"!!!เกิดอะไรขึ้น" เสียงเซี่ยซีหานแผดดัง
ก่อนที่เขาจะวิ่งย่างเหยียบกำแพงแห่งป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว ราวกับเท้าของเขามีกาวติดไว้
สังเกตดีๆ ทุกจุดที่เซี่ยซีหานเหยียบกำแพงขึ้นไปนั้นมีเกล็ดน้ำแข็งปรากฏอยู่ พลังวิเศษธาตุน้ำแข็งเซี่ยซีหานบรรลุสู่ระดับใช้งานได้แล้ว
"นายช่างใหญ่ซีหาน" นักรบฉกรรจ์คนหนึ่งพูดขึ้น เขารู้จักเซี่ยซีหาน
เซี่ยซีหานค่อยๆ เดินผ่านกลุ่มคน และเขาก็เดินมาถึงชายที่ร่ำไห้ที่ในมืออุ้มเด็กทารกและอีกมือจับดาบ
เมื่อชายคนนั้นเห็นเซี่ยซีหานเขาก็คล้ายมีความหวังเล็กๆ
"นายช่างใหญ่ได้โปรดให้โอกาสลูกข้า ให้โอกาสเขาได้รักษาด้วยเถอะขอรับ"
เซี่ยซีหานมองเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของชายคนนั้น ตัวมันก้าวช้าก่อนจะพูด "ให้ข้าดูทารกน้อยในมือเจ้าหน่อยเถอะ"
ชายผู้ร่ำไห้มือจับดาบรีบพยักหน้า เขาค่อยๆ ยื่นเด็กทารกที่อยู่ในอ้อมกอดเขาออกมาให้เซี่ยซีหานเห็น
เมื่อเซี่ยซีหานเห็น ครู่สั้นเขาผงะไป ร่างเด็กเป็นแผลตกสะเก็ดแข็งทั่วร่าง ดวงตาเหลือกแดง แต่ที่สำคัญ... เขาสิ้นชีวิตไปแล้ว
!ทารกตาย เซี่ยซีหานไม่รีบพูดอะไร ชายคนนี้คล้ายอยู่ในสภาพไม่อาจจะแบกรับความผิดหวังได้
ในฐานะที่ศึกษาศาสตร์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุเบื้องต้นและมีความรู้เรื่องการรักษาโรคจากโลกเก่าบ้าง
เซี่ยซีหานพบว่านี่ไม่ใช่อาการของโรคปกติ ดวงตาที่สว่างจ้าไปด้วยวงเวทย์แห่งวิหครุ่งอรุณมองเห็นควันสีแดงมืดจางๆ ออกจากร่างกายเด็กทารก
ควันจางๆ นี้เมื่อมันม้วนขดตัว มันมักปรากฏเป็นรูปหน้ามนุษย์กรีดร้องที่บิดเบี้ยว
แต่ในขณะที่เซี่ยซีหานคิดว่าจะทำอย่างไรดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น และอาการของเด็กทารกที่ตายเกิดจากอะไร เสียงระบบก็ดัง
- ["นี่คือคำสาป 'หายนะแห่งความหวีดหวิว' คำสาปที่เกิดจากผู้วิเศษด้านมืด เรื่องเล่าปรัมปรา ในคืนที่ไร้ดาว อาณาจักรแห่งหนึ่งได้ขับไล่ผู้วิเศษที่แข็งแกร่งผู้หนึ่งออกจากอาณาจักร ด้วยความที่พบว่าชายคนนี้ดูดกลืนพลังชีวิตของผู้คนเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังวิเศษของตัวเอง ชายคนนั้นด้วยความโกรธแค้น เขาจึงหันศรัทธาไปยัง 'เทพแห่งความการุณย์ไร้ที่สิ้นสุด' ในตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่า 'เทพแห่งความการุณย์ไร้ที่สิ้นสุด' คือเทพพระองค์ใดและทรงอำนาจในด้านอะไร"] -
- ["แต่เมื่อชายคนนี้กลับมา เขาได้หอบเอาหมอกสีแดงกลืนกินเมืองทั้งเมือง ผู้คนที่สูดหายใจเอาหมอกสีแดงเข้าไป ร่างของพวกเขาบิดเบี้ยว หงิกเกร็ง ร่างกายธาตุแตก ความเน่าเหม็นจากเจ็ดทวารของมนุษย์ น้ำเลือด น้ำหนอง ปัสสาวะ อุจจาระหลั่งออกมาจากทุกทวาร ทั่วร่างมีบาดแผลมันบวมแตกดั่งคนเป็นโรคฝี"] -
- ["ความลับที่อยากบอกให้เจ้ารู้ 'เทพแห่งความการุณย์ไร้ที่สิ้นสุด' คือชายที่น่ารังเกียจ เขาคือเทพปีศาจแห่งโรคภัย ร่างแท้จริงของเขาคือปีศาจที่มีลักษณะของแมลงที่เน่าเหม็น ดวงตากลมโตซ่อนทับกันนับหมื่น ปีกบางๆ ของเขาก่อจากโครงกระดูกและมีใบหน้าของผู้ถูกสาปปรากฏเต็มปีกเล็กๆ นั่น และเขาได้ครองอำนาจแห่งหายนะ ภัยพิบัติของโรคห่า ทุกที่ที่เขาปรากฏตัวจะเต็มไปด้วยคลื่นความตายของโรคภัย อำนาจแห่ง 'ความขี้ขลาด' 'โสมม' คืออำนาจแห่งเทพปีศาจแห่งโรคภัยตนนี้"] -
- ["อย่ากังวล ในบรรดาเทพที่น่ารังเกียจทั้งหลาย เทพปีศาจแห่งโรคภัยนั้นอ่อนแอ เขาเพียงน่ารังเกียจ และพยายามมอบศรัทธาให้กับผู้คนและคิดจะถือกำเนิดใหม่อีกครั้งในโลกใบนี้ก็เท่านั้น ในอดีตเขาถูกสังหาร ปัจจุบันเขาเป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งโลกวิญญาณ ที่ยังมอบวิวรณ์ให้แก่ผู้ที่ศรัทธาเขา เพื่อโอกาสในการถือกำเนิดใหม่ก็เท่านั้น"] -
- ["จากข้อความนี้เจ้าคงสงสัยเกี่ยวกับ 'เทพ' แต่น่าเสียดายเจ้ายังไม่อยู่ในระดับที่จะรู้ความจริงเกี่ยวกับเทพ แต่สิ่งหนึ่งที่ข้าจะบอกให้เจ้ารู้ได้คือ 'เทพ' คือพวกที่ตายยากเสมอ แม้แต่เทพที่อ่อนแอ แต่เมื่อเขาคือเทพ การฆ่าเขาก็ยากเหลือเกิน แต่นั่นก็เป็นข้อยกเว้นของ 'ผู้ฆ่าพระเจ้า' ชายในอดีตกาลที่แม้แต่ทวยเทพก็หวาดกลัว นั่นเพราะเขาคือผู้มีอำนาจที่แท้จริงในการสังหารเทพอย่างเบ็ดเสร็จ อีกชื่อหนึ่งของเขาที่ผู้คนจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ที่ถูกปิดบังคือ... 'วีรบุรุษผู้สังหารเทพ' "] -
- ["จงจำไว้คำสาปและอำนาจด้านมืดทั้งหลายจงเกลียดจงชังพลังแห่งการ 'ชำระ' 'เสียงศักดิ์สิทธิ์' 'พลังโอน่าที่บริสุทธิ์' และ 'อำนาจแห่งรุ่งอรุณ' เสมอ เหล่าเทพปีศาจมักปรารถนาจะย้อมโลกใบนี้ให้มืดมิดและมีแต่ราตรี นั่นเพราะพวกมันหวาดกลัวแสงสว่างนิจนิรันดร์ยามอรุณฉาย"] -
- ["ดวงตาแห่งวิหครุ่งอรุณมองเห็นมัน และอำนาจแห่งวิหครุ่งอรุณทำลายคำสาปได้"] -
- ["ต้นต่อของคำสาป 'หายนะแห่งความหวีดหวิว' จงตามหาสัญลักษณ์ของเทพปีศาจแห่งโรคภัย มันมักอยู่ในรูปของ 'เหรียญทอง' ที่มีชายมั่งคั่งถือถ้วย โดยเหรียญทองที่เป็นต้นตอของคำสาป มักจะออกฤทธิ์ก็ต่อเมื่อมันอยู่บนของที่พระองค์ 'เทพแห่งความการุณย์ไร้ที่สิ้นสุด' หรือ 'เทพปีศาจแห่งโรคภัย' ชอบรับประทาน... อุจจาระคืออาหารจานหลักของพระองค์ น้ำเหลือง เลือด มูกต่างๆ ที่เหนียวเยิ้มคือของหวาน เนื้อเน่าต่างๆ คล้ายเป็นจานสลัดที่พระองค์เลือกกินในบางที"] -
'...เชี้ย' เซี่ยซีหานสบถคำในใจตัวเองเบาๆ มันรู้สึกว่าเทพปีศาจแห่งโรคภัย มีความชอบอาหารอันน่ารังเกียจ
หลังอ่านประโยคสุดท้ายจบ เป็นอีกครั้งที่มันต้องตื่นเต้นเบาๆ กับระบบของตัวเอง
และหัวใจเต้นแรงจนแทบเกือบจะบ้าคลั่งเพราะต้องเป็นผู้มาก่อนกาล รู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ก่อนเวลา
ในข้อความที่ยืดยาวจากระบบ เซี่ยซีหานได้รู้ว่า 'เทพ' คือไอ้พวกบัดซบที่ตายยาก แม้เขาจะถูกฆ่า แต่ก็สามารถมีสภาวะเป็น 'สัญลักษณ์' ได้
แล้วสัญลักษณ์นั้นคืออะไร
ตรงนี้ระบบไม่ได้อธิบายอย่างละเอียด แต่เซี่ยซีหานก็เดาได้ มันน่าจะเป็นตัวแทนของอำนาจที่เกี่ยวข้องของพระองค์ เช่น 'เทพแห่งความการุณย์ไร้ที่สิ้นสุด' ถือครองอำนาจแห่งโรคภัยเอาไว้
แต่พระองค์ตายไปแล้ว แต่แม้พระองค์ตายไปแล้ว แต่ก็ยังส่งอำนาจของตัวเองให้ผู้ศรัทธาใช้งานได้ อาจจะผ่านพิธีกรรมบวงสรวงอะไรพวกนี้
คิดแบบนี้เซี่ยซีหานก็เสียวสันหลังวาบ โลกใบนี้ลึกลับและมีตัวตนโหดๆ อีกมาก โชคดีที่พวกมันตายแล้ว!!!
แต่นี่ขนาดพวกมันตายไปแล้ว แต่ยังส่ง 'กลิ่น' มาได้ กลิ่นตรงนี้เซี่ยซีหานหมายถึง การส่งเสี้ยวพลังเล็กๆ ของพวกมัน กลับมายังโลกแห่งความเป็นจริงนี้
'น่าหวาดกลัวฉิบหาย!!!' เซี่ยซีหานพูดกับตัวเองอย่างสั่นกลัว ก่อนอารมณ์ขี้เล่นเล็กๆ ของตัวเองจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว
ภาพตรงหน้าทำให้เซี่ยซีหานไม่กล้าแม้แต่จะยิ้มขบขัน
เซี่ยซีหานชูมือ แสงสว่างจ้าเปลี่ยนมือของเซี่ยซีหานเป็นสีขาวบริสุทธิ์ คล้ายมือของเซี่ยซีหานเป็นหลอดไฟนีออน
แสงนี้ค่อยๆ ชำระร่างชายที่ร่ำไห้และทารกน้อยที่ไร้ชีวิตในมือของเขา
กลิ่นเหม็นสาบบนตัวของชายที่ร่ำไห้จางหายไปอย่างรวดเร็ว ใต้เสื้อของชายร่ำไห้ แท้จริงมันทั้งคันและแสบร้อน มีแผลคล้ายฝีหนองปรากฏมากมาย แต่อาการนี้หายไปอย่างรวดเร็ว ชายผู้นี้รู้สึกได้เร็วถึงการได้รับการรักษา เขามองเซี่ยซีหานอย่างประหลาดใจ
ก่อนมองลูกน้อยในมือ ร่างของเด็กมีไอจางๆ สีขาวออกจากร่าง ฝีที่ปูดบวมแตกและหนองกลายเป็นไอสีขาวลอยออกจากร่างไม่หยุด
ชายคนนั้นดีใจ เขาเรียก...ลูกน้อยของตัวเองให้ตื่นและยินดี
แต่แน่นอนว่าไร้เสียงตอบกลับ ทารกน้อยตายแล้ว สิ่งที่เซี่ยซีหานทำได้ก็เพียง... ทำลายคำสาป
เขาไม่สามารถปลุกทารกน้อยให้ตื่นขึ้นได้อีก
เซี่ยซีหานไม่มีเวลาสนใจชายคนนี้ แม้แต่การจะพูดให้กำลังใจ เซี่ยซีหานรับรู้ว่ามันยากเกินไป
เขารู้สึกว่าในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาววุ่นวายเหลือเกินในตอนนี้
เขาถามเหล่านักรบที่ยืนอยู่บนกำแพงว่าเกิดอะไรขึ้น และย้ำว่าจงพูดให้ 'เร็ว' และ 'กระชับ'
และนี่ทำให้เซี่ยซีหานรับรู้ได้อย่างรวดเร็วว่า ไม่กี่วันก่อนมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว
ผู้คนมากมายป่วยด้วยโรคประหลาดอย่างรวดเร็ว คนที่อ่อนแอเริ่มล้มตาย
พวกเราเชิญหมอหลายคนจากหมู่บ้านใกล้ๆ มาแต่กลับไม่อาจจะทำอะไรได้มาก เพียงแค่ประคองอาการ ตอนนี้ทุกคนในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวต่างวุ่นวาย ไม่มีใครทำงาน มีแต่การแยกผู้ป่วยและเร่งรีบในการรักษาโรค กลุ่มขวัญที่เห็นทั่วป้อมคือการเร่งเผาศพคนที่ตาย
เซี่ยซีหานตอนนี้กระโดดยืนบนแนวกำแพงกันตก พร้อมมองจ้องไปด้านล่างอันเป็นบ้านเรือนของคนในป้อมปราการ ด้วยดวงตาแห่งวิหครุ่งอรุณ
"!!!ตรงนั้น"
เขาเห็นอะไรบางอย่างแล้ว