ตอนที่42 หายตัวไป
ฟู่ต้าอันมองไปยังฟู่เยี่ยนที่กำลังเดินออกมาจากห้องอย่างอ้อยอิ่งเขาที่รู้สึกกังวลมากอยู่แล้วจึงได้รีบเดินเข้าไปข้างในด้วยความฉุนเฉียว !
“อย่ามัวแต่ชักช้าสิเสี่ยวฮั่ว ตอนนี้โม่ลี่ ว่าที่อาสะใภ้ของหลานหายตัวไปทั้งคนนะ! รีบช่วยตามหาหน่อยได้ไหม” ฟู่ต้าอันรู้สึกร้อนรนใจจนแทบจะทนอยู่นิ่งไม่ได้
“ต้าอัน ทำไมนายถึงได้ดูกระวนกระวายขนาดนั้นกันล่ะค่อย ๆ พูดก็ได้ ! ” ฟู่ต้าหย่งที่เห็นท่าทางของน้องชายจึงได้พูดเพื่อเรียกสติ
“ใช่แล้ว ต้าอันใจเย็น ๆ ก่อน หายใจเข้าลึก ๆตั้งสติก่อนแล้วค่อยพูดก็ได้” หวังซู่เหมยพูดขณะที่กำลังเดินออกมาจากห้องพร้อมกับฟู่ต้านี
“อาสามอย่ากังวลไปเลยค่ะช่วยบอกหนูหน่อยได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? ” ฟู่เยี่ยนยังคงมีท่าทีที่ดูสงบเหมือนภูเขาไท่ซาน
นับตั้งแต่ที่ฟู่เยี่ยนได้เรียนรู้ประสบการณ์อันเจ็บปวดในครั้งที่แล้วเธอจึงได้ศึกษาบันทึกของบรรพบุรุษอย่างหนักจึงทำให้ตอนนี้เธอมีท่าทีที่ดูสงบมากยิ่งขึ้น
และทันทีที่ฟู่ต้าอันเดินผ่านประตูเข้ามานั้นเธอได้สังเกตเห็นถึงประกายแห่งความสุขจาง ๆ บนใบหน้าของฟู่ต้าอัน และมันยังดูสว่างมากกว่าครั้งที่แล้วอีกด้วย
ดังนั้นฟู่เยี่ยนจึงไม่ได้มีท่าทีที่ตกใจอะไรและคิดว่ามันจะต้องมีวิธีแก้ปัญหานี้อย่างแน่นอน
“คือว่า ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเองเมื่อวานนี้ฉันได้ทำงานกะกลางคืน ก็เลยไม่ได้ไปส่งเธอที่บ้านแต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าเมื่อคืนเธอจะไม่ได้กลับบ้าน ทีแรกฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันฉันมารู้ก็ตอนที่ไปตามหาเธอที่โรงงานเมื่อเช้านี้นี่เอง” ฟู่ต้าอันพูดออกมาด้วยความร้อนใจ
“อาสามคะ อาสามรู้วันเกิดของอาโม่ลี่หรือเปล่า ? ” แค่มีวันเกิดของเธอฟู่เยี่ยนก็สามารถทำนายโชคชะตาได้แล้ว
“ฉันไม่รู้วันเกิดของเธอหรอกฉันรู้แค่ว่าเธอมีอายุอ่อนกว่าฉันไปสองปีเท่านั้น”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะค่ะเอาไว้เราคุยกันไประหว่างทางดีกว่า ! ” ฟู่เยี่ยนลุกขึ้นยืนและเตรียมตัวที่จะออกไปส่วนฟู่ต้าหย่งและฟู่เซินก็ตามไปด้วยเช่นกันเพราะตอนนี้เขาทั้งสองเป็นคนที่แข็งแรงที่สุดในบ้านแล้ว !
ขณะที่กำลังเดินออกไปยังลานบ้านนั้นพวกเขาก็ได้พบกับฟู่ต้าจวงและครอบครัวเข้าโดยฟู่ต้าจวงได้ยืนสะพายกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ และฉือหมิ่นที่กำลังอุ้มฟู่เจี๋ยฟางลูกชายของพวกเขาอยู่
“เฮ้ พี่รอง พี่กลับมาเยี่ยมบ้านอย่างนั้นเหรอ? ” ฟู่ต้าอันกล่าวทักทายด้วยความประหลาดใจ
“อืม ใช่แล้วล่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปีนายดูสูงขึ้นเยอะเลยนะ ! ” ฟู่ต้าจวงตบไปที่ไหล่ของฟู่ต้าอันอย่างแรง
“พี่ใหญ่ แล้วนี่พี่กำลังจะไปที่ไหนกันอย่างนั้นเหรอ? ”
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่พวกเขาจะมากล่าวทักทายกันดังนั้นพวกเขาจึงได้พาฟู่ต้าจวงและครอบครัวเขาไปในบ้านก่อนที่ฟู่ต้าหย่งจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดแบบสั้น ๆ แต่ได้ใจความอีกครั้งเมื่อได้ยินว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับว่าที่น้องสะใภ้ในอนาคตฟู่ต้าจวงจึงพับแขนเสื้อขึ้นทันทีและต้องการที่จะตามพวกเขาไปด้วยอีกคน
ทว่าจักรยานมีเพียงแค่2 คันเท่านั้น ฟู่เซินจึงต้องเป็นคนที่เสียสละจากนั้นฟู่ต้าหย่งจึงได้พาฟู่เยี่ยน ฟู่ต้าจวง และฟู่ต้าอันออกไปทันที
“ต้าอัน ทำไมถึงได้พาเสี่ยวฮั่วมาด้วยกันล่ะพาเสี่ยวมู่มาแทนไม่ดีกว่าเหรอ ? เรากำลังจะไปตามหาคนหายนะ” ฟู่ต้าจวงถามฟู่ต้าอันด้วยความเร่งรีบพร้อมกับมองไปยังพี่ชายของเขาที่กำลังปั่นจักรยานออกไป
สิ่งที่ฟู่ต้าจวงเห็นคือเธอเป็นแค่หลานสาวของเขาคนหนึ่งเท่านั้นจะดีกว่าไหมหากพาหลานชายของเขามาแทน
โชคดีที่ฟู่เยี่ยนไม่รู้ถึงความคิดของเขามิเช่นนั้นเธอจะต้องกลอกตามองไปที่เขาด้วยความไม่พอใจอย่างแน่นอนทำไมอารองของเธอถึงได้เป็นคนที่ซื่อขนาดนี้
“พี่รอง พี่ยังไม่รู้สินะว่าเสี่ยวฮั่วมีความสามารถมากกว่าพวกเราสามคนรวมกันเสียอีก” แม้ว่าจะมีพี่ชายทั้งสองคนคอยช่วยเหลือเขาแต่ทว่าเสี่ยวฮั่วนั้นคือไพ่เด็ดสำหรับเขาเลยก็ว่าได้ดังนั้นฟู่ต้าอันจึงรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก แค่นี้ก็ไม่มีใครกล้ามาเล่นตลกกับพวกเขาแล้ว
“หืม ? เสี่ยวฮั่วเก่งกว่าพวกเราสามคนอีกอย่างนั้นเหรอ? ” ฟู่ต้าจวงเริ่มให้ความสนใจในประเด็นนี้
“ใช่แล้วล่ะ ตอนนี้เสี่ยวฮั่วของเราเก่งมาก ๆเลยนะ เธอทำนายดวงชะตาได้และยังทำนายได้แม่นยำอีกด้วยแถมครั้งก่อนเธอยังทำนายให้กับฉันโดยบอกว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับพี่ชายของโม่ลี่ หลังจากนั้นฉันก็เอาคำพูดของเสี่ยวฮั่วไปถามกับโม่ลี่ดูจึงได้รู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับพี่ชายของเธอจริง ๆ ”
“เดิมทีพี่ชายของเธอทำงานที่ร้านค้าสหกรณ์ในชุมชนของพวกเราซึ่งเขาทำงานได้แทบทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะทำงานหน้าร้าน หรือขนของในโกดังแม้กระทั่งดูแลโกดัง เขาก็ทำได้”
“แต่เขาก็ต้องพบกับความโชคร้ายในตอนนั้น เขาเห็นว่าคนขายเนื้อกำลังจะกลับบ้านและคนขายเนื้อคนนั้นก็ได้แอบเอาน้ำมัน 2 แกลลอนออกไปด้วยซึ่งเขาเป็นคนที่เห็นเหตุหารณ์ทั้งหมด แต่ก็ไม่กล้าทำอะไร”
“ซึ่งภรรยาของเขาก็ได้ยุยงให้เขาทำแบบนั้นบ้างเช่นกันเขาจึงได้แอบหยิบเค้กลูกพีชออกมา 2-3 ชิ้นแต่ทว่าผู้อำนวยการหวังซึ่งเป็นผู้อำนวยการของร้านค้าสหกรณ์ได้เห็นเข้าพอดี ! เขาจึงได้ขับรถไปที่บ้านพี่ชายของโม่ลี่ทันที”
“เมื่อฉันได้ยินเรื่องราวทั้งหมดก็พบว่าเสี่ยวฮั่วพูดถูกจริงๆ และแล้วก็เหมือนกับว่าทุกอย่างถูกกำหนดมาเพื่อฉัน วันก่อนเสี่ยวฮั่วได้บอกให้ฉันรออยู่ที่หน้าประตูของโรงงานเฟอร์นิเจอร์เวลา6.30 น. ในตอนเช้า ทีแรกฉันก็รู้สึกสงสัยอยู่เหมือนกันไม่นานนักผู้อำนวยการหวังก็ได้เดินผ่านมา ฉันไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จู่ ๆเขาก็ได้เดินเซและกำลังจะล้มลง”
“ทันทีที่เห็นแบบนั้นฉันจึงได้เข้าไปช่วยเขา ฉันประคองเขาให้ลุกขึ้นก่อนจะเดินไปส่งเขากลับบ้านเมื่อฉันเข้าไปในบ้านของเขา จึงรู้ได้ทันทีว่าคน ๆ นี้คือผู้อำนวยการหวังผู้อำนวยการร้านค้าสหกรณ์คนนั้นนั่นเอง”
“เมื่อรู้เรื่องนี้แล้วฉันก็เลยลองขอร้องผู้อำนวยการหวังเรื่องพี่ชายของโม่ลี่ดูและหลังจากที่เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายเขาก็บอกว่ามันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรจึงได้ยอมผ่อนผันให้ และไม่เอาความโม่ลี่กับพี่ชายของเธอ”
“สุดท้ายแล้วสิ่งที่เสี่ยวฮั่วพูดมานั้นก็ถูกต้องทั้งหมด ! รวมไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับหลายชายของป้าเหอเมื่อก่อนหน้านี้ด้วยนั่นก็เป็นเพราะหลานสาวของเราช่วยเอาไว้เช่นกัน ! ”
ฟู่ต้าอันใช้ความพยายามอย่างมากในการชื่นชมหลานสาวของพวกเขา!
นับตั้งแต่ที่เขาช่วยโม่ลี่และพี่ชายของเธอให้ยังคงทำงานต่อไปได้จึงทำให้พี่ชายของโม่ลี่ยอมรับในตัวเขามากขึ้น ! และพ่อกับแม่ของโม่ลี่เองก็ใจดีกับเขาด้วยเช่นกันอีกทั้งยังปฏิบัติต่อเขาราวกับว่าเขาเป็นลูกชายคนหนึ่งของพวกเขาอีกด้วย !
แต่ทว่าตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าโม่ลี่อยู่ที่ไหนและเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ?
“พี่รอง รีบปั่นเร็ว ๆ หน่อยสิ ! พี่ใหญ่กับเสี่ยวฮั่วไปถึงไหนกันแล้วก็ไม่รู้! ” ฟู่ต้าอันเร่งเร้าให้ฟู่ต้าจวงเร่งความเร็วขึ้น
“ต้าอัน นายอย่าเร่งฉันนักเลยจักรยานของพี่ใหญ่ใหม่กว่าของนายตั้งเยอะ ฉันกลัวว่าหากเร่งความเร็วกว่านี้จักรยานของนายจะพังเอาน่ะสิ หากมันพังขึ้นมามีหวังเราได้เดินกันพอดี”
ในตอนนี้ฟู่ต้าหย่งปั่นจักรยานไปได้กว่าครึ่งทางแล้ว ก่อนจะหยุดรออยู่ครู่หนึ่งส่วนทางด้านฟู่ต้าจวงเองก็พยายามไล่ตามมาอย่างสุดกำลัง จนในที่สุดพวกเขาก็มาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
“อาสามช่วยพาหนูไปที่ทางเข้าโรงงานของอาสะใภ้หน่อยสิคะ”
ไม่นานนักพวกเขาก็ได้มาถึงโรงงานทอผ้าในหมู่บ้านที่หลี่โม่ลี่ทำงานอยู่ซึ่งมีชายชราคนหนึ่งกำลังยืนเฝ้าอยู่ที่ประตู ขณะที่ฟู่เยี่ยนมองไปรอบ ๆบริเวณแห่งนั้น ฟู่ต้าจวงก็ได้เข้าไปถามบางอย่างกับชายชรา
หลังจากที่ฟู่เยี่ยนสำรวจบริเวณโดยรอบเสร็จอารองก็ได้เข้ามาคุยกับเธอ
“เสี่ยวฮั่วลุงหูบอกว่าโม่ลี่ได้เดินออกไปทางทิศตะวันออก แต่บ้านของเธออยู่ทางทิศตะวันตกและโรงงานเฟอร์นิเจอร์ก็ตั้งอยู่ทางทิศใต้ ดังนั้นจึงดูไม่สมเหตุสมผลหากเธอจะเดินไปยังทิศตะวันออกแบบนั้น”
ฟู่เยี่ยนเองก็เห็นถึงความผิดปกตินี้เช่นกันหลี่โม่ลี่จะต้องถูกครอบงำโดยบางอย่างอยู่แน่ๆ เพราะเธอได้กลิ่นอายของคาถาบางอย่างลอยอยู่ในอากาศจาง ๆ
ไม่เพียงเท่านั้นต้องมีใครบางคนอยากจะทำอะไรสักอย่างกับเธอแน่ ๆ เธอมีเพื่อนสนิทบ้างหรือเปล่า ? หรือเคยมีความขัดแย้งอะไรกับใครบ้างไหม
“เพื่อนสนิทของเธอไม่ได้ทำงานอยู่ที่โรงงานเดียวกันแต่ฉันได้ยินมาว่ามีพนักงานหญิงคนหนึ่งได้มีปากเสียงและทะเลาะกับเธอแต่มันก็เป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น”
“อาสามอาสามกับอารองช่วยไปถามหน่อยได้ไหมคะว่าวันนี้ผู้หญิงคนนั้นมาทำงานหรือเปล่าเดี๋ยวหนูกับพ่อจะไปหาเบาะแสทางทิศตะวันออกเอง”
ฟู่ต้าอันเห็นด้วยกับวิธีนี้แต่ทว่าฟู่ต้าจวงกลับเห็นต่างมันอันตรายเกินไปที่จะให้หลานสาวของเขาไปทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายแบบนั้น
“เสี่ยวฮั่ว อาจะไปกับพ่อของหลานเองหลานกับเจ้าสามไปถามเรื่องผู้หญิงคนนั้นจะดีกว่า”
ฟู่เยี่ยนครุ่นคิดถึงเรื่องนี้อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนแผนทันที
“ถึงยังไงหนูก็จำเป็นต้องไปหาเบาะแสยังทิศที่อาสะใภ้เดินไปค่ะเอาแบบนี้ดีไหม ให้พ่อกับอาสามไปที่โรงงาน หากวันนี้ผู้หญิงคนนั้นไม่ไปทำงาน ก็ให้ทั้งสองคนตามไปสมทบกับพวกเราที่ถนนทางทิศตะวันออก
หากเธอมาทำงานอย่าเพิ่งเปิดเผยตัวนะคะ ให้รอดูเธอจนกว่าจะเลิกงานและนกตัวน้อยตัวนี้จะพาพ่อกับอาสามมาหาหนูกับอารองเอง”
หลังจากที่พูดจบเธอก็ได้หยิบนกกระดาษออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะยื่นมันให้กับฟู่ต้าหย่งไป
ฟู่เยี่ยนเพิ่งจะเรียนรู้สิ่งนี้มาจากบันทึกของบรรพบุรุษเมื่อไม่กี่วันก่อนซึ่งนกกระดาษตัวนี้จะจดจำลมหายใจของเธอเอาไว้ ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนในระยะ 30กิโลเมตร มันก็สามารถพาทุกคนไปหาเธอได้อย่างสบาย ๆ
ฟู่ต้าหย่งคุ้นเคยกับเรื่องนี้เป็นอย่างดีทว่าฟู่ต้าจวงนั้นกลับรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ! อะไรกัน ? หลานสาวของเขามีพลังจิตอย่างนั้นหรือ!