หลังจากที่หนิงฮวาเพาะชำมะพร้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วนางจึงเดินเข้าไปหามารดาและพี่สาวของตนก่อนจะนั่งลงดูผ้าชุดแระที่ตัดเย็บเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผ้าตัดชุดออกมาได้คนละสองชุดมีแต่ผ้าของนางที่ตัดออกมาได้สามชุดแต่ยังเหลือผ้าอีกสีละนิดหน่อยนางจึงของผ้าสีน้ำเงินเข้มเพื่อจะนำไปปักทำเป็ถุงหอมหลังจากนั้นนางจึงเอ่ยกับมารดาของตน
“ท่านแม่ ข้าขอตัวพี่ใหญ่ไปเข้าครัวกับข้าก่อนได้หรือไม่เ้าคะ”
“ได้สิ ให้แม่ไปช่วยทำสิ่งใดหรือไม่ฮวาเออร์”
“ไม่เป็ไร ข้ากับพี่ใหญ่ก็พอแล้วท่านแม่พักผ่อนเถิดเ้าค่ะ”
“ได้เช่นนั้นแม่ไปก่อนนะ”
“เ้าค่ะ”
หนิงฮวาและพี่สาวก็พากันเดินไปยังห้องครัวที่ตอนนี้มีทั้งผลเชอรี่ มะม่วง กล้วย และใบชารอพวกนางอยู่ แต่ก่อนอื่นหนิงฮวานำกล่องที่ให้บิดาไปสั่งทำนั้นไปเก็บมะตูมตากแห้งกับมะตูมเชื่อมแห้งใส่ในกล่องไม้สี่เหลี่ยมได้อย่างละสามกล่อง ก่อนที่นางจะเริ่มจากการทำใบชาก่อนโดยนางจะทำเป็ชาเขียว
เริ่มจากนำยอดชาไปคั่วในกระทะให้ใบชาเริ่มแห้งขึ้นแล้วใช้มือนวดวน(กลิ้งวน)ใบชาให้แตกออกจากกันก่อนจะคั่วให้ใบชาเหี่ยวเสร็จแล้วนำใบชาไปเทใส่กระด้งแล้วนำไปตากแดดให้แห้งไว้ก่อนจากนั้นนางก็สอนพี่สาวทำมะม่วงแผ่น เริ่มจากการนำมะม่วงสุกมาปอกเปลือกหั่นเอาแต่เนื้อสับเนื้อมะม่วงให้ละเอียดติมน้ำตาลทราย เกลือ คนให้เข้ากัน ยกกระทะขึ้นตั้งไฟ กวนไปเรื่อยๆจนส่วนผสมข้นเหนียวขึ้น พอส่วนผสมลดลงเหลือ 2/3 ก็เป็อันใช้ได้ ยกลงจากเตาพักไว้ให้คลายความร้อนลงซักครู่ แล้วจึงตักมะม่วงกวนละเลงเป็แผ่นกลมๆ บางๆลงในใบตองที่นางเตรียมไว้แล้วไปตากแดดจนกว่าจะแห้งทั้งสองด้าน ถ้าทำเป็แผ่นเล็กๆ จะใช้เวลาประมาณหนึ่งวันเต็มๆ ในการตากให้แห้ง
พอทำมะม่วงแผ่นเสร็จแล้วหนิงฮวาก็ทำเชอรี่แผ่นต่อโดนขั้นตอนการทำก็เหมือนกับการทำมะม่วงแผ่นต่างกันแค่ต้องบดเชอรี่แทนการสับพอทำเชอรี่แผ่นเสร็จหนิงฮวาก็ทำกล้วยกวนต่อ เริ่มจากนำมะพร้าวมาผ่าแล้วขูดเอาเนื้อก่อนจะนำมาคั้นใส่น้ำสองถ้วยถ้วย คั้นให้ได้กะทิสี่ถ้วย แล้วช้อนเอาหัวกะทิสองถ้วย เคี่ยวให้เป็ขี้โล้ แตกน้ำมันผสมกะทิที่เหลือ กับน้ำตาล ตั้งไฟให้ละลาย กรองด้วยผ้าขาวบางแล้วเทลงในกระทะใส่กล้วย ตั้งไฟใช้ไม้พายคนที่ก้นกระทะอยู่เสมอ ใช้ไฟกลาง ระวังอย่าให้ไหม้คนไปจนกระทั่งข้นเหนียว จึงเอาขี้โล้น้ำมันมะพร้าวตักใส่ครั้งละหนึ่งทัพพี คนให้เข้ากัน ทำแบนั้นจนกล้วยแห้งเหนียวปั้นได้แล้วค่อยยกลง คลึงกล้วยเป็แท่งยาวจากนั้นก็ตัดเป็ท่อนๆ ห่อด้วยกระดาษแก้วเก็บใส่กล่องไม้ไว้เป็อันเสร็จเรียบร้อย
เหลือเพียงแค่รอเก็บชาเขียวกับมะม่วงและเชอรี่แผ่นเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้จะยามอู่ (11.00-12.59 น.)แล้วนางกับพี่สาวจึงช่วยกันเตรียมอาหารกลางวันให้กับพวกคนงานต่อทันที วันนี้นางจะทำเมนูต้มจืดหมูสับผักกาดขาว เริ่มจากการหมักหมู โดยนำหมูที่สับเสร็จ กระเทียม ซอสปรุงรส มาขยำให้เข้ากันแล้วพักไว้ จากนั้นนำหม้อใส่น้ำเปล่าตั้งไฟปานกลาง ใส่ซอสปรุงรส กระเทียม รากผักชีทุบ รอน้ำเดือด ใส่หมูหมักปั้นให้เป็ก้อน พอหมูเริ่มสุก ใส่ผักกาดตามลงไปและคอยตักฟองออก เพราะจะได้น้ำต้มจืดที่ใสจากนั้นชิมรสชาติถ้ายังไม่พอใจ สามารถปรุงเพิ่มได้เมื่อปรุงรสได้ที่แล้ว ใส่ผักกาดขาวและผักชี ก็เป็อันเสร็จ
และอีกอย่างคือไก่ผัดพริกหยวก เริ่มจากนำเนื้อไก่ไปล้างน้ำให้สะอาดพักไว้จากนั้นตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันลงไปพอน้ำมันเดือดใส่กระเทียมสับลงไปเจียวพอให้สุกแล้วใส่เนื้อไก่ลงไปผัดจนสุกจากนั้นปรุงรสด้วยซอสปรุงรส น้ำปลา น้ำตาลทราย ใส่พริกหยวกลงไปผัดให้เข้ากัน ชิมรสเมื่อได้ที่แล้วก็ตักใส่หม้อพักไว้
เมื่อทำอาหารเสร็จแล้วหนิงฮวาก็ให้พี่สาวหุงข้าวเป็ลำดับสุดท้ายก่อนที่จะยกไปให้ลุงฟู่ช่วยกันแจกจ่ายอาหารให้กับคนงานทานกันในมื้อเที่ยง หลังจากที่หนิงฮวาจัดการเื่อาหารกลางวันให้คนงานเสร็จเรียบร้อยแล้วนางและพี่สาวก็กลับเข้ามาภายในห้องครัวเพื่อที่จะทำเมนูมันเทศฉาบ
โดยขั้นตอนแรกให้ปอกเปลือกมันม่วง และฝานให้เป็แผ่นบาง ๆ เตรียมไว้ก่อนจากนั้นนำกระทะขึ้นตั้งไฟกลางๆแล้วเทน้ำมันลงไป รอจนร้อนค่อยนำมันม่วงลงไปทอดจนกรอบ และตักขึ้นพักไว้เพื่อสะเด็ดน้ำมันหลังจากนั้นก็นำกระทะขึ้นตั้งไฟอีกรอบใส่น้ำตาลปี๊บ และเกลือ เคี่ยวจนละลายแล้วปิดไฟใส่มันม่วงทอดลงไปคลุกให้เข้ากันเสร็จแล้วตักขึ้นพักไว้ให้เย็นแล้วค่อยเก็บใส่ขวดโหลแก้วเป็อันเสร็จเรียบร้อย
เมื่อทำมันเทศฉาบเสร็จแล้วหนิงฮวาก็จะทำผงปรุงรสต่อด้วยการนำเนื้อที่หั่นเป็แผ่นบางๆไปตากแดดเมื่อคราวที่แล้วกับหอมและกระเทียมไปทุบให้นุ่มแล้วตำให้ละเอียด จากนั้นก็นำผงรากผักชี พริกไทย เกลือ น้ำตาลใส่ลงไปแล้วคนให้เข้ากันตักใส่กระปุกไว้ก็เป็อันเสร็จ