ค่าพลังเลือดเกือบสองหมื่นแต้มปะทุออกอย่างเต็มที่ในพริบตาความเร็วนั้นพุ่งสูงจนไป๋ฉางเซิงถึงกับมองการเคลื่อนไหวของเธอไม่ทัน
มีคำถามหนึ่งคาใจเขามาหลายวันแล้วเพียงแต่ไม่มีโอกาสได้ถาม
ตามรายชื่อผู้เข้าแข่งขันในปีก่อนๆอันดับหนึ่งถึงสามของนักศึกษาชั้นปีหนึ่งจะมีค่าพลังเลือดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณหมื่นหนึ่งถึงหมื่นสี่เท่านั้นแต่ปีนี้กลับมีตัวประหลาดอย่างโซเฟียโผล่มา ค่าพลังเลือดเกือบสองหมื่นนี้เท่ากับว่าเธอมีเวลาฝึกฝนมากกว่าคนอื่นหลายเท่าตัวเลยทีเดียว
ทุกคนต่างก็เป็นยอดอัจฉริยะจากทั่วโลกแล้วทำไมเธอถึงได้พิเศษเหนือใครขนาดนี้?
ด้วยต้นทุนค่าพลังเลือดมหาศาลนี้โซเฟียจึงกลายเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งของชั้นปีหนึ่งในการประลองครั้งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
ก่อนหน้าการต่อสู้เมื่อวานไม่มีใครคิดเลยว่าโซเฟียจะคว้าอันดับหนึ่งไม่ได้
จนกระทั่งพลังจิตของไป๋ฉางเซิงทะลวงระดับนั่นแหละถึงทำให้ผลลัพธ์สุดท้ายเริ่มมีเครื่องหมายคำถามขึ้นมาบ้าง
แต่พอได้เห็นพลังเลือดที่ระเบิดออกเต็มที่ของโซเฟียด้วยตาตัวเองไป๋ฉางเซิงถึงได้รู้ว่าการซ่อนฝีมือของปาฟลอฟก่อนหน้านี้น่าตลกขนาดไหน
ช่องว่างพลังเลือดที่ห่างกันหลายพันแต้มไม่ใช่สิ่งที่จะชดเชยได้ด้วยการแกล้งซ่อนฝีมือเลย
แม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลพลาดเพียงนิดเดียว อาจหมายถึงแพ้ราบคาบ
เมื่อเห็นโซเฟียสะบัดแส้ในมืออีกครั้งไป๋ฉางเซิงก็ตัดสินใจชิงจุดระเบิดลูกไฟทันที
เปลวเพลิงบ้าคลั่งระเบิดออกเป็นวงกว้างกลายเป็นลูกไฟยักษ์ขนาดสิบเมตรบนลานประลองกลืนกินร่างของโซเฟียที่คิดจะเข้ามาทำลายลูกไฟเข้าไปทั้งตัว
อุณหภูมิที่พุ่งสูงฉับพลันทำให้อากาศรอบๆบิดเบี้ยว
ถ้าเปลี่ยนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามมารับลูกไฟของไป๋ฉางเซิงลูกนี้เกรงว่าคงระเหยกลายเป็นไอไปในพริบตา!
แต่คู่ต่อสู้ที่ไป๋ฉางเซิงกำลังเจออยู่ตอนนี้คือโซเฟียนักศึกษาปีหนึ่งที่โดดเด่นที่สุดของมหาวิทยาลัยเทวทูตศักดิ์สิทธิ์เป็นหนึ่งเดียวที่ไร้คู่เปรียบ!
แม้แต่มอนเต้ที่เคยสร้างความลำบากให้ไป๋ฉางเซิงอย่างหนักก่อนหน้านี้ก็ยังเอามาเทียบกับโซเฟียไม่ได้เลย
คนเย่อหยิ่งอย่างเขายังยอมเป็นแค่ไม้ประดับให้โซเฟียแต่โดยดีแค่นี้ก็จินตนาการได้แล้วว่าความแข็งแกร่งของเธอน่ากลัวขนาดไหน!
ไป๋ฉางเซิงไม่ลังเลแม้แต่น้อยในจังหวะที่ลูกไฟระเบิดออก อัสนีบาตตรงหว่างคิ้วก็เริ่มควบแน่นราวกับกำลังระวังอะไรบางอย่าง
และก็เป็นไปตามคาดไฟยังไม่ทันมอด แสงสีทองก็สว่างวาบขึ้นท่ามกลางกองเพลิง
วินาทีต่อมาแส้ยาวที่เปล่งประกายสีทองก็ฟาดทะลุเปลวเพลิงออกมา เล็งตรงมาที่หัวของไป๋ฉางเซิง!
เมื่อไป๋ฉางเซิงเห็นแสงสีทองบนแส้เส้นนั้นในใจก็ร้องว่า ‘เป็นอย่างที่คิดจริงๆ’
สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเทวทูตศักดิ์สิทธิ์ก็คือ'ปราการศักดิ์สิทธิ์' ในเมื่อมอนเต้ยังใช้เป็นแล้วโซเฟียจะใช้ไม่เป็นได้ยังไง?
เขาไม่รอช้าซัดอัสนีบาตเข้าใส่ทันที!
สายฟ้าสีน้ำเงินขาวปะทะกับแส้ทองคำอย่างจังแรงสั่นสะเทือนของพลังงานม้วนตัวเป็นกระแสลมพัดกระจายไปทั่วบริเวณ
เมื่อเห็นไป๋ฉางเซิงกับโซเฟียเริ่มปะทะกันอย่างดุเดือดตั้งแต่แรกคนดูรอบข้างก็ถูกดึงดูดความสนใจไปหมดแม้แต่เสียงด่าทอหลี่ฉางหมิงก็ยังเบาลงไปถนัดตา
แต่ตอนนี้ไป๋ฉางเซิงไม่มีอารมณ์มาคิดหรอกว่าหลี่ฉางหมิงจะขอบคุณเขาไหมหลังจากทุ่มอัสนีบาตสุดกำลังจนพอจะต้านทานการโจมตีสวนกลับใต้การป้องกันของปราการศักดิ์สิทธิ์ได้เขาก็เห็นผู้หญิงคนนี้ยังคงพุ่งเข้ามาหาเขาต่อโดยไม่หยุดพัก
"เฮ้ย นี่จะหยุดเธอไม่ได้เลยใช่ไหม!"
เมื่อเห็นโซเฟียตั้งใจจะเข้าประชิดตัวให้ได้ไป๋ฉางเซิงก็ไม่คิดจะเกรงใจเหมือนกัน
เขากระตุ้นจิตลูกไฟหลายลูกก็ก่อตัวขึ้นก่อนจะกระหน่ำยิงลงบนลานประลอง
การโจมตีใส่โซเฟียตรงๆจะถูกกันด้วยปราการศักดิ์สิทธิ์ แต่ถ้าใช้แค่แรงกระแทกจากการระเบิดเข้าจู่โจมปราการศักดิ์สิทธิ์ก็กลายเป็นของไร้ค่า จะกันก็ไม่ได้ จะไม่กันก็ไม่ดี
และที่สำคัญกว่านั้นคือจากการปะทะเมื่อกี้ ไป๋ฉางเซิงรู้สึกได้ชัดเจนว่าปราการศักดิ์สิทธิ์ของโซเฟียยังไม่เข้าถึงแก่นแท้เท่ากับของมอนเต้
หรืออาจเป็นเพราะเธอไม่ได้ใช้โล่พลังป้องกันเลยไม่เวอร์เท่ามอนเต้
อย่างน้อยลูกไฟเมื่อกี้ก็เกือบจะทำลายปราการศักดิ์สิทธิ์ของเธอลงได้
ในการต่อสู้สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการมองไม่เห็นความหวังเพราะมันจะยิ่งทำลายสภาพจิตใจให้แย่ลง
แต่ตอนนี้พอไป๋ฉางเซิงมั่นใจว่าตัวเองมีโอกาสทำลายปราการศักดิ์สิทธิ์ได้ความฮึกเหิมก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
พลังโจมตีสูงไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแต่โจมตีแรงแถมยังป้องกันหนาตึบต่างหากที่น่าสยดสยองซึ่งเห็นได้ชัดว่าโซเฟียไม่ใช่นักรบหกเหลี่ยมที่เก่งรอบด้านไปซะทุกอย่าง
"ตูม! ตูม! ตูม!"
ลูกไฟกระหน่ำตกลงมาราวกับจะล้างบางลานประลองการระเบิดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสร้างคลื่นความร้อนม้วนตลบต่อให้โซเฟียอยากจะรีบปิดเกมแค่ไหน ตอนนี้เธอก็ต้องจำใจหลบเลี่ยงความร้อนระอุนี้และล่าถอยไปทีละก้าว
และไป๋ฉางเซิงย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือ
ถึงการต่อสู้ของหลี่ฉางหมิงก่อนหน้านี้จะแพ้แต่มันก็ทำให้ไป๋ฉางเซิงได้เห็นว่าการโจมตีระยะไกลมันควรจะเล่นยังไง
ก็แค่กระหน่ำยิงเข้าไปรัวๆก็พอ ไม่ต้องสนว่าจะโดนไหม ขอแค่สร้างแรงกดดันได้ ต่อให้ได้ยินแค่เสียงระเบิดแต่อย่างน้อยก็ทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าเข้ามาใกล้
ทำได้แค่นี้ก็ถือว่าสอบผ่านความเป็น 'จอมเวท' แล้ว
และก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพอจอมเวทไม่สนเรื่องการสิ้นเปลืองพลังจิตแล้วสาดสกิลรัวๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟต์เตอร์แทงก์ หรือแอสซาซิน ก็ต้องยอมถอยกันทั้งนั้น
คนดูบนอัฒจันทร์เห็นไป๋ฉางเซิงสาดลูกไฟออกไปรัวๆแบบไม่มีวันหมด ก็พากันอึ้งไปเหมือนกัน
เฮ้ยพลังจิตระดับโหวแห่งยุทธ์มันโหดขนาดนี้เลยเหรอ? ไม่กลัวพลังจิตหมดหรือไง
ไป๋ฉางเซิงตอบในใจ:ใช่ ไม่กลัวเลยสักนิด
ดูเหมือนว่าระดับระหว่างโหวแห่งยุทธ์กับแม่ทัพยุทธ์จะห่างกันแค่ระดับเดียวแต่พลังจิตของไป๋ฉางเซิงกลับเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมถึงห้าเท่า!
และลูกไฟนับสิบลูกที่กระหน่ำยิงออกไปก็ผลาญพลังจิตของไป๋ฉางเซิงไปแค่ไม่ถึงครึ่งเท่านั้น
แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือโซเฟียต้องถอยร่นไปจนเกือบจะถึงขอบลานประลองแล้ว
แต่ยิ่งอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ไป๋ฉางเซิงก็ยิ่งระวังตัว
ถ้าโซเฟียเป็นศัตรูที่จัดการได้แค่การระดมยิงลูกไฟใส่เธอก็คงไม่ได้รับการยอมรับจากอาจารย์หลายคนว่าเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งหรอก
การถอยหลังทีละก้าวของเธอในสายตาของไป๋ฉางเซิงดูเหมือนความเงียบสงบก่อนพายุจะเข้าซะมากกว่า
และก็เป็นไปตามคาดทันทีที่โซเฟียเหยียบขอบลานประลอง ร่างของเธอก็ชะงักขาเรียวยาวออกแรงดีดตัวพุ่งทะยานขึ้นกลางอากาศหลบลูกไฟที่ไป๋ฉางเซิงอัดมาเต็มแรงได้อย่างหวุดหวิดพร้อมกับสะบัดแส้ในมือออกไปอย่างรุนแรง
ไป๋ฉางเซิงเตรียมตัวไว้ก่อนแล้วพอเห็นแส้ฟาดตรงมาที่เขา เขาก็โยกหลบโดยไม่ลังเลพร้อมกับซัดอัสนีบาตเข้าใส่โซเฟียที่ตัวลอยอยู่กลางอากาศ
ก่อนหน้านี้ตอนเท้าติดพื้นโซเฟียยังพอมีจุดให้ยืมแรง แต่ตอนนี้ลอยอยู่กลางอากาศ ไม่มีที่ให้ยึดเหนี่ยวย่อมไม่มีทางหลบพ้น!
ถ้าการโจมตีนี้โดนเข้าไปต่อให้โซเฟียกางปราการศักดิ์สิทธิ์อยู่ ก็ต้องโดนซัดกระเด็นตกจากลานประลองแน่ๆ!
แต่สิ่งที่ไป๋ฉางเซิงคิดไม่ถึงก็คือแส้ทองคำอ่อนที่โซเฟียสะบัดออกมานั้นราวกับมีตา มันขัดต่อสามัญสำนึกโดยสิ้นเชิงวาดเป็นเส้นโค้งสุดประหลาด แล้วกลับมาล็อกเป้าหมายที่ตัวเขาอีกครั้ง!