บทที่ 39
อยู่ที่เธอว่าอยากจะเชื่อแบบไหน
"พลังสุดท้ายของฉัน เธอใช้ไปแบบนั้นมันจะดีเหรอ..." แอมบี้กล่าวด้วยน้ำเสียงปลงต่อทุกสิ่ง
ภายในบอลทรงงกลมโปร่งใสที่ห้อมล้อมด้วยความมืด สตรีผมแดงมีรอยยิ้มบางๆนั่งมองภาพอดีตของตัวเองที่เป็นปัจจุบันของเด็กน้อยผมแดงกำลังนอนหลับสนิทในอ้อมกอดของไอร่าท่ามกลางหมู่ดาวมากมาย
"ฉันกลับคิดไปเองว่าเธอจะทำอะไรที่มันดูรุนแรงกว่านี้ แต่เอาเถอะ...มันดูดีกว่าเดิมมากทีเดียว ถึงแม้เราคงไม่มีโอกาสได้รู้ผลลัพธ์ของมันก็ตาม" เด็กน้อยผมลอนทรุดตัวนั่งอยู่ข้างๆ ถอนหายใจด้วยความอ่อนเพลียดั่งหน้าที่ของเธอกำลังจบลง
“สรุปแล้วพวกเราเดินผิดทางมาตลอดสินะ โอกาสที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ มันไม่ใช่สำหรับเธอหรือสำหรับฉัน แต่สุดท้ายมันกลับเป็นของ ‘เอริค’” แอมบี้จ้องมองแท่งผลึกสีดำที่ขดกันเป็นเกลียวแหลมคมในกำมือของสตรีผมแดง
“แล้ว ‘เอริค’ ที่อยู่ในผลึกแท่งนี้ล่ะ...แล้ว ‘เอริค’ ที่เธอสับเปลี่ยนกับเด็กน้อยผมแดงนั่นไป แล้วยัง ‘เอริค’ ในโลกจริงของเธออีก ฉันสับสนจนไม่อยากจะคิดอะไรต่อแล้ว...”
"แล้วมีปัญหาหรือไง...อย่างน้อยตอนนี้ ‘เอริค’ ของฉันก็สอนเด็กน้อยนั่นควบคุมพลังได้แล้ว" จุติมาเอียงคอไปทางแอมบี้พร้อมรอยยิ้มแล้วยืนขึ้นยัดแท่งผลึกที่เคยเป็นของเด็กน้อยผมแดงเข้ารูโหว่ที่กลางแผ่นหลัง
“มันก็แล้วแต่เธอนั่นแหละ แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าในท้ายที่สุดพวกเราจะไม่ต้องกลับมาอยู่ที่จุดนี้อีก…” แอมบี้ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า
"เราคงไม่มีทางรู้ได้หรอก…ฉันรู้จักตัวฉันดีมากกว่าเธอละกัน..." เสียงราบเรียบเย็นชาแทบไม่มองหน้าคู่สนทนา
"หวังว่าเธอคงเตรียมใจเอาไว้แล้วถ้า ’เอริค’ ของเธอเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา โลกของเด็กน้อยนั่นจะสูญสลายภายในพริบตาก็ดูไม่แปลกอะไร" แอมบี้ถอนหายใจอีกครั้ง
"แต่เอาเถอะ...เธอเลือกไปแล้วนี่ มันก็สมเป็นเธอดีทำอะไรไม่เคยคิดอยู่แล้ว..." แขนเล็กๆยกขึ้นมากอดเข่าเอาไว้ ใบหน้าซุกลงตรงกลาง
“ฉันเชื่อว่าครั้งนี้มันต้องแตกต่างกว่าครั้งไหนๆ...” จุติมาจ้องไปยังผนังที่มีรอยร้าวก่อตัวขึ้น
ทั้งสองจ้องมองผนังโปร่งใสที่กำลังแตกออก ละอองสีทองเม็ดเล็กๆจำนวนมากส่องแสงสว่างวูบวาบผุดขึ้นจากพื้นดินเกาะกลุ่มหมุนวนรอบตัวคนทั้งสอง
"ครั้งนี้เราพ่ายแพ้หมดท่าเลย..." แอมบี้แหงนมองตามแสงเหล่านั้นที่ลอยขึ้นไป
"นั่นสินะ..."
"มานี่สิ! ฉันมีอะไรให้เธอดู" เด็กน้อยผมลอนดูจะยอมรับต่อทุกสิ่ง เธอดึงแขนสตรีผมแดงให้ลุกขึ้น เพียงเธอโบกมือหนึ่งทีภาพเบื้องหน้าก็ปรากฏ
'โลกของเรายังไงล่ะ'
จุติมาจ้องมองมันเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมยื่นมือซ้ายออกไปทาบโดยไม่รู้ตัว
"ฉันเคยคิดว่ามันจะมีขนาดใหญ่กว่านี้..." รอยยิ้มนั้นหวนนึกถึงผู้คนกับความทรงจำทั้งหมดที่ผ่านมาบนก้อนดินทรงกลมขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ
"มันก็ใหญ่จริงๆนั่นแหละ" แอมบี้หาที่นั่งที่ดูเหมาะสม พบก้อนหินเตี้ยๆก้อนหนึ่งจึงทิ้งตัวลงนั่งเท้าคางมองอย่างเพลิดเพลินแกว่งเท้าไปมา
แสงวูบวาบฉายผ่านทุกอณูของเปลือกโลกเหมือนลูกบอลกลมๆกำลังส่องแสงสว่างมันดูงดงามทีเดียว ในขณะที่จักรวาลสีดำกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆแผ่ขยายเป็นวงกว้างออกไปไร้จุดสิ้นสุด
"ถึงเวลาของเราแล้วล่ะ..." ร่างสองร่างอยู่ในความเงียบเฝ้ามองจุดจบของทุกสรรพสิ่ง มันเป็นภาพที่หาดูไม่ได้ทั่วไปแต่ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดกลับซ่อนแก่นแท้ของความสวยงามที่ไม่มีใครเคยเห็นเอาไว้
"แล้วจากนี้จะยังไงต่อ..." จุติมาเอียงคอไปยังเด็กน้อยผมลอน
"ไม่ว่าชีวิตจะสั้นหรือยาว...ชั่วครู่หรือนิรันดร์...เมื่อมันต้องจบก็คือจบไม่ต่างกัน" ร่างแอมบี้เริ่มไม่สามารถรักษารูปลักษณ์ของเด็กน้อยผมลอนไว้ได้เม็ดแสงสีทองเริ่มลอยออกจากร่างไม่ต่างกับบนฝ่ามือทั้งสองข้างของจุติมาก็เช่นกัน ดั่งกับว่าทุกสิ่งไหลไปบนสายธารลอยล่องสู่ความว่างเปล่าที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว
"มานี่สิ..." มือที่กำลังจางหายของจุติมาดึงแอมบี้เข้ามาใกล้แล้วกดใบหน้าของเธอซบลงบนหน้าอก เด็กน้อยผมลอนรู้สึกตกใจแทบไม่เชื่อกับการกระทำอันน่าประหลาดนี้
"คนแบบเธอทำแบบนี้ก็เป็นด้วย..." แอมบี้หลบตาลงต่ำแต่ก็ยินยอมโดยดี
"ความรู้สึกสุดท้ายของ 'เอริค' ฝากถึงเธอน่ะ..." ผลึกกลางหลังค่อยๆปริออกไหลไปรวมกับเม็ดแสงเม็ดอื่นอีกจำนวนมาก จุติมามองตามพร้อมส่งรอยยิ้มให้เป็นเชิงบอกลา
"เธอก็รู้ว่าโกหกฉันไม่ได้หรอก... ’เอริค’ ของเธอมันไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว..."
"ไม่ต้องพูดมากแค่อยู่นิ่งๆ" จุติมากระชับวงแขนที่เหลือเพียงข้างเดียวให้แน่นยิ่งขึ้น ร่างเล็กๆผมลอนมีน้ำตาซึมออกมาจากหางตา
"มันอยู่ที่ว่าเธออยากเชื่อแบบไหน...ก็เท่านั้นเอง..."
พื้นดินภายในผนังทรงกลมกระจายตัวกลายเป็นฝุ่นละอองปลิวว่อนหายไป เหลือเพียงพื้นที่เล็กๆที่ร่างสองร่าง ยังคงกอดกันแน่น เด็กน้อยร้องไห้ฟูมฟายไม่ใช่เพราะรู้สึกเสียใจหรือหวาดกลัว แต่เพราะความรักที่ไม่เคยได้รับกำลังถูกเติมเต็มในวาระสุดท้าย เส้นแสงหลากสีพุ่งเป็นเส้นตรงพาดผ่านทั้งสองร่างขยายตัวออกไปไม่รู้จบ มันเกิดขึ้นเพียงวูบเดียว แล้วหายลับดับไป หลอมรวมไปพร้อมกับความว่างเปล่าที่ไม่เคยมีตัวตน ไม่หลงเหลือสิ่งใดให้จดจำอีกมีเพียงละอองเม็ดสุดท้ายที่กำลังสูญสลายเป็นดั่งตัวแทนของสรรพชีวิตทั้งหมดที่มืดดับลง...
"ตัวฉัน...ก็คือตัวฉัน...จากนี้
และ
ตลอดไป"
"..........................."