Cattastrophic

    Chapter 13 นักวิทยาศาสตร์กับมื้อเย็น

    Chapter 13

    นักวิทยาศาสตร์กับมื้อเย็น

     

     หญิงสาวส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ เธอรีบคู้ตัวลงและขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่

    โนบิลก็ตกใจไม่แพ้กัน แต่เขาก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้อย่างรวดเร็ว จึงรีบคิดหาวิธีแก้ไขสถานการณ์นี้

    ทว่ายังไม่ทันที่โนบิลจะได้เอ่ยอะไร โนร่าก็เปิดประตูตู้เสื้อผ้าโผล่หน้าออกมาแล้วชิงพูด

    “ขะ.. ขอโทษนะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแอบดู แต่เพราะมันเป็นโอกาสที่หาได้ยาก เลยต้องดูน่ะ!”

    โนบิลกำหมัด

    หญิงสาวที่คลายความตกใจลงแล้ว พอเห็นว่าที่อยู่ในตู้เป็นผู้หญิงผมทองที่มีหูแมวอยู่บนศีรษะ ทั้งยังพูดจาแปลก ๆ เธอก็หันมามองโนบิลด้วยแววตาขุ่นเคือง

    เสียงเพี๊ยะดังขึ้น เพราะเธอตบหน้าโนบิลไปทีหนึ่ง ก่อนจะลงจากเตียงแล้วเร่งจัดแจงเสื้อผ้า

    “เดี๋ยวก่อนแอชลิ่ง! นี่ไม่ใช่อย่างที่คิด!”

    โนบิลพยายามรั้งอีกฝ่ายไว้เพื่อทำการอธิบาย แต่หญิงสาวก็สวมรองเท้าและคลุมเสื้อโค้ทอย่างเร่งรีบก่อนจะเปิดประตูออกไป

            เห็นเช่นนั้น โนบิลก็ตวาดด้วยเสียงอันดัง

            “แอชลิ่ง เบรียนเน่! หยุดอยู่ตรงนั้นนะ!!”

    เพราะถูกตวาดโดยไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวจึงหยุดเท้าแล้วหันกลับมามองด้วยสีหน้างุนงง

    โนบิลเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างช้า ๆ ก่อนจะกล่าว

    “ขอโทษที่ขึ้นเสียงนะ แต่ฉันไม่อยากให้เธอกลับไปทั้งที่ยังเข้าใจผิด ผู้หญิงคนนั้นเป็นรูมเมทที่ฉันเพิ่งจะรับมาวันนี้ ไม่ได้เป็นอะไรกัน และฉันไม่รู้ว่าเธอกลับมาที่ห้องแล้ว เรื่องนี้ไว้ฉันจะขอโทษอย่างเป็นทางการอีกครั้ง”

    เขาอธิบายในขณะที่ช่วยแอชลิ่งจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่

    “แต่ขอบอกไว้อย่างหนึ่ง ฉันไม่คิดจะใช้ชีวิตร่วมกับผู้หญิงที่ใช้กำลังก่อนเหตุผล ถ้าเธอควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ฉันก็ควรจะต้องทบทวนความสัมพันธ์ของเราใหม่ กลับไปแล้วก็ลองคิดเรื่องนี้ดูให้ดี”

    โนบิลสางผมของอีกฝ่ายเพื่อจัดทรงให้ ก่อนจะแตะสัมผัสที่แก้มของเธออย่างแผ่วเบาแล้วปล่อยมือ

            แอชลิ่งมองโนบิลด้วยแววตาที่ดูสับสน เธอไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินจากไป

    โนบิลลับเข้ามาในห้องก่อนอีกครั้งแล้วเอนตัวลงนอนบนเตียงของเขา

    โนร่ามีสีหน้ารู้สึกผิด เธอเหลือบมองโนบิลเป็นระยะด้วยท่าทีกระวนกระวาย

    “ฉันบอกแล้วไงว่ายังไม่ต้องกลับมา”

    โนบิลกล่าวเรียบ ๆ ในขณะเอนตัวนอนอยู่

    “ฉันไม่ได้กลับนะ แต่อยู่ที่นี่แต่แรกแล้วต่างหาก”

    “งั้นก็ควรจะส่งข้อความตอบกลับมาสิ ฉันจะได้เปลี่ยนแผน”

    “ก็ฉันคิดว่าถ้าอยู่เงียบ ๆ ในห้อง (ตู้เสื้อผ้า) ของตัวเองก็คงไม่เป็นไรนี่นา”

    “แล้วเธออยู่เงียบ ๆ จริงมั้ย?”

    “ฉันก็ไม่ได้ส่งเสียงนะ แค่แง้มดูเฉย ๆ ”

    ฟังถึงตรงนี้ โนบิลก็ต้องขมวดคิ้ว

    โนร่ารู้ตัวว่าเถียงข้าง ๆ คู ๆ จึงพูดเสียงอ่อย

    “ขอโทษนะ… ฉันรู้ว่าทำสิ่งที่ไม่ควร แต่ฉันแค่อยากรู้น่ะ ถึงจะเคยเห็นจากสื่อเพื่อการศึกษามาบ้าง แต่ฉันยังไม่เคยเห็นการ ‘ผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ’ ของมนุษย์จริง ๆ เลย”

            โนบิลทิ้งตัวนอนราบลงกับเตียงเมื่อได้ยินคำนั้น

            “หยาบคายมาก กรุณาเปลี่ยนคำที่ใช้ด้วย”

            โนร่าครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะเสนอ

            “งั้นเปลี่ยนเป็น ‘ป่ามป๊าม’ ?”

    “.....ก็ดีขึ้น”

    สีหน้าของโนบิลยังไม่ร่าเริงขึ้นเท่าไหร่ โนร่าจึงกล่าวต่อ

    “ฉันต้องขอโทษจริง ๆ นะ ไม่รู้นี่นาว่าแฟนเธอจะมา”

    “นั่นไม่ใช่แฟน”

    “เอ๋? เอ๋!?”

    โนร่าอุทานออกมาด้วยความตกใจ

    “ไม่ใช่แฟนเหรอ? แต่เมื่อกี้จะประกอบร่างกันอยู่แล้วนะ ไม่ใช่ว่าต้องเป็นแฟนก่อนถึงจะทำเรื่องแบบนั้นได้รึไง?”

    “นั่นเป็นเรื่องที่ขึ้นกับวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ สำหรับเทมเพอเรียและฟิวเจอร์รีช นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร และถึงจะบอกว่าไม่ใช่แฟนแต่ก็ถือว่าเป็น ‘ผู้เข้ารับการคัดเลือก’ น่ะ เป็นการทดลองคบ คล้าย ๆ การ ‘เออลี่แอคเซส’ (Early Access) จะเป็นแฟนรึเปล่าต้องศึกษาดูใจกันไป”

    “เหมือนจะดูลึกกว่านั้นไปเยอะแล้วนะ”

    “ก็บอกว่ามันเป็นเรื่องที่ขึ้นกับวัฒนธรรม”

    ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรอีก ภายในห้องจึงตกอยู่ในความเงียบ

    ไม่นานโนร่าก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบลง

    “ฉันขอโทษที่เสียมารยาทนะ”

    โนร่ากล่าวเสียงอ่อยในขณะที่นั่งคุกเข่าและก้มหัวลงด้วยท่าทางห่อเหี่ยว

    “เรื่องนี้ฉันเองก็ประมาทเกินไปด้วย ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าเธออยู่ในห้องรึเปล่า แต่เธอเองก็ควรอ่านสถานการณ์ให้ดีกว่านี้ พยายามอย่าให้เกิดขึ้นอีก”

    โนบิลคิดว่าคงต้องเพิ่มเรื่องนี้ลงไปในข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันด้วย

    โนร่าพยักหน้าหงึก ๆ ในระหว่างนั้นเธอก็สังเกตเห็นรอยแดงบนแก้มของโนบิลที่เกือบจะเป็นรูปฝ่ามือ เธอจึงลงจากตู้เสื้อผ้าแล้วเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย

    โนร่าแตะสัมผัสมือลงบนแก้มของโนบิล แม้โนบิลจะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนหรือเอ่ยอะไร

    เพียงไม่นาน อาการปวดบริเวณแก้มที่โนบิลรู้สึกได้ก็ค่อย ๆ บรรเทาลง

    “นาไนท์สำหรับรักษา?”

    โนบิลเอ่ยถาม

    “อื้ม เอาล่ะ น่าจะไม่เป็นอะไรแล้ว”

            โนร่าปล่อยมือออกจากแก้มของโนบิล ซึ่งตอนนี้ไม่เหลืออาการบวมแดงให้เห็นอีก

            นาไนท์, นาโนบอท, หรือนาโนแมชชีน คือหุ่นยนต์ขนาดเล็กระดับนาโนเมตร (1 นาโนเมตร = 1 ในพันล้านเมตร) สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งทางด้านวิศวกรรมและการแพทย์ ในกรณีนี้โนร่าใช้มันในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและเส้นเลือดฝอยที่เกิดการฉีกขาด ทำให้อาการบวมอักเสบหายไปอย่างรวดเร็ว

    โนบิลเริ่มคิดว่าการมีซินเทซิสเข้าร่วมโปรเจกต์เป็นอะไรที่สะดวกสบายเกินกว่าที่คาดไว้

    แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้าไม่เพราะความซุ่มซ่ามของอีกฝ่าย เขาก็คงไม่ถูกตบแต่แรก

    ยังไม่ต้องพูดถึงการที่เขาต้องอด ‘มื้อเย็น’ อันแสนอร่อยด้วย

    นึกถึงตรงนี้ โนบิลก็ลุกจากเตียงแล้วเดินไปที่ตู้เย็นเพื่อหาอะไรกิน

    เห็นเช่นนั้นโนร่าก็นึกอะไรขึ้นมาได้

    “จริงสิ เธอยังไม่ได้กินอะไรมาใช่มั้ย ฉันมีของมาฝาก!”

    เธอกล่าวพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าที่อยู่บริเวณหน้าท้องของกระโปรงเอี๊ยม ก่อนจะหยิบขนมออกมา

    ที่เธอหยิบออกมาคือเพรทเซลสีน้ำตาลทองอร่ามชิ้นใหญ่เบิ้ม มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าหนึ่งฟุต ทันทีที่มันถูกหยิบออกมา กลิ่นหอมของแป้งโดว์ที่อบจนได้ที่ก็ลอยคลุ้งไปทั่วห้อง

    โนร่ายังล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบขนมออกมาอีกหลายชนิด

    มีขนมรังผึ้งสีน้ำตาลเข้มซึ่งมีครีมซอสสีส้มไหลเยิ้ม, ฮอตดอกเสียบไม้ชุบแป้งทอดที่ผิวนอกดูกรุบกรอบ, พายฟักทองที่ส่งกลิ่นหอมมันอันเป็นเอกลักษณ์, ขนมปังกระเทียมที่ชุ่มไปด้วยเนย, และผลแอปเปิลเคลือบคาราเมลที่ดูแวววาวราวกับอัญมณี

    โนบิลเลิกคิ้วขึ้นขณะมองดูโนร่าหยิบขนมออกมาวางทีละชิ้น ๆ จากกระเป๋าหน้าท้องที่ดูไร้ก้นบึ้งนั้น

    มันคงเป็นทางเชื่อมไปยังช่องมิติเก็บของ ความจริงไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ เพราะการนำวัตถุออกจากช่องมิติสามารถทำได้ทันที แค่แบมือก็พอ การล้วงเข้าไปในกระเป๋าน่าจะเป็นการโรลเพลย์ของเจ้าตัว

     “เชิญกินได้ตามสบายเลย!”

    โนร่ากล่าวหลังจากนำขนมทั้งหมดออกมาวางแล้ว

    “นี่เหมามาหมดทั้งถนนเลยเหรอ?”

    โนบิลเอ่ยขณะเอื้อมมือไปหยิบขนมรังผึ้ง

    “แค่อันที่กินแล้วรู้สึกถูกใจน่ะ โอ้ อันนั้นเป็นขนมรังผึ้งไส้ไข่เค็มลาวา อร่อยมาก ๆ !”

    โนร่ากล่าวด้วยท่าทางกระตือรือร้น

    โนบิลรู้สึกว่านี่เป็นของที่กินแล้วจะเลอะเทอะ เลยลังเลนิดหน่อย แต่เขาก็พันมันด้วยกระดาษทิชชูหลายชั้น ก่อนจะเริ่มกิน

    แค่กัดลงไป ครีมรสไข่เค็มที่อยู่ด้านในก็ไหลทะลักออกมา รสเค็มอ่อน ๆ ตัดกับรสหวานมันของขนมรังผึ้งทำให้เกิดรสชาติอันกลมกล่อม จนโนบิลต้องเอ่ยปากชม

    “รสไม่เลวเลยจริง ๆ “

    “ใช่มั้ย ๆ ? อันนี้ก็อร่อยนะ!”

    โนบิลไล่ทานขนมไปทีละอย่าง แต่ละอันล้วนมีรสชาติอร่อยอย่างเป็นเอกลักษณ์ ในระหว่างนั้นโนบิลก็นึกถึงเรื่องที่เขาสงสัยขึ้นมาได้

    “ความอร่อยในมุมมองของซินเทซิสเนี่ย ใช้อะไรเป็นพื้นฐาน? มีอะไรเป็นตัวชี้วัด?”

    “มีหลักเกณฑ์เรื่องรสชาติอยู่ เหมือนกับหลักเกณฑ์พื้นฐานอื่น ๆ นี่เป็นสิ่งที่มนุษย์ของโลกเก่ากำหนดขึ้น ยุคหนึ่งสมัยหนึ่งโลกเสมือนจริงเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมาก พวกเขาเลยทำการรวบรวมและปรับแต่งข้อมูลในโลกเสมือนให้ใกล้เคียงกับโลกจริงมากที่สุดโดยใช้ประสบการณ์ของผู้ใช้งานทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ยเพื่อตั้งมาตรฐาน สสารแต่ละอย่างมีรสชาติอย่างไร อะไรที่เรียกว่าอร่อย อะไรที่เรียกว่าไม่อร่อย ทุกอย่างถูกรวบรวมและประมวลผลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับโลกจริงมากที่สุด และเราก็ใช้ข้อมูลนี้เป็นต้นแบบของหลักเกณฑ์ในเรื่องรสชาติ”

    “แต่เหมือนซินเทซิสแต่ละคนจะมีความชอบต่างกันอยู่? ฉันจำได้ว่าซินเทซิสที่เคยไปบรรยายที่มหาลัยของฉันน่ะไม่ชอบของหวาน แตกต่างจากเธอ”

    “ความชอบเรื่องรสชาติเป็นสิ่งที่เกิดการเบี่ยงเบนจากค่ามาตรฐานได้ มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่นอุปนิสัย, ปูมหลัง, หรือประสบการณ์ จริง ๆ ก็เหมือนกับมนุษย์นั่นแหละ”

    “มีอัลกอริทึ่มที่ช่วยสุ่มความชอบอย่างมีเงื่อนไขสินะ”

    “นั่นเป็นการอธิบายที่รวบรัดไปหน่อย แต่โดยหลักการแล้วก็ถือว่าไม่ผิด”

    “อืม”

    โนบิลไม่ได้ถามอะไรต่อ เพีงแค่ตั้งหน้าทานขนมที่เหลือไปทีละอย่าง

    โนร่าเริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างจากโนบิล แต่เธอไม่แน่ใจว่าเป็นการคิดมากไปเองรึเปล่า จึงเพียงเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ในใจ


    ---------------------------------------------------------------------------