลังให้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
หลินอ้ายถงก็ไม่รอช้าเธอรีบเดินเข้าห้องน้ำแล้วก็ปิดประตู จากนั้นก็จัดการกับตัวเองอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปเพียงสิบนาทีเธอก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เป็เหมือนชุดลำลองอยู่กับบ้านเธอไม่กล้าหยิบเอาชุดนอนออกมาเพราะมันล่อแหลมเกินไปถ้าได้นอนอยู่ในโรงแรมก็ว่าไปอย่าง รับรองจางิไม่กล้าปฏิเสธเธอแน่
“ฉันอาบน้ำเสร็จแล้วค่ะอาิคุณจะอาบต่อไหมคะฉันเหลือน้ำเอาไว้ให้คุณด้วยนะ”
“ส่งคุณกลับห้องแล้วผมถึงจะมาอาบครับอ้ายถง”พูดพลางเขาก็รับไฟฉายมาจากเธอแล้วก็ส่องไฟให้เธอเดินนำไปก่อน
หญิงสาวรีบเดินกลับไปที่ห้องอย่างรวดเร็วเพราะกลัวบรรยากาศและความเงียบในยามค่ำคืนของหมู่บ้านชนบทบนเขาแห่งนี้
จางิเห็นท่าทางของแฟนสาวแล้วก็ได้แต่โคลงศีรษะอย่างเอ็นดูส่งเธอถึงห้องแล้วก็เดินกลับมาที่ห้องของตัวเอง
ได้ผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้าแล้วก็เดินไปที่ห้องน้ำอีกครั้งเขาเองก็ไม่ได้ใช้เวลานานรีบอาบน้ำอย่างรวดเร็วแล้วก็เช็ดตัวสวมเสื้อผ้าชุดใหม่เดินออกมาแล้วก็เดินกลับห้องนอน
ซึ่งมันเป็ห้องนอนของพ่อกับแม่เมื่อตอนที่พวกท่านยังมีชีวิตอยู่
เขาเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งของผู้เป็แม่แล้วก็คลี่ผ้าเช็ดตัวตากเอาไว้ที่เก้าอี้ก่อนจะนั่งลงไปพร้อมกับหวนนึกถึงเื่ราวเมื่อครั้งที่เขาเป็เด็ก
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็เปิดลิ้นชักโต๊ะออกก็เจอกับหวีของผู้เป็แม่ มุมปากของเขายกขึ้นน้อยๆแต่แววตานั้นสุดแสนจะอาลัย
“ตอนนี้ผมเรียนจบแล้วแม้จะยังไม่มีงานทำแต่ผมก็อยากให้พ่อกับแม่อยู่กับผมนะครับ” พูดพลางก็ลูบหวีไปพลาง
แต่ขณะที่เขาหลุบเปลือกตาลงดูหวีในมืออยู่นั้นหางตาก็เหมือนจะเห็นแสงอะไรบางอย่างซึ่งมันเป็เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นที่เขารู้สึกได้ “มีอะไรอยู่ในนั้นหรือเปล่านะ”
ชายหนุ่มก้มลงดูที่ลิ้นชักด้านล่างสุดของโต๊ะเขาเปิดมันออกมาก็พบเพียงความว่างเปล่า แต่ตอนเป็เด็กเขาจำที่คุณพ่อเล่าให้ฟังได้ว่าโต๊ะเครื่องแป้งนี้เป็คุณพ่อที่ทำขึ้นมาเองและมันมีลิ้นชักลับอยู่ด้วย
ไวเท่าความคิดนิ้วของเขาก็เริ่มแตะสำรวจไปตามแผ่นไม้ของลิ้นชักและไม่นานเขาก็เจออะไรบางอย่างเข้าจริงๆมันเป็สลักไม้เล็กๆถ้าไม่ดูให้ดีจะมองไม่เห็นมันเลย
“จะมีลิ้นชักลับอย่างที่คุณพ่อเคยพูดเอาไว้หรือเปล่านะ”พูดกับตัวเองด้วยเสียงอันแ่เบาแล้วชายหนุ่มก็ใช้ปลายนิ้วดันสลักไม้ทันที
กึก!!
มีเสียงเลื่อนผะแ่ดังออกมาทำให้ชายหนุ่มก้มลงดูที่ลิ้นชักชั้นล่างสุดอีกครั้งก็ได้เห็นว่าตอนนี้มันมีรอยแยกที่ชัดเจนให้เห็น เขาดึงลิ้นชักออกมาอีกครั้ง จึงได้เห็นว่ามันยังมีลิ้นชักลับอีกชั้นทับซ้อนกันอยู่จริงๆ
“หืม มีถุงผ้าด้วยอย่างนั้นเหรอเป็อะไรกันนะ” ว่าแล้วเขาก็หยิบเอาถุงผ้าออกมาเปิดดูแล้วก็ปิดลิ้นชักเอาไว้ตามเดิม
เขาเดินไปนั่งอยู่บนเตียงนอนแล้วก็เปิดถุงผ้าออก “ม้วนภาพอย่างนั้นเหรอ”พอคลี่ออกก็ได้เห็นว่ามันเป็ภาพทิวทัศน์ที่วาดด้วยพู่กันจีน และดูจากสีแล้วก็น่าจะเป็ภาพวาดจากยุคโบราณ“หืม มีแหวนหยกสองวงอยู่ก้นถุงด้วยอย่างนั้นเหรอเหมือนจะเคยเห็นพ่อกับแม่สวมพวกมันมาก่อนนะ”
ชายหนุ่มพิจารณาแหวนหยกแล้วก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างแหวนสองวงนี้ั้แ่เขาเริ่มโตก็ไม่เห็นพ่อกับแม่ใส่พวกมันในโอกาสพิเศษเลยที่แท้แล้วก็มาอยู่ในถุงผ้าใบนี้นี่เอง
“ตอนเป็เด็กเหมือนจะเคยได้ยินว่ามันเป็ของสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นใช่ไหมนะแล้วทำไมพ่อกับแม่ถึงไม่ใส่มันมาหลายปีแล้วล่ะ มันเกิดอะไรขึ้นกัน”
มือของชายหนุ่มลูบแหวนหยกวงใหญ่ที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายสายหนึ่งอย่างใจลอยแต่ไม่นานเขาก็รู้สึกได้ถึงการมาของใครบางคน
พอมองไปที่ประตูก็เห็นว่าเป็หลินอ้ายถงที่ยืนอยู่หน้าประตู“ยังไม่นอนอีกเหรอครับอ้ายถง คุณมีอะไรหรือเปล่าครับหรือว่ากลัวที่ต้องนอนบ้านหลังนี้”
“ฉันรู้สึกกลัวนิดหน่อยค่ะอาิก็เลยเดินออกมาดูที่ห้องของคุณ พอดีเห็นว่าประตูเปิดเอาไว้ฉันก็เลยเดินมาค่ะ”สายตาของหลินอ้ายถงมองจ้องไปที่แหวนหยกไม่วางตา เท้าก็ก้าวเข้ามาในห้องนอนของแฟนหนุ่ม“คุณกำลังดูอะไรอยู่เหรอคะอาิ”
“น่าจะเป็ของที่พ่อกับแม่ของผมเก็บเอาไว้นานแล้วครับผมเองก็เพิ่งนึกได้วันนี้ก็เลยนำมันออกมา นี่เป็แหวนแต่งงานของพวกท่านส่วนนี่น่าจะเป็ภาพวาดที่คุณปู่กับคุณย่ามอบให้ตอนที่พ่อกับแม่แต่งงาน”
“แหวนแต่งงานอย่างนั้นเหรอคะ อืมฉันจำได้ที่คุณเล่าให้ฟังว่าแม่ของคุณเป็ภรรยาคนที่สองของพ่อคุณใช่ไหมคะ”
ั์ตาของจางิวูบไหวเล็กน้อยก่อนจะปรับให้เป็ปกติ “ใช่ครับดีที่บ้านหลังนี้ไม่ใช่บ้านที่พ่อของผมเคยอยู่กับผู้หญิงคนนั้น”ผู้หญิงคนนั้นแม้จากไปแล้วก็ยังคงตามรังควานพ่อของเขาและชีวิตแต่งงานของพ่อกับแม่ไม่เลิกแม้แต่ตอนที่พ่อกับแม่ตายไปแล้วหล่อนก็ยังกลับมาสร้างปัญหาดีที่ว่าพ่อของเขาไม่ใช่คนร่ำรวยอะไรไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ได้เรียนจนจบอีกอย่างก็ยังมีพี่สาวที่เกิดจากชู้ของผู้หญิงคนนั้นเธอเป็คนดีมากๆจนเขาเกลียดเธอไม่ลงเลย
“อืมแสดงว่าบ้านของคุณปู่คุณย่าก็อยู่รวมกับบ้านของชาวบ้านคนอื่นๆทางฝั่งตะวันออกอย่างนั้นเหรอคะ”พูดพลางก็บุ้ยใบ้ไปทางหมู่บ้านที่มีบ้านของชาวบ้านกระจุกตัวรวมกัน
“เป็แบบนั้นครับ หมู่บ้านชิงสุ่ยแห่งนี้มีคนไม่มากแต่พื้นที่ค่อนข้างกว้างใหญ่บ้านของพวกเราก็มีที่ดินเหมือนกันนะครับ แต่ไม่มากหรอกและก็ไม่ค่อยมีราคาด้วย”
หลินอ้ายถงยื่นมือออกมาพร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างเก้อกระดาก แต่ก็จำเป็ต้องพูด“ฉันชอบแหวนหยกวงเล็กนี้จังเลยค่ะอาิ ฉันขอได้ไหมคะ”ถามออกไปแล้วปลายนิ้วของเธอก็แตะััเข้ากับแหวนหยกวงเล็กพอดี
วิ้ง!!!