ตอนที่ 44 แก้ผ้าเอาหน้ารอดแบบแก้ผ้าจริงๆ
ชายหนุ่มส่ายหน้าด้วยความระอาให้กับยูริ ที่ดูเหมือนว่ากำลังให้ท่าให้ทางกับเขา ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไลท์พบเจอกับยูริ เพราะเมื่อวานเองยูริก็มีลักษณะและพฤติกรรมที่เป็นเช่นนี้
โดยการอ้างว่า อากาศร้อนจึงแต่งตัวน้อยชิ้นเช่นนี้ หรือแม้แต่ใช้มาร์วินที่เป็นเด็กตะกละ ทำทีมาเป็นขอข้าวจากเขาเพิ่มและมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องครัว เพื่อยืนมองไลท์ทำอาหาร อ้อยอิ่งอยู่นานโดยไม่จำเป็น
แม้ไลท์จะเป็นหนุ่มโสดในโลกก่อน แต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนที่หัวอ่อนหรือหัวช้าในเรื่องของเพศตรงข้าม อีกทั้งยังเปิดรับในการที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายจีบผู้ชายก่อนอีกด้วย
ความรักคือสิ่งสวยงาม การที่ใครจะจีบใครก่อน...สุดท้ายผลลัพธ์ปลายทางที่ทุกคนต้องการก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?
ดังนั้นการที่ ‘ผู้ชายจีบผู้หญิง’ หรือ ‘ผู้หญิงจะจีบผู้ชายก่อน’ หรือจะเป็น
‘ผู้ชายจีบผู้ชาย’
‘ผู้หญิงจีบผู้หญิง’
ที่สุดแล้วขอแค่ทั้งสองคนได้รัก ได้ดูแลซึ่งกันและกัน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
โลกนั้นเปลี่ยนไปแล้ว ยุคสมัยและค่านิยมเองก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย...ขืนยังมัวแต่ รอให้ใครเข้ามาเพียงฝ่ายเดียว คงน่าเสียดายแย่
อย่างไรก็ตาม แม้ไลท์จะมีมุมมองในด้านของความรักที่เปิดกว้าง แต่เขาก็มีเส้นกั้นที่จะไม่มีวันจะเหยียบเข้าไปโดยเด็ดขาด นั้นก็คือ การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนที่มีครอบครัวอยู่แล้ว หรือตามภาษาที่ผู้คนในยุคนี้เรียกกันว่า NTR นั่นเอง
ไลท์จึงรู้สึก ไม่ค่อยสะดวกใจเท่าไหร่นักที่ยูริ แสดงท่าที่เสมือนการทอดสะพานให้กับเขาอยู่บ่อยครั้ง
ชายหนุ่มไม่สนใจ เศษอาหารที่ตกอยู่ตามพื้นอีกต่อไป เขารีบเงยหน้าขึ้นมา โดยไม่สนใจสายตาของยูริที่พยายามส่งสายตายั่วยวน
งึด...งึด~ แม้ไลท์จะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าตัวเขา ไม่สะดวกใจกับการกระทำของยูริ
แต่เจ้าหล่อนที่ดูจะไม่สนใจกับคำว่าศีลธรรม ก็ยังคงพยายามสะกิดไลท์ด้วยเท้าของเธอที่พยายามยื่นแหย่สะกิดต้นขาของไลท์ในทุกครั้งๆ ที่มีโอกาส
และในที่สุด ความอดทนอดกลั้นของไลท์ก็ได้ขาดสะบั้นลง “ยูริ ผมว่าคุณคงจะกินข้าวอิ่มแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยกลับไปดูแลมาร์คัสที่บ้านสักหน่อยเถอะ จะได้ไม่ลำบากคุณตาและคุณยาย!” ไลท์ใช้น้ำเสียงที่ดูจริงจัง ใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่เสมอของเขา ดูบึ้งตึงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นับตั้งแต่ได้ทะลุมิติเข้ามายังโลกใบนี้
“. . .” ยูริ ดูสะดุ้งไปกับท่าทีตอบสนองของไลท์อยู่ไม่น้อย
เพราะเจ้าหล่อนนั้นค่อนข้างมั่นใจว่า การยั่วยวนของเธอนั้นไม่เคยเป็นสองรองใครในหมู่บ้านแห่งนี้ แม้เธอจะแต่งงานมีครอบครัวกับมาร์คัสแล้วก็ตามที
ยิ่งการที่เธอแต่งตัวน้อยชิ้นที่อุตส่าห์ถ่อสังขารไปซื้อในร้านหรูที่หมู่บ้านเมื่อวันก่อนแบบนี้ด้วยแล้ว ยูรินั้นค่อนข้างมั่นใจว่า ผู้ชายทุกคนจะต้องหลงใหลเธออย่างแน่นอน!
แต่กระนั้น ผลลัพธ์กลับไม่เป็นดั่งที่เธอคาดหวัง...ไลท์ที่ดูหนุ่มแน่น หล่อเหลา กลับไม่แม้แต่แลดูหรือชายตามองดูเธอเลยสักนิด
นี้ไง
‘ร่องอก’ ที่ตูมเต่งและนวลเนียน ที่ผู้ชายทั่วทั้งหมู่บ้านต่างมองตามด้วยความหื่นกระหาย ฉันเผยให้เธอมองดูได้อย่างเต็มที่แล้วไง
‘ทำไมถึงยังไม่สนใจฉันอีกละ?!’ ยูริทั้งอายและสับสน
ไลท์ใช้สายตามองดูจานข้าวของยูริที่ พร่องลงไปเพียงเล็กน้อย...ซึ่งทุกคนในโต๊ะอาหารต่างก็รู้ดีว่านี้คือปริมาณการกินของเจ้าหล่อน ที่มักจะกินให้พออิ่มท้อง ก่อนจะลุกออกจากโต๊ะก่อนใครเพื่อนโดยไม่สนพิธีรีตอง พลางกลับไปนอนเล่นอยู่ที่บ้านฝั่งตรงข้าม
หากแต่วันนี้ ยูริ กลับแปลกไปจากทุกที ตรงที่เธอยังคงอ้อยอิ่งที่โต๊ะอาหารอยู่นานสองนาน
ทำให้องสองตายาย รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง...แต่ทั้งสองก็ไม่คิดจะทักท้วงอะไร กลับกันเป็นไลท์ที่พูดแทนใจทั้งสองออกมาเสียอย่างนั้น
“อืม จริงด้วย...ยูริกลับไปดูแลมาร์คัสสักหน่อยเถอะ เมื่อคืนเขาร้องหาเธออยู่เกือบทั้งคืน” คุณยายเฮลีย์และคุณตาเกล ต่างกล่าวเสริม
“ดูแล? ก็มีหมอมาช่วยรักษาแล้วไม่ใช่เหรอ จะต้องดูแลอะไรกันอีก...เชอะ ฉันกลับก็ได้ งั้นทุกคนก็ช่วยดูแลมาร์วินไปก็แล้วกัน”
ยูริที่ยังคงอับอายจากการที่ไลท์ ไม่มีความใคร่สนใจในตัวเธอ รีบลุกขึ้นในทันที ก่อนจะเดินสับๆ กลับไปยังบ้านฝั่งตรงข้าม
ทิ้งมาร์วินไว้ให้สองตายายช่วยกันดูแล ราวกับว่า เด็กคนนี้ก็เป็นภาระอีกคน
อย่างไรก็ตามแม้ยูริจะจากไปแล้ว แต่ทว่าร้านอาหารสามเวลากลับไม่ได้สงบเงียบเหมือนอย่างที่ไลท์คาดหวังไว้เลยสักนิด
ทันทีที่ยูริกลับไปยังบ้านฝั่งตรงข้าม เสียงทะเลาะระหว่างสองผัวเมีย ยูริและมาร์คัสก็เริ่มโต้เถียงกันทันที
“นี้มันชุดบ้าอะไรกัน! ทำไมเธอถึงต้องแต่งตัวแบบนี้” มาร์คัสระเบิดอารมณ์ใส่ยูริ ผู้เป็นภรรยา จนดังมาถึงภายในร้านอาหาร
สองตายายก็พลันรู้งาน คนหนึ่งรีบอุ้มมาร์วินผู้เป็นหลานชาย ออกไปให้ห่างจากเสียงตะโกน ส่วนอีกคนรีบกุลีกุจอ วิ่งเข้าไปห้ามทัพ
“ฉัน จะใส่อะไรก็เรื่องของฉันนี่มันเรือนร่างของฉัน” เห็นยูริตัวผอมๆ แบบนี้ แต่เสียงแหลมๆ ของเธอก็ดังหวีดลั่น จนแสบแก้วหูเช่นเดียวกัน
“เธอแต่งแบบนี้เพื่อยั่วยวนไอ้นอกรีตนั้นใช่ไหม บอกฉันมาตามตรง”
“พูดจาไร้สาระ ฉันไม่สนใจคนจนๆ แบบนั้นหรอก...ทำไมคุณถึงไม่คิดบ้างว่าฉันแต่งตัวสวยๆ ก็เพื่อคุณที่กำลังป่วยอยู่!” น้ำเสียงของยูริ ฟังดูก็รู้ว่าเธอนั้นกำลังพูดโกหกและต้องการที่จะเบี่ยงประเด็น
แต่สำหรับมาร์คัส ที่เทิดทูน หลงใหล ยูริมากกว่าสิ่งใด จะรู้ทันถึงมารยาหญิงของยูริ
เมื่อได้ยินคำหวานหูเข้าสักหน่อย บวกกับเรือนร่างของยูริที่วันนี้แต่งตัวยั่วยวน ตรงเข้ามาแอบอิงมันเช่นนี้ มาร์คัสจากที่โกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงก็พลันสงบลง มีก็แต่ไฟราคะที่พุ่งทะยานขึ้นเป็นการทดแทน
ก่อนที่เสียงทะเลาะจะแปรเปลี่ยนเป็นไฟรัก...ที่ทั้งสองต่างปิดม่าน ดับไฟกันตั้งแต่หัววัน!
“หนุ่มสาวก็แบบนี้แหละ ถึงจะโกรธกันสักแค่ไหน...แต่ดูสิเอาจริงๆ ทั้งสองก็รักกันมากนะ” คุณยายเฮลีย์เดินกลับที่ร้านด้วยท่าทาง เคอะเขิน พลางพูดให้ทุกคนคลายใจลง เพราะเหตุการณ์นั้นสงบลงแล้ว
.
..
...
ท่ามกลางไฟรักและไฟราคะที่ดูจะมอดลงเพียงไม่กี่นาที ยูริและมาร์คัสที่นอนกอดกันกลมในสภาพที่เปลือยเปล่า ต่างแอบอิงหนุนนอน ซบไหล่กันและกัน ด้วยความถวิลหา
“ที่รัก ขอโทษที่ผมดุคุณไปก่อนหน้านี้ด้วยนะ...พอดีผมหึงคุณมากไปหน่อย” มาร์คัสใช้นำเสียงพะเน้าพะนอกับผู้เป็นภรรยา
“ไม่เป็นไรค่ะ” ยูริตอบกลับเหมือนเช่นปกติ แต่ในใจลึกๆ ของเธอ แทบจะก่นด่าในไฟรักเมื่อครู่ที่ดูจะเสร็จเร็วเกินไปของมาร์คัสอยู่ไม่น้อย
นี้ขนาดเธอยอมแก้ผ้าเอาหน้ารอด แบบ แก้ผ้าจริงๆ ให้กับมาร์คัสได้เสพสม สุดท้ายก็ยังไม่แคล้ว ไม่สามารถทำให้เธอสมปรารถนาได้อีก...เธอชักจะเบื่อกับการต้องทนอยู่แบบนี้เสียเหลือเกิน
แต่แล้วไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ การแก้ผ้าเอาหน้ารอดแบบแก้ผ้าจริงๆ ของยูริในวันนี้ มันกลับให้ผลที่เกินคาด
เมื่อจู่ๆ มาร์คัสก็พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เอาไว้ว่า
“ยูริ ตอนนี้ผมมีเงินพอสำหรับย้ายไปอยู่ที่หมู่บ้านดาราฉายแล้วนะ คุณยังอยากไปอยู่ที่นั่นอีกหรือไม่?!” ครั้งนี้มาร์คัสไม่ได้พูดเพื่อให้ความหวังกับยูริอีกแล้ว
ตั้งแต่ไหน แต่ไร มาร์คัสจะไม่เคยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่ เพราะด้วยปัจจัยทางด้านการเงินที่ ค่อนข้างไม่สู้ดีของตัวเอง หากแต่วันนี้มาร์คัสไม่ได้กังวลเรื่องไม่มีเงินของมันอีกต่อไป
แต่ทว่า...มันกลับกลัวว่า ไอ้คนนอกรีตอย่างไลท์จะมาตีท้ายครัวของมันมากกว่าต่างหาก
ยิ่งวันนี้ได้เห็น ยูริ เมียของมันแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้นแบบนี้ด้วยแล้ว ความกลัวและความหึงหวงที่มันมีต่อภรรยา จึงจำเป็นต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
ส่วนเรื่องเงินที่มีปัญหานะเหรอ...มันได้แอบฉกฉวยเงินเหล่านั้นมาจาก พ่อและแม่ของมันที่ใช้ให้ไปซื้อของที่ตลาดมานานมากแล้ว อีกทั้งมันยังได้นัดแนะ ตกลงกับเหล่าพ่อค้าในตลาดของหมู่บ้านดาราฉาย
เพื่อให้พ่อค้าคิดราคาวัตถุดิบต่างๆ ในราคาที่สูงผิดปกติ ขายให้แก่พ่อของมัน พร้อมทั้งแบ่งเงินนั้นกับพ่อค้าในตลาด
ซึ่งแน่นอนว่าพ่อค้าแม่ค้าในหมู่บ้านดาราฉาย ย่อมตกลงตามแผนของมาร์คัสกันอยู่แล้ว...เพราะยังไงเสีย ขึ้นชื่อว่าเงิน ยังไงมันก็หอมหวาน!!
มาร์คัสนั้นเชื่อว่า ร้านอาหารของพ่อและแม่ของมัน นั้นไม่มีทางที่จะไปต่อได้อีกแล้ว...หากมันไม่ทำแบบนี้ ร้านแห่งนี้ก็จะล้มหายตายจากไปเองเข้าสักวัน
ฉะนั้นสู้เอาเงินที่อาจจะต้องเสียไปในอนาคต ช้าหรือเร็ว มาตั้งรากฐานใหม่ให้กับตัวเองเสียยังจะดีกว่า
และเมื่อมันตั้งตัวได้แล้ว วันนั้นค่อยกลับมารับพ่อและแม่ของมัน หรือจะขอโทษก็ยังไม่สาย
‘รสชาติก็อร่อยดี...แต่ไม่ยักจะรู้สึกอะไรเลย’ ในช่วงระหว่างที่มาร์คัสได้บอกเล่าถึงการย้ายไปอยู่ที่หมู่บ้านดาราฉายกับเมียของมัน
ไลท์ที่พึ่งจะกินข้าวเที่ยงเสร็จสรรพ ก็ได้หยิบเอาน้ำยาโชคดีที่ได้จากการสุ่มของระบบ ขึ้นมาดื่มเพื่อเป็นการล้างปาก
น้ำยาขวดใสๆ นั้นมีรสชาติที่หวานปานน้ำผึ้ง มีรสที่หวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย กลิ่นของมันหอมเหมือนกลิ่นของมะลิที่ตัวไลท์นั้นชอบเป็นการส่วนตัว
ก่อนที่ในตอนนั้นเอง หน้าต่างจากระบบจะเด้งปรากฏขึ้นในระยะสายตาของเขา
ติ้ง!
[น้ำยาโชคดี...กำลังออกฤทธิ์ เวลาโชคดีของท่านคงเหลือ 23 ชั่วโมง 59 นาที!]
ความโชคดีของฉันจะเป็นแบบไหนกันนะ
ไลท์ถูมือรอ ประหนึ่งว่ากำลังจะมีคนมาหยิบยื่นเงินให้แบบฟรีๆ อะไรทำนองนั้น...ชายหนุ่มเฝ้ารออยู่นานสองนาน จนแล้วจนรอด ความโชคดีที่เป็นผลจากน้ำยาก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้ตัวเขารู้สึกโชคดีขึ้นมาเลยสักนิด
เพราะลำพังแค่เดินเอาจานไปล้างที่หลังครัว ไลท์ยังสะดุดกับธรณีประตูจนเกือบจะล้มหัวคะมำอยู่เลย
โดยที่ตัวเขาไม่รู้เลยว่า ในตอนนี้ ณ หมู่บ้านดาราฉาย นั้นกำลังเกิดความกลโหลขึ้นมาในร้านน้ำชาเข้าให้แล้ว
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy
ตารางการลงนิยายทุกวันเวลา 18.00
(ในอนาคตอาจมีการปรับตารางลงใหม่เพื่อให้ตัวผู้แต่งมีเวลาพัก ขอบคุณครับ)