เสียงกระดิ่งเหนือประตูร้านFWBดังขึ้นเบาๆ เมื่อพี่ออม, น้ำและดรีม ก้าวผ่านประตูเข้ามาภายในร้าน ทีมีบรรยากาศที่แปลกไปจากครั้งแรกทั้งสามคนชะงักฝีเท้าพร้อมกัน เมื่อสายตาหันไปเห็นภาพความวุ่นวายเล็กๆที่มุมหนึ่งของร้าน บริเวณใกล้กับตู้เพลงวินเทจยุค 90 ที่ตั้งตระหง่านอยู่
กลุ่มเด็กนักเรียนหญิงในชุดนักเรียนกับนักศึกษาหญิงประมาณสิบคนกำลังยืนล้อมวงเบียดเสียดกันสายตาทุกคู่จับจ้องไปยังจุดเดียวกันราวกับถูกมนต์สะกดและที่ใจกลางของวงล้อมนั้น...ไข่เจียว
เ้าของร้านหนุ่มไม่ได้อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนอย่างที่ควรจะเป็เขานั่งอยู่บนเก้าไม้ตัวสูง ไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลายในชุดเสื้อยืดคอกลมสีขาวกับกางเกงขาสั้นสบายๆในมือกำลังประคองกีตาร์โปร่งคู่ใจ ท่ามกลางแสงไฟสีส้มสลัวภายในร้าน ดูราวกับฉากในภาพยนตร์ย้อนยุค
เสียงเพลงบรรเลงท่วงทำนองที่คุ้นหูแต่แฝงไปด้วยความเหงาจับใจของเพลง “เราเคยรักกันบ้างไหม?” ดังแว่วออกมา เนื้อหาของเพลงรักระดับตำนานจากยุค 90 เริ่มถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงของชายหนุ่มมันไม่ใช่เสียงที่พยายามจะโชว์พลัง แต่มันเป็เสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ผสมกับความนุ่มนวลของเนื้อเสียงสลับกับจังหวะการดีดกีตาร์โปร่งที่ลงตัวทำให้บรรยากาศในร้าน FWBเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
พี่ออม, น้ำและดรีมไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงทักทาย ทั้งสามค่อยๆ ขยับเข้าไปยืนปะปนอยู่กับกลุ่มลูกค้าเ่าั้พยายามทำตัวให้กลมกลืนที่สุด สายตาของน้ำจับจ้องไปที่ใบหน้าของไข่เจียวที่ดูจริงจังและมีสมาธิอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
คำร้องที่บ่งบอกถึงผู้ชายคนหนึ่งที่รู้ตัวเองดีว่าไม่คู่ควรกับผู้หญิงสักอย่างเมื่อชีวิตไม่ดีพอสำหรับเธอ แต่ก็ยังแอบรักเธอ ยังทำดีหวังดีต่อเธอเสมอขอเพียงได้พูดคุยบ้างก็พอใจแล้ว...
ทุกครั้งที่เขาเปล่งเสียงร้องออกมาด้วยน้ำเสียงสดไม่ผ่านไมค์อารมณ์ของเพลงก็ดูเหมือนจะส่งต่อมาถึงคนฟังได้อย่างลึกซึ้งสะกดสายตาทั้งกลุ่มคนที่ยืนห้อมล้อมกับลูกค้าที่นั่งอยู่ในแต่ละโต๊ะต่างหันมองไข่เจียวกันทุกคนแม้กระทั่งดรีมที่มักจะนิ่งเฉยยังเผลอร้องตามหลายท่อน พยักหน้าตามจังหวะเบาๆ
เมื่อท่วงทำนองสุดท้ายค่อยๆจางหายไป เสียงปรบมือก็ดังสนั่นขึ้นสวนขึ้นมาทันควันมาจากทั้งกลุ่มคนที่ยืนรุมล้อมกับลูกค้าท่านอื่นๆที่นั่งอยู่ตามโต๊ะต่างพากันส่งเสียงชื่นชมอย่างไม่ขาดสาย
“เพราะมากกกกมากจริงๆๆๆ” ลูกค้าคนหนึ่งเอ่ยปากชม “พี่ฟังเป็ครั้งที่สองหรือสามแล้วเนีย!!เพราะทุกครั้งเลย”
“พี่ไข่เจียวร้องเพลงนี้ทีไรสุดยอดทุกครั้ง”นักเรียนหญิงคนหนึ่งพูดไปพลางรีบยกมือถือถ่ายรูปไข่เจียวด้วยรอยยิ้ม “พี่ไข่เจียวถ่ายรูปกับหนูหน่อยๆๆ”
“ขอบคุณมากครับขอบคุณทุกคน” ไข่เจียวยกมือไหว้ยิ้มขอบคุณด้วยท่าทีเคอะเขิน “แหะๆ”
“โหหหห...นายไข่เจียว!!! ไม่คิดว่านายจะร้องเพลงนี้ได้เพราะมากๆ เพราะขนาดนี้เลยนะเนี่ย!!!” ออมเป็คนแรกที่หลุดปากเอ่ยชมออกมาด้วยความประทับใจสุดๆดวงตาของเธอเป็ประกายขณะจ้องมองบรรยากาศภายในร้านที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มกับเสียงตบมือทั้งร้าน“นี่ถ้านายไลฟ์สด คนดูต้องชอบแน่ๆ อ่ะ”
ไข่เจียวที่เพิ่งละสายตาจากสายกีตาร์มาสบตาคนคุ้นเคยถึงกับมีท่าทีลนลานเล็กน้อย เขารีบวางกีตาร์ลงข้างตัวพลางเกาท้ายทอยแก้เขิน“ไม่หรอกออม ก็แค่ร้องกับเล่นกีตาร์เป็แค่ไม่กี่เพลงเอง ไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก”
แม้คำพูดจะดูถ่อมเนื้อถ่อมตัวแต่รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้ากลับทำให้เขายิ่งดูมีเสน่ห์ขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ
ไข่เจียววางกีตาร์ไว้บนตู้เพลงเข้ามาจัดการจัดแจงโต๊ะเปลี่ยนบทบาทจากนักดนตรีจำเป็กลับมาเป็เ้าของร้านผู้ใส่ใจเขาไม่ลืมที่จะกวักมือเรียกทั้งสามคน
“วันนี้ไม่ต้องสั่งก็ได้เดี๋ยวผมจัดชุดพิเศษให้”
ในฐานะเ้าของร้านที่ไม่อยากให้แขกคนสำคัญต้องรอนานไข่เจียวรีบยกถาดที่เต็มไปด้วยคุกกี้กับขนมปังอบใหม่หอมกรุ่น คัพเค้กหน้าตาน่าทานบราวนี่เต็มถาดกับไอติมเย็นฉ่ำมาเสิร์ฟถึงโต๊ะอย่างเต็มที่
“น้ำบอกแล้วงัยว่าพี่ไข่เจียวเป็พวกโรแมนติกตัวจริง!”น้ำพูดขึ้นทันควันพร้อมรอยยิ้ม ขณะที่หยิบคุกกี้ขึ้นมาหนึ่งชิ้น “พี่เขาน่ะชอบบันทึกเื่ราวต่างๆ เก็บไว้เสมอ คราวนี้เชื่อหรือยังว่าภายใต้ลุคธรรมดาเรียบง่ายแบบนี้มีมุมที่อ่อนโยนซ่อนอยู่เยอะเลย”
บรรยากาศพูดคุยระหว่างไข่เจียว,พี่ออม, น้ำและดรีมเป็ไปอย่างสนุกสนามบาง่บางจังหวะออมแอบไปขอสูตรชงกาแฟกับนมสดเด็ดๆ จากพ่อหมีกับแม่ตุ๊กด้วยนะ
“พ่อหมีของนายก็เก่งมากกกกบอกวิธีชงกาแฟไม่ให้ลูกค้าเลียนความหวานด้วยนะ”ออมเอ่ยชมไม่ขาดปาก “เก่งแล้วยังแถมใจดีอีกแล้วนายทำอะไรเป็อีกมั่งเหรอ?”
“ก็งานทั่วๆไปแหละออม จริงๆ แล้วผมตกงานมา 2 ปีแล้ว บางทีถ้า่ไหนลูกค้าน้อยๆก็ออกไปวิ่งไรเดอร์รับงานบ้าง แต่จะให้พ่อกับแม่อยู่เฝ้าร้านนานๆ ก็ไม่ไหวแล้ว...ปกติลูกค้าเยอะๆมีแค่่บ่ายสามบ่ายสี่เด็กนักเรียนเลิกเรียน แล้วเยอะอีกทีก็่ 1-2 ทุ่มจากกลุ่มคนทำงานเลิกงานพอดีแล้วก็ปิดร้าน”
“อืมๆนายก็ขยันเนอะ” ดรีมปิดปากเงียบมานานเอ่ยปากชมไข่เขียวทำให้ออมกับน้ำแทบไม่เชื่อหูตัวเองถึงขนาดต้องหันมามองพร้อมกัน
“ขายไม่ดีเหมือนสมัยก่อนแล้วก็ต้องหาหลายๆ ทางเข้ามาช่วยแหละดรีม”
“ก็ขอให้ร้านนายขายดีๆนะ นายทั้งตั้งใจใส่ใจทำขนมทุกชิ้นถึงขนาดนี้ นายอยากให้ลูกค้ามีความสุขกับขนมที่ซื้อไปนายมีจิตใจดีจริงๆ อย่างที่น้ำบอกเลย” ออมพูดไปยิ้มไป
ไข่เจียวได้แต่พยักหน้ายิ้มตอบรับ
น้ำหันไปทางไข่เจียวพลางทำตาปริบๆ“ถามจริงเถอะพี่ไข่เจียว นายร้องเพลงนี้ มันมีความหมายพิเศษอะไรแอบแฝงอยู่หรือเปล่าคะ? น้ำรู้ดีว่าปกตินายทำอะไรมักจะมีอะไรบางอย่างที่คาดไม่ถึงเสมอซ่อนอยู่”
คำถามของน้ำทำให้ไข่เจียวชะงักไปครู่หนึ่งเขาไม่ได้หลบสายตาแต่กลับนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น“ไม่มีอะไรพิเศษหรอกครับน้องน้ำ ผมแค่ชอบเพลงนี้เพราะเนื้อหามันพูดถึงสถานะของผู้ชายที่ด้อยกว่าฝ่ายหญิง ฝ่ายชายที่ต้องยอมรับความจริงว่าตัวเองไม่มีความหวังไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเลือกที่จะแอบรักและยังคงปรารถนาดีต่อเธอเสมอมันเป็ความรู้สึกที่มั่นคงดีครับ”
คำตอบนั้นของไข่เขียวทำให้บรรยากาศบนโต๊ะเต็มไปด้วยความเข้าใจและทึ่งในความคิดของชายหนุ่ม
ออมมองสบตาเขา นิ่งมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นก่อนจะตัดสินใจเอ่ยเื่สำคัญที่เตรียมมา “เอ้อ! ไข่เจียว อีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ออมจะเรียนจบปริญญาตรีแล้วนะงานเลี้ยงฉลองเรียนจบ ป.ตรีของออม นายจะไปร่วมงานด้วยได้ไหม?”
ไข่เจียวเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมา “ได้สิครับ งานสำคัญขนาดนี้ ผมไม่พลาดแน่นอน”
“อืมๆถ้างั้นเดี๋ยวออมโทรนัดอีกทีนะ อ้าว! ลืมสนิทอ่ะ คุยกันมาตั้งนานยังไม่ได้แลกเบอร์กันเลยน้ำมีเบอร์ของไข่เจียวแล้วใช่ป่ะ?”
น้ำหันมาส่ายหัวไป-มาทำให้ออมแปลกใจมาก“อ้าว! ยังไม่ได้ขอเบอร์โทรกันเลยเหรอ? ถ้างั้นแลกเบอร์กันจะได้เผื่อไว้คุยกันได้”
หลังจากที่ทั้งสามคนเดินพ้นประตูร้านFWBออกมาสู่ความมืดมิดของ่หัวค่ำ แต่ความประทับใจยังคงอยู่กับสามสาวดรีมที่เดินเงียบๆ มาตลอด ก่อนจะเปรยขึ้นมาเบาๆ “ดรีมว่า ที่น้ำบอกว่าเขาไม่มีพิษมีภัยน่ะเป็เื่จริงนะ ดูเขาสิ! แม้แต่ตอนร้องเพลงเขาก็ยังดูใจดีเลย”
ออมไม่ได้ตอบอะไรในทันทีเธอเพียงแค่เดินทอดน่องไปตามทางพลางนึกถึงภาพที่ไข่เจียวบรรจงวางคัพเค้กและไอติมลงตรงหน้าลูกค้าทุกคนอย่างใส่ใจไม่ใช่แค่เสิร์ฟเพื่อจบหน้าที่แต่เป็ความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนได้รับสิ่งที่ดีที่สุด “อืมๆๆ พี่ก็รู้สึกแบบนั้นเขาเป็คนใส่ใจคนอื่นจริงๆ ขนาดกับลูกค้าทั่วไปเขายังดูแลดีขนาดนั้นเลย”
น้ำได้ยินพี่ออมกับดรีมชมไข่เจียวไม่ขาดปากทำให้เธอแอบยิ้มเหมือนกัน“น้ำบอกแล้วงัยว่าพี่ไข่เจียวเป็คนโรแมนติกของจริง คราวนี้เชื่อน้ำหรือยังล่ะจ๊ะ?”
เสียงหัวเราะของทั้งสามคนดังประสานไปกับเสียงลมยามค่ำคืนทิ้งภาพความทรงจำอันแสนหวานจากบทเพลงยุค 90 ไว้เื้ั พร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆในหัวใจของคนฟัง...
“วันนี้น้องน้ำพาพี่ออมกับดรีมมาที่ร้านด้วยไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะได้เบอร์โทรของน้ำมา นอกจากจะบันทึกไว้ในเมมเครื่องแล้วก็จะเขียนเก็บไว้ด้วย ไม่ใช่อะไรหรอก...กลัวหาย”