หลงเอ๋อ เห็นแรดอสูรอีกครั้ง ก็ให้นึกสงสัยในการกระทำของพวกมัน ครั้งนี้จึงหยุดยืนมองดูให้รู้แน่ ที่แท้พวกมันปิดบังอะไรไว้
ตาเฒ่า เห็นหลงเอ๋อหยุดยืนมองดูเหตุการณ์ตรงหน้า โดยที่ไม่สนใจพูดคุย ทำเหมือนมันไร้ตัวตน ก็นึกน้อยใจอยู่บ้างยามนั้นจึงกล่าว
“ยังคงเป็แรดอสูรกลุ่มเดิมนี้อีกข้าเห็นมันวนเวียนอยู่ในรัศมี 10 กิโลเมตรนี่ มาหลายวันแล้ว”
หลงเอ๋อ เหลือบตามอง ตาเฒ่าเป็เชิงถามไถ่ว่าเพราะอะไร เฮ้อ...ในที่สุดเ้าก็มองเห็นข้าซักที ไม่ง่ายเลย
ตาเฒ่า อารมณ์ดีขึ้นมาทันใด แย้มยิ้มกล่าว
“ดูเหมือนพวกมันกำลังค้นหาอะไรบ้างอย่าง
หลงเอ๋อ เบ้ปาก เื่นี้ยังต้องบอกไม่ว่าใครมองดูก็รู้ว่า แรดอสูรกำลังค้นหาบางอย่างแต่ที่ข้า้ารู้ว่ามันคืออะไรต่างหากเล่า
เสียเวลาฟังจริงๆ ตาเฒ่า เห็นหลงเอ๋อมองมาอย่างเหยียดหยาม ก็ร้อนรนกล่าว
“เด็กน้อยข้าผู้เฒ่ายังพูดไม่จบเลย เ้าอย่าด่วนตัดสินใจ”
อ้อ อย่างนั้นค่อยมีความหมายขึ้นมาหน่อย หลงเอ๋อดวงตาเป็ประกาย หันมาสนใจอีกครั้ง
ตาเฒ่า เอามือป้องปาก รีบกล่าว
“อ่ะ...แอ่มที่จริงเื่นี้ไม่นับว่าแปลกใหม่ใด ผู้ฝึกยุทธต่างล่วงรู้บริเวณแถบนี้จะมีโลกมิติขนาดเล็กอยู่พวกสัตว์อสูร จะเข้าไปอาศัยอยู่ด้านใน เพื่อทะลวงระดับพลังปราณ”
“เพียงแต่ว่าโลกมิติขนาดเล็กไม่ปรากฏขึ้นมาเป็เวลา 8000ปี แล้ว
หลงเอ๋อ ตาลุกวาว ใจเต้นโครมคราม น่าสนใจดีข้ามาอยู่ในมิตินี้ ก็หลายวันแล้วทุกสิ่งล้วนแปลกใหม่ การหาประสบการณ์หลากหลายจึงสำคัญ
ต่อไปภายหน้า ถ้าจัดตั้งกองกำลังขึ้นมาจะต้องมีทรัพยากรต่างๆ เพื่อสนับสนุนมากมายตอนนี้เมื่อมีโอกาสเก็บเกี่ยวสะสมไว้ก่อน ย่อมเป็เื่ดีโบราณว่ามีมากดีกว่ามีน้อย
“อย่างนี้ในโลกมิติขนาดเล็กจะมีทรัพยากรอะไรบ้าง”
หลงเอ๋อ เอ่ยปากถามเป็ครั้งแรก ตาเฒ่าลูบเครายาว ยืดอก ทำสีหน้าจริงจัง
“ย่อมมีมากมายนับไม่ถ้วนสมุนไพร แร่วิเศษต่างๆ อีกทั้งยังมีสัตว์อสูรระดับต่ำ และระดับสูงอย่างปราณธรณีเริ่มต้นที่เป็าาในกลุ่ม ก็มีมากเช่นกัน”
“แต่ที่หน้าสนใจมากยิ่งกว่าคือเหยี่ยวอสูรทมิฬ เป็สัตว์อสูรบินได้ที่มนุษย์ชอบจับมาเป็พาหนะ อีกทั้งยังมีความจงรักภักดีต่อผู้เป็นายยิ่งนัก”
กล่าวจบ ตาเฒ่า ผ่อนลมหายใจยืดยาว
“เช่นนั้นที่ผ่านมามีมนุษย์และสัตว์อสูรเข้าไปทะลวงระดับพลังปราณกันมากมายหรือไม่”
“เื่ราวดีๆแบบนี้ทำไมจึงไม่มีผู้ใดกล่าวถึง แม้กระทั่งทางราชวงค์ตะวันลับ ก็ยังไม่สืบเสาะหาเพื่อยกระดับพลังของตนเองเลยหรือไร”
หลงเอ๋อ มีสีหน้าสงสัยใคร่รู้ ลองคิดดูถ้าฐานอำนาจใดยึดครองทางเข้าโลกมิติขนาดเล็กไว้ได้ และผลักดันให้คนของตนเองเข้าไปทะลวงระดับพลังปราณแล้วกลับออกมา เมื่อกองกำลังมีพลังปราณระดับสูงกันทุกคน จะมีฐานอำนาจใดชัยได้กัน
ตาเฒ่า ฟังแล้วส่ายหน้า หลงเอ๋อจึงฉุกใจได้คิด หรือว่าเื่ราวจะซับซ้อนกว่านั้น จึงส่งสายตาถามกลับไป
ตาเฒ่า ที่กลัวว่าตนเองจะถูกเมินอีกครั้งจึงรีบตอบคำถามทันทีไม่อิดออด
“เื่ราวไม่ง่ายดายเช่นนั้นเนื่องเพราะกฏเกณของดวงดาราตะวันลับ ไม่อนุญาต ให้มนุษย์หรือสัตว์อสูรทะลวงระดับพลังปราณเกินกว่าขอบเขตปราณครึ่งก้าวธรณี”
“มิเช่นนั้นจะถูกกฏเกณขับออกไปอยู่นอกดวงดาราทันที”
“และมนุษย์ หรือสัตว์อสูรที่เข้าไปทะลวงระดับพลังปราณในโลกมิติขนาดเล็กจะไม่สามารถกลับออกมาได้อีก มิเช่นนั้นเมื่อกลับออกมาจะถูกกฏเกณขับออกไปอยู่นอกดวงดาราและจะตายทันที”
“อย่างนั้นในโลกมิติขนาดเล็กก็ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่เลยน่ะซิ”
หลงเอ๋อ คิดว่าคงไม่มีมนุษย์หน้าโง่คนใดที่คิดอาศัยอยู่ในโลกมิติขนาดเล็ก เป็แน่
“ผู้ใดว่าไม่มีแถมยังมีเยอะเสียด้วย”
“นั่นเพราะเหตุใดกันล่ะ”หลงเอ๋อสงสัย
“เฮอะ...แน่นอนว่าคนดีๆที่ไหนจะเข้าไปมีเพียงคนชั่วช้าสามานที่หลบหนีการถูกฆ่าเท่านั้นจึงจะเข้าไปอยู่อาศัยกัน”
“ในเมื่อมีมนุษย์อาศัยอยู่ภายในด้วยอย่างนั้นทรัพยากรของวิเศษต่างๆ คงถูกใช้ไปหมดแล้วล่ะมั้ง”
ถ้าไม่มีทรัพยากรหลงเหลือ เข้าไปแล้วจะมีประโยชน์ใดหรือว่าจะให้เข้าไปเดินเที่ยวเล่นกัน
ตาเฒ่า ส่ายหน้าอีกครั้งหรือจะมีเื่คาดไม่ถึงอยู่อีกเหรอ
“ไม่...ไม่เป็เช่นนั้นเพราะทรัพยากรของวิเศษต่างๆ ยังคงมีอยู่มากมายแน่นอน และมีแต่จะมากขึ้นเท่านั้น”
ตาเฒ่า ที่ไม่คิดปกปิดข้อมูลเอาไว้แถมยังอธิบายจนระเอียดยิป
“ความจริงนี้ก็เป็อีกสาเหตุหนึ่งที่ไม่มีมนุษย์คิดอาศัยอยู่ข้างในโลกมิติขนาดเล็ก”
“เพราะหลังจากที่ทะลวงระดับพลังปราณแล้วไม่เพียงแต่กลับออกมาไม่ได้เท่านั้น แม้กระทั่งทรัพยากรของวิเศษต่างๆก็ยังใช้เพื่อการบ่มเพราะพลังไม่ได้อีกต่อไป กลับกลายเป็เครื่องประดับเท่านั้น”
หลงเอ๋อ รับฟังจนกระจ่างใจ มีสีหน้าคาดไม่ถึงโลกมิติขนาดเล็ก ดูท่าจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว
“ดังนั้นระดับพลังปราณของมนุษย์ที่อยู่อาศัยภายในโลกมิติขนาดเล็กจะคงเดิมไม่สามารถทะลวงระดับพลังเพิ่มขึ้นได้อีกตลอดกาล”
ตาเฒ่า เล่าถึงตรงนี้หยิบขวดน้ำจากที่ใดไม่ทราบ ยกซดดังอึก...อึก จนหมดขวด ค่อยถอนหายใจออกมา
“เด็กน้อยข้าผู้เฒ่าบอกกล่าวยืดยาวขนาดนี้แล้ว เ้าควรตอบแทนข้าซักหน่อยดีหรือไม่”
“ข้าได้ตอบแทนท่านไปแล้ว”
หลงเอ๋อ ยักคิ่วหลิวตา เห็นตาเฒ่ามีสีหน้างุนงง คงคิดว่าเ้าตอบแทนข้าตอนไหน
“ก็...กระต่ายป่าย่างของข้าที่ท่านเอาไปยังไงล่ะ”
“ไม่...ไม่...นั่นไม่เหมือนกันนับรวมกันไม่ได้” ตาเฒ่าโบกมือไปมา
“ทำไม่ถึงไม่นับล่ะ”
“ของนั่นเป็เพราะเ้าเชิญเลี้ยงต้อนรับข้าต่างหาก”
อย่างนี้ก็ได้หรือ หลงเอ๋อ ทั้งขุ่นเคือง ทั้งขบขันจนถึงตอนนี้ข้ายังไม่ได้กินมือเที่ยงเลย จวนจะเป็มือเย็นอยู่แล้วอย่างนี้เท่ากับว่าข้าต้องกิน 2 จาน รวบ 2 มื้อหรือไม่
“แล้วท่าน้าสิ่งใดล่ะ”
หลงเอ๋อ ที่หมั่นไส้ จึงพูดกระแทกกลับ
ตาเฒ่าแกล้งทำเป็ไม่ได้ยินเสียงประชดประชัน ตีสีหน้าจริงใจ น้ำเสียงเคร่งชรึม
“เ้าแบ่งต้นมรกตหิมะอายุ 5000ปี ต้นนั้นให้ข้าซักหน่อยได้หรือไม่ข้าจะเอาไปช่วยชิวิตคน”
คาดเดาไม่ผิดเ้าหมายปองต้นมรกตหิมะของข้านี่เองหลงเอ๋อ เหยียดยิ้มในใจ แต่ปากพูดออกไป
“ไม่ได้...ไม่ได้...ต้นมรกตหิมะข้าเก็บไว้ช่วยสาวงามในยามฉุกเฉินเท่านั้นน่ะ สำหรับบุรุษผู้หยาบกร้านข้าไม่สนใจแม้แต่น้อย”
“เห็นแก่ข้อมูลของท่านเอาอย่างนี้เป็อย่างไร ข้าจะย่างกระต่ายป่าให้ท่านกินอีกตัวหนึ่งเป็ไง”
หลงเอ๋อ ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นว่าทำถูกแล้วอาหารหาได้จากป่า ไม่ใช่ของตน เสียเปรียบเพียงแค่ลงแรงเล็กน้อย แลกกับข้อมูลที่ได้มาถือว่าไม่ขาดทุน
ตาเฒ่า ได้แต่แผดด่าในใจ เ้าเด็กขึ้งกเ้าเด็กไร้ยางอาย เ้าเด็กตัวเหม็น เ้าเด็ก...ด่าอีกเป็กระบุงโกยไม่ซ้ำกัน
หลงเอ๋อ ที่สังเกตุตาเฒ่าดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังด่าว่าตนเองในใจ จึงครุ่นคิด ตาเฒ่าไร้ยางอาย ดูซิว่าข้าจะกลัวเ้าพูดถึงความหน้าด้านไร้ยางอาย ยังมีผู้ใดเทียบข้าได้ กำแพงปูนยังเรียกทวด
ถ้าข้าเป็ที่สอง ก็ไม่มีใครเป็ที่หนึ่งอย่างเ้ามาหิ้วรองเท้าให้ข้า คุณสมบัติยังไม่ถึงขั้น
ตาเฒ่าเนื่องจากด่าในใจไว้มากมายแต่สีหน้ากลับจริงใจไม่สิ้นสุด จึงยิ้มโดยหน้าไม่เปลี่ยนสี
“คนที่ข้าผู้เฒ่า้าช่วยชีวิตก็คือสาวงามผู้หนึ่ง
หลงเอ๋อ ได้ยินหูผึ่งทันที หูกระดิกไหวๆคนหรือแมลงสาป
ตาเฒ่า เห็นแล้วอนาถใจนี่ข้าต้องใช้สาวงามหลอกล่อเด็กน้อยอายุ 9 ปีหรือนี่ ข้าตกต่ำจนถึงขั้นนี้แล้วจริงหรือ
“ไหน ตาเฒ่าบอกข้ามาว่าสาวงามๆระดับไหนกัน”
ว่าแล้วหลงเอ๋อก็หยิบสมุดออกมาหนึ่งเล่ม ที่มี 10หน้า แต่ละหน้ามีรูปสาวงามในมิติเดิมมาแสดงให้ดูด้วย บ่งบอกขนาด รูปร่าง ความสูงสีผิว ชัดเจน เป็ภาพวาดที่เกิดจากจิตสำนึกในโลกความรู้ภายใน ภาพจึงเหมือนกับคนจริงๆทีเดียว เสียอย่างเดียวคือขยับไม่ได้เท่านั้น
ตาเฒ่า สังสัยว่าสาวงามยังต้องแบ่งเป็ระดับอีกหรือแต่พอเห็นภาพสาวงามในสมุด ถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้าง
นี่ยังใช่มนุษย์อยู่หรือนึกว่านางฟ้านาง์ที่ใดเสียมากกว่า สาวงามทั่วหล้ามีมากมายดั่งหัวผักกาดเพียงนี้ทีเดียว ภาพสาวงามทั้ง 10 ทำเอาตาเฒ่าสูญเสียสติอยู่นาน
“ว่าไง...ตาเฒ่าสาวงามของเ้าเทียบได้กับผู้ใด”
หลงเอ๋อ ตื่นเต้นดีใจ ที่จะได้พบกับสาวงามคนแรกนับจากที่เขาเข้ามาอยู่ที่นี่
ตาเฒ่า ที่สติยังไม่กลับเข้าที่ก็เผลอยกมือชี้ออกไปที่ภาพสาวงามภาพหนึ่ง
หลงเอ๋อ มองตามมือชี้ถึงกับเืลมพลุ่งพล่าน สูบฉีดทะลักทะลายราวเขื่อนแตก
‘นี่คือสาวน้อยของเหล่าโอตาคุชัดๆ’
ภาพสาวงามนั้นคือดาราหนัง AV นางหนึ่งที่มีชื่อเสียงที่ทุกคนก็รู้ว่าใครนั่นเอง คยอื่นอาจจะไม่รู้จักได้แต่คนนี้ต้องรู้จักแน่นอน