บท 55: ทำนายชะตาฟ้าลิขิตผ่านแผนภาพขุนเขาธารา
เมื่อฮ่องเต้เหยาว่านหลี่ได้ยินว่านิกายเทพกระบี่ลึกลับและทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง เขาก็เหลือบมองไปที่องค์ชายเหยาอู่เจียงผู้เป็นลูกชายกำลังสบตาเขาด้วยแววตาซึ่งเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาแรงกล้า
“เสด็จพ่อลูกต้องการเข้าไปเป็นศิษย์ของนิกายเทพกระบี่!” องค์ชายเหยาอู่เจียงกล่าวด้วยความแน่วแน่เด็ดขาด
“อู่เจียง เจ้า...” เมื่อเห็นว่าลูกชายตั้งใจแน่วแน่ ฮองเฮาเย่หวงซู่จึงหันมามองฮ่องเต้เหยาว่านหลี่ผู้เป็นสามี ที่ยังไม่อาจตัดสินใจได้ชั่วขณะหนึ่ง
เดิมทีนางคิดว่าบุตรชายพูดจาเหลวไหล เนื่องจากหลับใหลมานาน แต่เมื่อลองสืบค้นดูกลับกลายเป็นว่าสิ่งที่ลูกชายบอกเล่านั้นมีอยู่จริง
“อู่เจียงเจ้าอย่าเพิ่งหุนหันพลันแล่นไป”
“บิดามิได้คัดค้านเรื่องที่เจ้าจะไปนิกายเทพกระบี่ แต่เพื่อความปลอดภัยของเจ้า บิดาจะตรวจสอบดวงชะตาของเจ้าผ่านแผ่นภาพขุนเขาธารา หากไม่มีอันตรายใด ๆ ต่อเจ้า พอก็จะไม่เหนียวรั้งเจ้าไว้”
ฮ่องเต้เหยาว่านหลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว
“เป็นวิธีที่ดี” ฮองเฮาเย่หวงซู่รีบพยักหน้า
อย่างไรก็ตามเมื่อได้ยินสามีเอ่ยถึงการตรวจดวงชะตาผ่านแผนภาพขุนเขาธารา ใบหน้าอันแสนงดงามของฮองเฮาเย่หวงก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เนื่องจากแผนภาพขุนเขาธาราของราชวงศ์ว่านชุ่นถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ไม่เพียงแต่สามารถหยุดยั้งหายนะที่จะเกิดขึ้นกับราชวงศ์ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถทำนายชะตาฟ้า ลิขิตสวรรค์ได้อีกด้วย
ย้อนกลับไปในอดีต ฮ่องเต้เหยาว่านหลี่ได้ใช้แผนภาพขุนเขาธาราทำนายเอาไว้ว่าราชวงศ์จิ่วหลี่จะแอบแย่งชิงวาสนาขององค์ชายเหยาอู่เจียง ซึ่งก็เป็นจริงดังคำทำนาย
......
เมื่อฮ่องเต้เหยาว่านหลี่โบกสะบัดมือ บรรยากาศกดขี่ข่มเหงครอบงำก็ปรากฏขึ้นภายในห้องโถง
บรรยากาศที่ครอบงำดังกล่าวมาพร้อมกับแสงประกายระยิบระยับ ช่วยอึดใจต่อมาก็บังเกิดแสงเจิดจ้าและเผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของแผนภาพขุนเขาธารา
แสงสีทองหมุนวนอยู่บนแผนภาพขุนเขาธารา เปล่งรัศมีเจิดจ้าลึกลับ ราวกับว่าทั้งโลกหล้าถูกบดบังด้วยแสงรัศมีของมัน
แผนภาพขุนเขาธารา คือสมบัติประจำแผ่นดินของราชวงศ์ว่านชุน!
ทันใดนั้นท้องฟ้าเหนือพระราชวังก็สาดส่องประกายแสงสีทอง สัตว์ศักดิ์สิทธิ์นานาชนิดก็มารวมตัวกัน สุริยัน จันทรา ดารา ขุนเขา แม่น้ำ ลำธาร พฤกษารุกขชาติ ค่อย ๆ เคลื่อนกะพริบทีละจุด
ภายใต้บารมีของเหล่าเชื้อพระวงศ์และฮ่องเต้แต่ละรุ่น ทำให้แผนภาพขุนเขาธาราทรงพลานุภาพอันยิ่งเช่นนี้
ไม่เพียงแต่หยุดยั้งหายนะที่จะเกิดกับราชวงศ์ว่านชุน ยังสามารถทำนายชะตาฟ้าลิขิตได้ นอกจากนี้ยังเป็นศาสตราวิเศษที่ผสมผสานการรุกและรับไว้ด้วยกัน
ฮ่องเต้เหยาว่านหลี่สงบนิ่ง ทอดมองแผนภาพขุนเขาธาราที่ลอยคว้างอยู่ภายในห้องโถง จากนั้นก็ยกมือขึ้นโบกสะบัดปลายนิ้ว
เปิด!
แสงสีทองพวยพุ่งออกมาจากปลายนิ้ว จมหายเข้าไปในแผนภาพขุนเขาธาราราวกับสายอัสนีฟาดผ่า
เปรี้ยง!
แสงสีทองเจิดจ้าปะทุขึ้นจากแผนภาพขุนเขาธารา
ในเวลาเดียวกันความเร็วของการเคลื่อนที่ของแผนภาพขุนเขาธาราเพิ่มสูงขึ้น พร้อมกับบรรยากาศลึกลับยากหยั่งถึงที่ปะทุออกมาจากแผ่นภาพ
“รอสักครู่ แผนภาพขุนเขาธาราจะวิเคราะห์ข้อมูลของนิกายเทพกระบี่ในไม่ช้า เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นรายละเอียดจะปรากฏขึ้นบนแผนภาพ” ฮ่องเต้เหยาว่านหลี่เหลือบมองแล้วกล่าว
แม้ว่าองค์ชายเหยาอู่เจียงจะสัมผัสได้ถึงพลังลึกลับ และคำชี้แนะจากเจ้านิกายว่าให้ไปที่นิกายเทพกระบี่ และนี่อาจเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับเขา
ถึงกระนั้นฮ่องเต้เหยาว่านหลี่ก็ยังอยากค้นหาข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับนิกายเทพกระบี่ก่อน
ดังคำกล่าวที่ว่า : นำความผิดพลาดมาเป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้ทำผิดซ้ำสอง
เขาเคยประมาทมาแล้วครั้งหนึ่ง จนทำให้ปราณวาสนาของลูกชายถูกราชวงศ์จิ่วหลี่ช่วงชิงเอาไป ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมประมาทอีกต่อไป
ฮองเฮาเย่หวงซู่ที่อยู่ข้าง ๆ รู้สึกไม่สบายใจสักเท่าใด นางกำมือแน่นลุ้นระทึกกับคำทำนายที่จะเกิดขึ้น จ้องมองแผนภาพขุนเขาธาราตาไม่กะพริบ ด้วยกลัวว่าคำทำนายจะออกมาในด้านเลวร้าย
องค์ชายเหยาอู่เจียงก็ไม่ต่างจากมารดาของตนเอง เขานอนป่วยอยู่บนเตียงกำหมัดแน่นด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า มองดูแสงสีทองเปล่งประกายออกมาจากแผนภาพขุนเขาธารา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในบรรดาพวกเขาทั้งหมด องค์ชายเหยาอู่เจียงกำลังลุ้นระทึกมากที่สุด
เดิมทีเขามีร่างมังกร มีปราณวาสนาไร้ที่สิ้นสุด แต่ถูกขโมยแย่งชิงไปก่อนจะโตเสียอีก เขาจะมีความสุขไปได้อย่างไร?
ในความทรงจำ มันทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานมาอย่างต่อเนื่อง ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างยากอธิบาย
ทว่ายามนี้
โอกาสได้มาถึงแล้ว มันคือความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ถวิลหาแม้ในยามหลับฝัน โอกาสเกิดใหม่อยู่ใกล้แค่เอื้อม
ถ้าเขาสามารถทำตามคำชี้แนะของเสียงปริศนา จะสามารถเข้าสู่นิกายเทพกระบี่ได้อย่างราบรื่น ตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดจากความสิ้นหวัง ก้าวไปบนเส้นทางฝึกตนได้อีกครั้ง
อีกไม่นานเขาจะสามารถครอบครองราชวงศ์จิ่วหลี่ ในฐานะของบุรุษผู้แข็งแกร่ง สยบทุกอย่างได้ด้วยฝ่ามือเดียว
เขาอยากจะทวงคืนช่วงเวลาสิบหกปีที่สูญเสียไป เขาต้องการตอบแทนองค์ชายจิ่วหลี่ให้สาสมกับที่บังอาจช่วงชิงวาสนาของเขาไป เขาอยากกระทืบมันให้จมธรณี ให้มันได้รู้ซึ้งว่าสิ่งที่มันครอบครองอยู่ในตอนนี้หาใช่ของมัน แม้มันจะแย่งชิงความสำเร็จไปได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่สุดท้ายมันก็ต้องแพ้ตัวจริงอย่างเขา
ปัจจุบันหัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองศึก ฝ่ามือชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ เนื่องจากกลัวว่าภาพที่แผนภาพขุนเขาธาราจะฉายออกมาจะเป็นเรื่องเลวร้าย
......
ห่างไกลออกไปหลายพันลี้
ณ ยอดเขาเทียมสวรรค์ นิกายเทพกระบี่
ในแผนภาพขุนเขาธารา วาสนามังกรทองกำลังหลับอย่างสบาย ทันใดนั้นก็ลืมตาขึ้นแสงสีทองจำนวนมหาศาลปะทุขึ้นอย่างกะทันหัน
ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง ดวงตาสีทองอันแสนสง่างามก็แผ่ความน่าเกรงขามราวกับท้องนภากำลังถล่มทลายออกมาในทันที อำนาจสยบไร้ขอบเขตระเบิดออกมาจากร่าง
ร่างมังกรยาวกว่าแสนจั้งพุ่งทะยานออกมาจากม่านหมอกในแผนผังดาราโจวเทียน เหินทะยานอยู่เหนือนิกายเทพกระบี่ เศียรมังกรขนาดใหญ่โผล่ออกมาอย่างภาคภูมิ
ดวงตาสง่างามน่าเกรงขามเหลือบมองไปทางราชวงศ์ว่านชุ่นที่อยู่ห่างไกลหลายหมื่นลี้ พ่นลมหายใจเหมือนดังมนุษย์ออกมา
มังกรทองสะบัดหาง พุ่งทะยานกลับเข้าสู่แผนผังดาราโจวเทียน จากนั้นก็เข้าสู่ห้วงนิทราอย่างสงบ
...
ในช่วงเวลาเดียวกัน
ตัดภาพมายังราชวงศ์ว่านชุ่น ณ ห้องโถงพระราชวัง
แผนภาพขุนเขาธารากำลังหมุนด้วยความเร็วสูง พยายามประมวลข้อมูลของนิกายเทพกระบี่
ทันใดนั้นก็มีเสียงขาดดังขึ้น
ฉับพลันก็บังเกิดรอยฉีกบนแผนภาพขุนเขาธารา!!!
ทันใดนั้นแสงอันเจิดจ้าก็ค่อย ๆ หรี่ลง
แผนภาพขุนเขาธาราดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรที่น่าสะพรึงกลัว จึงหยุดหมุนในชั่วพริบตา ระหว่างที่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"นี่มันอะไร?"
"เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?"
"เกิดรอยขาดบนแผนภาพขุนเขาธารา?"
ดวงตาของฮ่องเต้เหยาว่านหลี่เบิกกว้าง อ้าปากค้างตกตะลึงกับสิ่งที่เกิด ราวกับว่ากำลังก่นด่าสาปแช่ง
ผ่านไปชั่วระยะหนึ่ง เขาก็เรียกสติกลับคืนมา
"เฮ้อออ~"
"นิกายเทพกระบี่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงใดกัน? ด้วยพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว ถึงขนาดทำให้แผนภาพขุนเขาธาราฉีกขาด!?"
"ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!!!"
แผนภาพขุนเขาธาราหายใจไม่ทั่วท้อง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
อย่างที่รู้ว่าแผนภาพขุนเขาธาราเป็นสมบัติประจำแผ่นดิน ที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นในราชวงศ์ว่านชุน ซับซับวาสนาและการถือครองจากฮ่องเต้องค์ก่อน ๆ พลังของมันเรียกได้ว่าน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก ไม่มีทางที่จะถูกทำลายลงได้อย่างง่าย ๆ เช่นนี้?
หากเป็นอดีตเขาคงพูดได้อย่างเต็มปากว่า ภายในอี้เฉิงไม่มีพื้นที่ใดที่แผนภาพขุนเขาธาราไม่สามารถทำนายได้
อาจจะเป็นไปได้ว่านิกายเทพกระบี่ไม่ได้ทรุดโทรมเกือบล่มสลายเช่นดั่งผู้อื่นกล่าวขาน ทั้งยังมีพลังอันน่าสะพรึงกลัวจนทำให้แผนภาพขุนเขาธาราเกิดรอยฉีกขาด ซ้ำยังทำให้มันรู้สึกหวาดกลัวได้ถึงเพียงนี้?
มันช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!
แม้แต่สำนักนิกายใหญ่บางสำนักก็ยังไม่มีพลังอำนาจเช่นนี้
หรือแผนภาพขุนเขาธาราไม่ได้ใช้งานมานาน วันนี้จึงทำงานผิดพลาด?
ฮ่องเต้เหยาว่านหลี่รู้สึกสับสนอยู่ครู่หนึ่ง