ความโกลาหลเกิดขึ้นทันทีที่ผู้คุมกฎประกาศผลการแข่งขันสนามแดนหิมะผู้เข้าแข่งขันทุกคนไม่เว้นแม้กระทั่งแกรนด์กับมาแชลก็ถูกส่งออกไปนอกสนามด้วยอย่างนั้นหรือ?แต่เมื่อนึกย้อนถึงสิ่งที่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องเผชิญ ผู้ชมบางส่วนก็พลันเข้าใจได้ในทันทีขนาดพวกเขาซึ่งรับชมอยู่ด้านนอกโดยมีบาเรียสนามกั้นไว้ ยังรับรู้ได้ถึงความรุนแรงที่เกิดจากการปะทะกระทั่งบาเรียอันแข็งแกร่งของโคลอสเซียมยังแตกไปต่อหน้าต่อตาแล้วคนที่โดนแรงระเบิดนั้นเข้าอย่างจังล่ะ? ไม่คิดว่าคาดหวังมากไปหน่อยหรือที่จะให้ผู้เข้าแข่งขันฝั่งที่ตนเชียร์รับการโจมตีขนาดนั้นแล้วต้องลุกขึ้นมายืนได้อีกอาการหนักสุดคงไม่พ้นแกรนด์กับมาแชลที่อยู่ใกล้รัศมีการระเบิดที่สุด แต่ถึงจะไม่ถูกแรงระเบิดอย่างไรเสียพวกเขาที่เผาผลาญพลังของตนไปขนาดนั้นก็ไม่มีทางจะลุกขึ้นมาได้อยู่แล้วคราวนี้ผู้คุมกฎจะเอายังไงต่อล่ะ? ตัดสินให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจากสนามแดนหิมะตกรอบอย่างนั้นหรือ?ยิ่งคิดเหล่าผู้ชมยิ่งรู้สึกเสียดายจนต้องถอนหายใจออกมาดังๆที่ผู้มีพรสวรรค์ขนาดนั้นต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย
“การแข่งครั้งนี้เห็นควรให้ผู้มีสิทธิ์ขาดนั่นคือท่านเทพสงครามเป็นผู้ตัดสินคำวินิจฉัยของท่านถือเป็นที่สิ้นสุด”
องค์จักรพรรดิลุกขึ้นพร้อมกับหันไปทางเทพสงครามแอริสผู้ซึ่งถือว่าเป็นเจ้าของงานที่แท้จริง
“ข้ามีตัวเลือกไว้อยู่แล้ว”
เทพสงครามเอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปที่จอภาพทันใดนั้นชื่อของผู้เข้าแข่งขันห้าคนก็พลันปรากฏขึ้น
แกรนด์จากกลอเซน
มาแชลจากไบรเซนเทรีย
โดมอร์จากไบรเซนเทรีย
เบคูลาสจากพิแซนเดรีย
ดาริก้าจากกรีนฟอร์ต
ชื่อที่ปรากฏขึ้นมาทำเอาผู้ชมทั้งหลายโห่ร้องด้วยความดีใจแม้จะหมดสภาพจนถูกส่งออกนอกสนาม แต่ด้วยคำวินิจฉัยของเทพสงครามทำให้พวกเขายังผ่านเข้ารอบสุดท้ายอยู่ดีแน่นอนว่าต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว เพราะนี่คือคำชี้ขาดหนึ่งเดียวที่อยู่เหนือทุกกฎเกณฑ์แต่ถึงกระนั้นก็มีประเด็นที่หลายคนข้องใจ แกรนด์กับมาแชลผ่านเข้ารอบสุดท้ายทุกคนล้วนไร้ข้อกังขาแต่สามคนที่ติดสอยห้อยตามผ่านมาด้วยนี่คือยังไง? แถมมาให้ครบอย่างนั้นหรือ? ไม่! ไม่มีทางเป็นแบบนั้นไปได้ ทุกสิ่งที่เทพสงครามเลือกมาย่อมมีเหตุผลแต่ในรายชื่อที่แสดงสถิติแต้มก่อนหน้านี้ก็ไม่มีปรากฏชื่อของสามคนนี้เลย แม้จะมีคำถามมากมายพรั่งพรูออกมาหากแต่ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะกล้าปริปากกล้าสงสัยในคำตัดสิน และถ้าคิดจนหัวแทบระเบิดแต่ก็คิดไม่ออกก็จงเจ็บใจที่ตนนั้นไร้ความสามารถจนไม่อาจหาคำตอบได้เสียเถอะ
“เด็กสามคนนั้นรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยอดเยี่ยมจริงๆ”
หัวหน้าองครักษ์เอ่ยขึ้นนอกจากแกรนด์กับมาแชล สามคนที่เทพสงครามเลือกแม้จะไม่ได้แสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้ชมหากแต่เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายอย่างสะเก็ดระเบิดสายฟ้า พวกเขายังสามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์นั้นมาได้จนในที่สุดก็ต้องถูกระเบิดสายฟ้าเป่าออกไปพร้อมๆแกรนด์กับมาแชล ถือเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มีความสามารถและควรค่าแก่การได้รับคำชมอย่างยิ่ง
“นั่นสินะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย หรือสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงก็เป็นหนึ่งในความสามารถเฉพาะตัวบุคคลเหมือนกันน่าเสียดายที่ไม่มีเด็กของเราผ่านเข้ารอบสุดท้ายในสนามนี้เลย”
องค์จักรพรรดิเสริมขึ้นมาแม้จะไม่มีคนจากตระกูลอาชาสวรรค์ผ่านเลยในสนามนี้ แต่น้ำเสียงของพระองค์ยังคงฟังดูราบเรียบมิได้แสดงถึงความเสียดายเลยแม้แต่น้อย หากแต่คนที่มีสีหน้าสลดอย่างเห็นได้ชัดคือหัวหน้าตระกูลสาขาที่4 เหตุเพราะลูกชายของเขา ที่เป็นทั้งผู้มีพรสวรรค์ และยังเป็นความหวังสูงสุดของสายตระกูลได้ถูกแกรนด์จัดการไปอย่างง่ายดายตั้งแต่เปิดสนาม
ครืนนนนนนนนนนนน!!!
สนามโคลอสเซียมเริ่มปรับเปลี่ยนอีกครั้งเป็นสัญญาณให้รู้ว่าผู้เข้าแข่งขันชุดต่อไปใกล้จะลงสนามแล้ว ตอนนี้ผู้ชมจากทั้งในสนามและทางบ้านเร่งปรับอารมณ์ที่ยังค้างจากสนามก่อนเป็นการใหญ่บางคนถึงกับขอผ้าชุบน้ำกับยาดมกันเลยทีเดียว พวกเขาเพิ่งจะผ่านการลุ้นผลแบบใจหายใจคว่ำในการแข่งขันสนามแดนหิมะมาหมาดๆตอนนี้สนามป่าดงดิบดันจ่อคิวเข้ามารอแล้ว ซึ่งผู้ควบคุมดูแลสนามป่าดงดิบในรอบนี้คือปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ไอรีนโดยสนามแห่งนี้ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่หนาทึบใจสนามมีแม่น้ำเชี่ยวสายหนึ่งไหลพาดผ่าน สภาพอากาศมืดครึ้มมีฝนตกลงมาตลอดเวลา ท่ามกลางความเขียวขจีมีอันตรายซ่อนอยู่ทุกหนแห่งสัตว์อสูรส่วนมากที่อยู่ในสนามป่าดงดิบสามารถซ่อนอำพรางกายได้อย่างแนบเนียน และคอยซุ่มจู่โจมเหยื่อเมื่อสบโอกาสเกินกว่าครึ่งมีพิษร้ายที่สามารถส่งผู้เข้าแข่งขันออกจากสนามได้เพียงไม่ถึงครึ่งนาทีแม้คนผู้นั้นจะมีระดับพลังอยู่ที่คลาส 7ก็ตาม แม้แต่เหล่าผู้ฝึกพลังชั้นแนวหน้าของเมืองต่างๆยังรู้สึกขนลุก เมื่อรู้ว่าในสนามแห่งนี้ซ่อนอะไรเอาไว้บ้าง
ฟุบ!
ในขณะที่ทุกคนใจจดจ่ออยู่กับการแข่งขันที่กำลังจะเริ่มขึ้นจู่ๆร่างของหญิงสาวในชุดผ้าคลุมสีแดงเพลิงคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นการมาของเธอหาใช่การมาแบบธรรมดาสามัญ หากแต่ปรากฏตัวขึ้นภายในโซนพิเศษใกล้กับจุดที่เหล่าทูตเผ่าต่างๆนั่งอยู่ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่มีการคุ้มกันแน่นหนาที่สุดของงานเธอดูมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผู้เข้าแข่งขันแต่ออร่าพลังที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นแข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าเหล่าเชื้อพระวงศ์ ที่เป็นถึงหัวหน้าตระกูลสาขาสายเลือดเทพอาชาสวรรค์หรือกระทั่งเหล่าสมาชิกสภาแห่งเมืองหลวงเลยทีเดียว
“ท่านอาจารย์ใหญ่”
หญิงสาวหันไปทางเทพสงครามก่อนจะกล่าวพร้อมกับโน้มตัวทำความเคารพอย่างนอบน้อมเทพสงครามมองไปพลางพยักหน้าและยิ้มทักทายอย่างอ่อนโยน
‘ท่านพ่อข้าเจอร่องรอยของเวทย์โบราณจากแหล่งพลังงานที่เพิ่งจะถูกดูดไปเมื่อไม่นาน น่าจะเป็นเบาะแสเชื่อมโยงกันกับต้นตอพิธีกรรมประหลาดนั่นด้วยพวกที่ใช้มันก็คงจะอยู่ไม่ไกลจากจุดนั้น อยากให้ท่านช่วยไปตรวจสอบกับข้าหน่อย’
หญิงสาวส่งเสียงผ่านโสตประสาทไปยังลีโอนาโดและทันทีที่ได้ฟัง ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ก็ลุกขึ้นพร้อมกับพยักหน้าตอบรับผู้เป็นลูกสาว
“นึกว่าจะไม่มาเสียแล้วเชิญท่านลีโอเลน่า”
“ขออภัยข้าแค่มาตามท่านพ่อเท่านั้น”
หัวหน้าองครักษ์ลุกขึ้นเชื้อเชิญไปยังที่นั่งรับรองเฉพาะแต่หญิงสาวก็ตอบกลับแบบทันควัน
“เซ็คเม็ทอยู่ที่นี่เป็นตัวแทนข้า”
“ไม่มีปัญหา”
แมวเซ็คเม็ทพูดพลางเลียขาหน้าตัวเองจากนั้นก็ล้มตัวลงนอน
‘นำทางไป’
ฟุบ!
ฟุบ!
หลังจากลีโอนาโดส่งเสียงผ่านโสตประสาทไปที่หญิงสาวไม่ถึงหนึ่งวินาทีร่างของทั้งคู่ก็หายไปจากโคลอสเซียมอย่างไร้ร่องรอย แต่ผู้ที่นั่งอยู่โซนพิเศษกลับไม่มีใครแสดงท่าทีแปลกใจแต่อย่างใดออกจะรู้สึกว่านี่เป็นเหตุการณ์ปกติเสียด้วยซ้ำ
“เฮ้..อยู่ตัวเดียวแล้วดูสงบเสงี่ยมขึ้นนี่หว่า”
“ยุ่งน่าข้ากำลังง่วง”
งูแดงมัจจุลินเลื้อยมาแหย่แมวเซ็คเม็ทที่กำลังนอนขดตัวอยู่อย่างสบายอารมณ์
“เล่นเป็นเด็กไปได้น่าดูนั่น การแข่งขันเริ่มแล้ว”
มังกรน้อยเซโน่พูดขัดขึ้นตอนนี้ผู้เข้าแข่งขันสนามป่าดงดิบทั้งหมดถูกส่งลงสู่สนามไปตามจุดต่างๆแล้ว แต่ไฮไลท์ของสนามนี้เห็นจะเป็นผู้เข้าแข่งขันที่ถูกแบนนั่นเพราะสนามป่าดงดิบเป็นรอบการแข่งขันเดียวที่มีผู้เข้าแข่งขันถูกแบนพร้อมกันถึงสองคนนั่นคือแจ๊คกับลูเซียส โดยตอนนี้จอภาพใหญ่ฉายให้เห็นแจ๊คที่กำลังลอยตัวอยู่บนอากาศเหนือผิวน้ำในท่ากอดอกหลับตาฝนที่ซัดสาดลงมาจนร่างกายเปียกโชกในตอนนี้ดั่งเป็นการอวยพรให้เขายิ่งอยู่ในสถานที่มีน้ำ ความสามารถของแจ๊คก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นไปอีก และตอนนี้เขากำลังจับตรวจพลังเพื่อหาใครบางคนอยู่
‘เจ้าบ้านี่..ซ่อนตัวเก่งจังวะ!’
แจ๊คลืมตาขึ้นพร้อมกับสบถในใจเมื่อครู่เขาตรวจจับเพื่อแกะรอยหาลูเซียสจากสายฝน ตอนที่ถูกส่งลงสนามแจ๊คสัมผัสพลังของลูเซียสได้แว็บหนึ่งนั่นทำให้เขามั่นใจว่าเจ้านั่นกับเขาถูกส่งลงมาใกล้ๆกัน แต่เมื่อตรวจจับแล้วผลที่ได้กลับเจอแต่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นที่อยู่ในละแวกนี้ ทั้งร่องรอยและกลิ่นอายของลูเซียสหายไปอย่างสมบูรณ์เหตุนี้ทำให้แจ๊ครู้สึกมีน้ำโหขึ้นมานิดๆ
ตู้มมมมมมมม!!!
ขณะที่แจ๊คกำลังหัวเสียอยู่นั้นจู่ๆก็มีปลายักษ์ตัวหนึ่งกระโดดขึ้นมาจากในแม่น้ำและพุ่งขึ้นมาหมายจะงับร่างของเขา
ปิ้ว!
แจ๊คชี้นิ้วไปยังปลายักษ์ด้วยสายตาเย็นชาเสี้ยววินาทีนั้นเองกระสุนน้ำของเขาได้เจาะทะลวงกะโหลกของมันไปทะลุออกยังปลายหางร่างของเจ้าปลายักษ์ร่วงหล่นลงน้ำ แจ๊คมองมันพลางพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างดูแคลนแม้จะเป็นสัตว์อสูรชั้นกลางที่นับว่าร้ายกาจในสายตาของคนทั่วไป แต่ถ้าจะเทียบกับทะเลที่เขาอาศัยอยู่เจ้าปลาตัวนี้เป็นได้แค่กับแกล้มเท่านั้น
“หืม?”
แจ๊คเบิกตาโพลงเมื่อรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่กำลังพุ่งเข้ามาแต่เหมือนเขาจะรู้สึกช้าไปแล้ว ตอนนี้แจ๊คถูกงูน้ำสองตัวที่ไม่รู้มาตอนไหนมัดตรึงขาเอาไว้
“นาคาวารี”
“กระทิงวายุ”
“วิหคสายฟ้า”
แจ๊คที่ถูกพันธนาการเอาไว้มองไปตามเสียงนั้นด้านหน้าของเขามีลมที่ก่อรูปเป็นวัวกระทิงพุ่งเข้ามาอย่างดุดันเมื่อมองขึ้นไปด้านบนก็เจอสายฟ้าที่ก่อรูปเป็นนกพุ่งลงมา แจ๊คกัดฟันพร้อมกับระเบิดพลังในชั่วพริบตางูน้ำที่มัดขาไว้ก็แตกกระจายไป ดาบใหญ่คู่กายของแจ๊คพลันถูกดึงออกมาจากแหวนมิติอย่างรวดเร็ว
“เจ้าสมุทรผ่าเกลียวคลื่น!”
ตู้มมมมมมมมมมมมมม!!!
คลื่นยักษ์ซัดสาดโถมเข้าปะทะกับสัตว์ธาตุจำแลงจนเกิดระเบิดสะเทือนไปทั้งคุ้งน้ำ
“เหอะๆทักทายได้ไม่เลวนี่หว่า นึกว่าแปลงร่างเป็นเต่าไปหลบอยู่ไหนซะอีก”
แจ๊คเอ่ยขึ้นพร้อมกับทำหน้ายียวนกวนประสาทเพื่อยั่วโมโหฝ่ายตรงข้ามหากแต่ลูเซียสที่เคยประมือด้วยนั้นเข้าใจดีว่าแจ๊คมีเจตนาเช่นไร ในความคิดของเขาคำพูดของเจ้าโจรสลัดนี่เป็นแค่ขยะไร้ราคา
“ข้าจะฝังเจ้าไว้ที่นี่ตอนนี้”
“ฮ่าๆๆๆๆๆครั้งก่อนอยู่ครบกันสามหน่อก็เห็นพูดแบบนี้นี่หว่า แล้วตอนนี้ล่ะ? หัวเดียวกระเทียมลีบอย่างเจ้าจะทำอะไรได้แล้วที่นี่ที่ไหน? นี่กลางแม่น้ำ นี่คือที่ของข้า อย่าละเมอให้มันมากนัก”
แจ๊คระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับพูดจาถากถางอีกฝ่าย
“เจ้าสิละเมอ”
วูมวูม วูม
บอลเวทย์สามลูกปรากฏขึ้นหมุนรอบตัวลูเซียสและทันทีที่เขาโบกมือ บอลเวทย์ทั้งสามก็พุ่งหายขึ้นไปบนท้องฟ้า เมฆฝนเดิมพลันเปลี่ยนเป็นดำทมิฬในทันทีจากฝนธรรมดาตอนนี้กลายเป็นดั่งฟ้าพิโรธ เกิดลมกรรโชกและพายุหมุนขึ้นในสนามและที่เมฆนั้นมีสายฟ้าผ่าลงประปราย
“ใช้สามธาตุแถมยังควบคุมสภาพอากาศได้ด้วยงั้นเหรอ?”
แจ๊คมองไปยังลูเซียสด้วยสายตาที่ดูจะแปลกใจอยู่บ้าง
ปิ้ว!
ตู้มมมมม!
ขณะที่ทั้งสองกำลังดูเชิงกันอยู่นั้นจู่ๆก็มีหินก้อนใหญ่พุ่งเข้าใส่แจ๊คแต่เขาก็ใช้กระสุนน้ำยิงทำลายมันในทันที
“แอสเทรียเจ้านี่เป็นเหยื่อของข้า อย่าสอดมือเข้ามายุ่ง”
ลูเซียสเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันไปที่ริมแม่น้ำที่นั่นมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งแกว่งเท้าอยู่บนเนินหิน
“งั้นก็จัดการมันให้ได้ก่อนข้าสิ”
พูดจบหญิงสาวคนนี้ก็ลอยขึ้นมาบนอากาศพร้อมกับหินขนาดใหญ่หลายก้อนและแต่ละก้อนดูเหมือนจะหนักไม่ต่ำกว่าสิบตัน
“ดีจริงปลาตัวใหญ่ว่ายมาหาถึงที่ ว่าแต่พวกเจ้านี่ใครพี่ใครน้องกันนะ? เหอะๆ แต่ช่างเถอะเข้ามาพร้อมกันเลยข้าต่อให้”
แจ๊คพูดทีเล่นทีจริงแบบติดตลกแต่ที่จริงเขารู้อยู่แล้วว่าลูเซียสกับแอสเทรียเป็นพี่น้องต่างมารดากัน แม้ลูเซียสจะมีศักดิ์เป็นพี่แต่ทั้งสองก็เกิดในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน
“เป็นผู้ชายที่น่ารำคาญจริง”
แอสเทรียเร่งพลังของเธอขึ้นตอนนี้ไม่เพียงแต่ก้อนหิน ตอนนี้แม้แต่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆก็ถูกถอนขึ้นมาลอยคว้างอยู่บนอากาศด้วย
“พวกเจ้ารู้รึเปล่าตอนที่พระเอกจะโชว์เท่ มันก็ต้องมีตัวประกอบมาให้กระทืบเล่นหลายๆคนแบบนี้แหละ หึหึ”
พูดจบแจ๊คก็ใช้เล็บนิ้วชี้กรีดไปที่นิ้วโป้งตัวเองจากนั้นก็ใช้เลือดทาที่ใบดาบและลากเป็นทางยาวจนสุดปลายแหลม
“ปลดปล่อยดาบ!”