ตอนที่ 63 การดวลของยอดฝีมือ
‘การดวลดาบที่หาดูได้ยาก’
ไม่ว่าใครก็คงจะพูดประโยคนี้ออกมาเหมือนๆกัน หากได้มาเห็นการต่อสู้ระหว่างโทคุโตะนักกีฬาตัวสำรองของทีมโฮมอีสปอร์ตที่กำลังรับมือกับผู้เล่นที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งเธอผู้มาพร้อมกับใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติและยังเป็นซามูไรที่เลือกเล่นสายปราณซึ่งหาได้ยากอีกด้วย
‘อิจิโนเสะ’คือชื่อของผู้หญิงที่กำลังต่อสู้กับโทคุโตะอย่างสูสีและเธอในขณะนี้นั้นแตกต่างจากเวลาปกติของเธอที่ดูเป็นคนเรียบร้อยเพราะในเวลานี้เธอดูคล้ายกับแม่ทัพหญิงที่น่าเกรงขามการกวัดแกว่งดาบแต่ละครั้งของเธอจะแฝงด้วยลมปราณที่ร้อนแรงออกมาเสมอทำให้โทคุโตะทำได้เพียงตั้งรับเท่านั้น เพราะอิจิโนเสะไม่เปิดโอกาสให้เขาได้มีโอกาสรวมพลังจิตเพื่อโต้กลับได้เลยราวกับว่าเธอทราบจุดอ่อนของสายพลังจิตดี
ปกติแล้วผู้เล่นที่เลือกเล่นอาชีพซามูไรมักจะเลือกเล่นสายจิตเพราะอาชีพซามูไรนั้นเป็นอาชีพที่โจมตีได้รวดเร็วและรุนแรงอยู่แล้วโดยเฉพาะการโจมตีของอาชีพซามูไรนั้นถือได้ว่ารุนแรงที่สุดของอาชีพที่ใช้ดาบเลยทีเดียว
เมื่อผู้เล่นที่มีอาชีพซามูไรเลือกเล่นสายจิตจะทำให้ผู้เล่นคนนั้นมีพลังในการต่อสู้ที่สมดุลทั้งรุกและรับเพราะพลังจิตนั้นจะเสริมด้านการป้องกันให้อัตโนมัติไม่ว่าจะเป็นเกราะพลังจิตที่ผู้เล่นสายจิตสามารถใช้ได้ทุกคน หรือการใช้พลิงจิตกดดันศัตรูเป็นการดีบัพหรือควบคุมพลิงจิตในการโจมตีที่ทำให้โจมตีแรงขึ้นก็ได้เช่นกันแต่ทว่าจุดอ่อนของพลังจิตคือพลิกแพลงได้น้อยเพราะพวกเขาไม่มีวิชาต่อสู้จึงไม่มีจุดเด่นที่ชัดเจน พวกเขาจะต้องควบคุมพลังจิตในร่างกายเอาเองไม่ว่าจะใช้ในการป้องกันหรือโจมตีล้วนแต่ขึ้นกับจินตการของผู้เล่นคนนั้นและนี่คือเหตุผลที่ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าสายพลังจิตคือสายที่อ่อนแอหรือแข็งแกร่งที่สุดกันแน่เพราะการใช้งานล้วนขึ้นอยู่กับจินตนาการของผู้เล่นเองถึงแม้จะมีสกิลให้หาซื้อมาใช้แต่ก็มีจำนวนที่น้อยหากเทียบกับสายเวทที่มักจะมีเวทมนตร์ให้เลือกหลากหลายหรือสายปราณที่สามารถคิดค้นวิชาขึ้นเองและยังมีคัมภีร์วิชามากมายให้เลือกฝึกด้วย
แต่สำหรับอาชีพซามูไรที่มีสกิลโจมตีที่รุนแรงกลับเหมาะกับสายพลังจิตมากเพราะพวกเขาแค่ฝึกการควบคุมพลังจิตในการป้องกันเท่านั้นเวลาโจมตีก็อาศัยสกิลจากอาชีพของตัวเองหรือหาซื้อสกิลใหม่ๆในเกมที่เป็นสายดาบมาเสริมเอานั่นเอง
อิจิโนเสะพยายามบุกโจมตีอย่างต่อเนื่องไม่ปล่อยให้เกิดช่องว่างทำให้โทคุโตะไม่สามารถควบคุมพลังจิตมาใช้ในการโจมตีได้เพราะในตอนนี้เขาจำเป็นต้องใช้พลังจิตในการป้องกันตัวเองเอาไว้ก่อน ต่อให้เขาสามารถกันคมดาบของอิจิโนเสะได้แต่ทว่าพลังปราณที่เต็มไปด้วยความร้อนกลับทำให้เขารู้สึกอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ
โทคุโตะไม่คิดว่าเขาจะมาเจอกับยอดฝีมือระดับสูงแบบนี้ในกิลเล็กๆที่พึ่งจะก่อตั้ง เขาจึงอดที่จะถามขึ้นอย่างอยากรู้ไม่ได้
“เธอชื่ออะไร?”
“อิจิโนเสะ”อิจิโนเสะตอบสั้นๆ พร้อมกับฟันดาบเป็นแนวขวาง
โทคุโตะยกดาบของเขาขึ้นป้องกันพร้อมกับพูดอย่างตะลึงว่า
“เธอคือราชินีซูซาคุ!”
อิจิโนเสะไม่ตอบแต่เธอใช้กระบวนท่าประจำตัวออกมาแทนคำตอบ
“เพลงดาบไฮโนะฮาคุโชวกระบวนท่าที่ 1 ดาบเดียว”
วูบบบบ!
บาเรียพลังจิต!
เปรี๊ยง!
อั๊ก!
โทคุโตะกระเด็นออกไปถึงสามก้าวพร้อมกันนิ่งไป แต่ทว่าเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นสายตาของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปเขาพูดขึ้นเบาๆ พร้อมกับปล่อยพลังจิตออกมาจำนวนมาก
“หากเธอคือราชินีซูซาคุงั้นข้าจะไม่คิดว่าเธอเป็นเพียงผู้เล่นทั่วไปอีก แต่ข้าจะคิดว่าเธอเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตที่ช่ำชองการต่อสู้คนหนึ่ง...เตรียมรับมือ...เพราะข้าจะเอาจริงแล้ว”
อิจิโนะเสะรู้สึกได้ถึงบรรยกาศที่เปลี่ยนไปจนทำให้เธอนึกถึงสมัยที่เธอยังอยู่ในเกม MO เพราะในเกมนั้นเธอผ่านสงครามและการต่อสู้มามากมายแต่เมื่อมาเล่นเกม LC เธอยังไม่ได้ก่อตั้งกิลจึงยังไม่ได้มีโอกาสได้ต่อสู้โดยมีความเป็นความตายเป็นเดิมพันเท่าไหร่นักทำให้เธอลืมความรู้สึกกดดันหรือความตื่นเต้นในการต่อสู้ไปนานแล้วแต่ตอนนี้ความรู้สึกเก่าๆ กำลังกลับมาเธอสงบใจตั้งสมาธิพร้อมกับกำดาบซามูไรของเธอในมือในท่าเตรียมพร้อม
ทั้งโทคุโตะและอิจิโนเสะไม่รู้เลยว่าเวลานี้ผู้เล่นที่กำลังต่อสู้กันอยู่รอบๆพวกเขาได้หยุดต่อสู้ลงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทุกคนต่างหันมามองตรงจุดที่ทั้ง 2 คนกำลังยืนอยู่พวกเขาลอบกลืนน้ำลายอย่างตื่นเต้นพวกเขาอยากจะชมการดวลของสองคนนี้เพียงแต่ว่าพวกเขาไม่สามารถทำได้เพราะพวกเขาจะต้องทำภารกิจที่กิลมอบหมายให้สำเร็จเมื่อคิดได้ดังนั้นกลุ่มผู้เล่นก็หันกลับไปสู้กันต่อทุกคนต่อสู้กันอย่างจริงจังและรุนแรงขึ้น เพราะพวกเขาอยากให้การต่อสู้จบลงไวๆเพื่อที่พวกเขาจะได้กลับมาดูการดวลดาบที่สุดยอดและหาดูได้ยากของผู้เล่นระดับยอดฝีมือ
“เธอไม่คิดจะเข้าวงการอีสปอร์ตบ้างเหรอ”โทคุโตะ ถามอย่างสงสัย
ที่โทคุโตะจะสงสัยก็ไม่ผิดต้องบอกก่อนว่าผู้เล่นในเกม LC นั้นจะถูกแบ่งระดับออกเป็น 3 กลุ่มซึ่งการแบ่งระดับนี้ไม่ได้ใช้เลเวลเป็นตัววัดความเก่ง หากแต่ใช้ฝีมือที่แท้จริงเป็นตัววัดมากกว่าโดยระดับจะเรียงจากผู้เล่นทั่วไป แล้วก็เป็นยอดฝีมือแล้วสุดท้ายคือระดับสุดยอดฝีมือ
สำหรับพวกนนักกีฬาอีสปอร์ตที่เชี่ยวชาญในการประลองมากกว่าผู้เล่นทั่วไปมากนักจะถูกนับว่าเป็นระดับยอดฝีมือ ซึ่งในเวลานี้โทคุโตะได้มองว่าอิจิโนเสะอยู่ในระดับนี้นั่นหมายความว่าเธอสามารถเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตได้แล้ว
แต่หากพูดถึงระดับสุดยอดฝีมือหรือนักกีฬาอีสปอร์ตที่เป็นแนวหน้าของวงการซึ่งปัจจุบันคนที่ถูกเรียกว่าระดับสุดยอดฝีมือนั้นทั่วทั้งโลกมีไม่เกิน 20 คนเท่านั้นโดยที่10 กว่าคนนั้นอยู่ในวงการอีสปอร์ตและส่วนมากจะเป็นกัปตันทีมและรองกัปตันทีมแทบทั้งหมดซึ่งกลุ่มที่เหลือคือกลุ่มที่ไม่เปิดเผยตัวตนแต่ทว่าระดับสุดยอดฝีมือนั้นยังไม่ใช่จุดสูงสุดที่แท้จริงเพราะยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เหนือกว่ากลุ่มที่ถูกเรียกว่า‘ตำนาน’ เหมือนซีโร่นั่นเอง
ส่วนนิยามของคำว่าผู้เล่นทั่วไปก็คือกลุ่มผู้เล่นที่ต่อให้เลเวลเยอะแล้วแต่ก็ยังไม่อาจนับว่าเป็นยอดฝีมือเพราะพวกเขาเหล่านี้ส่วนมากเก่งในการเล่นเกมเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นการหาเงินทำธุรกิจ ลงดันเจี้ยนหรือเก็บเลเวลแต่เมื่อคนกลุ่มนี้ต้องประลองหรือต่อสู้กับผู้เล่นด้วยกันกลับสู้ไม่ได้ถึงแม้อีกฝ่ายจะมีเลเวลที่น้อยกว่า
ซึ่งแต่ต่างกับระดับยอดฝีมือเพราะกลุ่มนี้เป็นคนที่ต่อสู้เก่งจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นไหวพริบ ปฏิกิริยาตอบสนองวิชาหรือสกิลที่ไม่ว่าจะได้จากในเกมหรือคิดขึ้นเอง ทุกอย่างๆ ล้วนส่งผลทั้งหมดโดยเฉพาะการฝึกฝนอยู่สม่ำเสมอ อย่างที่รู้กันว่าเกม LC คุณสามารถเพิ่มค่าสถานะได้หากฝึกฝนได้อย่างถูกต้องเพราะฉะนั้นเลเวลไม่ใช่จุดตัดสินทุกอย่างแต่เป็นระดับของผู้เล่นต่างหากเพียงแต่ระดับตรงนี้จะเห็นข้อแตกต่างก็ต่อเมื่อผู้เล่นมีเลเวล 200 ขึ้นไปแล้วนั่นเอง คนทั้งโลกถึงได้บอกไว้ว่าเลเวล 200 คือโลกอีกโลกหนึ่งหรือพูดง่ายๆคือโลกที่ใช้ระดับเป็นตัววัดมากกว่าเลเวลนั่นเอง เป็นโลกของเหล่ายอดฝีมืออย่างแท้จริง
โทคุโตะที่เห็นอิจิโนเสะในตอนแรกเขาคิดว่าอิจิโนเสะคือผู้เล่นทั่วไปที่เก็บเลเวลเป็นประจำจนมีเลเวลสูงเพียงเท่านั้นแต่เมื่อเขาได้ต่อสู้กับเธอเขาก็รู้ได้ทันทีว่าที่เขาคิดนั้นผิดอย่างมหันต์อิจิโนเสะไม่ใช่ผู้เล่นที่อยู่ในระดับผู้เล่นทั่วไปแน่นอนเพราะเธอช่ำชองในการต่อสู้พอสมควรนั่นแสดงว่าเธอต้องผ่านประสบการณ์ต่อสู้กับคนจริงๆมาไม่มากก็น้อยซึ่งจะแตกต่างกับผู้เล่นที่เอาแต่ลงดันเจี้ยนหรือเก็บเลเวลกับสัตว์อสูร
โทคุโตะตัดสินใจที่จะต่อสู้อย่างจริงจังกับอิจิโนเสะในเวลานี้เขาได้ยกอิจิโนเสะให้ขึ้นมาอยู่ในระดับยอดฝีมือแล้ว
“เป็นผู้เล่นทั่วไปที่ฆ่านักกีฬาอีสปอร์ตได้ไม่น่าดีใจกว่างั้นเหรอ”อิจิโนเสะ ที่เข้าใจการแบ่งระดับหรือชนชั้นจึงอดไม่ได้ที่จะจิกกัดไปสักหนึ่งประโยค
“ข้ายอมรับว่าเธอข้ามระดับของผู้เล่นทั่วไปมาแล้วแต่ข้าขอเตือนไว้ก่อนนะสำหรับนักกีฬาอีสปอร์ตที่ฝึกฝนอยู่ตลอดเวลาและผ่านการต่อสู้จริงมาหลายครั้งนั้นเธอยังไม่อาจเทียบ!” พูดจบโทคุโตะก็เป็นพุ่งเข้าโจมตีบ้าง
“คนที่มองว่านักกีฬาอีสปอร์ตสูงส่งกว่าผู้เล่นทั่วไปอย่างนายจะไปรู้อะไร ข้าขอบอกไว้เลยว่ากิลของข้าไม่มีใครอยู่ในระดับผู้เล่นทั่วไปเลยแม้แต่คนเดียว!”
เธอพูดข่มอีกฝ่ายไปอย่างงั้นเพราะความจริงสมาชิกกิลแอดมิเรชั่นนั้นยังมีหลายคนที่ยังอยู่ในระดับผู้เล่นทั่วไปแต่เธอไม่ต้องการแสดงความอ่อนแอให้ศัตรูได้เห็นเพราะฉะนั้นเธอจะต้องเป็นที่พึ่งให้กับพวกพ้องและเธอจะต้องไม่แพ้
“เพลงดาบไฮโนะฮาคุโชวกระบวนท่าที่ 1 ดาบเดียว” อิจิโนเสะใช้กระบวนท่าแรกออกมาอีกครั้งเพื่อสกัดการโจมตีของโทคุโตะ
โทคุโตะที่เอาจริงย่อมไม่คิดหลบหลีกอีกแล้วเขาตวัดดาบขึ้นบนเพื่อฟันใส่คลื่นพลังเพลิงที่ออกมาจากดาบของอิจิโนเสะ
ดาบคลื่นจิต!
เปรี๊ยง!
แรงปะทะของพลังปราณและพลังจิตทำเอาเกิดเสียงดังกึกก้องคนที่อยู่ใกล้ๆ ต่างตกใจและเมื่อพวกเขาหันมาก็เห็นอิจิโนเสะและโทคุโตะที่กำลังยืนประจันหน้ากันอยู่ทั้งคู่กวัดแกว่งดาบใส่กันอย่างรวดเร็วจนสายตามองแทบไม่ทันทุกดาบที่โทคุโตะใช้จะมีคลื่นพลังจิตแฝงออกมาทุกครั้งอิจิโนเสะเองก็มีพลังปราณที่ร้อนแรงแฝงออกมาเช่นกัน ทำให้พื้นที่รอบๆที่ทั้งสองคนอยู่นั้นถึงกับมีไอความร้อนกระจายไปทั่วและตามพื้นดินเองก็มีร่องรอยการโจมตีอยู่เต็มไปหมด
“ไม่เอาแต่ตั้งรับแล้วเหรอ”อิจิโนะเสะ ที่กำลังรับมือแต่ก็อดไม่ได้ที่จะแขวะอีกฝ่าย เพราะในตอนแรกโทคุโตะนั้นใช้พลังจิตคลุมร่างเอาไว้ป้องกันตัวตลอดเวลาแต่ตอนนี้โทคุโตะกลับนำพลังจิตมาใช้ในการโจมตีแล้ว
“เหอะข้าเป็นผู้ชาย ย่อมไม่อาจทำตัวเหมือนเต่าหัวหดได้ตลอดไป”
“คิกคิกจะดีงั้นเหรอ...ที่นายเลิกใช้พลังจิตป้องกันตัวน่ะ...เพราะข้ากำลังจะเอาจริงแล้วนะ”น้ำเสียงที่พูดคล้ายกับพูดเล่นแต่ทว่าการโจมตีของอิจิโนเสะกลับดุดันและรวดเร็วขึ้นจังหวะการบุกของเธอกำลังเปลี่ยนไป
‘หรือที่ผ่านมาไม่ใช่ฝีมือที่แท้จริงของเธอ!’โทคุโตะ ที่ได้ยินถึงกับลอบตื่นตระหนกในใจอย่างช่วยไม่ได้เพราะหากหญิงสาวตรงหน้าคนนี้พูดเป็นความจริงนั่นหมายความว่าศึกนี้เขาคงลำบากแล้วแน่ๆ
......
ห่างออกมาจากจุดที่อิจิโนเสะและโทคุโตะกำลังสู้กันอยู่ไม่ไกล
ในขณะนี้มอนจีที่รับมือจูลี่อยู่นั้นเสื้อผ้าของเขากำลังเต็มไปด้วยรอยฉีกขาดหลายจุด แต่หากมองดีๆกลับไม่พบรอยเลือดแม้แต่รอยเดียว
“นี่นาย...เล่นสายอะไรกันแน่เนี่ย!”จูลี่ ที่ใช้ความเร็วที่เหนือกว่าโจมตีใส่มอนจีหลายต่อหลายครั้งแต่ทุกครั้งมอนจีจะใช้ฝ่ามือปัดป้องหรือไม่ก็ใช้วิธีเบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อหลบ
ทำให้ที่ผ่านมานั้นมอนจียังไม่โดนโจมตีเลยสักครั้งเพราะเขาหลบได้อย่างฉิวเฉียดเกือบทุกครั้ง และหากครั้งไหนหลบไม่พ้นก็จะปรากฏน้ำแข็งขึ้นมาป้องกันจุดที่มีดกำลังถูกร่างกายของเขาตลอด
“สายจิต”มอนจี ตอบ
“ตลก!ถึงเกราะน้ำแข็งของนายจะคล้ายกับเกราะพลังจิตแต่มันต้องไม่ใช่พลังจิตแน่ๆพลังจิตจะสร้างน้ำแข็งได้ยังไง แต่หากเป็นจอมเวทแบบที่คนอื่นลือกัน แล้วทำไมนายถึงต่อสู้ระยะประชิดเก่งขนาดนี้!”จูลี่ บ่นอย่างหัวเสีย
เธอนึกออกแล้วว่ามอนจีคือ ‘เจ้าชายน้ำแข็ง’ที่มีข่าวอยู่พักหนึ่งเธอจึงเข้าใจว่าเขาคือจอมเวทแต่ถึงแม้จูลี่มีอาชีพเป็นนักฆ่าที่ว่องไวและมีพิษที่ร้าจกาจแต่เธอไม่อาจใช้พิษหรือโจมตีถูกเป้าหมายแล้วพิษที่เธอมีจะมีค่าอะไรงั้นหรือ
มอนจีนั้นตั้งแต่สู้กับจูลี่เขาก็เอาแต่เป็นฝ่ายตั้งรับมาตลอดเขาอาศัยวิชาฝ่ามือที่เขาคิดค้นขึ้นรวมกับพลังปราณที่มีธาตุหยินรุนแรงเขาใช้วิธีแผ่พลังปราณออกไปรอบตัวเพื่อให้ความเย็นค่อยๆแทรกซึมใส่จูลี่ได้ที่เธอไม่รู้ตัว หลังจากนั้นในขณะที่เขาปัดการโจมตีก็มักจะแอบแผ่พลังหยินเข้าไปในร่างของจูลี่ทีละนิดเช่นกัน
“ฉันไม่เชื่อ!ว่าฉันคนนี้จะจัดการจอมเวทไม่ได้!” จูลี่พูดจบเธอก็พุ่งเข้าหามอนจีอีกครั้งด้วยความโกรธ
ปึก!
ตุบ!
“บ...บ้าน่า!นายตามความเร็วของฉันทันได้ยังไง! อ๊อก!” พูดจบจูลี่ก็กระอักเลือดออกมา
ชั่วพริบตาที่จูลี่กำลังพุ่งเข้าโจมตีมอนจีนั้นจู่ๆมอนจีที่ปกติดูเชื่องช้ากลับไวขึ้นเขาถือโอกาสพุ่งสวนกลับด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อแล้วซัดฝ่ามือเข้ากลางหน้าอกของจูลี่
“เธอนะ...คงไม่เคยประลองกับใครแบบจริงจังมาก่อนสินะความจริงหากเธอสังเกตสักนิดคงจะรู้ตัวไปนานแล้วว่าเธอได้ตกอยู่ในกับดักของข้า”มอนจี พูดจบพร้อมกับผายมือไปรอบๆ
เมื่อจูลี่มองรอบๆให้ดีๆ ก็พบกับไอความเย็นที่คล้ายหมอกอยู่รอบตัวเมื่อรวมกับความไวที่มอนจีแสดงออกเมื่อสักครู่เธอก็เข้าใจทันทีว่าความจริงมอนจีไม่ได้ไวขึ้น แต่เป็นเธอเองที่ตกอยู่ในอาการดีบัพโดยไม่รู้ตัวตัวเธอเองต่างหากที่ช้าลงเนื่องจากไอความเย็นที่มอนจีปล่อยออกมานั้นคล้ายกับเวทอาณาเขตที่ทำให้ร่างกายศัตรูตอบสนองช้า
เมื่อคิดได้จูลี่จึงใช้วิธีซัดอาวุธลับใส่มอนจีทันทีเธอต้องการบีบให้มอนจีออกจากบริเวณที่มีไอความเย็นเธอพยายามใช้กระบวนท่าอาวุธลับของอาชีพนักฆ่าออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่เธอไม่คิดจะเข้าจู่โจมใกล้ๆมอนจีอีก
มอนจีที่เห็นเธอเปลี่ยนมาใช้วิธีแบบนี้ถึงกับส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่ายเขาคิดว่าการได้ต่อสู้กับผู้มีฉายาว่าราชินีพิษจะสนุกกว่านี้แต่ผลที่ออกมาเขากลับผิดหวังมากเพราะในเวลานี้ขนาดเขาใบ้ให้แล้วแต่จูลี่กลับยังไม่รู้สึกตัวอีก
“เฮ้อ...พอเถอะ...เธอน่ะไม่สามารถเอาชนะข้าได้อีกแล้วละ”มอนจี พูดพร้อมกับพุ่งเข้าหาจูลี่
“ฮ่าๆพูดบ้าอะไรของนาย! นายยอมออกมาจากหมอกของนายเองนะ ตายซะเถอะ!” จูลี่หยุดซัดอาวุธลับพร้อมกับชัดมีดออกมาสองเล่มแล้วใช้กระบวนท่าไม้ตายของเธอออกมา
วิชามีดคู่ปลิดวิญญาณ!
จูลี่ชักมีดออกมาถือไว้ที่มือทั้งสองข้างพร้อมกับเร่งโคจรพลังปราณของเธอไปที่มีดจนเกิดแสงสว่างขึ้นที่ตัวมีดและใบมีดทั้งสองข้างส่งผลให้มีดสั้นกลับดูยาวขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเพราะแสงที่สว่างนั้นยื่นออกจากใบมีดจนคล้ายกับดาบสั้นแทนที่จะเป็นมีดสั้น
ทุกครั้งที่จูลี่ใช้กระบวนท่านี้เธอจะสามารถเอาชนะศัตรูได้เสมอเพราะไม่เคยมีใครรอดชีวิตจากกระบวนท่านี้มาก่อน ทุกคนมักจะถูกมีดสั้นที่จู่ๆยาวขึ้นจนทำให้กะระยะไม่ถูกและยังแสงที่คลุมมีดนั้นยังเกิดจากปราณที่แฝงด้วยพิษร้ายถ้าหากใครถูกโจมตีเข้าที่ร่างกายแล้วละก็ พิษร้ายจะแทรกซึมเข้าไปในร่างกายทำให้ร่างกายเป็นอัมพาตในเวลาเพียง3 วินาที ถือว่าเป็นวิชาสุดโกงวิชาหนึ่งเลยทีเดียวและเมื่อรวมกับความว่องไวของจูลี่จึงยากจะหนีพ้นจากการโจมตีทุกคนที่เจอกับการบวนท่านี้จึงไม่มีโอกาสรอด และนี่คือที่มาของฉายา ‘ราชินีพิษ’ ซึ่งเป็นสิ่งที่จูลี่ภาคภูมิใจมาตลอด
แต่ทว่าในครั้งนี้ฝ่ายตรงข้ามคือ ‘มอนจี’เขาไม่ใช่ผู้เล่นทั่วไป และไม่ใช่ผู้เล่นระดับยอดฝีมือธรรมดาด้วยตั้งแต่เขาก้าวไปถึงเลเวล 200 มอนจีก็ถือได้ว่าก้าวขาเข้าไปอยู่ในระดับยอดฝีมือไปแล้วและจุดเด่นของมอนจีคือตัวเขามักใช้วิธีการต่อสู้ด้วยสมองทุกครั้งแผนการของเขาย่อมไม่ใช่ไอความเย็นที่เขาปล่อยออกมาเพื่อลดความเร็วของจูลี่หรือฝ่ามือที่แฝงพลังหยินแต่เป็นหลายๆอย่างรวมกัน รวมถึงอาชีพรองของเขาด้วย
“อัญเชิญโรลลิ่ง”มอนจีพูดขึ้นเบาๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าเม่นน้อย จูลี่ที่เห็นมอนจีอัญเชิญสัตว์เลี้ยงออกมาถึงกับเบิกตากว้างแต่เธอที่พึ่งใช้กระบวนท่าออกไปย่อมไม่อาจหยุดได้
กรี๊ดดดดดดด!
เปรี๊ยง!
เจ้าโรลลิ่งหรือเม่นน้อยทันทีที่ถูกอัญเชิญออกมามันก็ม้วนตัวพุ่งเข้าใส่จูลี่อย่างรวดเร็วกระแทกซ้ำเข้าไปที่หน้าอกของจูลี่ในจุดเดิมที่มอนจีเคยโจมตีทันที
อ๊อก!
กระบวนท่าไม้ตายถูกหยุดด้วยการโจมตีของเจ้าโรลลิ่งจูลี่ทรุดลงกับพื้นกระอักเลือดออกมาอีกครั้งและเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับมอนจีที่ก้มลงกระซิบที่ข้างหูของเธอ
“ราชินีพิษแต่กลับไม่อาจใช้พิษแล้วจะเรียกว่าราชินีพิษได้อย่างไร” เมื่อพูดจบเขาก็ยิ้มให้พร้อมกับหันหลังกลับเดินออกไป
จูลี่ที่เห็นรอยยิ้มของมอนจีถึงกับใจเต้นแรงไปชั่วขณะหนึ่งแต่เมื่อนึกขึ้นได้เธอจึงฝืนตะโกนออกไป
“ทำไมนายถึงไม่ฆ่าข้า!”
มอนจีหยุดเดินพร้อมกับโบกมือขึ้นครั้งหนึ่ง
อึก! อ๊อก!
ตุบ!
‘ใครว่าจะไม่ฆ่าเธอกันเราฆ่าเธอไปนานแล้วต่างหาก...’ มอนจีคิดในใจแล้วเดินไปสมทบกับคนอื่นต่อ
ความจริงพลังปราณหยินที่แฝงอยู่ในฝ่ามือของมอนจีได้ค้างอยู่ในร่างกายของจูลี่จำนวนมากแค่รอเวลาที่เขาจะกระตุ้นเท่านั้นเมื่อโรลลิ่งที่ถูกอัญเชิญออกมาโจมตีเข้าที่หน้าอกซ้ำไปตรงจุดเดิมจนทำให้หัวใจของจูลี่เกิดอาการบาดเจ็บและในที่สุดมอนจีก็ควบคุมพลังปราณธาตุหยินในร่างกายของจูลี่ให้โคจรไปตรงจุดที่บาดเจ็บสุดท้ายจูลี่ก็จบชีวิตลงโดยไม่อาจขัดขืนได้อีก
มอนจีเดินจากไปด้วยความผิดหวังที่การต่อสู้นั้นง่ายเกินไปแต่ทว่าตัวเขากลับไม่รู้เลยว่าผลของการต่อสู้ในครั้งนี้จะกลับมาสร้างปัญหาให้กับเขาในภายภาคหน้าซะแล้ว