เล่ม 1 บทที่ 1 ตำนานดาบวิเศษ (4)
(4)เพลย์เยอร์กางเต้นพักเป็นกอง ๆ ตามแต่เขตกิลด์ของตนสังกัดที่มีธงประจำตอนนี้ไม่ต้องขึ้นมารับบัฟให้วุ่นวายแล้ว เนื่องจากว่าร่มเงาของดาบวิเศษในรูปลักษณ์ของ พฤกษาแห่งชีวิต ทอดยาวไปจนครอบคลุมทั่วทุกกิลด์ ทำไมนะรึ? ...ก็เพราะดาบวิเศษนั่นพอปล่อยเอาไว้เพียงครู่เดียวก็งอกออกมาจนขนาดในตอนนี้คงกับหอไอเฟลไปแล้วถึงแม้ว่าผู้เล่น ในยุคสมัยนี้บางคนจะไม่รู้จักอายธรรมจมน้ำอย่าง หอไอเฟล ก็ตาม...พออยู่ใต้ร่มเงาเดียวกันแล้ว มิตรภาพอันงดงามได้เกิดขึ้นระหว่างผู้เล่นกันเองอย่างไม่น่าเชื่อ ...บางคนซึ่งเป็นผู้เล่นฝ่ายจักรวรรดิก็กำลังซ่อมแซมอาวุธและชุดเกราะให้กับคนที่เคยเป็นศัตรูกันมาอย่างทัพสหพันธ์แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน...แถมไม่เคยคิดจะอยากรู้จักฝ่ายตรงข้ามด้วยซ้ำไป ทั้งที่ไม่ก็อดสงสัยเหมือนกันว่าจะตีกันเองไปทำไม แต่มันช่วยไม่ได้ ในเมื่อเคยทำสงครามกันมาหลายชั่วอายุคนไปแล้วแบบนั้น พอลองเปิดใจก็พบว่ากลับต่างพูดคุยกันอย่างฉันมิตรแม้ว่า... ความเคลือบแคลงใจจะยังซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจก็ตาม...อาหารเสริมพลังของแต่ละกิลด์ก็ให้ผลที่แตกต่างกัน พวกผู้เล่นจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการแลกเปลี่ยนอาหารที่มีค่าเสริมพลังให้เหมาะสมกับอาชีพที่ตนเองเล่น ทั้งนี้ก็เพื่อดึงพลังของอวาตาร์ออกมาให้ได้มากที่สุดก่อนการบุกครั้งสุดท้ายของกองทัพแห่งมวลมนุษยชาติจะเริ่มต้นขึ้นเสียงพิณบรรเลงจากนักกวีช่วยสร้างความผ่อนคลาย ความอคติที่บาดหมางกันมาเนิ่นนานจึงถูกลดทอดลงไปมากจากเสียงเพลงที่ถูกนำมาใช้เป็นสื่อกลางทางใจภาพงดงามระหว่างพวกนักเต้นระบำกับเหล่านักดนตรีของฝ่ายที่เคยเป็นศัตรูกันมาช้านาน ตอนนี้กำลังร่วมขับขานบทเพลงเดียวกันแม้ว่าธรรมเนียมการแสดงและเครื่องดนตรีจะต่างกัน แต่ก็สามารถตราตรึงนักรบได้ใจไม่น้อยชุดนักดนตรีของทัพสหพันธ์มีกลิ่นอายของเครื่องแบบทหาร เครื่องดนตรีส่วนมากใช้สำหรับแห่ขบวนทัพแบบสวนสนาม ซึ่งกันผิดกับนักระบำของจักรวรรดิที่ใช้เครื่องดนตรีโบราณส่วนการแต่งตัวของนักระบำจักรวรรดินั้นดูเซ็กซี่น้อยชินสำหรับผู้หญิง ส่วนของผู้ชายโดยมากจะเป็นนักดนตรีกันเสียมากกว่าพอนำดนตรีมาใช้ขจัดวัฒนธรรมที่แตกต่างกันจนเกิดการหลอมรวมได้สำเร็จ ภาพเก่า ๆ ที่มีแต่การแก่นแย่งชิงดี กีดกันพื้นที่เก็บเลเวล ปล้นฆ่า และสงคราม ตอนนี้ไฟแห่งความเกลียดชังได้ถูกหลอมละลายไปหมดแล้วด้วยเพลิงแห่งความการสังสรรค์และงานเลี้ยงยินดีส่วนเพลย์เยอร์ที่พลาดโดนมอนสเตอร์ตบตายไปแล้วจะอยู่ระหว่างรอคูลดาวน์ล็อกอินเข้ามาใหม่ หลายนาทีบ้าง นานเป็นหลายสิบวันเลยก็มี ...ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับระดับเลเวล อุปกรณ์สวมใส่ แต้มสกิล และยศในกิลด์กล่าวคือยิ่งมีค่าสัมประสิทธิ์มากเท่าไหร่ก็ยิ่งใช้เวลาฟื้นตัวนานเท่านั้นแต่ว่า...ถึงแม้ผู้เล่นที่พลาดตายไปแล้ว ก็ยังสามารถดูภาพบรรยากาศอันงดงามนั้นต่อไปได้เช่นกัน ตราบใดที่กิลด์ที่ตนสังกัดด้วยยังไม่แตกพ่าย จอภาพที่แสดงจากปาร์ตี้ก็ยังสามารถซิงค์ออกไปสู่โลกภายนอก 1 ปาร์ตี้ มีด้วยกัน 12 คน ตามกฎของเกมสำหรับลงดันเจี้ยน หากปาร์ตี้ของพวกเขามีสักคนที่รอดชีวิตจนถึงตอนที่เคลียร์บอสได้ก็ถือว่าการสละชีวิตนั้นคุ้มค่าส่วนมากพวกที่ตายไปแล้วจะเป็นสายแท๊งค์ เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีอาชีพพิลึก ๆ ที่มีสกิลแปลก ๆ จนออกมาแท๊งค์ได้บ้างเหมือนกันปาร์ตี้ที่คนเหลือน้อยที่สุดจากประเมินตอนนี้คือ 3 คนมีแค่ 1 กิลด์ที่เข้าร่วมในตอนนี้ที่สภาพไม่สู้ดีนัก เพราะว่าสมาชิกทั้งหมดที่เข้าร่วมเหลือแค่ 3 คน แถมยังเป็นแค่ 3 สุดท้ายอีกต่างหากแต่ว่า...ขอแค่คนเดียว เหลือเพียงแค่สักใครสักคนก็พอ...พวกเขาภาวนาอยู่ใต้ร่มเงาแขนงของกิ่งก้านต้นพฤกษาแห่งชีวิต