ตอน 3 ความบานปลาย
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ย...อาสาพานางขึ้นควบม้าไปส่งที่บ้าน...ทันทีที่ไปถึงบ้านเขาก็พบกับแม่นมที่เลี้ยงดูผิงเยว่มา...
แม่นมจำใบหน้าอันหล่อเหลาเป็เอกลักษณ์ของคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ย....
วินาทีแรกที่นางเห็น......ภาพเหตุการณ์เมื่อ 15 ปีก่อนก็แว๊บเข้ามาในหัว... อยู่ดีๆแม่นมก็น้ำตาไหลออกมา..
ผิงเยว่เห็นเช่นนั้นใมาก รีบวิ่งเข้าไปประคองแม่นม
"ท่านแม่!! ท่านเป็อะไรไปเหตุใดร้องไห้ออกมา..." *เป็ภาษามือที่ผิงเยว่ใช้สื่อสารกับแม่
แม่นมไม่สนใจผิงเยว่...เดินเหม่อลอยไปหาคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยที่กำลังผูกม้าอยู่คุกเข่าลงต่อหน้าคำนับสามครั้ง...เงยหน้าขึ้นมาพูดว่า ท่านเฉียนจิ๋นเซี่ยนับเป็ชะตาที่เราจะได้พบกันอีกครั้ง
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยแปลกใจ หันหน้ามามองแม่นมพยายามคิดอยู่ครู่หนึ่งกระทั่งคิดออกถึงเื่ราวทั้งหมด
"อย่าบอกนะว่า... "
"ใช่แล้ว นางคือเด็กน้อยที่ท่านช่วยเหลือไว้เมื่อ 15ปีก่อน"
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยยิ้มให้นาง มองดูหลีผิงเยว่ด้วยความเอ็นดู
"ข้าแก่แล้วสินะ ตอนที่ข้าช่วยเ้ายังเป็ทารกอยู่เลย บัดนี้ได้เห็นเ้าเติบใหญ่นับว่าเป็โชคชะตาเสียจริง"
ผิงเยว่ทำหน้า งง เดินเข้ามาหาแม่นม
*พยายามใช้ภาษามือสื่อสาร
"ท่านแม่เกิดอะไรขึ้นกันแน่..."
"ผิงเยว่ จงไปรอแม่ในเรือน"
แม่นมพูดคุยบางอย่างกับคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ย...ใจความว่า
"ท่านคงจะเดินทางมายาวไกล ั้แ่วันนั้นท่านก็จากไปในกลางดึกอย่างรีบร้อนมาคราวนี้ให้ข้าได้ตอบแทนท่านเสียหน่อยเถิด"
"เช่นนั้นข้าจะไม่ขัดข้องต่อน้ำใจของเ้า...เอาเถอะเ้าจะตอบแทนข้าอย่างไร"
"คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยเชิญในเรือน...ให้ข้าได้ทำอาหารเลี้ยงตอบแทนท่านสักมื้อเถอะ"
"ได้ ดีเลย "
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยกับแม่นมเดินเข้าไปในเรือนด้วยกันอย่างสนิทสนม...ทำเอาผิงเยว่แปลกใจมาก
*ใช้ภาษามือสื่อสาร
"ทะท่านแม่ นี่มันอะไรกันท่านจะบอกข้าได้หรือยังว่าเกิดอะไรกันแน่"
"ท่านรู้จักคุณชายผู้นี้ได้อย่างไร"
แม่นมดึงแขนผิงเยว่มานั่งที่โต๊ะน้ำชา... เล่าเื่ทุกอย่างให้นางฟัง
"เอาล่ะ ได้ฟังทั้งหมดแล้วเ้าก็เข้าครัวกับแม่ไปเตรียมอาหารเถอะคืนนี้คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยจะอยู่ที่นี่กับเรา"
"เอ๋...ท่านจะอาศัยอยู่บ้านข้าอย่างนั้นหรือ"*ใช้ภาษามือสื่อสาร
"ฮ่าๆ ไม่หรอก ไม่หรอก แม่นางไม่ต้องกังวลไปข้าจะขออาศัยอยู่ที่บ้านเ้าสักสองสามวันเ้าว่าอย่างไร"
*คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยคิดว่าหากอาศัยบ้านของนางเป็ที่แฝงกายเพื่อสืบงานราชการลับที่นี่น่าจะเป็สถานที่ที่ปลอดภัยเพราะคงไม่มีใครคิดว่าคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยแห่งแคว้นเฉียนเหลียงจะอยู่ที่นี่
แม่นมได้ยินเช่นนั้นกลับดีใจมาก
"ดีจริงๆ ท่านอยู่ที่นี่นานขึ้นหน่อยข้าก็จะมีเวลาตอบแทนบุญคุณท่านมากขึ้นเท่านั้น"
ในคืนนั้นเอง กระท่อมหลังน้อยที่มีแสงไฟเพียงริบหลี่ บนโต๊ะอาหารมีอาหารเพียงแค่สองสามอย่าง...แม้อาหารจะน้อยนิดแต่เป็อาหารมื้อค่ำที่คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยมีความสุขอบอุ่นเป็กันเองมากที่สุด....จนทำให้เขามีความรู้สึกแว๊บหนึ่งเข้ามาในหัวฉุกคิดถึงท่านแม่ที่จากไปั้แ่วัยเยาว์ คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยเติบโตมาด้วยความคาดหวังต่างๆจากชาวแคว้นและท่านพ่อ....ชีวิตของคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยในวัยเด็กดำเนินไปอย่างขื่นขม ไม่มีเวลาปลีกตัวออกไปเที่ยวเล่นเหมือนเด็กคนอื่นๆต้องรับผิดชอบหน้าที่ทำเพื่อชาวแคว้นั้แ่นั้นเป็ต้นมาฝึกฝนวิชาดาบการต่อสู้ั้แ่เด็ก หากครั้งใดทำได้ไม่ดีพอก็จะถูกท่านพ่อลงโทษเพื่อฝึกความอดทนด้วยการจับแขวนไว้บนต้นไม้ใหญ่...ปล่อยให้หมาป่าล้อมรอบอยู่ด้านล่าง
อยู่ๆคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยก็พูดขึ้นมา...
"นานแล้วที่ข้ามิได้มีความสุขความอบอุ่นแบบนี้..."
คำพูดนี้ทำเอาแม่นมและผิงเยว่จุกอยู่ในใจ...ทั้งสองมองหน้ากันนิ่งเงียบหันหน้าไปส่งรอยยิ้มให้คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ย...
ผิงเยว่ยื่นมือไปลูบมือของคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยเบาๆนางอยากจะสื่อสารประมาณว่า
"ไม่เป็ไรนะ เื่เลวร้ายผ่านมาแล้วต่อจากนี้อยากเดินไปข้างหน้าก็จงเดินอยากทำอะไรชั่วฟ้าเหนือดินตัวท่านเองเป็ผู้กำหนด"
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ย...เพียงแค่มองเข้าไปในแววตาของนางก็เข้าใจความหมายทั้งหมดโดยที่นางไม่ต้องแม้แต่ปริปากพูดออกมา...
รุ่งเช้า.... แม่นมกับผิงเยว่ตื่นมาพบว่าหน้าบ้านมีอาหารมากมาย 3 ตระกร้า มีทั้งเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้....
ทั้งสองดีอกดีใจมาก....เมื่อคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยเห็นท่าทีเช่นนั้นก็เผลอยิ้มออกมา พร้อมกับพึมพำว่า
"หวังว่านี่จะพอทดแทนอาหารสามอย่างของเ้าได้นะ..."
แม่นมรู้ว่าเป็ฝีมือของคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยแน่ๆก็เข้าไปขอบคุณกันยกใหญ่...
ผิงเยว่เอาของทั้งหมดไปเก็บในเรือนเรียบร้อย ก็รีบร้อนออกจากเรือนเห็นคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยฝึกวิชาดาบอยู่หน้าเรือนนางก็หยุดยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง...สายตาของนางที่มองคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยช่างอบอุ่นและหลงใหลในความเคร่งขรึมนั้น....แต่แล้วนางก็ต้องรีบร้อนออกไปทำงานที่โรงน้ำชาเฉกเช่นเคย... คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยเห็นท่าทีรีบร้อนของนาง ก็เดินตามไปคว้ามือนางไว้
"ข้ารู้นะว่าเ้ากำลังจะรีบร้อนไปที่ใด...เ้ากำลังจะไปโรงน้ำชาอีกแล้วใช่หรือไม่"
ผิงเยว่พยักหน้าสองครั้ง...
"ข้าเห็นสภาพของเ้าแล้วข้าไม่ยินดีให้ผู้ใดใช้งานและรังแกเ้าเป็หญิงสาวอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆที่ไร้ความดูแลย่อมมีแต่อันตรายแน่...ต่อไปนี้เพื่อให้เ้ามีวิชาต่อสู้ไว้ปกป้องตนเองข้าจะสอนวิชาดาบ วิชาธนู วิชาหมัด ให้เ้า อยู่ฝึกฝนกับข้าที่นี่ห้ามไปโรงน้ำชาอีกเป็อันขาด!!"
ผิงเยว่ดื้อดึง สะบัดแขนคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยจนหลุด รีบวิ่งหนีไปทำเอาคุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยรู้สึกโมโหมาก...
วิ่งไปอุ้มนางขึ้นบนหัวไหล่ทำอย่างกับนางเป็กระสอบ...แบกนางกลับเข้าเรือน ผูกมือผูกเท้าของนางไว้...
"เอาล่ะเ้าเด็กดื้อคราวนี้ก็หนีข้าไม่ได้แล้ว..."
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ย...นอกจากจะเก่งวิชาต่อสู้ เฉลียวฉลาดยังเก่งวิชาแพทย์ด้วย
"เอาล่ะ แม่นางผิงเยว่ก่อนที่ข้าจะบังคับเ้าฝึกฝนวิชาต่อสู้ข้าขอสำรวจพลังปราณของเ้าหน่อยแล้วกัน"
ผิงเยว่ดิ้นไม่หลุด ก็ทำได้เพียงยินยอมพร้อมใจให้คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยจับข้อมือขึ้นมาจับชีพจร....
คุณชายเฉียนจิ๋นเซี่ยถึงกับใ....
"นี่เ้า!!! ถูกพิษเวทย์หรือนี่ใครกันช่างทำเื่โหดร้ายเช่นนี้ได้!!"
เฉียนจิ๋นเซี่ยคิดในใจ
"นางต้องไม่ใช่สาวชาวบ้านธรรมดาแน่...ต้องมีบางอย่างที่ข้าไม่รู้เอาล่ะ เื่นี้ข้าต้องไขข้อสงสัยให้จงได้..."
"ในร่างกายของนางพลังปราณแข็งแกร่งมากข้าไม่คิดเลยว่าจะพบแม่นางที่มีปราณแข็งแกร่งขนาดนี้ช่างน่าเสียดายที่นางถูกพิษ"
"เอาล่ะ น่าจะมีวิธีพอช่วยเหลือนางได้บ้าง"
เฉียนจิ๋นเซี่ย จับผิงเยว่ให้นั่งตรง จ้องเข้าไปในสายตาของนางพร้อมกับพูดอย่างหนักแน่นว่า
"ผิงเยว่ เ้ามีทางที่จะกลับมาพูดได้ปกติข้าจะหาทางช่วยเ้าเอง แต่เ้าต้องเชื่อฟังข้าอย่าดื้อดึงเหมือนเด็กไม่รู้ความ"
"ตกลงไหม"
ผิงเยว่อยากกลับมาพูดได้ปกติ... พยักหน้าสองครั้ง
เฉียนจิ๋นเซี่ยเห็นท่าทีเช่นนั้นยอมใจอ่อนปลดเชือกออกให้นาง...สอนให้นางนั่งสมาธิหลังตรง... ส่วนตนนั้นเอามือทาบหลังของนางใช้พลังปราณของตนดึงพิษเวทย์ออกให้นางจนหมดจด ด้วยความยากลำบากเพราะผิงเยว่โดนพิษเวทย์มานานถึง 15 ปี พิษเวทย์ซึมลึกยากที่จะถอนออกให้หมดจด... เฉียนจิ๋นเซี่ยใช้พลังปราณทั้งหมดที่มีเพื่อนางกระทั่งตนเองกระอักเื ล้มลงหมดสติไป...ส่วนแม่นางผิงเยว่นั้นก็แค่หลับใหลไปชั่วขณะ... นอนอยู่เคียงข้างกัน
แม่นมเข้ามาเห็นสภาพของทั้งคู่ถึงกับใรีบประคองทั้งสองขึ้นนอนบนเตียง ดูแลเป็อย่างดี...
เฉียนจิ๋นเซี่ยหลับไหลไป 1 วัน 1 คืน ด้วยร่างกายที่แข็งแรงกำยำทำให้เฉียนจิ๋นเซี่ยฟื้นตัวเร็วกว่าปกติมาก....แต่แม่นางผิงเยว่ผู้อ่อนแอหลับใหลไร้สติ... เฉียนจิ๋นเซี่ยไม่รอช้าไม่ห่วงร่างกายของตนรีบเข้าหานาง สิ่งแรกที่ทำคือจับชีพจรของนาง
พึมพำกับตัวเอง
"ดี พิษเวทย์ในร่างของนางเหลือน้อยเต็มที... แต่ว่าตอนนี้พลังปราณของนางกำลังสับสนขัดแย้งกันในร่างร่างกายของนางอ่อนแอเกินไปไม่สามารถควบคุมปราณที่แข็งแกร่งนี้ได้...ไม่ได้การข้าต้องรีบฟื้นฟูกำลัง...จะได้เร่งช่วยเหลือนาง"
"พิษเวทย์เหลือเพียงเล็กน้อย ข้าจะค่อยๆใช้พลังปราณที่เหลืออยู่ขับออกให้นางวันละน้อย..ทำเช่นนั้นจึงจะไม่ส่งผลกระทบรุนแรงทั้งต่อข้าและต่อนาง"