พรึบ…เสื้อแจ็กเกตถูกพาดลงบนหัว น่านฟ้าดึงมันลงมาก่อนจะเบะปากใส่เ้าของเสื้อเขาก็นั่งอยู่ของเขาดีๆ ไหมล่ะ
“อะไร มีปัญหา” ไนท์ดึงเสื้อคืนมาสะบัดส่งๆ ก่อนจะพาดลงกับผนังม้านั่งอีกที
น่านฟ้าไม่ตอบแต่สะบัดหน้าหนีพรืด ตัวเองเป็คนหาเื่เขาก่อนแท้ๆ ใครกันแน่ที่มีปัญหา
ไนท์มองท่าทีแสนงอนของเพื่อนแต่ไม่คิดจะง้อหรอก พวกเราแม้จะเพิ่งมาเป็เพื่อนกันแต่ก็ปรับตัวอยู่ด้วยกันมาได้ยังไม่มีปัญหาอะไร แล้วท่าทางแบบนี้ของน่านฟ้าเขาโดนบ่อยจนชิน
น่านฟ้าหรือจะโกรธใครเป็“แล้วนี่พี่ตะวันจะมายัง”
“ใกล้แล้ว” น่านฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูหน้าจอขึ้นข้อความที่พี่ตะวันส่งมาว่ากำลังมา
วันนี้พวกเรามีเรียนกันทั้งวันั้แ่เช้าลากยาวจนถึงเย็น พอเรียนเสร็จไนท์ก็บอกจะมาเตะบอลวิปครีมมีนัดกินข้าวกับครอบครัวส่วนน่านฟ้าเองก็นัดกับพี่ตะวันไว้ว่าจะไปหาอะไรกินที่ตลาดหลังมอที่ที่เราเจอกันครั้งแรก
“อย่ากลับดึกล่ะ”ไนท์ในชุดบอลยืนวอร์มยืดเส้นยืดสายไปก็พูดกำชับเพื่อนไปด้วยดูเอาเถอะว่าบ้าพลังขนาดไหน เรียนมาทั้งวันยังมีแรงมาเตะบอลต่อ แต่ก็เอาเถอะเข้าใจได้ว่าใกล้่เวลาต้องซ้อมดาวเดือนเพื่อแข่งขันชิงตำแหน่งดาวเดือนของทางมหาวิทยาลัยแล้ว
ไนท์แม้จะดูไม่สนใจในตอนแรกแต่ก็เป็คนที่มีความรับผิดชอบ ตกลงไปแล้วก็จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีนั่นแหละ
“แข่งกันปะล่ะ ใครถึงห้องก่อนกัน” น่านฟ้าเอ่ยท้าอย่างมั่นใจเขาแค่ไปหาอะไรกินแล้วก็กลับ ยิ่งไปกับพี่ตะวันคนที่ชอบไล่ให้น่านฟ้าเข้านอนั้แ่สี่ทุ่มทุกวันก็ไม่รู้ว่าไนท์จะห่วงอะไรนักหนา ไปไหนมาไหนกับพี่ตะวันทีไรกำชับนู่นนี่เป็พ่อเลย
แต่วิปครีมก็บอกนะว่าไนท์เหมือนพ่อเขามากกว่าเป็เพื่อน
“ไม่แข่ง”
แน่แหละ เพราะตัวเองเตะบอลเสร็จก็ไปต่อกับเพื่อนในทีมตลอดบางทีก็นึกสงสัยนะ เป็คนที่มนุษยสัมพันธ์ไม่ดี แต่ก็มีเพื่อนซะเยอะเลย
“มานู่นแล้ว อย่าลืมล่ะ ห้ามกลับดึก” ไนท์พยักพเยิดไปทางที่พี่ตะวันเดินมาก่อนจะสำทับอีกรอบแล้วก็วิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อนกลางสนามบอล
“พ่ออนุญาตแล้วเนอะ” ตะวันมาถึงก็แซวก่อนเลย แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกเพราะรู้ว่าทำไมไนท์ถึงห่วงน่านฟ้านัก
ในสายตาของเพื่อนน่านฟ้าก็แค่เด็กน้อยเพิ่งออกสู่โลกกว้าง มีคนคอยดูแลในตอนที่เขาไม่ได้อยู่ด้วยก็ดีแล้ว
น่านฟ้ายิ้มรับกับคำแซวแถมยังพูดเสริมอย่างขบขันด้วย “เหมือนมากนี่ถ้าน่านจะมีแฟนต้องขออนุญาตไนท์ด้วยไหมเนี่ย”
“น่านจะมีแฟนเหรอ ใคร มีคนมาจีบน่านเหรอครับ” แค่ประโยคว่าน่านฟ้าจะมีแฟน ตะวันก็รู้สึกไม่ชอบใจเอามากๆแล้วถ้ามีคนมาจีบน้องจริงๆ… “มีไหมครับ”
“เปล่าครับ ไม่มีใครมาจีบน่านสักหน่อย”น่านฟ้าแม้จะงงกับคำถามรัวเร็วของตะวัน แต่ก็เอ่ยตอบไปตามที่ตนคิด“ใครจะมาจีบน่านกัน น่านน่าเบื่อจะตาย”
“ใครว่าน่านน่าเบื่อ น่านน่ะ เป็คนน่าสนใจมากๆ เลย ไม่รู้ตัวเหรอครับ”
ไม่เห็นรู้เลยวันๆ เขาก็เรียน มีเวลาว่างก็อยู่กับหนังสือการ์ตูน คนอย่างน่านฟ้าเนี่ยนะจะน่าสนใจ “น่านน่ะเหรอครับ”
น่านฟ้าก็ยังไม่แน่ใจว่าเขาเป็แบบนั้นจริงๆเหรอ
“ก็ใช่นะสิ เพราะงั้นถ้ามีใครมาจีบ น่านต้องบอกพี่ด้วยนะครับ” เพราะยังว้าวุ่นกับประโยคนั้นตะวันก็เลยลืมตัวพูดออกไปอย่างก้าวก่าย
เขาคิดว่าน่านฟ้าจะรู้สึกไม่ดีรึเปล่าแต่ก็ไม่เพราะน่านฟ้าเองก็ตอบกลับทันทีด้วยท่าทางสบายๆ
“ครับ น่านบอกแน่นอน น่านบอกพี่ตะวันทุกเื่อยู่แล้วนี่”
ตะวันพาน่านฟ้าเดินไปที่รถระหว่างทางเขาเห็นมีสายตาหลายคู่ที่มองมาทางน้อง แต่เ้าตัวกลับไม่รับรู้สักนิดว่าตัวเองเป็ที่น่าสนใจเพียงใดแทนที่ประโยคของน่านฟ้าที่รับคำกับเขาเป็มั่นเป็เหมาะจะช่วยให้รู้สึกสบายใจได้บ้างแต่เห็นแบบนี้แล้วถ้ามีคนเข้ามาจีบจริงๆ น่านฟ้าคงไม่รู้ตัวหรอก
กรณีของตะวันเองก็ยังไม่รู้ว่าน่านฟ้าจะรู้ตัวบ้างรึเปล่านะ
.
.
“เอาทุกอย่างเหมือนเดิมเนอะ”ตะวันหันไปถามน่านฟ้าเมื่อเดินมาถึงร้านทาโกยากิร้านเดิมเขาจำได้ว่าวันนั้นน่านฟ้าก็สั่งแบบรวมไส้
“ครับ” มาเดินเที่ยวกับพี่ตะวันแล้วเหมือนเขาไม่ต้องทำอะไรเองเลยบางทีเขายังไม่ทันพูดอะไรด้วยซ้ำ แค่มองตามร้านที่อยากกินพี่ตะวันก็เดินนำพามาซื้อแล้วแล้วตอนนี้ก็ของกินเต็มไม้เต็มมือเชียวล่ะและก็เหมือนเดิมที่พี่ตะวันแย่งทุกอย่างไปถือไว้หมด แถมยังจ่ายให้ทุกร้านด้วย
พอเขาขอจ่ายบ้างพี่ตะวันก็ไม่ยอมบอกว่าก็ซื้อไปกินด้วยกัน
“น้องน่านฟ้า โอ๊ะ ใช่จริงด้วย”
“สวัสดีครับ”น่านฟ้าหันตามเสียงเรียกเขาไม่รู้ว่าพี่สาวที่เข้ามาทักชื่ออะไรแต่จำได้ว่าเป็คนเดียวกันกับที่ถือกล้องมาถ่ายภาพบรรยากาศที่คณะวันนั้น
และรูปน่านเหมียวที่ลงในเพจคิ้วบอยก็คงมาจากพี่คนนี้นี่แหละ
“มาไง”
แต่เหมือนพี่ตะวันจะรู้จักคนที่อยู่ข้างกายเอ่ยถามกับพี่ผู้หญิงอย่างคนคุ้นเคย
“มากับนู่น” พี่ผู้หญิงที่น่านฟ้ายังไม่รู้จักชื่อเอ่ยบอกพลางพยักพเยิดไปทางที่เ้าตัวเดินมาน่านฟ้าเองก็มองตามพลันเห็นหน้าค่าตาของคนคุ้นเคยเดินมาทางนี้ก็ได้แต่นึกแปลกใจว่าโลกกลมจัง
“พี่ยู” น่านฟ้าเป็ฝ่ายเอ่ยทักก่อน
“เดินไม่รอ” พี่ยูพูดพลางใช้ศอกเคาะหัวพี่ผู้หญิงไปที น่านฟ้ามองอย่างอึ้งๆ“ว่าไงเรา แล้วนี่มาด้วยกัน”
ยูทักทายน่านฟ้ากลับพลางก็หรี่ตาลงมือชี้สลับสองคนระหว่างเพื่อนตัวเองกับเด็กปีหนึ่งที่เขาเคยเจอแล้ว
“เออ น่านมากับกู มึงมีไร”
“ก็ไม่นะ”
พี่ยูยักไหล่ตอบกลับด้วยท่าทางกวนๆสีหน้าก็ติดจะล้อเลียนอยู่หน่อยๆ น่านฟ้าไม่เข้าใจหรอก ตอนนี้สมองกำลังประมวลผลวันนั้นที่เจอกันเขาไม่รู้ว่าพี่ยูเรียนคณะอะไรแต่ผ่านมาหลายวันก็ไม่เห็นพี่ยูที่คณะบริหาร แต่กลับมาเจอกันที่นี่อีกครั้งและก็ดูสนิทกับพี่ตะวันอีกด้วย
“นี่ ซื้อไปกินไหนกันอะ ไปหาที่นั่งกินตรงนู้นด้วยกันไหม ไปนะน้องน่าน”ปันเอ่ยชวนเพราะ่นี้เขาไม่ได้มีเวลาว่างไปที่คณะบริหารเลยก็เลยไม่ได้เจอน้องน่านไปด้วย พอเจอแล้วก็อยากอยู่คุยด้วยนานๆ
น่านฟ้าหันไปปรึกษากับตะวันผ่านสายตาเพราะเขามากับพี่ตะวันแม้จะเอ่ยปากชวนเขาโดยตรงก็ต้องถามความสมัครใจของพี่ตะวันด้วยแล้วก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะมีธุระไปไหนรึเปล่า แต่พี่ตะวันก็พยักหน้าว่าไม่ติดอะไร
“ได้ครับ เอ่อ…พี่ชื่อ”
“ตายจริงพี่ก็ลืมแนะนำตัว พี่ชื่อปันจ้ะ เรียนอยู่คณะนิเทศ”
น่านฟ้ายิ้มรับเป็ผู้หญิงที่มนุษยสัมพันธ์ดีอีกคนที่เขาได้รู้จักจะว่าไปพี่ปันก็คล้ายวิปครีมเพื่อนเขาอยู่นะรายนั้นเปิดเทอมมาได้ไม่เท่าไรก็รู้จักคนไปทั่วแล้ว
“น่านเดินไปกับปันก่อน เดี๋ยวพี่ไปซื้อน้ำให้ มึงมากับกูดิ” ประโยคแรกตะวันพูดกับน่านฟ้าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่ประโยคหลังหันไปพูดกับยู
ยูเบะปากฟังน้ำเสียงเอาเถอะ พูดกับน่านฟ้านุ่มละมุน พูดกับเพื่อนจะแดกหัวกูอยู่แล้ว...
“ยังไง” ยูถามขึ้นในตอนที่อยู่กันสองคนเขากับตะวันเป็เพื่อนกันสมัยตอนลงประกวดดาวเดือน เขาเป็ตัวแทนลงประกวดให้คณะเศรษฐศาสตร์ส่วนมันก็เดือนคณะบริหาร เอาจริงก็สนิทกันหมดทุกคณะเพราะตอนฝึกซ้อมก็มีกิจกรรมให้ต่างคณะทำร่วมกัน
“ยังไงอะไร”
“จีบ?”
“ไม่ชัดเหรอ” ตะวันตอบอย่างไม่กัก เขาว่าตัวเองก็ชัดเจนอยู่นะทั้งกับเพื่อน ทั้งกับน่านฟ้าเองก็ด้วย
คนอื่นดูออกหมดมีแต่เ้าตัวที่เหมือนจะไม่รู้อะไรบ้างเลย “กูว่ากูก็ชัดเจนอยู่นะ”
“ทำไมเสียงตัดพ้อ…?” ยูท้วงอย่างสงสัยท่าทางอย่างกับคนปลงตก “…อ๋อ น่านไม่รู้สินะ ก็น่าจะไม่รู้แหละดูซื่อขนาดนั้น”
“น่านดูเป็คนไม่คิดอะไร” ถึงจะหนักใจที่จีบเท่าไหร่ก็เหมือนไม่มีอะไรคืบหน้าแต่เพราะความเป็น่านฟ้า ความที่เป็คนสบายๆ แบบนี้แหละที่เขาชอบ
อยู่กับน่านฟ้าเขาสบายใจและเขาก็รู้ว่าน่านฟ้าเองก็รู้สึกสบายใจเวลาที่อยู่ด้วยกัน
งั้นน้องก็คงไม่ยอมให้เขาเข้าไปในโลกของอีกฝ่ายได้ขนาดนี้หรอกถือได้ว่าน่านฟ้าเองก็เปิดให้พอสมควร เพียงแต่น้องยังไม่รู้ถึงความรู้สึกที่เขามีให้
“ฮอตใช่เล่นนี่หว่า อย่าช้าล่ะ” ยูเอ่ยเตือนเพราะรูปน่านฟ้าในเพจคิ้วบอยลงทีก็เป็ทอปปิกยาว“แต่คงต้องสู้หน่อยนะ น้องแม่เยอะซะด้วย ต้องผ่านด่านแม่ๆไปพร้อมกับกันซีนหมาที่จ้องจะคาบอยู่ด้วย”
ตะวันหน้าเครียดคิดว่าเขาคิดไม่ได้แบบมันรึไง ทุกวันนี้ถึงปล่อยให้ละสายตานานไม่ได้ก็เพราะเป็อย่างที่เพื่อนพูด “กูคาบสายจูงยัดใส่มือน่านทุกวันหมาตัวไหนมันกล้าเข้ามา กูกัดตายแน่”
.
.
บรรยากาศยามค่ำทำให้รู้สึกถึงความเย็นสบายไหนจะของกินที่วางอยู่ตรงหน้า น่านฟ้ารู้สึกว่าตัวเองกินไปเยอะมากแต่ก็ยังเคี้ยวตุ่ยๆ ไม่หยุด
ยิ่งกินไปคุยไปก็เพลินกินได้อีกเรื่อยๆ แต่เหมือนคนอื่นจะเริ่มอิ่มกันแล้ว
“น้องน่านได้เข้าไปส่องเพจคิ้วบอยบ้างไหม รูปเราน่ะมีคนกดไลค์เยอะมาก”ในขณะที่นั่งกินกันไปก็ได้หญิงสาวหนึ่งเดียวบนโต๊ะที่ชวนคุยให้บรรยากาศไม่เงียบซึ่งปันก็จะชวนน่านฟ้าคุยซะส่วนใหญ่
“น่านไม่ค่อยได้เล่นโซเชียลหรอกครับ แต่ครีมก็เปิดให้ดูบ่อยๆ”น่านฟ้าตอบตามตรง
ที่จริงน่านฟ้าก็รู้ตัวเองอยู่หรอกเขาเป็คนมีโลกส่วนตัวพอสมควรอย่างที่บอกว่าถ้ามีเวลาว่างก็จะกลับบ้านไปทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบอย่างการอ่านอนิเมะเื่โปรดเวลาส่วนใหญ่ก็เลยหมดไปกับสิ่งที่ตัวเองสนใจซะมากกว่า
ไม่ใช่ว่าสมัยเรียนมัธยมเขาไม่มีเพื่อนเลยนะเพื่อนก็ชวนไปนู่นไปนี่หลังเลิกเรียนบ้างเหมือนกัน แต่เป็เขาเองที่มักจะปฏิเสธซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเป็ที่่วัยหรือเพราะตอนนี้เขาเองก็สบายใจกับบรรยากาศแบบนี้อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
สายตาน่านฟ้าหยุดลงที่คนข้างๆทุกที่ที่มีพี่ตะวันอยู่ด้วยมันทำให้เขารู้สึกสบายใจได้เสมอ
“รูปที่พี่สต๊อกไว้เหลือน้อยแล้วด้วย ่นี้ก็ไม่ว่างเลย ไหนๆ ก็ไหนๆ …”
ปึก!
ปันยังพูดไม่ทันจบแต่ตะวันก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายจะขออะไรน่านฟ้า เขาถึงได้หาตัวช่วยเตะขาไอ้ยูไปทีพลางส่งสายตาให้เพื่อนรับรู้ มึงรีบหยุดแฟนมึงเดี๋ยวนี้เลย
แต่ไอ้ยูที่เหมือนจะเก่งกับแฟนก็ทำเป็ไม่สนใจ
ไอ้เพื่อนเวร
“มีอะไรรึเปล่าครับ” น่านฟ้าถามด้วยความสงสัย สายตามองคนนู้นทีคนนี้ที
ปันรู้ทันที่ถูกขัดจังหวะมองค้อนทั้งยูแล้วก็ตะวันไปที เื่อะไรเธอจะปล่อยให้โอกาสหลุดลอยปันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ยิ้มหวานให้น่านฟ้าหนึ่งทีพลางเอ่ยเสียงหวาน“พี่ขอถ่ายรูปเราหน่อยได้ไหม”
“คะ ครับ?” น่านฟ้าถามอย่างคนยังจับใจความไม่ได้ว่ากลับกลายเป็ว่าพี่ปันมาขอถ่ายรูปเขาได้อย่างไรแล้วถ่ายไปทำอะไรอะ มือที่จะหยิบไก่ขึ้นมากินพลันหยุดชะงักทั้งปากก็อ้าค้างมีคำถาม
ตะวันที่สังเกตน้องอยู่ตลอดเขาหยิบทิชชูมาเช็ดมือให้น่านก่อนจะสงสัญญาณบอกให้น้องหยิบไก่ขึ้นมากิน
“ถ่ายรูปไปลงเพจคิ้วบอย หม่ามี้น่านเหมียวเดมหลังบ้านแตกแล้วจ้า แม่ๆเขาคิดถึง”
“อ๋อ งั้นก็ได้ครับ” น่านฟ้าไม่คิดอะไรเขาคิดแค่ว่าไม่ควรปล่อยให้ใครคิดถึง เพราะความคิดถึงมันทรมานแล้วคอมเมนต์ที่เขามีโอกาสได้อ่าน ก็มีแต่คอมเมนต์ที่อ่านแล้วเผลอยิ้มตามได้ทุกที
“เราก็ตามใจปันมัน” พี่ยูพูดสวนขึ้น ถึงได้โดนพี่ปันตีไปหนึ่งเพียะตอนที่นั่งคุยกันตอนแรกเขาถึงได้รู้ว่าพี่ยูกับพี่ปันเป็แฟนกันนั่นยิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่เพราะสองคนนี้รักกันรุนแรงซะจริง
“ไม่เป็ไรหรอกครับ น่านไม่ได้ลำบากใจอะไร”
“น้องน่านน่ารัก”
“แล้วกูไม่น่ารัก”
“น่าถีบ”
น่านฟ้ามองสองคนที่เถียงกันไปมาเขาเผยยิ้มกับความสัมพันธ์ที่พี่ยูก็ขยันหยอก ส่วนพี่ปันก็ตอบกลับทันกัน
ศีลเสมอ
และเป็อีกครั้งที่เขาหันไปสบตากับคนข้างๆอยู่ดีๆ ก็ปรากฏภาพเขากับพี่ตะวันในอีกรูปแบบความสัมพันธ์หนึ่ง
ที่น่านฟ้าก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรรู้แต่ว่าภาพนั้นทั้งเขาและพี่ตะวันเรากำลังมีความสุขด้วยกัน