เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    ความวุ่นวายในพิภพเทพ

    หลังจากอาบน้ำชำระล้างร่ายกายจนเสร็จสิ้น เย่หยุนซีและองค์หญิงฮั่นผิงก็พากันเดินออกจากห้องนอนไปยังห้องรับแขกของตำหนักโดยไม่คิดรอช้า

     

    ซึ่งเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา! ทั้งสองก็ได้เผชิญหน้ากับองค์หญิงฮั่นซูลี่

     

    "จู่ๆมาหาพี่มีเรื่องด่วนอะไรอย่างนั้นหรือ" องค์หญิงฮั่นผิงนั่งลงเก้าอี้พลางเอ่ยปากถามไถ่

     

    "อืม ก็ไม่ได้มีเรื่องด่วนอะไร ข้าก็เพียงแค่อยากเยี่ยมชมชีวิตคู่ของท่าน" องค์หญิงฮั่นซูลี่เบนสายตาไปมองเย่หยุนซีที่กำลังยืนอยู่ด้านหลังของผู้เป็นพี่สาว จากนั้นเอ่ยปากกล่าวตอบกลับอย่างเฉยชา

     

    "คิกคิก ไม่ใช่เพราะคิดอยากจะแย่งเขาไปจากพี่หรอกหรือ?" ฮั่นผิงป้องปากหัวเราะพลางกล่าวราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่น่าตลกขบขัน

     

    "หึหึ นั่นก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน ท่านจะยอมยกเขาให้ข้าง่ายๆเหมือนดั่งสิ่งของเหล่านั้นในอดีตหรือไม่?" ฮั่นซูลี่เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พลางเอ่ยปากถามกลับเพื่อหยั่งเชิงอีกฝ่าย

     

    องค์หญิงฮั่นผิงส่ายศีรษะตอบกลับอย่างฉับไว"นั่นเป็นไปไม่ได้หรอก ก็เขาเป็นสามีคนสำคัญของพี่นี่หน่า"

     

    "โห่ว แบบนี้สิถึงจะน่าสนุก" พูดจบ! ฮั่นซูลี่ก็พลันลุกขึ้นเดินเข้าไปลูบไล้แผงอกของสามีพี่สาวอย่างใจกล้า

     

    "ถ้าหากเจ้าเบื่อแม่ชีผู้นี้แล้ว ก็สามารถมาหาข้าที่ตำหนักได้ตลอดเวลา"

     

    "หืม! องค์หญิงจะปรนนิบัติข้าด้วยตัวเองงั้นหรือขอรับ......ท่านมั่นใจแล้วอย่างนั้นหรือที่พูดออกมาแบบนั้น" เย่หยุนซีเอ่ยปากสอบถาม ซึ่งมันเป็นเวลาเดียวกันกับที่ฮั่นผิงป้องปากหัวเราะในความไร้เดียงสาของน้องสาวตัวดี

     

    แม้แต่นางที่เป็นระดับเซียนเบิกนภาขั้นสูงก็ยังมิอาจรับมือสามีได้จนตลอดรอดฝั่ง ฮั่นซูลี่มีตบะเพียงครึ่งก้าวเซียนดินเท่านั้น เกรงว่าเพียง 1 วันก็ไม่อาจต้านไหว

     

    "นางทำได้ ข้าก็ย่อมต้องทำได้" กล่าวโดยไม่รู้เรื่องอะไร! จากนั้นองค์หญิงฮั่นซูลี่ก็ก้าวเท้าเดินออกจากห้องรับแขกไปโดยไม่คิดเอ่ยคำลาเลยสักคำ

     

    ทางฝ่ายองค์หญิงฮั่นผิงและเย่หยุนซีเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ปรายตามองแผ่นหลังของอีกฝ่าย จนกระทั่งร่างงามหายไปจากประตูตำหนัก

     

    "เห้อ ช่างเป็นสตรีที่ดื้อดึงและใจกล้ายิ่งนัก"

     

    "นางก็เป็นแบบนี้มาตลอดนั่นแหละ ชื่นชอบการเอาชนะข้าเป็นชีวิตจิตใจ........หยุนซี ถ้าหากท่านอยากได้นางเป็นสนม ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ"ฮั่นผิงกล่าวอย่างสนุกสนาน

     

    ผู้เป็นสามีเดินเข้าไปนั่งโอบกอดภรรยาสาว ใบหน้าเผยรอยยิ้มเบิกบาน "เรื่องนั้นคงต้องเอาไว้ทีหลัง เพราะตอนนี้พวกเราควรให้ความสำคัญกับงานชุมนุมที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า"

     

    "อืมๆ ตกลงตามนั้นเจ้าค่ะ" ฮั่นผิงเอนศีรษะซบลงบนแผงอกของสามีหนุ่มพลางเอ่ยปากกล่าวออกมาด้วยความเข้าใจ

     

     

    ตัดภาพกลับมาทางด้านพิภพเทพอันกว้างใหญ่! บัดนี้การหายตัวไปของเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ เหวยเสวียนจี ได้สร้างความโกลาหลวุ่นวายให้กับทั่วทั้งพิภพอย่างที่ไม่เคยเป็นมา เนื่องจากต้องไม่ลืมว่านางคือหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าพันธุ์ แถมยังเป็นธิดาคนโปรดขององค์จักรพรรดิสวรรค์อีกต่างหาก

     

    "ท่านพี่ ยังหาจีเอ่อร์ไม่เจออีกงั้นหรือเจ้าคะ" ณ ห้องโถงรับแขกภายในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์ หญิงงามผมสีขาวอาภรณ์ขาวปรากฏตัวขึ้นมาแล้วเอ่ยถามชายหนุ่มผู้เป็นสามีด้วยความร้อนรนใจ

     

    "เห้อ ยังเลย ถึงแม้จะระดมพลตามหาสักแค่ไหน ก็ไม่พบร่องรอยของจีเอ่อร์เลยสักนิด" องค์จักรพรรดิสวรรค์กุมขมับคิดไม่ออกแล้วว่าลูกสาวตัวดีอยู่ที่ใด

     

    "คงไม่ใช่ว่าเด็กคนนั้นถูกเผ่าปีศาจจับตัวไปหรอกนะ" สตรีผมขาวหัวใจสั่นไหว ใบหน้าซีดเซียว เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ข้อนี้

     

    "ฝู่ ใจเย็นๆก่อน เซียนจี ถึงแม้ลูกสาวของเราจะมิได้แข็งแกร่งที่สุด แต่ก็มีน้อยคนนักที่จะเอาชนะนางได้" จักรพรรดิสวรรค์เดินไปโอบกอดภรรยาสาวแล้วกล่าวปลอบประโลมใจ ทั้งๆที่ตัวเองก็รู้สึกหวั่นในความเป็นไปได้นี้อยู่เหมือนกัน

     

    'ถ้าหากเผ่าปีศาจจับตัวลูกสาวข้าไปจริง! ต่อให้ต้องทำสงครามศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง ข้าก็จะทำ!!' ว่าแล้วผู้เป็นจักรพรรดิสวรรค์ก็ออกเริ่มออกราชโองการเพื่อตามหา เหว่ยเวียนจี อีกครา โดยระบุเอาไว้ด้วยว่า ถ้าหากผู้ใดพบเจอสามารถจะได้สมบัติระดับ เทพ เป็นรางวัล

     

    ส่งผลให้นับตั้งแต่นั้น เหล่าเทพและมนุษย์ทั่วทั้งดินแดนพากันกระตือรือร้นในการออกตามหาเบาะแสของผู้เป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์อย่างบ้าคลั่งไร้ซึ่งความเหนื่อยหล้า

     

    แต่พวกเขาคงคิดไม่ถึงหรอกว่า คนที่พวกเขากำลังตามหา บัดนี้กำลังมีความสุขอยู่กับการเลี้ยงดูหลานโดยไม่ได้สนใจความโกลาหลที่เกิดขึ้นด้านนอกเลยสักนิด

    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน