Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 28 ดวงดาวเกียรติยศ

    ตอนที่ 28 ดวงดาวเกียรติยศ

     

    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****

     

     

     

    เมอร์ลินวางช้อนที่พึ่งตักสตูเนื้อลงแล้วฟังเรื่องนี้อย่างสนใจ

     

    “เกียรติยศ? สิบดาว? คุณช่วยอธิบายเรื่องนี้ได้ไหมครับว่ามันหมายความว่ายังไง?” เด็กน้อยเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะข้อมูลนี้ไม่มีในหนังสือที่เขาได้อ่านมา

     

    ซึ่งความจริงแล้วนอกจากหนังสือประวัติศาสตร์เวทมนตร์แล้ว หนังสือเล่มอื่นๆ ที่เขาก็ล้วนเป็นหนังสือเกี่ยวกับทฤษฎีทั้งสิ้น

     

    มันจึงไม่แปลกที่เขาไม่รู้เรื่องนี้ และมันก็ดูจะเป็นข้อมูลที่สำคัญไม่น้อยด้วย

     

    ชายชราวางช้อนของตนเองลงเช่นกัน เขายิ้มและเอ่ยอธิบาย “เกียรติยศดาวเวทนั้นเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้บ่งบอกระดับของนักเวทหรือนักวิชาการ จริงสิเธอคงไม่รู้ว่าความสำคัญของนักเวทและนักวิชาการเวทนั้นแยกออกจากกัน”

     

    “จากที่ผมอ่านจากหนังสือก็พอจะรู้คร่าวๆ แต่ไม่มากนัก มันจะดีมากถ้าคุณสามารถอธิบายให้ผมฟังได้”

     

    “ไม่มีปัญหา ... โดยปกติแล้วนักเวทคือผู้ที่ใช้พลังเวทมนตร์ โดยที่ภายในร่างกายจะมีวงเวทเป็นของตนเอง ดาวเกียรติยศที่ว่าก็เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แสดงระดับพลังเวทของผู้ใช้เวทมนตร์เช่นกัน โดยที่จะต้องไปทดสอบพลังเวทของทางการแล้วทำเรื่องขึ้นไปที่สภาเวทมนตร์ จากนั้นก็จะได้รับเข็มกลัดแสดงฐานะนักเวทเหมือนกับเข็มกลัดชิ้นนี้”

     

    ว่าแล้วผลึกบนหัวแหวนในมือของชายชราก็ถูกกระตุ้น เข็มกลัดสีทองรูปวงกลมชิ้นหนึ่งพลันปรากฏลอยออกมา

     

    เมอร์ลินมองไปที่มันอย่างสนใจ

     

    วงกลมในเข็มกลัดแสดงสัญลักษณ์ของวงเวท และเข็มกลัดชิ้นนี้ก็มีดวงดาวที่ส่องแสงออกมาหกดวงอย่างโดดเด่น 

     

    เพียงแค่ดูก็รู้แล้วว่าเข็มกลัดชิ้นนี้เป็นสิ่งล้ำค่าที่ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ง่ายๆ มีเพียงสภาเวทมนตร์เท่านั้นที่จะสร้างเข็มกลัดชิ้นนี้ได้

     

    “นี่เป็นเข็มกลัดของคุณหรอครับ?” เมอร์ลินลุกขึ้นไปยืนดูใกล้ๆ แน่นอนว่าเขาไม่กล้าจับมัน เพราะรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ไม่ธรรมดาออกมาจากตัวเข็มขัด ซึ่งเกรงว่าเข็มขัดชิ้นนี้จะไม่ใช้วัตถุธรรมดาอย่างแน่นอน

     

    ชายชราพยักหน้าและเอ่ย “ใช่”

     

    “มันมีดวงดาวหกดวง นั่นหมายความว่าคุณเป็นนักเวทเกียรติยศหกดาว!” เมอร์ลินเอ่ยอย่างตื่นเต้น เพราะดูเหมือนว่านักเวทเกียรติยศหกดวงดาวจะเป็นนักเวทที่สูงส่งไม่น้อย หากฐานะของนักเวทมีขีดจำกัดสูงสุดอยู่ที่เกียรติยศสิบดาวอย่างที่ชายชราว่า

     

    “นี่คือเข็มกลัดที่แสดงฐานะว่าฉันเป็นจอมเวทชั้นสูง เธอจะได้รับเข็มกลัดนี้หลังจากผ่านการทดสอบของทางการซึ่งได้รับการรับรองจากสภาเวทมนตร์ โดยปกติแล้วเหล่านักเวทถ้าขยันหน่อยก็อาจจะสามารถสร้างวงเวทของตนเองเพิ่มขึ้นได้ เมื่อถูกยกระดับก็ต้องแจ้งกับทางการเพื่อปรับดาวเกียรติยศบนเข็มกลัด” ชายชราอธิบาย

     

    “เพื่ออะไรหรอครับ?”

     

    “เธอรู้ใช่ไหมว่าในดินแดนเวทมนตร์ยังมีอสูรร้ายอาศัยอยู่จำนวนไม่น้อย ไม่ว่านักเวทจะเพิ่มจำนวนขึ้นเท่าไหร่หรือปราบพวกมันได้มากเท่าไหร่ สัตว์อสูรเหล่านั้นก็จะไม่มีวันหมดไปอยู่ดี สัตว์ป่าหรือสัตว์เลี้ยงที่ได้รับพลังปีศาจที่ผุดขึ้นมาจากใต้พิภพจะเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นสัตว์อสูร ที่ไม่มีวันหมดสิ้น ดังนั้นนักเวทจึงต้องออกกำราบพวกมันเพื่อให้ลดจำนวนลงและสร้างความปลอดภัยแก่พลเมือง”

     

    “คุณกำลังหมายความว่าเข็มกลัดนี้ไว้ใช้จำกัดระดับภารกิจใช่ไหมครับ” เมอร์ลินเคยอ่านเจอในหนังสือจึงคิดเรื่องนี้ขึ้นได้

     

    “เธอฉลาดมาก สัตว์อสูรเองก็มีความร้ายกาจหลายขั้นเช่นกัน ดังนั้นแล้วพวกเราไม่อาจส่งนักเวทที่อ่อนแอไปต่อสู้กับพวกมันได้ เข็มกลัดนี้จึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกขีดจำกัดความสามารถของนักเวท นอกจากนี้แล้วยังมีเข็มกลัดอีกรูปแบบหนึ่งที่มีไว้ใช้แสดงฐานะเช่นกัน” 

     

    ทันทีที่ศาสตราจารย์ออสตินกล่าวจบ เขาก็กระตุ้นแหวนมิติในมืออีกครั้ง

     

    คราวนี้เข็มกลัดอีกชิ้นพลันปรากฏออกมา ครั้งนี้ไม่ใช่เข็มกลัดสีทองเหมือนเดิม แต่มันเป็นเข็มกลัดสีเงินที่มีวงเวทและดวงดาวเกียรติยศเช่นกัน

     

    แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นดวงดาวเกียรติยศที่ปรากฏอยู่บนเข็มกลัดสีเงินชิ้นนี้กลับดูโดดเด่นสะดุดตากว่าเข็มกลัดสีทองชิ้นก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก เพราะมันมีจำนวนดาวถึงเจ็ดดวง

     

    “นี่คงไม่ใช่เข็มกลัดนักวิชาการเจ็ดดวงดาว” เมอร์ลินหันกลับไปมองชายชราอย่างทึ่งๆ เขาแทบจะไม่เชื่อว่าสถานะที่แท้จริงของชายชราคนนี้จะสูงส่งขนาดนี้

     

    ชายชรามองท่าทางของเด็กน้อยที่แสดงออกมาก็อดที่จะกระหยิ่มยิ้มย่องออกมาไม่ได้

     

    เข็มกลัดทั้งสองนี้คือเกียรติยศที่เขาสะสมมาทั้งชีวิต

     

    “หากฉันก้าวออกไปข้างนอก คนพวกนั้นจะเรียกฉันว่ามหาปราชญ์ออสติน แต่ฉันชอบให้พวกเขาเรียกฉันว่าศาสตราจารย์ออสตินมากกว่า” ชายชรากล่าวอย่างภาคภูมิใจ

     

    “มหาปราชญ์ ...” เมอร์ลินกล่าวออกมาอย่างตะลึง แม้เขาจะไม่เข้าใจสรรพนามนี้อย่างเต็มร้อย แต่ก็ดูเหมือนว่ามหาปราชญ์นั้นจะสูงส่งในดินแดนเวทมนตร์แห่งนี้ไม่เบา

     

    เขาไม่คิดเลยว่าตนเองจะมาเป็นลูกบุญธรรมของคนใหญ่คนโตแบบนี้

     

    มิน่าเล่าเขาถึงบอกว่าจะจัดการสถานะของเมอร์ลินได้อย่างง่ายดาย และนั่นทำให้เด็กน้อยได้เข้าใจว่าทำไมชายชราถึงได้ต้องการให้เขาศึกษาหาความรู้ก่อน

     

    หากบุตรของมหาปราชญ์ โง่เขลาไร้ความรู้ เรื่องนี้คงจะเป็นเรื่องที่น่าขันโดยแท้

     

    แต่ในตอนนั้นเองเมอร์ลินก็สังเกตถึงสิ่งผิดปกติขึ้นมา

     

    “ว่าแต่ทำไมเข็มกลัดนักเวทกับเข็มกลัดนักวิชาการของคุณถึงมีดวงดาวเกียรติยศไม่เท่ากันล่ะครับ?” เมอร์ลินเอ่ยขึ้นมาอย่างสงสัย

     

    ชายชราดูเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าเด็กน้อยจะต้องถามเรื่องนี้เขาจึงเตรียมคำตอบไว้แล้ว “การเป็นนักเวทกับนักวิชาการเวทนั้นต่างกัน แต่ก็มีคนบางคนที่เป็นทั้งสองอย่างได้ โดยเฉพาะนักวิชาการเวทที่มีความสามารถ”

     

    “เธอต้องรู้ไว้ว่าบางทีนักเวทที่เก่งกาจก็ไม่สามารถกลายเป็นนักวิชาการเวทที่เก่งกาจได้ เช่นกันนักวิชาการเวทที่เก่งกาจก็ไม่สามารถกลายเป็นนักเวทที่เก่งกาจได้เช่นกัน”

     

    “หมายความว่าอย่างไรครับ?” เมอร์ลินแสดงใบหน้าที่มึนงง

     

    “การจะบ่มเพาะพลังให้กลายเป็นนักเวทได้ นักเวทคนนั้นจะต้องฝึกฝนพลังเวทแล้วสร้างวงเวทของตนเองขึ้นมา ทั้งนี้พวกเขาสามารถบรรลุคาถาเวทเข้าไปในวงเวทเหล่านั้นได้ โดยการทำพิธีกรรมที่มีวัสดุเวทและสูตรคาถาเวทนั้นๆ ซึ่งสูตรเหล่านั้นถูกคิดค้นโดยนักวิชาการเวท กล่าวคือมันคือการสร้างค่ายกลรูนศาสตร์ประทับเข้าไปในวงเวทของตัวเอง”