กระบองไฟฟ้าหวังอยากจะกระอักเลือด ตอนนี้ฉินเฉาเป็นหัวหน้าของมัน ๆ ทำได้แค่กัดฟันกลืนคำด่าลงท้อง
สายตาจ้องมองฉินเฉากับซูจี ที่อยู่ ๆ ทั้งสองคนมายืนอยู่ตรงหน้าของมันตอนนี้ พยายามคิดหาจุดอ่อนเพื่อโจมตี ทันใดนั้นความคิดชั่วร้ายก็ผุดในใจเขา แม้ว่าฉันจะไม่สามารถเล่นงานแกตรง ๆ ได้ แต่ฉันสามารถแทงข้างหลังแกได้!’
เมื่อคิดได้อย่างนี้ เขาก็หันหลังกลับแล้ววิ่งตรงไปที่ตึกอำนวยการ
“เฮ้ สุดหล่อ ทำไมนายไม่มาอยู่ที่คณะพลศึกษากับฉันล่ะ!” ทันใดนั้นซูจีก็ทำท่าทางชมดชม้อยใส่ฉินเฉา “ที่นั่นมีอาจารย์สาวสวยเยอะมากนะ!”
“ไม่ล่ะ!” ฉินเฉาส่ายหัว “หลังจากเข้าไป ฉันกลัวว่าจะไม่อยากออกมาน่ะสิ”
“ชิ เจ้าคนลามก!” ซูจีส่งสายตาให้เขา จากนั้นก็จากไปเหมือนกับก้อนเมฆสีแดงไปที่ตึกพลศึกษา
ด้านหลังของเธอดูดีมาก ฉินเฉามองหลังของเธอเป็นเวลานาน ก่อนที่จะละสายตาอย่างช่วยไม่ได้ ที่จริงแล้ว ซูจีเป็นผู้หญิงที่ยอดเยี่ยม ถ้าได้เธอเป็นแฟน แม้แต่บรรพบุรุษที่นอนอยู่ในหลุมก็ยังต้องอิจฉาเขา
แต่เขาเพียงได้แต่คิดเท่านั้น ไม่กล้าที่จะทำให้บรรพบุรุษอิจฉา เขาจัดเสื้อผ้าเตรียมตัวกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง
ในตอนนั้นเอง ผู้ชายที่สวมเครื่องแบบตำรวจสีฟ้าผู้ชายหนึ่งผู้หญิงหนึ่ง สองตำรวจหนุ่มสาวเดินออกมาจากตึกอำนวยการจากไกล ๆ
ทันใดนั้นฉินเฉาก็จำได้ว่า นั่นเป็นหัวหน้าสำนักงานตำรวจที่มีชื่อว่า เซี่ยจุน เขาเป็นหัวหน้าที่ทำการสืบสวนคดีการฆ่าตัวตายของอวี๋เชี่ยน
ฉินเฉารีบปรี่เข้าไปทักทาย เซี่ยจุนเองก็จำได้ว่าเขาเป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยที่โรงเรียนนี้
“สวัสดีตอนเช้าครับผู้กองเซี่ย!” ฉินเฉาทักทายพวกเขา จากนั้นเอาบุหรี่แม่น้ำแดงออกมาจากกระเป๋ายื่นให้กับเซี่ยจุน ตำรวจอีกคนโบกมือปฏิเสธ แล้วเอาบุหรี่จงหนานไห่ขาวกล่องละ 4 หยวน ออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ฉินเฉาเช่นกัน
“ฉันชอบแบบนี้มากกว่า แรงแต่ถูก”
“ขอบคุณผู้กองเซี่ย ผมอยากจะถามเกี่ยวกับคดีของอวี๋เชี่ยน ผลเป็นไงมั่งครับ?” ฉินเฉารับเอาจงหนานไห่มาแล้วค่อย ๆ จุดมัน ก่อนหน้าเขาก็ลองสูบบุหรี่รสนี้มาบ้าง แล้วก็รู้สึกว่าจงหนานไห่ 4 หยวนมีรสชาติดีกว่าของเขา รสชาติดีชนิดที่เรียกว่าสุขเกินจะไม่รู้ตัวว่ามันหมดแล้ว
“หัวหน้าของเราไม่ให้พวกเราสืบต่อ” ตำรวจสาวสวยพูดอย่างเดือดดาล “มีบางคนมาบีบคดีนี้ ครอบครัวของเหยื่อได้รับเงินชดเชย 100,000 หยวน”
“เงียบ!” ทันใดนั้นเซี่ยจุนก็ตวาดจ้องไปที่ตำรวจสาว อีกคนแตะบ่าของเธอ แล้วไม่พูดอะไรอีก
ฉินเฉาขมวดคิ้วเป็นอย่างที่คิด เหมือนอย่างที่ซูเฟยพูดคดีนี้จะต้องถูกกดลง
“นี่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ ” เซี่ยจุนเห็นอารมณ์ของฉินเฉาไม่ปกติตบบ่าแล้วพูดว่า “เราทำได้แค่ทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ยิ่งกว่านั้นไม่มีใครที่สามารถต่อกรฟางหัวได้เลย การฆ่าตัวตายของอวี๋เชี่ยนเป็นคดีร้ายแรง รายงานชันสูตรผิดพลาดอวี๋เชี่ยนไม่ได้ท้อง เพราะฉะนั้น นายไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าอวี๋เชี่ยนถูกฟางหัวคุกคามทางเพศ”
“หึ!” ฉินเฉายืนกอดอกแสยะยิ้ม ดูเหมือนว่าเบื้องหลังของฟางหัวจะยิ่งใหญ่จริง ๆ ถึงแม้ว่าฉินเฉาจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นจริง ๆ เขาเองก็ไม่สามารถเป็นพยานได้ ยิ่งกว่านั้นเขาไม่สามารถตะโกนให้ใครรู้ว่าวิญญาณของอวี๋เชี่ยนได้มาสารภาพกับเขาว่าเธอถูกฟางหัวข่มขืน
“ผู้อำนวยการของคุณ ยอมรับว่าเรื่องนี่เป็นความรับผิดชอบของโรงเรียนเธอจะช่วยชดเชยให้ครึ่งหนึ่ง” เซี่ยจุนทิ้งบุหรี่แล้วตบบ่าฉินเฉา พยายามปลอบใจชายคนนี้อย่างชัดเจน
“ต้องขอโทษด้วย แต่พวกเราต้องกลับแล้วยังมีคดีคนหายให้เราไปจัดการ”
“คดีนี้ใช่คดี ‘5 วัน’ ก่อนหรือเปล่าคะ?” ตำรวจสาวถาม
“ใช่” หลังจากตำรวจทั้งสองจากไป ฉินเฉาก็ยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง เขายืนสูบบุหรี่อย่างเงียบ ๆ สูบบุหรี่จนหมดมวนโดยใช้เวลาไม่นาน เขาขมวดคิ้วแล้วทำการตัดสินใจเดินไปที่ตึกอำนวยการ
ด้านหน้าออฟฟิศของซูเฟยเขาเจอกับกระบองไฟฟ้าหวัง เจ้าอ้วนคนนี้ออกมาพร้อมกับชัยชนะจากออฟฟิศของซูเฟย เขาเชิดคางขึ้นแล้วจ้องมาทางฉินเฉา
แต่ครั้งนี้มันเห็นฉินเฉามองมาด้วยสายตาเย็นชา ซึ่งก็แสดงว่าเขาอารมณ์ไม่ดี
กระบองไฟฟ้าหวังตกใจไม่กล้าเชิดหน้าต่อ ความหยิ่งยโสหายไปลดหัวลงแล้วรีบหลบไปด้านข้างของฉินเฉา
“เลขาฉินผู้อำนวยการซูอยู่ไหมครับ?” แม้ว่าตอนนี้ฉินเฉาจะอารมณ์ไม่ดี เขาก็ถามสาวสวยตรงหน้าด้วยความสุภาพ
วันนี้ฉินหลิงแต่งตัวด้วยสูทสีดำกระโปรงขาว ปกเสื้อค่อนข้างต่ำเปิดให้เห็นร่องอกอันอวบอัดแสนเย้ายวน
“อยู่... รอสักครู่ เดี๋ยวจะถามให้” ฉินหลิงหยิบโทรศัพท์แล้วรีบพูดกับฉินเฉาว่า
“ขอโทษด้วย ผู้อำนวยการซูบอกว่าตอนนี้เธอยุ่งมาก ยังพบนายไม่ได้”
“ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอยุ่งเรื่องอะไร!” ความโกรธเริ่มแผดเผาหัวใจเขาผลักประตูเข้าไป โดยไม่ใส่ใจคำปฏิเสธของฉินหลิง
“ฉินเฉา นายต้องการอะไร!” ในออฟฟิศ ซูเฟยเพิ่งอ่านรายงานเสร็จ เมื่อเธอเห็นฉินเฉาพุ่งเข้ามา เธอขมวดคิ้วแล้วแสดงสีหน้าเย็นชาเขา น้ำเสียงของเธอเหมือนกับลมหนาว
“ไม่มีอะไร ผมแค่อยากจะถามบางอย่าง” ฉินเฉานั่งลงตรงหน้าซูเฟย พร้อมกับน้ำเสียงตลก เขาถามว่า “อวี๋เชี่ยนเด็กสาวอายุ 20 ปี มีราคาแค่ 100,000 หยวนเหรอ?”
“ฉินหลิงเธอออกไปก่อน แล้วปิดประตูด้วย” ซูเฟยถอนหายใจถอดแว่นออกนวดขมับบ่งบอกว่าเธอปวดหัวเป็นอย่างมาก แล้วก็สั่งในขาของเธอให้ออกไปก่อน
ฉินหลิงมองฉินเฉาด้วยสีหน้าซับซ้อนแล้วปิดประตู
“พ่อแม่อวี๋เชี่ยนอายุมากกว่า 60 ปี พวกเขาแก่แล้ว ตอนนี้แม่ของเธอนอนเป็นอัมพาตอยู่บนเตียง เงิน 100,000 หยวนนี้ ยังไม่พอค่ายาด้วยซ้ำ”
“ให้ฉันเพิ่มให้อีกแสนพอมั้ยทั้งหมดก็2 แสนหยวนให้กับคนทั้งคู่” ซูเฟยไม่ใช่แค่พูด ทันใดนั้นเธอก็เอาปากกาออกมาแล้วเขียนตัวเลขลงในเช็ค แล้วฉีกมันออกมาด้วยมือของเธอ
“นายส่งเงินนี่ให้พวกเขา เป็นการแสดงความเสียใจของโรงเรียนเรา”
“หึ” ฉินเฉามองอย่างเย็นชาไปที่เช็คในมือของซูเฟย
“โทษที ผมคิดว่าเงินนี้มันร้อนเกินไปที่ผมจะถือมันไว้ ไม่ใช่แค่ 2 แสน ต่อให้ 2 ล้านก็ไม่สามารถซื้อชีวิตคนกลับมาได้”
“ปัง! ฉินเฉา นายยังต้องการอะไรอีก!” ซูเฟยเริ่มโมโห เธอตบโต๊ะแล้วตะโกนออกมา “อวี๋เชี่ยนตายไปแล้ว นายอยากจะฆ่าทุกคนในโรงเรียนนี้เพื่อชดเชยให้ชีวิตเธอหรือไง? มันเป็นไปไม่ได้!”
“ฉันแค่ต้องการให้ฆาตกรถูกลงโทษแค่นั้นเอง” ฉินเฉานั่งอยู่บนเก้าอี้พูดอย่างเย็นชา “ผมคิดว่าทั้งหลิวฉวน ทั้งพ่อแม่ของอวี๋เชี่ยนก็อยากจะเห็นผลลัพธ์นี้เช่นกัน”
“ฉินเฉา อย่าฝันไปหน่อยเลย!” ซูเฟยพยายามสงบสติอารมณ์ของตนเองแล้วพูดว่า “นายก็รู้อิทธิพลของครอบครัวฟางหัว อวี๋เชี่ยนเป็นแค่นักศึกษาจากชนบท เธอไม่มีทั้งเงินแล้วก็อำนาจ เหมือนกับนาย ๆ เองก็เป็นแค่นักศึกษาจบใหม่ แม้แต่งานนี้นายก็ได้มาเพราะคนอื่นช่วยเหลือ แล้วนายจะไปทำอะไรฟางหัวได้?”
“ความหมายของคุณก็คือ คุณจะไม่ช่วยครอบครัวอวี๋เชี่ยนหาความเป็นธรรมถูกมั้ย?” ฉินเฉารำคาญสิ่งที่ซูเฟยพูด เขาชำเลืองมองหญิงสาวตรงหน้าที่มาจากครอบครัวร่ำรวย
“มันไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากช่วย แต่ช่วยไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นฉันก็ไม่อยากยุ่งยากด้วย!” ซูเฟยอยู่ในโลกของธุรกิจมาหลายปี เธอเห็นความต่างระหว่างความถูกผิดอย่างชัดเจน ต่อต้านตระกูลฟางเพียงเพื่อนักศึกษาคนเดียว? มันไม่คุ้ม!
“เยี่ยม” ฉินเฉายืนขึ้นแล้วพูดว่า “ดูเหมือนบทสนทนาของเราวันนี้จะถูกใจ ซูเฟยผมรู้ว่าคุณปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจ ฉะนั้นคนเลยไม่อาจขัดขืนต่อต้านฟางหัว งั้นก็ได้... แต่ผมฉินเฉา เป็นแค่หนุ่มโสดจน ๆ ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เมื่อคุณไม่อยากช่วยอวี๋เชี่ยน ถ้าอย่างนั้นผมจะเป็นคนช่วยเธอเอง”
“ฉินเฉาอย่าลืมว่านายเป็นใคร!” ซูเฟยกัดฟัน “นายไม่ใช่อะไรเลย เป็นแค่ยามรักษาความปลอดภัย แล้วฉันเป็นเจ้านายของนาย! นายคิดว่านายเป็นใคร? เป็นตำรวจสากลเหรอ? นายไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามายุ่งกับน้องสาวของฉัน นายไม่ควรข้องแวะกับเธอ เธออยู่คนละชั้นกับนาย!”
“เจ้านายคนสวยของผม” ทันใดนั้นฉินเฉาก็หันหัวกลับไปมองผู้อำนวยการที่ทรงเสน่ห์คนนี้ “ผมอยากให้คุณจำไว้อย่างหนึ่ง ผมไม่ได้เป็นคนเริ่มข้องแวะกับน้องสาวของคุณ!”
“เหลวไหล!” ซูเฟยขมวดคิ้วเป็นปมหายใจหนัก หน้าอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลง “จากนี้นายจะไม่ได้เป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยอีกต่อไป นายกลับไปเป็นยามปลายแถวของนายตามเดิม ถ้านายมายุ่งกับน้องสาวฉันอีกครั้ง ไม่ต้องหวังว่าจะทำงานรักษาความปลอดภัยนี้ได้อีกต่อไป”
“แล้วแต่คุณเลย ยังไงเงินเดือนก็ไม่ต่างกันมาก คุณคิดว่าผมจะแคร์งั้นเหรอ?!”
ฉินเฉาแสยะยิ้มหันหลังแล้วเดินออกทางประตู ซูเฟยอยู่ในออฟฟิศดวงตาเธอแดงไปด้วยความโกรธ
“กรี๊ดดดด!” สาวสวยกรีดร้องเธอปัดทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะลงพื้น เสียงของแตกดังโคร้งเคร้งโครมคราม ข้าวของกระจัดกระจายเต็มพื้น เครื่องเคลือบที่วางปากกาฟ้าขาวราคานับหมื่น แตกเป็นกระจายเป็นเสี่ยง ๆ
เสียงดังออกมาถึงฉินหลิง เลขาสาวรีบเข้าไปดู เมื่อเห็นอาการของซูเฟย เธอก็ต้องเอามือปิดปาก
นี่มันอะไรกันเนี่ย! ฉินเฉาทำอะไรให้ผู้อำนวยการกลายเป็นบ้าได้ขนาดนี้?
“ผู้อำนวยการคุณโอเคมั้ย?”
“ฟู่วววว ฟู่วววววว” ซูเฟยหอบหายใจเอาอากาศออกจากปาก พยายามควบคุมสติอารมณ์ของตนเอง “ฉินหลิงทำความสะอาดที่นี่ ออกคำสั่งให้หวังเหวินคุนเป็นหัวหน้าหน่วยเหมือนเดิม ฉินเฉาฉันไม่เชื่อว่าฉันจะทำอะไรนายไม่ได้!”
“หวังเหวินคุนเป็นหัวหน้าหน่วยอีกครั้ง?” ฉินหลิงตกใจ กระบองไฟฟ้าหวังคนนี้ เป็นคนทุจริต ทำไมประธานถึงให้เขาเป็นหัวหน้าอีก
“เป็นอะไร เธอไม่ชอบคำสั่งฉันเหรอ?” ซูเฟยเห็นสายตาไม่ยอมรับของเลขา จากนั้นก็เอาความไม่พอใจจากฉินเฉามาระบายใส่ฉินหลิง
“ไม่ค่ะ! ฉันเห็นด้วยกับคำสั่งทุกอย่างของผู้อำนวยการ!” ฉินหลิงส่ายหัวไปมา จากนั้นเริ่มทำความสะอาดออฟฟิศ
ไม่นานฝ่ายบุคคล ก็ส่งคำสั่งแต่งตั้งหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยมา กระบองไฟฟ้าหวังได้กลับมาเป็นหัวหน้าอีกครั้งมันเดินอย่างภูมิใจไปรอบ ๆ นักศึกษาคนไหนที่ไม่ถูกใจมัน ๆ จะสอนบทเรียนให้พวกเขาทันทีราวกับว่าทุกคนคือฉินเฉา แม้แต่เหล่ายามก็ยังหนีความบ้าของมัน
สิ่งนี้ยิ่งทำให้ทุกคนในหน่วยเกลียดมัน กระบองไฟฟ้าหวังชอบใช้กำลังในทางที่ผิด ตอนนี้มันกลายมาเป็นหัวนาคอีกครั้ง ใครจะรู้ว่าพวกเขาจะต้องรับเคราะห์อะไรบ้าง
“ตายแล้ว ๆ ทั้งหมดเป็นเพราะลูกพี่” เฉินหยิงหยางที่พันผ้าพันแผลเหมือนมัมมี่นั่งอยู่ในสำนักงาน จ้องฉินเฉา “ลูกพี่ชอบไปทะเลาะกับมันประจำ! มันไม่เป็นไรอะไรหรอกถ้าลูกพี่เสียเพียงแค่ตำแหน่ง แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือถ้าไอ้อ้วนหวังเหวินคุน มันจ้องเล่นงานแล้วลูกพี่จะทำยังไง?”
จบตอน#