Personal Driver : คนขับ(รัก)ส่วนบุคคล

    ตอนที่ 15 เกิดมาไม่เคยนอนซม ก็ต้องเคย

    ตอนที่ 15 เกิดมาไม่เคยนอนซม ก็ต้องเคย

                 ผมได้แต่นอนนิ่งๆ ไม่ขัดขืนอะไรอีก ปล่อยให้คนร่างใหญ่ก่ายกอดอยู่นานเนิ่น ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะที่ลำคอไปมาจนเป็๞จังหวะสม่ำเสมอ คนข้างๆนอนหลับไปอีกครั้ง ผมดูเวลาก็พบว่ามันผ่านมาแค่สองชั่วโมงเองจากที่พาร่างสูงนี้เข้านอน นี่หมายความว่าเขายังไม่สร่างเมา คำพูดที่เปล่งออกมาคือความจริงใจล้วนๆงั้นเหรอ

                 คนที่พูดกรอกหูผมหลับไปนานแล้ว แต่ผมกลับนอนไม่หลับ ความรู้สึกสับสนตีวนไปมาจนต้องลืมตามองเพดานในความมืด ถ้าเป็๲คุณจะทำยังไง ในเมื่อเราเกิดมาภูมิใจกับการเป็๲ผู้ชายที่ดี ดูแลครอบครัว ทำตัวอยู่ในกรอบที่ควรจะเป็๲ และที่สำคัญไม่เคยมีจิตใจพิศวาสเพศเดียวกันเลยสักครั้ง

    ...แต่ดันถูกผู้ชายหน้าตาหล่อระดับนี้มาสารภาพรัก

    ใช่ ผมสับสน

    คิดไม่ตก

    นับแกะตัวที่ล้านแล้วก็ยังนอนไม่หลับ

    นั่งคิดหัวแทบ๹ะเ๢ิ๨ก็ยังไม่ได้คำตอบ

    ถามว่า...ผมรังเกียจเขาไหม ... คำตอบคือ ก็ไม่

    ถามว่า...ผมชอบเขาหรือเปล่า ... คำตอบคือ ก็ไม่

    ผมไม่เคยคิดกับเขาในแง่นั้นมาก่อน มาสะกิดใจก็ตอนที่น้องชายผมพูด และมาได้ยินที่เขาพูดคืนนี้อีกรอบ

    แต่ผมใจสั่น... รู้สึกดีที่ได้ยิน รู้สึกขอบคุณที่เขากล้าบอก

    ...รสจูบหอมหวานก็ผุดขึ้นมาในหัว

    ...อ้อมกอดอุ่นตอนนี้ก็เป็๞กำลังเสริมให้หวั่นไหว

    แม่งเอ๊ย... ทำไมโจทย์มันยากขนาดนี้วะ


                 กลายเป็๲ว่าผมนอนตาค้างทั้งคืน แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามาในห้องเนื่องจากไม่ได้ปิดผ้าม่านไว้ เ๽้านายหนุ่มนอนเปลี่ยนท่าหลายสิบรอบ สุดท้ายก็มากอดร่างผมไว้แบบเดิม ในเมื่อห้ามไม่ได้ ก็ปล่อยให้กอดไปแหละครับ ตอนนี้ผมปวดหัวหนักมาก และเหนื่อยจนแทบลุกไม่ไหวอีกต่างหาก กลืนน้ำลายแล้วขมคอสุดๆ ... แถมยังเจ็บคอแปลกๆ

    “นายเป็๞ไข้” เสียงเข้มนั้นช่างแตกต่างจากตอนเมายิ่งนัก

    “วันนี้ก็นอนพักที่นี่ละกัน เดี๋ยวโทรไปบอกที่บ้านให้” หึ ทำขรึม ทำมาเป็๲ไม่สนใจ รู้มั้ยเนี่ยว่าป่วยเพราะใคร

    “ทำไมปล่อยตัวให้ป่วยได้เนี่ย” พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดอีก ถ้าไม่สนใจก็ไม่ต้องมาเช็ดตัวให้สิโว้ย

    “โอ๊ย” ผมร้องเบาๆเพราะความมือหนักของคนที่เช็ดตัวให้ ท่าทางไม่เคยดูแลคนป่วยมาก่อน

    “สมน้ำหน้า เจ็บซะบ้างก็ดี ป่วยแบบนี้ทำไมไม่โทรหาคนที่ชอบมาดูแลล่ะ” เอ๊า...ประชดอี๊ก นี่ลืมเ๹ื่๪๫ที่พูดเมื่อคืนไปหมดแล้วใช่มั้ยเนี่ย

    “คุณต่อไม่ต้องทำก็ได้นะครับ ผมไหว”

    “ก็ไม่ได้อยากทำหรอก แต่กลัวมีคนเสียใจถ้านายมาป่วยตายแถวนี้” โอยยยย เด็กน้อเด็ก

    “คุณต่ออออออออออออ” ผมพ้อสิ หมดแรงด้วย “เมื่อคืนผมก็เล่าแล้วไง”

    “ตอนไหน” อ้าว ลืมจริงไปอี๊ก

    “ช่างมันเถอะครับ” ผมเหนื่อยมากจริงๆ รู้สึกหนาวไปหมด

    ก๊อกๆ

    “คุณต่อคะ ป้าเอายากับข้าวต้มมาให้ค่ะ” ป้าสายหยุดเดินเข้ามาในห้องอย่างคุ้นเคย มองผมด้วยแววตาสงสาร คงเห็นสภาพนอนซมเป็๲ผักแบบนี้แน่

    “ขอบคุณครับป้า เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง ป้าไปพักเถอะ”

    “ค่ะ มีอะไรเรียกป้านะคะ” ป้าสายหยุดเดินออกไปหลังวางของ ตอนนี้ในห้องก็เหลือแค่ความเงียบของคนสองคน

    “กินข้าว เดี๋ยวกินยา” เสียงเข้มสั่ง ผมขืนตัวเองลุก ไม่ไหวบอกไหว เกิดมาไม่เคยป่วยมาก่อน พอป่วยทีก็หนักเลย เพราะบลูฮาวาย คำพูดน้องชายตัวดี คำสารภาพรักของคนหน้าบูดที่นั่งเฝ้าตอนนี้ และการนอนไม่หลับทั้งคืน

    ทรุดสิครับ...

    “อยู่เฉยๆ พิงหมอนตรงนี้” เ๯้านายหนุ่มสั่งเสียงดุตอนเอาหมอนมาหนุ่มท้ายทอยผมไว้ มือใหญ่จับจานรองชามข้าวต้มก่อนตักเป็๞คำ

    “ฟู่ๆ” เห้ย มีเป่าด้วย

    “อะกินซะ จะได้กินยา” ผมอ้าปากงับช้อนข้าวต้ม ไม่รู้รสชาติของมันเลยสักนิด แถมยังกลืนยากกลืนเย็นอีก เจ็บคอไปหมด

    “พอแล้วครับ” ตอนนี้คิดแค่อยากจะนอนเท่านั้น

    “ใครให้พอ แค่คำเดียวจะไปอยู่ท้องอะไร” ไม่ชอบเสียงแบบนี้เลย ให้ตายสิ

                 ไม่เคยป่วยขนาดนี้เลย มีแต่หัวร้างข้างแตก แต่จะมีไข้นอนซมตัวสั่นน่ะไม่มีมาก่อน ทำไมมันหนาวได้ขนาดนี้ ปวดหัวตุบๆเหมือนมีค้อนมาทุบอยู่ตลอดเวลา รู้สึกเพลียไม่สบายใจไปหมด ครั่นเนื้อครั่นตัวจนระบม คิดถึงแม่ใจจะขาด ... คนป่วยนี่อ่อนไหวได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ เพิ่งเคยเป็๲กับเค้าครั้งแรกนี่แหละ

    “ผมอิ่มแล้ว” ตาจะปิดแล้วด้วย รู้สึกเปลือกตาหนักหลายกิโลกรัม อยากกอดแม่ คิดถึงแม่...

    “อีกคำนะ เดี๋ยวกินยา”

    “ไม่” ผมปัดเสียงแข็ง รู้สึกแปลกไปหมด อยากกลับบ้าน คิดถึงบ้าน

    “ตามใจ นั่นก็ไม่เอานี่ก็ไม่เอา ใช่สิ ใครมันจะไปสู้คนที่นายชอบได้ล่ะ”

    “โว้ย” ผมโวยวาย “ก็บอกไปแล้วไงว่าไม่มีใคร จะอะไรนักหนา” เส้นความอดทนขาดผึงแล้วครับ ทั้งป่วย ทั้งอ่อนแออ่อนไหวคิดถึงแม่

    “จะให้เชื่องั้นเหรอ”

    “ไม่เชื่อก็ตามใจสิ ไม่ได้ขอให้เชื่อ” ผมหลับตา อยากจะลุกแล้วเดินออกไปแต่ก็ฝืนสังขารไม่ได้

    “ก๊อกๆ คุยอะไรกันเสียงดังไปถึงหน้าบ้าน”

    “อ้าวไอ้ตง มาได้ไง” นั่นสิ มาได้ไง ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นคนบ้านใหญ่มาที่นี่เลยยกเว้นป้าสายหยุด

    “ก็ป้าหยุดบอกว่าพี่เอกไม่สบาย ผมเลยมาเยี่ยม”

    “อื้อ ขอบคุณครับ” แล้วมือใหญ่หนาเย็นเฉียบก็มาแตะที่หน้าผาก

    “โห ตัวร้อนมากเลยนะครับ กินยารึยัง พี่ต่อหลบ” ตงฉินผลักพี่ชายให้พ้นทางแล้วนั่งแทนที่ ไม่สนใจพี่ชายที่ถลึงตาใส่แม้แต่น้อย

    “ดีนะที่ที่บ้านมีแผ่นเจลแปะลดไข้ ขืนให้พี่ต่อดูแลคงได้ชักตาตั้งเพราะพิษไข้แน่”

    “ชิ” เสียงเหมือนเ๽้านายผมเลยครับ

    “พี่ต่อป้อนข้าวป้อนยารึยัง”

    “อืม”

    “ผมโทรบอกไอ้โทแล้วนะครับ มันบอกว่ารักษาตัวให้หายก่อนเข้าบ้านนะ” อ้าว ไอ้น้องเวร ไม่คิดจะมาดูแลกันเลย

    “เสร็จแล้วใช่มั้ย เสร็จแล้วก็กลับไปได้ละ” โห จิตใจทำด้วยอะไรวะเนี่ย ไล่ได้แม้กระทั่งน้องชายตัวเอง

    “ไรวะพี่ ผมตั้งใจมาเฝ้าไข้พี่เอกเลยนะ”

    “ไม่ต้อง คนของกู กูดูแลได้” หะ...เมื่อกี้เ๽้านายหนุ่มพูดว่าอะไรนะ

    “จริงเร้อ” น้ำเสียงของผู้น้องเหมือนจะล้อเลียน อยากเห็นจังว่าตอนนี้ทำสีหน้าแบบไหน

    “คนของพี่แล้วทำไมไม่ดูแลดีๆ ปล่อยให้ป่วยได้ไง”

    “เสือก” นั่นไง เต็มๆ

    “โหไรวะพี่...นึกว่าจะมาเห็นภาพพี่เฝ้าไข้ แต่ดันมาเห็นชวนคนป่วยทะเลาะ รู้งี้ไม่ให้ไอ้โทเป่าหูพี่เอกซะก็ดี” นั่นไง...กูจับได้ละว่าใครจ้างน้องกูมา

    “เป่าหูอะไรวะ”

    “อ้าว พี่จำไม่ได้เหรอ” ตงฉินถามแบบสงสัยจริงๆ “เมื่อคืนก็แอบได้ยินพี่เคลียร์กันแล้วนะ” เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว...เมื่อคืนแอบมาที่บ้านนี้ด้วยเหรอวะ ดึกขนาดนั้นเนี่ยนะ ... คนบ้านมีชอบทำให้แปลกใจได้ตลอด

    “จำไม่ได้ เมา”

    “โว้ย เมาแล้วภาพตัดทุกทีพี่ใครวะ” ตงฉินพูดด้วยน้ำเสียงเยาะหยันมากกว่าจะเบื่อหน่าย “ก็เมื่อคืนไอ้โทมันเชียร์พี่ต่อกับพี่ชายมัน”

    “...”

    “มันรู้แหละว่าพี่ชอบพี่เอก แต่พี่เอกน่ะไม่รู้ตัวแน่ๆ ไอ้โทมันชอบพี่นะ และเชียร์พี่ให้จีบพี่เอก” เสียงคุณตงฉินคุยกับเ๽้านายทำผมนอนไม่หลับเลยครับ

    “อ่า...” อึ้งสินะ

    “แล้วเมื่อกี้ได้ยินพี่ประชดพี่เอกลั่นบ้านเลย ผมเลยอดพูดไม่ได้ สงสารคนไข้” ตงฉินได้ที

    “ถ้าพี่ไม่ดูแลพี่เอกดีๆ ผมขอนะ...สเป้กผมเลย” อ้าว สลัดละ!

    “ไม่มีทาง” เ๽้านายหนุ่มตอบกลับเสียงแข็ง “พี่เอกเป็๲ของกู ไม่ว่าหน้าไหนก็แย่งไปไม่ได้”

    “เหอะ ไม่ต้องแย่งหรอก ถ้าพี่ยังทำตัวแบบนี้คิดว่าพี่เอกจะเอาเหรอ ฮ่าๆๆๆ”

    “กลับไปได้แล้ว” รีบไล่เลยนะ สงสัยคำพูดน้องชายจะแทงใจดำ

    เสียงขลุกขลักลากถูของผู้ชายร่างใหญ่สองคนดังลั่นก่อนความเงียบจะมาแทนที่ ไอ้เราก็ได้แต่นอนนิ่งๆครับ สองพี่น้องคงคิดว่าผมหลับไปแล้วจึงสนทนากันตรงนี้เลย แต่ขอโทษเถอะ...ได้ยินทุกคำครับ แค่ไม่มีแรงต่อต้าน

    แล้วเตียงก็ยวบ...มือใหญ่ลูบไรผมตรงหน้าผากที่มีแผ่นเจลเย็นจับใจแปะอยู่

    “ขอโทษนะครับ” น้ำเสียงอ่อนโยนเชียวนะ “ผมงี่เง่าไปเอง พี่เอกอย่าโกรธผมนะ”

    “ขอโอกาสให้ผมได้ดูแลพี่นะครับพี่เอก” ผมไม่ตอบครับ ยังไงก็จะขอนอนแกล้งตายไปก่อน ไม่อยากรับเ๱ื่๵๹อะไรมาให้คิดมากอีกแล้วตอนนี้

    สวบ... ไม่ใช่แค่นั่งแล้ว ตอนนี้เ๯้านายหนุ่มกำลังแทรกตัวมาในผ้าห่ม ช้อนร่างคนป่วยที่นอนนิ่งให้อยู่ในอ้อมอก เอ่อ...กูไม่ใช่หญิงสาวร่างบางนะเว้ย อีกสี่เซ็นต์ก็จะร้อยแปดสิบนะ ...

    อุ่น...

    แขนล่ำยังคงกอดผมเอาไว้

    ความง่วงรุกรานอย่างหนัก

    อาการคิดถึงบ้านก็ดีขึ้น จนเจือจางลงไป

    แล้วผมก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย....