การเรียนต่อมัธยม5 ของธามิณีแปลกไปจากเดิม เมื่อต้องย้ายโรงเรียนเนื่องจากตลอดทั้งปิดเทอมและสัปดาห์แรกของการเรียนตอนนั้นเธอยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทำให้พอมาเรียนในสัปดาห์ต่อมาหลังจากย้ายมาอยู่บ้านของรัดเกล้าทำให้เธอต้องพยายามเรียนตามเพื่อนให้ทัน
กาญเกล้าเรียนห้องเดียวกับธามิณีแต่ไม่ได้ช่วยอะไรนัก ทั้งสองต่างคนต่างมาโรงเรียน ธามิณีต้องประหยัดจึงเลือกการเดินมาโรงเรียนที่ห่างจากบ้านเพียง2 กิโลเมตรเท่านั้น ในขณะที่กาญเกล้าขี่จักรยานมาเรียน
“ไปเองแล้วกันนะฉันไม่ชอบซ้อนจักรยานให้ใครนั่ง” กาญเกล้าเอ่ยในวันแรกที่ธามิณีเดินไปโรงเรียนใกล้บ้านเอง
ธามิณีรับฟังทำหน้าเรียบเฉยไม่อยากทะเลาะกับกาญเกล้าให้รัดเกล้าไม่สบายใจแต่ความไม่เดือดร้อนใจของเธอคงทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจนัก
“แล้วอย่าไปฟ้องแม่ของฉันล่ะไม่งั้นแกโดนดีแน่ๆ”
ธามิณีพยักหน้าพร้อมกับคิดว่าคงต้องพูดให้เข้าใจกันเสียทีกระมัง“ฉันไม่ทำเื่หยุมหยิมแบบนั้นหรอก ถ้าใกล้กันแล้ว เธอไม่สบายใจ เราก็อยู่ห่างๆกันตามที่เธอ้าแล้วกัน”
ตอนที่พูดไปธามิณีหมายความตามนั้นจริงๆไม่ได้คิดประชัดประชัน แต่กาญเกล้ากลับหันมาค้อนใส่ แล้วปั่นจักรยานไปอย่างหัวเสีย
กาญเกล้ามองไปยังธามิณีที่กำลังตั้งใจเรียนและจดสิ่งที่ครูสอนลงบนสมุดซึ่งไม่น่าแปลกใจนักเพราะผลการเรียนของธามิณีมักติดระดับท็อปของโรงเรียนเดิมก่อนที่จะย้ายมาตอนนี้หากมีการสอบในเดือนหน้า ธามิณีคงจะโดดเด่นในเื่การเรียนเหมือนเดิม แต่เธอคงไม่ยอมให้ธามิณีมีชีวิตราบรื่นถึงเพียงนั้นหรอก
“ทำอะไรน่ะกาญนี่มันชื่อของ...” เพื่อนกลุ่มเดียวกับกาญเกล้าถามเพราะเห็นว่าเพื่อนกำลังแอบหยิบโทรศัพท์ของธามิณีออกมาจากกระเป๋าแล้วใส่รหัสปลดล็อคซึ่งไม่น่ายากเพราะกาญเกล้าคงแอบดูเวลาธามิณีใช้โทรศัพท์พอใช้เครื่องได้แล้วกาญเกล้าก็ส่งข้อความหาใครบางคน
“รอดูเื่สนุกๆก็แล้วกัน”
กาญเกล้าส่งข้อความเสร็จแล้วก็รีบเก็บโทรศัพท์ของธามิณีไว้ในกระเป๋านักเรียนดังเดิมก่อนจะกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเองเรียวปากของเด็กสาวยิ้มชอบใจเพราะเย็นวันนี้คงได้เห็นเื่สนุกๆอย่างที่บอกเพื่อนไปแน่นอน
ธามิณีกำลังเดินออกมาจากห้องเรียนแม้จะรู้สึกได้ว่ากาญเกล้ามองมาด้วยสายตาแปลกๆแล้วเธอก็ได้คำตอบเมื่อเดินลงมาจากตัวอาคารและแวะเข้าห้องน้ำก่อนกลับบ้านที่นั่นมีรุ่นพี่มัธยม 6 มายืนรออยู่ก่อนแล้วสายตาของรุ่นพี่กลุ่มนี้ที่มองเธอบอกชัดว่าไม่พอใจแต่ด้วยเื่อะไรธามิณีก็ไม่รู้เพราะเธอไม่รู้จักรุ่นพี่คนนี้เลยด้วยซ้ำ
“แกใช่ไหมที่ส่งข้อความให้แฟนของฉันมาในแชท”รุ่นพี่ถามพร้อมกับโชว์หน้าจอโทรศัพท์ของแฟนที่มีข้อความว่า
‘ชอบพี่นะคะมีแฟนหรือยัง’
ธามิณีเห็นชื่อคนที่ส่งน่ะเธอแน่ๆแต่เธอไม่เคยพิมพ์ข้อความพวกนี้จากโทรศัพท์ของตัวเองไปหาผู้ชายที่เป็แฟนของรุ่นพี่แน่นอนเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแฟนของรุ่นพี่คนนี้เป็ใคร
...นี่ใช่ไหมคำตอบของรอยยิ้มขบขันจากกาญเกล้า
“ธามไม่ได้ส่งค่ะเอาโทรศัพท์ของธามไปดูก็ได้”
รุ่นพี่รับโทรศัพท์ของธามิณีไปดูข้อความในแชทแต่ไม่เห็นการส่งจริงๆถ้าไม่ได้ส่งแล้วจะมีชื่อแชทของธามิณีในโทรศัพท์ของแฟนเธอได้อย่างไรกันล่ะ
“แกอาจจะลบไปแล้วก็ได้รู้ไหมว่าฉันคบกับแฟนมา 2 ปีแล้วน้องใหม่อย่างแกมาถึงก็ออกลายทันที เห็นอย่างนี้ฉันคงปล่อยเอาไว้ไม่ได้แล้วหละ”
ธามิณีรู้ดีว่าคงเป็เื่ที่เชื่อได้ยากแต่เธอไม่อยากมีเื่กับใครการมาเรียนเพื่อมีความรู้สำหรับนำไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็เป้าหมายเดียวของเธอในตอนนี้
“แฟนของพี่เป็ใครธามไม่รู้จริงๆ ค่ะ แล้วจะส่งข้อความไปหาได้ยังไง” ธามิณีถามดีๆไม่ได้อยากมีเื่
“ตบมันเลย”เพื่อนของรุ่นพี่ที่มากันอีกสองคนเอ่ย “พวกแมวขโมยมันไม่มีทางยอมรับหรอกรู้ตัวอีกทีก็คาบแฟนคนอื่นไปแล้วน่ะสิ”
ธามิณีไม่คิดเลยว่าการต้องย้ายโรงเรียนจะเกิดเื่ราวแบบนี้ในวันแรกเธอยกแขนขึ้นตั้งการ์ดเตรียมตั้งรับด้วยวิชาเทควันโดที่พ่อเคยส่งไปเรียนมาตอนอยู่มัธยม3 ตอนนี้แม้ไม่ได้ฝึกเท่าไหร่นักแต่ก็พอจะปกป้องตัวเองได้ เธอถีบอีกฝ่ายจนล้มกองกับพื้นทว่าอีกฝ่ายกลับใช้มีดซึ่งพกเข้ามาในโรงเรียนได้อย่างไรกันและสิ่งที่หาได้ใกล้มืออย่างขันตักน้ำ
ธามิณีถอยกรูดเมื่อรู้แล้วว่าไม่น่าสู้ได้เธอะโ แต่กลับถูกรุ่นพี่คู่กรณีปราดเข้ามาล็อคแขนแล้วปิดปากไว้เธอกระทืบเท้าพยายามสะบัดเมื่อคนที่ถือมีดใกล้เข้ามา เกิดการยื้อยุดฉุดกระชากทำให้เล็บยาวๆ ของรุ่นพี่คนนั้นครูดไปตามแขนของธามิณีจนถลอกเืไหลซิบๆเธอกลัวจนตัวสั่น เป็ครั้งแรกที่ไม่คิดว่าชีวิตต้องมาถึงจุดนี้
พ่อจ๋าแม่จ๋า...ธามกลัว!!!
หัวใจของธามิณีเต้นกระหน่ำเมื่อสิ่งที่เห็นตรงหน้าแม้ว่ามันจะเร็วมาก แต่สำหรับการเห็นมันด้วยตาตัวเองทุกอย่างกลับช้าลงๆ มีดในมือของรุ่นพี่กำลังใกล้เข้ามา ทว่าในวินาทีนั้นแสงสีม่วงที่เธอเคยวิ่งตามหาก็ราวกับหมุนวนไปรอบๆบริเวณนั้น แล้วพลันชายที่เธอจำได้ทั้งใบหน้าและน้ำเสียงก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมๆกับทุกอย่างรอบตัวเธอราวกับหยุดนิ่ง เธอมองไปที่เขาซึ่งกำลังมองมาเหมือนกับชอบใจอะไรสักอย่างปลายคิ้วของเขาเลิกขึ้นพริบตาเดียวร่างของรุ่นพี่ที่กำลังเข้ามาทำร้ายเธอทั้งหมดก็ถูกมือที่มองไม่เห็นทำให้ลอยขึ้นก่อนจะหล่นมากองรวมกันที่พื้น
“คุณ...”
ศนิหันมามองธามิณีซึ่งมีรอยแผลที่แก้มจางๆและที่แขนถลอกเป็รอยช้ำมีเืซึมออกมาเล็กน้อย ทว่าดวงตาของเธอแน่วแน่ แม้จะกลัวแต่กลับไม่ร้องไห้ออกมา
“เธออีกแล้วหรือ”เขาถามน้ำเสียงเรียบๆ แม้จะเต็มไปด้วยความแปลกใจก็ตาม
ธามิณีพยักหน้าพลางมองพวกรุ่นพี่ที่นอนกองกันในสภาพสิ้นท่าทั้งที่อาวุธต่างๆ ยังอยู่ในมือ
“คุณทำแบบนั้นได้ยังไงคุณ...คุณเป็อะไรกันแน่”
“เธอไม่จำเป็ต้องรู้หรอก”ศนิมองธามิณีด้วยความสงสัย ตอนนี้เธอกลายเป็ปริศนาของเขาไปแล้ว“เธอทำให้ฉันมาที่นี่ได้ยังไง”
“ธามเปล่าค่ะ” ธามิณีนึกว่าเขาอยากมาช่วยเธอเสียอีกแต่ถ้ารู้ชื่อแล้วเรียกได้แบบั์จินนี่ก็ว่าไปอย่าง “ตอบธามมา คุณเป็อะไรผีหรือว่าคนกันแน่”
ศนิถอนใจเพราะไม่ชอบคำถามแบบนี้เขาไม่เคยตอบว่าเป็อะไรหรือใครให้มนุษย์แปลกหน้าได้รู้ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมาเด็กคนนี้ย่อมไม่มีสิทธิ์ได้รู้เช่นกัน
“ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง”
ศนิแบมือแล้วยกหันไปทางกลุ่มคนที่กำลังจะทำร้ายธามิณีเมื่อสักครู่เพื่อลบความทรงจำที่อาจทำให้เกิดเื่ราวน่ารำคาญใจออกไปก่อนจะหันปลายมือมาที่ธามิณี คราวก่อนอาจเป็ความบังเอิญหรือความผิดพลาดเขาอยากลองลบความทรงจำของธามิณีอีกครั้ง แสงสีม่วงลอยเป็วงกลมรอบๆตัวของเธอก่อนจะเข้าไปในร่าง ทว่าสายตาที่เธอมองเขาไม่เปลี่ยนไปเลยทั้งที่มันควรว่างเปล่าเพราะจดจำเขาไม่ได้แล้ว
“ฉับลบความทรงจำของเด็กๆพวกนั้นแล้ว อีกไม่นานก็ฟื้น แต่ทำไมกับเธอถึง...เธอทำแบบนี้ได้ยังไง”
“ธามต่างหากที่ต้องถามว่าคุณเป็ใครทำไมถึงมาช่วยธาม ทั้งสองครั้ง ไม่สิ สามต่างหาก” ธามิณีจ้องชายแปลกหน้าที่มาช่วยชีวิตไว้ด้วยสงสัยมากกว่ากลัวก่อนจะยกมือไหว้เพราะถ้าไม่ได้เขา เธอคงตายไปแล้ว “แต่ก็ขอบคุณะนะคะที่ช่วยชีวิตธามไว้คุณชื่ออะไรคะ”
“แปลก...ทำไมถึงเป็แบบนี้”
ศนิมองธามิณีแล้วก็ยิ่งไม่เข้าใจเขาสามารถเรียกผลึกกาลในร่างของเธอกลับมาได้หากว่าจะทำแต่เขาไม่สามารถควบคุมเธอได้เลย แม้กระทั่งการลบความทรงจำรวมทั้งทำให้หยุดการเคลื่อนไหว แต่เขาสามารถใช้พลังเทพรักษาแผลถลอกและรอยช้ำที่แขนของเธอได้ทำไมถึงเป็แบบนั้น อดีตเทพที่มีอายุเป็พันปีอย่างเขาไม่อาจมีอำนาจเหนืุ์ธรรมดาๆได้อย่างไร
“คุณ...คุณคะ”
ธามิณีเรียกเมื่อร่างของชายผู้นั้นกำลังจะจางหายไปท่ามกลางแสงสีม่วงที่เธอเคยเห็นมาก่อนจนกระทั่งตรงหน้าในตอนนี้ไม่มีใครอีกแล้ว
“ไม่ใช่คนไม่ใช่ผี แล้วเขาเป็อะไร”
ธามิณีได้แต่สงสัยก่อนจะมองไปยังรุ่นพี่มือที่เริ่มขยับแสดงว่ากำลังจะฟื้นแล้ว เธอไม่รอช้ารีบหยิบกระเป๋าที่หล่นอยู่แถวๆ นั้นมาแล้วรีบออกไปจากห้องน้ำ แม้รุ่นพี่จะจำไม่ได้ว่าทำอะไรเธอบ้างและมาอยู่ตรงนี้ทำไมแต่การไม่ต้องเกี่ยวข้องกันอีกน่าจะดีกว่าเธอไม่ถูกทำร้ายไปมากกว่านี้และไม่มีเื่ให้รัดเกล้าร้อนใจก็น่าจะพอแล้ว
คล้อยหลังไปไม่กี่นาทีต่อมารุ่นพี่ของธามิณีทั้ง3 คนก็ฟื้นขึ้นมาด้วยความสับสนถึงเหตุผลของการมานอนหลับอยู่แถวนี้แต่เมื่อไม่ได้คำตอบก็พากันกลับบ้านไม่มีความทรงจำใดๆต่อเหตุการณ์เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหลงเหลืออยู่แม้แต่นิดเดียว
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี