***ประกาศข้อมูลในนิยาย***
-ยังจำตอนก่อนหน้าได้ไหมครับ ที่ผมบอกว่าขอเปลี่ยนระดับพลังของสัตว์อสูรอะครับ เดิมทีผมก็ไม่รู้เหมือนกันทำไมใช้ระดับของสัตว์อสูรที่ไม่แน่ชัดแบบนั้นไป แต่ตั้งแต่ตอนนี้ขอใหห้เข้าใจตรงกันนะครับว่าระดับของสัตว์อสูรคือ 1ไปจน 9 เรียงจากพลังน้อยไปมากตามตัวเลขเลยครับ และในแต่ระดับจะแบ่งออกเป็นขั้น ได้แก่ ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย ระดับ 1 ของสัตว์อสูรจะเท่ากับระดับพื้นฐานของผู้ฝึกยุทธ์นะครับ ระดับจะเรียงกันประมาณนี้
-ส่วนเรื่องของระดับโอสถจะสลับกันนะครับ ระดับโอสถจะเรียงจาก 9 ไปถึง 1 จากพลังน้อยไปมาก ในแต่ละระดับจะแบ่งออกเป็นขั้น นะครับ ส่วนมีขั้นอะไรบ้างไว้ไปติดตามกันในนิยายแล้วกันครับ
...........................................................................................
“เช่นนั้นก็ขอบคุณมากขอรับ” หลินเฟิงนั้นเลือกที่จะไม่ปฏิเสธอีก แล้วจากนั้นจึงพากหลินมัวไห้เดินไปบริเวณตู้ที่หลินเฟิงสนใจ
หลังจากเดินมาไม่นานหลินเฟิงก็มาหยุดอยู่หน้าตู้หนึ่ง ภายในตู้นั้นมีขวดหลายใบตั้งอยู่ และภายในขวดนั้นก็บรรจุของเหลวสีแดงเข็มไว้เอา
“เลือดสัตว์อสูรระดับ2ขั้นปลายรึ”หลินมัวไห่ตะลึงไปเล็กน้อยกับสิ่งที่หลินเฟิงอยากจะได้ แม้ราคาจะแพงแต่หลินมัวไห้สามารถจ่ายได้สบาย แต่ะเลือดสัตว์อสูรนั้น สามารถเอาไปทำได้เพียงส่วนประกอบการหลอมโอสถเท่านั้น และเป็นโอสถเฉพาะด้วย ทำให้ผู้ที่ใช้มันมีเพียงนักหลอมโอสถ แต่หลินเฟิงไม่ใช่นักหลอมโอสถสักหน่อย
ที่สำคัญเลือดสัตว์อสูรนั้นเป็นพิากับร่างกาย หากผู้ที่มีระดับพลังฝีมือด้วยกว่า เลือดจะทำการกัดกร่อนผิวหนังร่างกาย เจ็บปวดทรมาน บางครั้งหากระดับพลังแตกต่างกันมากเกินไป คนผู้นั้นอาจตายได้เลยและพลังฝีมือของหลินเฟิงกับเลือดนี้ก็ห่างกัน1ระดับพลังฝีมือใหญ่เลยด้วย นี้ทำให้หลินมัวไห่รู้สึกว่ามนจะเป็นอันตรายมากกว่าประโยชน์หรือเปล่า
“ขอรับ นี้คือสิ่งที่ข้าอยากได้” หลินเฟิงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา แน่นอนว่าเขาไม่รู้ว่าหลินมัวไห่คิดอันใด และเขาก็ไม่รู้เลยว่ามีเรื่องราวอย่างที่หลินมัวไห่คิดอยู่ หากเขารู้บางทีเขาอาจจะไม่อยากซื้อก็ได้ เพราะที่เขาอยากได้น้นก็เพราะว่า เขารู้สึกได้ว่าหากเขาผสมน้ำและลงไปแช่มันอาจจะทำให้ร่างกายของเขาพัฒนาได้เร็วกว่าสมุนไพรที่ใช้อยู่ทุกวัน
ทุกวันนี้สมุนไพรที่เขาใช้อยู่แถบจะไม่รู้สึกถึงผลและฤทธิ์ยาแล้วด้วยซ้ำ ดังนั้นเขาเลยอยากลองเชื่อตามสัญชาตญาณของเขา เขารู้สึกว่าร่างกายของเขามันต้องการเลือดสัตว์อสูรเพื่อทำให้แข็งแกร่งมากขึ้น รวมทั้งเคยอ่านเจอมาในนิยาย ทำให้เขาคิดว่านี้อาจจะเป็นไปได้ แม้ว่าจะไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้ตอนมาอยู่ในโลกนี้ก็ตาม
“เจ้าต้องการเท่าใด” หลินมัวไห่เลือกที่จะไม่ถามเหตุผลเพราะคิดว่าหลินเฟิงอาจจะรู้อยู่แล้ว และหลินเฟิงอาจจะต้องการฝึกฝนเป็นนักหลอมโอสถหรือทำไรสักอย่าง แน่นอนว่าหากเขารู้ว่าหลินเฟิงต้องการไปทำอะไรนั้น เขาจะขัดค้านไม่ให้ซื้อแน่นอน
“ขวดเดียวขอรับ” หลินเฟิงกล่าวอย่างเขินอาย เพราะราคามันสูงดังน้นจึงไม่กล้าขอมากนัก อีกอย่างเขากับหลินมัวไห่ไม่ได้เป็นอะไรกัน เขาเป็นเพียงเพื่อนของหลินหลานเท่านั้น ดังนั้นเขาย่อมเกรงใจหลินมัวไห่มากเป็นธรรมาดา
“เอามา สามขวด” มีหรือที่หลินมัวไห่จะดูไม่ออก เขาจึงให้พนักงานสาวที่ดูแลตู้อยู่หยิบมาให้เขา สามขวด จากนั้นเขาก็จ่ายเงินแล้วยื่นให้หลินเฟิง
“เก็บไว้ให้ดี” หลินมัวไห่กล่าวกับหลินเฟิงจากนั้นก็พวกเขาทั้งสามคนก็ออกจากสมาคมนักหลอมโอสถทันที
“ขอบคุณขอรับ” หลินเฟิงกล่าวขอบคุณหลินมัวไห่จากนั้นก็เดินตามหลินมัวไห่ไป
“หลินหลาน ขอบใจนะสำหรับสิ่งที่ข้าอยากได้” หลินเฟิงกล่าวเยาะเย้ยหลินหลานกลับ
“หึ!!” แน่นอนว่าหลินหลานรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก และไม่กล่าวตอบหลินเฟิง ทำเพียงเค้นเสียง หึ แล้วเดินตามหลินมัวไห่อย่างเงียบๆเท่านั้น
หลินเฟิงเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะยิ้มอย่างมีความสุขไม่ได้ แต่เขาก็ต้องขอบคุณหลินหลานถึงสามารถได้เลือดนี้มาทันที เมื่อกลับไปถึง เขาจะใช้มันเลยแน่นอน
“พวกเจ้าต้องการซื้ออะไรหรือไม่” หลินมัวไห่กล่าวถามทั้งสองคน
“ข้าไม่มีอะไรที่ต้องการแล้วขอรับ” หลินเฟิงกล่าว
“ข้าก็เช่นกัน” หลินหลานกล่าวต่อ
“จริงสิ หลินเฟิง เจ้ายังไม่มีอาวุธมิใช่รึ ไม่คิดสนใจดูหน่อยรึ” หลินมัวไห่กล่าวถาม หลินเฟิง
“ไม่เป็นไรขอรับ ตอนนี้ข้ายังไม่ต้องการอาวุธ” หลินเฟิงกล่าวตอบตามจริง
หากหลินเฟิงต้องการย่อมได้มาอย่างไม่ยาก เพีบอกท่านปู่ หรือท่านตา ก็จะได้แบบที่ต้องการ แต่เขาไม่ต้องการใช้อาวุธ ตอนนี้เขาต้องการฝึกฝนวรยุทธ์ด้วยมือเปล่าไปก่อน เขารู้สึกว่าจะทำให้รากฐานของเขามั่นคงกว่า และเขาคิดว่ามือเท้าของเขาเป็นอาวุทธ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว เพราะหากอาวุธหัก หรือถูกชิง เขาจะสู้อย่างไร แต่หากใช้มือใช้เท้า จะต้องกลัวหักหรือถูกชิงไปด้วยหรือ แน่นอนว่าไม่ต้อง แม้ว่ามือเท้าจะไม่สามารถรับการโจมตีจากอาวุธอื่นได้ แต่เขาก็มีความเร็วมากพอที่จะหลบการโจมตีจากอาวุธได้แน่นอน
“เอาละเช่นนั้นก็กลับกันเถอะ” หลินมัวไห่พอจะรู้แล้วเข้าใจความคิดของหลินเฟิงอยู่บ้าง จึงไม่กล่าวอันใดต่อ
เมื่อทั้งสามคนกลับไปถึงหมู่บ้านตระกูลหลิน หลินเฟิงก็ขอตัวกลับบ้านท่านที เพราะนี้ก็เย็นมากแล้ว เขาจะฝึกฝนวรยุทธ์คงไม่ทัน ดังนั้นเขาจะไปเตรียมน้ำสผมเลือดสัตว์อสูรเผื่อเสริมสร้างร่างกาย แน่นอนว่าหากมีใครรู้พวกเขาต้องคิดว่าหลินเฟิงบ้าไปแล้ว
เพราะไม่เคยมีใครเสริมสร้างร่างกายด้วยเลือดสัตว์อสูรมาก่อน ถึงจะมีคนลองแต่ก็ไม่มีใครประสบความสำเร็จในการเสริมสร้างร่างกาย แถมร่างกายของพวกเขาจะมีปัยหาตามมีอีกด้วย ดังนั้นหากหลินเฟิงไม่บ้าแล้วต้องเรียกเช่นไร
เมื่อหลินเฟิงเข้ามาในบ้านไม่เห็นมีใครอยู่ เขาเองก็แปลกใจเล็กน้อย และเขารู้สึกว่าช่วงนี้พ่อกับแม่ของเขาจะไม่ค่อยอยู่บ้านบ่อยๆ แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากความเขาเข้าห้องและเตรียมน้ำผสมเลือดสัตว์อสูรทันที
ปุดๆ!!
เมื่อหยดเลือดลงไปประมาณครึ่งขวด น้ำเริ่มเดือด มีฟองพุดออกมา ทำให้หลินเฟิงรู้สึกเสียวสันหลัง และไม่ควรลงไม่แช่อย่างไรอย่างนั้น แต่ด้วยความที่ร่างกายมันเรียกร้อง และการอ่านนิยายมา จึงคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด เพียงต้อนทนเจ็บปวดเท่านั้น
ตูมมม!!
หลินเฟิงตัดสินใจ กระโดดลงไปแช่ทันที และเมื่อร่างกายลงไปแช่เรียบร้อยแล้วนั้น เขารู้สึกราวกับว่าร่างกายถูกเข็มนับพันทิ้มแทงอยู่ รู้สึกถึงเซลล์ร่างกายที่กำลังกรีดร้องอย่างโหยหวนด้วยความเจ็บปวดที่เกินจะต้านไหว
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
จนในที่สุด เขาก็กลั้นไว้ไม่อยู่ ทำให้ต้องร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด