ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงน้อยผู้อ่านใจ พร้อมกล่องยาวิเศษป่วนวังหลวง

    บทที่ 38 ท่านหญิงเจียผิง ‘จินจ้วงจ้วง’

            ทันทีที่เห็นว่าเป็นลูกสาว ท่าทีของจินเซียวหรานก็พลิกกลับตาลปัตรราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ อารมณ์ขุ่นมัว เฉยชา และออกจะรำคาญใจในคราแรก มลายหายไปจนสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ ความปีติยินดี และความซาบซึ้งใจอย่างล้นพ้น

     

            “ขอบคุณสวรรค์! ขอบคุณที่ประทานลูกสาวสุดที่รักมาให้จินผู้นี้!” สองมือของจินเซียวหรานที่โอบอุ้มทารกน้อยสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย เขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เรื่องน่ายินดีถึงเพียงนี้จะเกิดขึ้นกับตนเองจริง ๆ

     

            “ลูกสาวของพ่อ เป็นพ่อที่ไม่ดีเอง เมื่อครู่นี้พ่อไม่น่าตีเจ้าเลย พ่อผิดไปแล้ว” จินเซียวหรานเอาแต่พร่ำขอโทษทารกน้อยในอ้อมอก เขาอุ้มลูกน้อยอย่างแผ่วเบา พลางก้มลงตรวจดูตามเนื้อตัวของนางด้วยความปวดใจว่ามีรอยแดงจากการถูกตีเมื่อครู่หรือไม่

     

            เมื่อเห็นท่อนแขนเล็ก ๆ ของลูกสาวมีรอยแดงจาง ๆ จากน้ำมือของตนเอง นัยน์ตาของคนเป็นพ่อก็รื้นไปด้วยหยาดน้ำตา ใบหน้าแดงก่ำเพราะพยายามกลั้นสะอื้น

     

            ท้ายที่สุดก็ไม่อาจกลั้นหยาดน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไป ปล่อยให้มันร่วงหล่นลงมาหลายหยด “เป็นพ่อที่แย่เอง ลงมือหนักเกินไปเสียแล้ว”

     

            โบราณว่าไว้ ‘ลูกผู้ชายไม่หลั่งน้ำตาง่าย ๆ ’ ทว่าเขานั้นอยากมีลูกสาวมานานแสนนานแล้ว บุตรชายของตนแม้นจะมีความกตัญญูรู้คุณ ทว่าก็เงียบขรึมจนเกินไป วัน ๆ เอาแต่ตีหน้าเย็นชาใส่ผู้คน

     

            มาบัดนี้มีลูกสาวแล้วย่อมดีกว่าเป็นไหน ๆ ลูกสาวก็เปรียบเสมือนเสื้อบุนวมตัวน้อยที่คอยให้ความอบอุ่น เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของพวกเขา

     

            “อวิ๋นเกอ พวกเรามีลูกสาวแล้ว! มีลูกสาวนี่ช่างดีเสียจริง โตขึ้นมานางจะต้องสะสวยเหมือนเจ้าอย่างแน่นอน!” จินเซียวหรานยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่หางตา ก่อนจะกระชับอ้อมกอด กอดทารกน้อยเอาไว้แนบอก

     

            “ขอแสดงความยินดีด้วยเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ ยินดีด้วยที่ได้บุตรี!” บรรดานางกำนัลแห่งตำหนักเซี่ยวเยว่และหมอตำแยต่างพากันคุกเข่าลงกับพื้น พร้อมใจกันกล่าวคำมงคลด้วยน้ำเสียงดังกังวาน

     

            เมื่อเห็นเจ้านายเบิกบานใจถึงเพียงนี้ รางวัลในค่ำคืนนี้ย่อมต้องมีมากล้นเป็นแน่!

     

            “ตกรางวัลอย่างงาม! เยี่ยนอิ่ง เจ้าจงนำเงินรางวัลไปแจกจ่ายให้พวกนางเถิด ข้าต้องการอยู่เป็นเพื่อนฮูหยินตามลำพังเสียหน่อย” จินเซียวหรานหันไปสั่งการองครักษ์ข้างกาย

     

            “ขอรับ ท่านแม่ทัพ” เยี่ยนอิ่งพยักหน้ารับคำสั่ง “พวกเจ้าตามข้าไปรับเงินรางวัลได้เลย!” เขากวักมือเรียก นำพาเหล่าสาวใช้และหมอตำแยออกไปจากห้อง

     

            จินเซียวหรานอุ้มทารกน้อย ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดี “ฮูหยิน เจ้าว่าลูกสาวของเราจะตั้งชื่อว่าอะไรดี?”

     

            “ให้ข้าดูหน้าลูกหน่อยเถิด” สวินอวิ๋นเกอกระตุกแขนเสื้อของผู้เป็นสามีเบา ๆ

     

            “มาสิ เจ้ารีบดูเร็วเข้า ลูกสาวของเราช่างงดงามนัก ดวงตากลมโตเป็นประกาย ดวงตาหงส์นี่ก็ถอดแบบมาจากเจ้าไม่มีผิด ใบหน้าเล็ก ๆ ช่างจิ้มลิ้มพริ้มเพรายิ่งนัก นัยน์ตาดำขลับราวกับไข่มุกดำ จะต้องงดงามมากเป็นแน่!”

     

            “เช่นนั้นหรือ?” สวินอวิ๋นเกอรับฟังคำพรรณนาของสามี พลางจินตนาการถึงใบหน้าของลูกสาว นัยน์ตาที่ดำขลับราวกับไข่มุกดำ จะต้องงดงามมากเป็นแน่

     

            จินเซียวหรานรีบส่งตัวลูกสาวสุดที่รักเข้าไปในอ้อมอกของสวินอวิ๋นเกออย่างระมัดระวัง

     

            สองสามีภรรยาต่างทอดสายตามองทารกน้อยที่ถูกห่อตัวอยู่ในห่อผ้า ทารกน้อยเองก็กะพริบตาปริบ ๆ มองดูพวกเขาเช่นกัน ทว่าทารกหญิงผู้นี้กลับผอมบางและตัวเล็กนัก ใบหน้าเหลืองซีด แววตาก็ไร้ซึ่งประกาย ดูเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย ราวกับเพิ่งผ่านการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมา ผิวพรรณตามแขนขาของเด็กน้อยก็เหี่ยวย่น ดูไม่ค่อยแข็งแรงสมบูรณ์นัก

     

            “อาจเป็นเพราะคลอดก่อนกำหนด ลูกของเราถึงได้ดูผอมแห้งตัวเล็กถึงเพียงนี้” สวินอวิ๋นเกอลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ

     

            “นั่นสิ แถมยังดูเหม่อลอย ท่าทางไม่ค่อยฉลาดเฉลียวเท่าไรนัก”

     

            “แล้วเจ้าว่าลูกสาวของเราควรชื่ออะไรดีเล่า?”

     

            “เรียกว่า ‘ฮุ่ยฮุ่ย’ ดีหรือไม่? หวังว่าเติบใหญ่ลูกของเราจะเฉลียวฉลาดมีไหวพริบ” สวินอวิ๋นเกอเอ่ยพลางนึกชื่อขึ้นมาได้ชื่อหนึ่ง

     

            “ชื่อนี้ก็ดีนะ” จินเซียวหรานพยักหน้าเห็นด้วย

     

            “หรือจะให้ชื่อ ‘อวี้อวี้’ ก็เข้าที ภายภาคหน้านางจะต้องงดงามราวกับหยกบริสุทธิ์ที่ใสกระจ่าง” สวินอวิ๋นเกอขบคิดอย่างถี่ถ้วน การตั้งชื่อให้ลูกสาวตัวน้อยต้องพิถีพิถันและรอบคอบ ต้องเลือกชื่อที่ไพเราะที่สุดให้จงได้

     

            “ชื่อนี้ก็ไม่เลว” จินเซียวหรานพยักหน้าอีกครั้ง

     

            “แต่ว่าคุณหนูตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงมักมีคำว่า ‘อวี้’ อยู่ในชื่อกันทั้งนั้น ออกจะธรรมดาไปเสียหน่อย ไม่เห็นพิเศษเลย” สวินอวิ๋นเกอส่ายหน้าเบา ๆ นางต้องการตั้งชื่อลูกสาวให้โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

     

            “ต้องเปลี่ยนชื่อใหม่”

     

            “เปลี่ยนใหม่ก็ได้” จินเซียวหรานเอ่ยสนับสนุนภรรยาอีกครา

     

            “นี่ข้าถามจริง ๆ เถิด ท่านช่วยมีความคิดเห็นเป็นของตัวเองบ้างได้หรือไม่?” สวินอวิ๋นเกอหันไปค้อนขวับใส่คนข้างกายด้วยความไม่พอใจ

     

            “ข้าล้วนฟังเจ้าทั้งนั้นแหละ” จินเซียวหรานหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ฮูหยิน เจ้าดูสิ ลูกสาวของเราผอมแห้งหนังหุ้มกระดูก ดูไปดูมาก็คล้ายกับไก่ย่างเลยนะ”

     

            “ท่านพูดจาเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?” สวินอวิ๋นเกอฟาดแขนสามีไปหนึ่งทีด้วยความเคืองขุ่น

     

            ทารกน้อยในอ้อมแขนก็พลันแผดเสียงร้องไห้ขึ้นมาทันที ราวกับฟังรู้เรื่องว่าบิดาบังเกิดเกล้าหาว่าตนเหมือนไก่ย่าง จึงแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างยิ่งยวด

     

            “พวกเราล้วนหวังเพียงให้ลูกเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรง ร่างกายสมบูรณ์ก็พอแล้ว”

     

            “นั่นน่ะสิ ทางที่ดีอย่าได้เจ็บไข้ได้ป่วย เติบโตอย่างแข็งแรงและมีความสุข แค่นี้ก็ประเสริฐที่สุดแล้ว”

     

            “เช่นนั้นให้ชื่อ ‘จ้วงจ้วง’ ดีหรือไม่?” จินเซียวหรานเสนอความคิด นี่จะต้องเป็นชื่อที่โดดเด่นไม่ซ้ำใครในใต้หล้าเป็นแน่

     

            “ชื่อนี้ดีทีเดียว ‘จินจ้วงจ้วง’ ภายหน้าจะต้องเติบโตอย่างแข็งแรงสมบูรณ์เป็นแน่!”

     

            “ดี! เช่นนั้นก็ตกลงเอาชื่อจ้วงจ้วงก็แล้วกัน!”

     

            “จ้วงจ้วงน้อย มาให้พ่ออุ้มหน่อยเร็ว!”

     

            ที่ตำหนักจื่อเฉิน ท้องฟ้าเพิ่งจะสาง อวิ๋นเป่ยเยี่ยนั่งประจำที่อยู่หน้าโต๊ะทรงอักษร และเริ่มลงมือตรวจฎีกาแล้ว

     

            “ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ได้ยินมาว่าฮูหยินจินที่พำนักอยู่ที่ตำหนักเซี่ยวเยว่คลอดแล้วพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวตงเฉวียนยกสำรับเช้าเดินเข้ามา เขาจัดแจงวางโจ๊กและเนื้อวัวตุ๋นซีอิ๊วลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงรินชาร้อนถวายแด่อวิ๋นเป่ยเยี่ย

     

            “โอ้? อย่างนั้นหรือ?” อวิ๋นเป่ยเยี่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางยกจอกชาขึ้นจิบ

     

            “ผู้ชายหรือว่าผู้หญิงเล่า?” เขาซดโจ๊กคำโต ก่อนจะคีบเนื้อวัวตุ๋นชิ้นหนึ่งเข้าปาก

     

            “เห็นว่าเป็นทารกหญิงพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวตงเฉวียนคีบกับข้าวถวาย พลางค้อมศีรษะตอบ

     

            “หืม? เช่นนั้นหรอกหรือ?”

     

            “เหล่าจินผู้นี้ก็มีลูกสาวกับเขาแล้วหรือนี่?” อวิ๋นเป่ยเยี่ยเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ในบรรดาขุนนางนอกจากอัครเสนาบดีเซวียแล้ว เขาก็ยังไม่เคยได้ยินว่าจวนไหนจะมีลูกสาวหรือหลานสาวเลย เหล่าจินผู้นี้นับว่าดวงดีไม่เบา เพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ในวังก็คลอดลูกสาวเสียแล้ว

     

            “ดูท่าวังหลวงของเราจะมีวาสนาไม่เบาเลยนะ! ขนาดเข้ามาพำนักในวังก็ยังคลอดลูกสาวออกมาได้!”

     

            จ้าวตงเฉวียนได้แต่พูดไม่ออก ทำได้เพียงเออออห่อหมกตามน้ำไป “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทตรัสได้ถูกต้องแล้ว ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะพระบารมีของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”

     

            “ในเมื่อเหล่าจินได้ลูกสาวก็ดีเลย ตั๋วตั๋วน้อยกำลังขาดพี่น้องผู้หญิงอยู่พอดี จงไปอุ้มทารกหญิงตระกูลจินมาไว้ที่ตำหนักฝูซวงเถิด จะได้อยู่เป็นเพื่อนเล่นกับตั๋วตั๋ว”

     

            พอจ้าวตงเฉวียนได้ยินประโยคนี้ ร่างกายก็พลันแข็งทื่อไปชั่วขณะ เป็นถึงฮ่องเต้แห่งหนานหยางผู้ยิ่งใหญ่ ไฉนฝ่าบาทถึงคิดจะแย่งชิงบุตรสาวของขุนนางกันเล่า?

     

            ทารกน้อยเพิ่งจะลืมตาดูโลกแท้ ๆ นี่จะต้องพรากจากอกพ่อแม่แล้วหรือ? ช่างเป็นเด็กที่น่าสงสารเสียจริง เกิดมาในช่วงฤดูหนาวที่อากาศเย็นเยียบถึงเพียงนี้ ซ้ำยังต้องถูกอุ้มไปเลี้ยงดูที่ตำหนักอื่นอีก

     

            จ้าวตงเฉวียนรู้สึกเวทนาอยู่ในใจ แต่ก็ไม่อาจเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกไปได้

     

            “มัวแต่ยืนบื้ออยู่ทำไมเล่า?” อวิ๋นเป่ยเยี่ยเห็นจ้าวตงเฉวียนไม่ขยับเขยื้อน จึงมองด้วยความไม่เข้าใจ

     

            เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของขันทีคนสนิท อวิ๋นเป่ยเยี่ยจึงเอ่ยปากขึ้นมาใหม่ “ถ่ายทอดราชโองการของข้าออกไป แต่งตั้งบุตรีภรรยาเอกของตระกูลจินขึ้นเป็น ‘ท่านหญิงเจียผิง’ อนุญาตให้แม่ทัพจินและฮูหยินจินสามารถไปเยี่ยมเยียนที่ตำหนักฝูซวงได้ตลอดเวลา ประจวบเหมาะกับที่พี่ชายของนางก็พำนักอยู่ที่ตำหนักฝูซวงด้วย พี่น้องอยู่ด้วยกันจะได้สะดวกต่อการดูแล รีบไปจัดการเสียสิ!”

     

            “รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท บ่าวจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”

     

            ราชโองการถูกส่งมาถึงตำหนักเซี่ยวเยว่อย่างรวดเร็ว จ้าวตงเฉวียนถือราชโองการเอาไว้ด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาเดินวนไปวนมาอยู่บริเวณหน้าประตูตำหนักเซี่ยวเยว่ด้วยความกังวลใจ

     

            ขณะที่ภายในห้องนอน สีหน้าของจินเซียวหรานและสวินอวิ๋นเกอกลับดูมืดครึ้มย่ำแย่ลง

     

            “ฝ่าบาททรงหมายความว่าอย่างไรกัน?”

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงน้อยผู้อ่านใจ พร้อมกล่องยาวิเศษป่วนวังหลวง ที่คุณอ่าน

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185