Doomdays ซอมบี้ล้างโลก

    ตอนที่ 55 ตกตะลึง

    ตอนที่ 55 ตกตะลึง

     

    ลานประลอง

    โฆษก : เอาล่ะครับงั้นไม่ทราบว่า คุณจะเดิมพันเท่าไหร่อย่างงั้นหรอคับ

    ริวจิ : เอาเป็นมาม่า 3,000 ซอง เครื่องปรุงรสต่าง ๆ อีก 10 กิโลเป็นไง

    หลังจากเสียงพูดของริวจิจบลงลานประลองก็เงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเกิดเสียงด่าทอขึ้นอย่างท้วนหน้า 

    " มาม่า 3 พันซองกับเครื่องปรุงต่างๆ อีก 10 กิโลอย่างงั้นหรอ แกมีปัญญาจ่ายอย่างงั้นหรอ " 

    " จะอวดรวยก็ให้มันน้อย ๆ หน่อย " 

    " ถ้านายไม่มีปัญญาหามาจ่ายละก็นายตายแน่"

    " ขนาดรวมอาหารของทุกคนที่อยู่ทีนี้ไม่อยู่จะพอถึงรึเปล่า อย่าไร้สาระหน่อยเลย " 

    " คนคนเดียวไม่มีทางที่จะมีอาหารมากมายมหาศาลขนาดนั้น ยกเว้นจะเป็นพวก Big name ของค่าย "

    เสียงก่นด่าดังลั่นจนโฆษกต้องพูดใส่ไมค์ให้เสียงผู้ชมสงบลง จากนั้นจอร์นก็พูดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเสียงผู้ชมได้เบาบางลงไป 

    จอร์น : เฮ้ นายเอาจริงงั้นหรอ ถ้านายไม่มีปัญญาหาอาหารมาได้ละก็ นายจะลำบากน่ะ

    ริวจิ :  นายไม่ต้องมาถามฉันหรอก ว่าแต่นายนั่นแหละมีปัญญาหาเป็นจำนวน 10 เท่าที่ฉันเสนอไปรึเปล่า

    จอร์น : ฮ่าฮ่าฮ่า เป็นคนที่อวดดีจริง ๆ เลยน่ะ ไม่ต้องห่วง ถ้านายสามารถทำได้ล่ะก็น่ะ 

    ริวจิ : งั้นจะมั่วโอ้เอ้กันอยู่ทำไมล่ะ รีบเริ่มกันได้แล้ว ฉันมีหลายอย่างที่ต้องทำ

     

    โฆษก : เอาล่ะครับท่านผู้ชม ตอนนี้ทั้งคู่ได้ตกลงพนันกันแล้วเรียบแล้ว เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจำนวน 3,000 ซองและเครื่องปรุงวัตถุดิบต่าง ๆ เป็นจำนวน 10 กิโลกรรม การประลองจะเริ่มขึ้นในอีก 5 นาที โปรดเลือกฝั่งเดิมพันได้เลย โดยอัตราส่วนการเดิมพันนั้นจะอยู่ที่ 1 ต่อ 10 เช่นเคย ใครสนใจให้เดินไปทางด้านอเมเรียได้เลยครับผม 

    อเมเรีย : มาจ้าา ! มาจ้าาา แทงเสีย แทงเสีย แทงฝั่งเด็กหนุ่มชุดดำค่าตอบแทน 1:10  แร่เข้ามา แร่เข้ามา

    " ใครมันจะไปโง่แทงฝั่งเจ้านั้นว่ะ " 

    " ถ้าใครมีสมองก็ต้องแทงฝั่งจอร์นอยู่แล้ว " 

    " เอาล่ะฉันพนันอาหารทั้งเดือนของฉัน ฝั่งจอร์น " 

    " อาหารทั้งหมดของฉันลงฝั่งจอร์น " 

    ไม่มีใครเลยที่ลงพนันฝั่งริวจิ   

    ริวจิ : เฮ้โฆษก ฉันสามารถลงพนันฝั่งฉันเพิ่มอีกได้มั้ย 

    โฆษก : ได้แน่นอน !! แต่ถ้าคุณไม่มีปัญญาจ่ายละก็ มันจะเกิดปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน 

    ริวจิ : งั้นฉันขอเดิมพันฝั่งของตัวเอง 3,000 ซองและวัตถุดิบต่าง ๆ อีก 10 กิโลกรัม 

    " ไอ้บ้าแกคิดว่าแกเป็นโรงงานผลิตหรือไงว่ะ " 

    " มันต้องพนันเน้นฟลุ๊คชนะแน่นอน " 

    " มันคิดว่ามันจะทนถึง 1 นาทีได้หรอว่ะ " 

    " ฮ่าฮ่า สงสัยมันอยากตายเลยเอาชีวิตมาทิ้งว่ะ " 

     

    ณ ตึกข้างๆ ลานประลอง 

    สุซาคุ : เอ๋ ไอ้ผ้าคลุมนั้นมันบอกจะเดิมพันเท่าไหร่น่ะ 

    ริเอะ : บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 3,000 ซองและเครื่องปรุงต่าง ๆ อีก 10 กิโลกรัมแถมเขายังลงพนันฝ่ายของตัวเองอีก แสดงว่าเขาเดิมพันถึง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 6,000 ซองและเครื่องปรุงต่าง ๆ 20 กิโลกรรมคะ 

    สุซาคุ : มันเอาความมันใจมาจากไหนกันว่ะถึงกล้าลงพนันมากขนาดนั้น หรือว่าแค่หลอกดาว

    ริเอะ : แล้วฉันจะไปถามใครละคะ แต่เค้าคนนั้นปกปิดใบหน้าของเขา อาจจะเป็นคนนอกก็เป็นได้ 

    สาซาคุ : รอดูต่อไปอีกหน่อยก็แล้วกัน 

    ณ ลายประลอง 

    โฆษก : เอาล่ะครับท่านผู้ชม เมื่อทุกท่านได้ดำเนินการเดิมพันเสร็จเรียบร้อยแล้ว การประลองจะเริ่มใน 10 วินาที นับถอยหลังไปพร้อมกัน 

    10 9 8 7 6 5 4 3 

    จอร์น : ฉันจะไม่ออมมือน่ะระวังไว้ให้ดีล่ะ อย่าตายล่ะ ! 

    2  1 

    โฆษก : เริ่มการประลองได้ 

    เมื่อเสียงการประลองดังขึ้น จอร์นทำท่าเหมือนจะออกตัวเหมือนนักวิ่ง เขาก้มตัวลงไป และเตรียมพร้อมที่จะออกตัวพุ่งชน 

    " มาแล้วนั่นไง ท่าวัวกระทิงของจอร์นล่ะ งัดออกมาใช้ตั้งแต่เริ่มสงสัยอยากจะปิดฉากในทีเดียวสินะ " 

    " สงสารไอ้ผ้าคลุมชุดดำจริง ๆ " 

    " แกจะไปสงสารมันทำไม แกไม่อยากชนะพนันรึไง เจ้าโง่ ! ให้มันตายๆ มันสะเราจะได้ชนะพนันอย่างง่ายๆ " 

    ณ ตึกข้างๆ ลานประลอง 

    สุซาคุ : สงสัยมันจะน่าเบื่อกว่าที่ฉันคิดไว้น่ะ ไอ้หมอนั้นเลือกใช้ท่านี้ แบบนี้หมอนั้นคงรอดยากแล้วล่ะ 

    ริเอะ : ก็อาจจะจริงนะคะ ขนาดคุณยังต้องหลบเมื่อเผชิญหน้ากับท่านั้นเลยนิค่ะ 

    สุซาคุ : ฉันไม่ได้หลบสักหน่อย 

    ริเอะ : ถ้าว่ากันตามจริง มีเพียงหัวหน้าเท่านั้นที่จะพอต้านท่านั้นของจอร์นไว้ได้ 

    ณ ลานประลอง

    เมื่อริวจิเห็นท่าทางของจอร์น เค้าก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา ริวจิยังยืนนิ่งเหมือนเดิม  

    จอร์น : เอาล่ะน่ะ !! หลบให้ดีล่ะ ใครที่โดนฉันแท็กด้วยท่านี่แล้วล่ะก็ น้อยคนที่จะมีโอกาสรอดชีวิต 

    ริวจิ : ....... 

    ย๊าาาาา 

    [ วัวกระทิง ] 

    ตัวของจอร์นนั้นพุ่งออกสตาร์ทจากจุดที่เขาตั้งหลักอย่างรวดเร็วเหมือนกับ ปืนที่ออกจากปากกระสุน และพุ่งตรงไปที่ริวจิ  

    ฟู้มม

    เขาพุ่งเข้าใกล้ริวจิเรื่อย ๆ จนกระทั่งอยู่ใกล้ริวจิแค่ 1 เมตรเท่านั้นจอร์นก็ได้พูดขึ้นมาราวกับว่าเขาคือผู้ชนะ 

    " เสร็จฉันล่ะ ฉันจะทำให้มันจบเร็วที่สุดเอง " 

    แต่ว่า 

    ฟึ่บ

    ฟึ่บ

    ริวจินั้นได้เบี่ยงตัวตัวหลบการแท้กของจอร์นไปได้แบบฉิวเฉียดด  เมื่อผู้คนที่สังเกตเห็น ได้ตกตะลึงเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นภาพที่ปรากฎข้างหน้า พวกเขาทำหน้าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น 

    " บ้าน่า ! มันสามารถหลบได้อย่างงั้นหรอ " 

    " สงสัยจะแค่ฟลุ๊คๆนั่นแหละไม่มีทางที่จะหลบท่านั้นได้หรอก " 

    " เอาเลยจอร์นเมื่อกี้มันแค่บังเอิญ ซัดเจ้ากุ้งแห้งนั้นให้กระเด็นไปเลย " 

    จอร์น : บังเอิญอย่างงั้นหรอ ใช่ ! มันต้องบังเอิญแน่ ๆ ไม่มีทางที่เค้าจะหลบได้ มีแค่หัวหน้าเท่านั้นที่ไม่หลบท่านี้และกล้าที่จะโจมตีกลับมา  

    จากนั้นจอร์นก็เตรียมจะพุ่งเข้าแท้กริวจิอีกครั้ง 

    " เอาล่ะคราวนี้ฉันจะไม่ออมมืออีกแล้วน่ะ " 

    เต็มกำลังงงง !!

    ย๊าาาาา  !!!

    แต่ริวจิก็ยังเงียบสงบ เพราะจอร์นบอกกับเขาว่าแค่ 1 นาทีถ้าเขาสามารถทนได้ก็เป็นฝ่ายชนะไปเลย  

    จอร์นพุ่งเข้ามาชาร์ตริวจิอีกครั้งนึง และครั้งนี้เค้าใส่เต็มกำลังโดยไม่มีกักเลย 

    ฟึบ 

    แต่ริวจิก็ยังหลบได้เหมือนเช่นเคย  

    " บ้าน่าา เค้าหลบมันได้จริงๆ อย่างงั้นหรอ " 

    " เป็นไปไม่ได้ หรือว่าเราจะเสียกันหมดทุกคน " 

    " อย่าพูดบ้าๆ น่า แค่หลบได้แค่สองครั้งเท่านั้น จอร์นยังไม่ยอมแพ้ดูนั่นสิ " 

    จากนั้นจอร์นก็พุ่งเข้าใส่ริวจิก็นับครั้งไม่ถ้วน แต่ว่าเค้าก็ไม่สามารถสัมผัสมีแต่ปลายผ้าคลุมของเขาด้วยซ้ำ มันเหมือนกับคนที่ล่อวัวกระทิงด้วยผ้าสีดีให้มาติดกับดักเลย จอร์นเป็นเหมือนกับวัวกระทิงที่ไล่ควิด ส่วนริวจิเป็นคนที่หลอกล่อนั้นเอง 

    ณ ตึกข้างๆลานประลอง 

    สุซาคุและริเอะนั้นเมื่อเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้านั้นพวกเขาก็อึ้งในสิ่งที่เห็น 

    สุซาคุ : ไอ้หมอนั้นมันเป็นใครกันแน่ หรือว่าจะเป็นคนที่อยู่ในหมู่พวกเราปลอมตัวไปกันแน่ 

    ริเอะ : ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกค่ะ พวกเขาทั้งหมดไม่ได้เดือดร้อนเรื่องของอาหาร มีแค่จอร์นเท่านั้นที่อยากโชว์ความแข็งแกร่งของเขา และออกไปประลองอยู่เป็นประจำ 

    สุซาคุ : งั้นฉันจะไปดูด้วยตาของตัวเอง ว่าคนที่อยู่ใต้ผ้าคลุมนั้นคือใครกันแน่ 

    จากนั้นทั้ง 2 คนก็เดินลงไปที่ลานประลอง 

    ณ ลานประลอง 

    ริวจิ : นี่มันก็ครบ 1 นาทีแล้วน่ะพอได้แล้วรึยัง 

    จอร์น : ทำไมนายไม่คิดจะตอบโต้บางเลยรึไง เอาแต่หลบเป็นลิงอยู่ได้ ตอบโต้มาบ้างสิไม่อย่างงั้นจะเรียกว่าการต่อสู้ได้ยังไง 

    ริวจิ : ก็นายเป็นคนบอกเองว่า ถ้าฉันสามารถทนได้ 1 นาทีฉันก็เป็นฝ่ายชนะไม่ใช่รึไง  

    เมื่อได้ยินริวจิพูดแบบนี้ออกมาจอร์นก็พูดไม่ออกนอกจากจะต้องยอมรับ  แต่เขานั้นยังไม่ยอมแพ้ 

    จอร์น : โอเคฉันยอมแพ้ในรอบนี้ แต่ฉันขอพนันอีก 1 รอบด้วยบะหมี่จำนวน 33,000 ซองและเครื่องปรุงวัตถุดิบอีก 150 กิโลกรัม นี่คือทั้งหมดที่ฉันมี อัตราการต่อรองคือ 1 ต่อ 1 นายว่าไง 

    ริวจิ : กติกาล่ะว่าไง 

    จอร์น : ใครหมดสติก่อนหรือพูดว่ายอมแพ้ ก็ถือว่าแพ้ได้เลย  

    ริวจิ : โอเคงั้นก็ได้ 

    โฆษกเมื่อเขาได้ยินแบบนั้นแล้วเขาก็ประกาศขึ้นมาเสียงดังลั่น 

    " เอาล่ะครับ จอร์นเป็นคนขอแก้มือแต่ครั้งนี้การประลองคือต่อสู้ไม่ใช่หลบหลีกเหมือนครั้งก่อน เหลืออัตราต่อรองก็อยู่ที่ 1 ต่อ 1 เท่านั้น เพราะการเดิมพันรอบนี้คือทั้งหมดที่จอร์นมีคือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 33,000 ซองและเครื่องปรุงวัตถุดิบต่าง ๆ 150 กิโลกรัม การประลองจะเริ่มในอีก 1 นาที " 

    การนั้นผู้คนก็ไปเดิมพันเหมือนเดิม 

    " ฉันยังเชื่อมั่นในจอร์นอยู่ เอาล่ะ All in อาหารทั้งหมดของฉัน " 

    " นี่เป็นการต่อสู้ไม่ใช่การหลบหลีก ฉันเชื่อว่าจอร์นจะต้องชนะแน่นอน  "

    โฆษก : เอาล่ะเมื่อทั้ง 2 ฝั่งพร้อมแล้วเริ่มการประลองในอีก 

    3 

    2 

    1 

    0 

    เมื่อเสียงนับ 0 จบ จอร์นรีบตั้งท่า วัวกระทิงอย่างรวดเร็วแแต่ว่า เมื่อเขาก้มลงไปเท่านั้นแหละ ภาพตรงหน้าของเขาก็มืดดำไปเหมือนกับทีวีโดนถอดปลั๊กไฟออก  บรรยากาศในสนามเงียบเมื่อเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า ไม่มีใครพูดอะไรออก เพราะอยู่ดีดีจอร์นก็ล้มลงไปและหมดสติไป หลังจากผ่านไปสักพักโฆษกก็ได้สติ  

    โฆษก : เฮ้ จอร์นนายไปอะไรไปอย่างงั้นหรอ ยังมีสติอยู่มั้ย 

    เขาเรียกไปหลายครั้งและให้หน่วยพยาบาลมาตรวจสอบ ก็พบว่าจอร์นนั้นหมดสติไป และเขาก็ได้ประกาศผู้ชนะ 

    โฆษก : ผู้ชนะคือชายผ้าคลุมชุดดำปริศนา เขาได้รางวัลไปทั้งหมดเป็นมูลค่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป  93,000 ซอง และวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารต่าง ๆ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 350 กิโลกรัม  เราจะเตรียมของไว้ให้ใน 3 วัน โปรดมารับในลานประลอง 

    เมื่อเสียงผู้ประกาศดังขึ้น ทำให้ผู้คนตกใจเป็นอย่างมาก พวกเขายังไม่ได้สติกันด้วยซ้ำ เพราะมัวแต่อึ่งกับสิ่งที่เห็น พวกเขามองตามไม่ทันแต่ รูว่าจอร์นหมดสติไป  ริวจิตอบรับและกำลังจะหันหลังกลับแต่ก็มีเสียงดังขึ้นเสียก่อน 

    " เฮ้ จะรีบไปไหนนายเป็นใครกันแน่ ทำไมต้องมาเอาอาหารในค่ายเราไปมากมายมหาศาลขนาดนี้ " น้ำเสียงที่พูดขึ้นนั่นคือสุซาคุนั่นเอง

    ริวจิ : ฉันก็แค่พนันแล้วชนะ มันจะมีอะไรมากไปกว่านั้นอีกล่ะ 

    สุซาคุ : ถ้านายบริสุทธิ์ใจว่าเป็นคนของทีนี้ละก็ ก็ถอดผ้าคลุมนั่นออกสะสิ

    ริวจิ : .....

    สุซาคุ : เห็นมั้ยล่ะนายไม่บริสุทธิ์ใจ ดังนั้นแปลว่านายไม่ใช่คนของที่นี้ นายเข้ามาก่อความวุ่นวายสินะ และพยายามโจมตีค่ายของเราด้วยวิธีนี้สินะ 

    ริวจิ : .... 

    สุซาคุ : เอาล่ะงั้นไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว 

    หลังจากพูดสุซาคุก็จับดาบที่เอวของเขา และเตรียมที่จะพุ่งเข้าจู่โจมริวจิ 

    แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงดังขึ้น

    " หยุดดเดี๋ยวนี้น่ะคุณสุซาคุ  " 

     

    คล้ายกับเรื่องDoomdays ซอมบี้ล้างโลก ที่คุณอ่าน